ทำไมถึงต้องใช้ Daylight Saving Time?

เพื่อนๆที่อยู่ในสหราชอาณาจักร ก่อนเข้านอนคืนนี้อย่าลืมหมุนเวลากลับหลังหนี่งชั่วโมงนะคะ เพื่อไม่ให้เกิดการไปทำงานสาย

 Clocks go back on Sunday

ประเทศอังกฤษมีการหมุนเข็มนาฬิกาปรับไปปรับมาอยู่ 2 ครั้งในรอบหนึ่งปี เพื่อถือเป็นการชดเชยกับสภาพเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกในแต่ละช่วงฤดูกาล

ช่วงย่างเข้าฤดูร้อน (British Summer Time, BST) ที่พระอาทิตย์เริ่มตกช้าลงไปในแต่ละวัน(บางวันกว่าจะตกก็เป็นเวลากว่า 3 ทุ่ม) ในเช้ามืดของวันอาทิตย์หนึ่งของเดือนมีนาคม (เที่ยงคืนของวันเสาร์) รัฐบาลจะประกาศให้ทุกคนปรับหมุนเข็มนาฬิกาของตนไปข้างหน้า 1 ชั่วโมง และให้ใช้เวลาดังกล่าวเรื่อยไปจนถึงวันอาทิตย์หนึ่งในช่วงเดือน ตุลาคม(เที่ยงคืนวันเสาร์) ที่พระอาทิตย์เริ่มตกเร็วขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จึงประกาศให้ทุกคนหมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับมา 1 ชั่วโมง ให้มาอยู่ที่เดิม เช่น

ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2552 เรื่อยมาจนถึงต้นเดือนมีนาคม 2553 เวลาอังกฤษจะช้ากว่าเวลาในไทยอยู่ 7 ชั่วโมง (อังกฤษเก้าโมงเช้าเป็นเวลาไทยบ่ายสี่โมง)แต่ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม ไปจนถึง 31 ตุลาคม ที่มีการปรับหมุนเข็มนาฬิกาไปข้างหน้า 1 ชั่วโมง จะทำให้เวลาในอังกฤษช้ากว่าเวลาไทยเพียง 6 ชั่วโมง (อังกฤษก้าโมงเช้าเป็นเวลาไทยบ่ายสามโมง)

เหตุผล ของการปรับเวลา ในประเทศเมืองหนาว มีการปรับนาฬิกาให้เร็วขึ้นจากเดิม 1 ชั่วโมงเมื่อถึงฤดูร้อน/ฤดูใบไม้ผลิ และเปลี่ยนกลับมาเป็นเหมือนเดิมในช่วงฤดูหนาว/ฤดูใบไม้ร่วง

หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่า มันเรื่องอะไรกันที่คนทั้งประเทศต้องมานั่งปรับนาฬิกา เดินหน้าหรือถอยหลังให้มันยุ่งยาก ส่วนใครที่มาจากประเทศในเขตร้อนที่ไม่เคยรู้จัก DST มา ก่อน ก็อาจจะทำให้เกิดอาการเอ๋อไปเลยก็เป็นได้น้อง ๆ ที่เพิ่งจะเดินทางมาเรียนที่อังกฤษช่วงตอนซัมเมอร์ บางท่านอาจจะยังไม่ทราบ ตัวอย่างเช่นเมื่อพบว่าคลาสเรียนที่เคยเริ่มตอน 9 โมงเช้า แต่ตอนเราไปถึง อาจารย์กลับสอนไปแล้วถึง 1 ชั่วโมง! หรือจู่ๆเพื่อนที่นัดประชุมงานกันไว้ก็โทรมาต่อว่าที่เรามาสาย ทั้งๆที่เราดูนาฬิกาแล้วยังไม่ถึงเวลานัดซะหน่อย! เพราะฉะนั้น เพื่อเป็นการไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น เรามาทำความรู้จัก DST ให้มากกว่านี้กันอีกซักนิดดีกว่าค่ะ

ทำไมถึงต้องใช้ Daylight Saving Time?

การ ปรับนาฬิกาให้เดินเร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมงในหน้าร้อนนั้น ก็มาจากการที่ในประเทศเมืองหนาว ในช่วงเวลาที่มีแสงสว่างในหน้าร้อนนั้นจะยาวนานกว่าในหน้าหนาว หรือพูดให้เห็นภาพง่ายๆก็คือ กลางวันยาว กลางคืนสั้น อย่างในบางประเทศ 3 ทุ่มแล้วแต่ยังสว่างโล่อยู่เลยในหน้าร้อน ในขณะที่หน้าหนาวหรือใบไม้ร่วง แค่ 5 หรือ 6 โมง เย็นกลับมืดตึ๊ดตื๋อแล้ว ด้วยความที่มันเป็นเช่นนี้เอง ก็เลยมีความคิดที่อยากจะปรับนาฬิกาในหน้าร้อนให้เร็วขึ้น เพื่อที่คนจะได้ตื่นมาใช้ประโยชน์ของแสงแดดในตอนเช้า (ที่มาไวกว่าเดิม) และ พอเวลาเย็นย่ำค่ำๆ ก็ไม่ต้องเปิดไฟ ใช้ไฟอะไรให้มันเปลือง เนื่องจากยังมีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์อยู่เลย นั่นเองค่ะ พอเข้าหน้าที่พระอาทิตย์ไม่ได้ขยันทำงานเหมือนอย่างตอนหน้าร้อนหรือใบไม้ผลิ แล้ว ค่อยปรับเวลากลับมาให้เหมือนเดิม ฟังดูเป็นหลักการประหยัดพลังงานที่เข้าท่าทีเดียวเลยใช่มั้ยล่ะคะ ^^

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s