เข้า เข้า ออก ออก เมืองไทยทุกปี ควรอ่าน

คน ไทยในต่างแดนควรอ่านเป็นอย่างยิ่งเพราะพวกเราเข้า ๆ ออก ๆ ประเทศไทยทุกปี ควรจะมีความรู้เรื่องกฎระเบียบของกฎหมายพิธีการศุลการของประเทศไทย เราจะได้อ้างอิงเวลาโดนตรวจสอบ เช่นถือเหล้าได้เท่าไร บุหรี่ได้เท่าไร ถือเงินได้เท่าไร อะไรจะต้องเสียภาษีบ้างเวลาถือของกลับเมืองไทยเยอะ เป็นสิ่งที่เราควรรู้เป็นอย่างยิ่ง ข้อมูลทั้งหมดคัดลอกมาจากเว็ปกรมศุลกากร นำมาฝากเราชาวไทยในต่างแดนทุกคนที่แสวงหาสิ่งที่น่ารู้

เข้า เข้า ออก ออก เมืองไทยทุกปี ควรอ่าน
คน ไทยในต่างแดนควรอ่านเป็นอย่างยิ่งเพราะพวกเราเข้า ๆ ออก ๆ ประเทศไทยทุกปี ควรจะมีความรู้เรื่องกฎระเบียบของกฎหมายพิธีการศุลการของประเทศไทย เราจะได้อ้างอิงเวลาโดนตรวจสอบ เช่นถือเหล้าได้เท่าไร บุหรี่ได้เท่าไร ถือเงินได้เท่าไร อะไรจะต้องเสียภาษีบ้างเวลาถือของกลับเมืองไทยเยอะ เป็นสิ่งที่เราควรรู้เป็นอย่างยิ่ง ข้อมูลทั้งหมดคัดลอกมาจากเว็ปกรมศุลกากร นำมาฝากเราชาวไทยในต่างแดนทุกคนที่แสวงหาสิ่งที่น่ารู้

พิธีการศุลกากรสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย
เพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถขอให้ผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวหยุดเพื่อตรวจสอบ อันมิได้หมายความว่าผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวนั้นเป็นผู้ต้องสงสัยว่า กระทำความผิดใดๆ

ภาระค่าภาษี

ภาระ ค่าภาษีเกิด ขึ้นเมื่อผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวนำของที่นำเข้ามาใช้เอง หรือของที่มีมูลค่ารวมกันมากกว่า 10,000 บาท ซึ่ง อัตราภาษีอากรปากระวางสำหรับของที่
•    ของนั้นนำเข้ามาเพื่อใช้ส่วนตัว และ
•    เป็นของที่นำเข้ามาใช้เอง มีจำนวนเห็นได้ชัดว่ามิใช่เพื่อการค้า และ
•    ของมีมูลค่าไม่เกิน 80,000 บาท และ
•    ผู้โดยสารต้องสามารถชำระค่าภาษีอากรเป็นเงินสดได้ในวันนำเข้า

กรณี ไม่เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะส่งของทั้งหมด ไปปฏิบัติพิธีการศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้า ของจะอยู่ในอารักขาของศุลกากรจนกระทั่งการปฏิบัติพิธีการศุลกากรเสร็จสิ้น กระบวนการ หลังจากนั้นผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวจึงสามารถรับของออกจากอารักขาของ ศุลกากร


เอ.ที.เอ คาร์เนท์

เอกสาร เอ.ที.เอ คาร์เนท์  ใช้ประกอบการขออนุญาตสำหรับการนำเข้าชั่วคราวหรือการนำของเข้าเพื่อจัดแสดง นิทรรศการ และอุปกรณ์เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ตัวอย่างสินค้า และ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ตามอนุสัญญาการนำเข้าสินค้าเป็นการชั่วคราวภายใต้ระบบ เอ.ที.เอ คาร์เนท์ (The Convention Governing A.T.A Carnets) หากมีใช้เอกสารนี้ประกอบเพื่อนำเข้าชั่วคราวจะยกเว้นค่าภาษีและการตรวจสอบ แต่เพียงจำเป็นเท่านั้น

ผู้ ถือเอกสาร เอ.ที.เอ คาร์เนท์ เมื่อเข้าสู่ราชอาณาจักรไทยแล้วต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ช่องตรวจสี แดง ซึ่งการผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับของนำเข้าชั่วคราวภายใต้อนุสัญญาเอ.ที.เอ คาร์เนท์ จะเสร็จสิ้นทุกขั้นตอน ณ สนามบินที่ผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวผ่านเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย

เมื่อ เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ผู้ถือใบอนุญาตฯ ต้องกรอกแบบฟอร์มการส่งของกลับออกไป ซึ่งประกอบไปด้วย Re-Exportation Counterfoil และ Re-Exportation Voucher และยื่นพร้อมแสดงของที่ส่งกลับออกไปตามที่สำแดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อทำการ ตรวจสอบ Re-Exportation Counterfoil เก็บไว้ผู้ถือใบอนุญาตเอ.ที.เอ คาร์เนท์ ขณะที่ Re-Exportation Voucher จะเก็บไว้ศุลกากรแห่งที่ผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศ

เอกสาร เอ.ที.เอ คาร์เนท์ อาจใช้สำหรับการส่งของออกนอกประเทศเป็นการชั่วคราวโดยไม่เสียภาษี กรุณาติดต่อหอการค้าต่างประเทศที่ต้องการส่งออกของไป

การนำเข้าเงินตราต่างประเทศ

ผู้ เดินทางหรือนักท่องเที่ยวนำเข้าหรือส่งออกเงินต่างประเทศจำนวนมากกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ตามกฎกระทรวงการคลังฉบับที่ 25 ออกตามความแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้นักท่องเที่ยวพกพาเงินไม่ ว่าเป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปต์ เป็นจำนวนเกินกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐหรือเทียบเท่าต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ท่าเรือ/ท่า อากาศยานที่เข้าหรือออก ด้วยการสำแดงในแบบสำแดงเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Declaration Form) ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกจะต้องกรอกข้อมูล ลงชื่อ และยื่นต่อเจ้าหน้าที่โดยสำแดงจำนวนที่แท้จริงของเงินตราที่นักท่องเที่ยว ได้พกพาขณะเข้าหรือออกนอกราชอาณาจักร

ผู้รายงานเงินตราหรือ MONETORY INSTRUMENT ต้องตอบข้อซักถามของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับรายการหรือจำนวนสำแดงโดยสัตย์จริง

พิธีการศุลกากรสำหรับการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของราคาแพงที่ต้องการนำกลับเข้าสู่ราชอาณาจักรอีกครั้ง

หาก ท่านเดินทางออกนอกประเทศไทยพร้อมด้วยสิ่งของราคาสูง เช่น กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดีโอ คอมพิวเตอร์แล็ปทอป เครื่องบันทึกเทป และอื่นๆ และต้องการนำกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ท่านต้องลงทะเบียนสิ่งของเหล่านั้นด้วยการลงทะเบียนหมายเลขserial numbers หรือ ลักษณะอื่นๆ ของของนั้น เช่น ลักษณะเด่น รอยตำหนิ รูปพรรณ ณ ที่ทำการศุลกากรขาออกนอกประเทศหลังตรวจรับ boarding pass แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะบันทึกการนำของใช้ส่วนตัวดังกล่าวออกนอกราช อาณาจักรเพื่อนำกลับเข้ามา ของทั้งหมดที่ได้ลงทะเบียนไว้จะได้รับการยกเว้นค่าภาษีเมื่อนำกลับเข้ามาใน ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง

อัญมณี

ผู้ โดยสารขาออก ที่นำอัญมณีเข้ามาและต้องการส่งออกไปด้วยตัวเองต้องปฏิบัติพิธีการศุลกากร ก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ณ ที่ทำการศุลกากร

ของที่อยู่ภายใต้มาตรการการคืนอากร

ผู้ เดินทางที่ต้องการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่นำของนำเข้าที่ได้รับสิทธิชด เชยอากรหรือคืนอากร หรือมีใบรับรองให้นำของกลับเข้าราชอาณาจักรอีกครั้งหนึ่ง ต้องปฏิบัติพิธีการศุลกากรก่อนการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ณ ที่ทำการศุลกากร

การ นำของออกนอกราชอาณาจักรซึ่งของต้องห้ามเช่น ยาเสพติด ธนบัตรและเหรียญปลอม วัตถุลามก 9ฯ9 เป็นการผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถยึดสื่งของต้องห้ามเหล่านั้นได้ หากผู้เดินทางขาออกนอกประเทศได้รับคำพิพากษาจากศาลเป็นที่สุดให้ได้รับโทษ จะต้องถูกดำเนินโทษปรับหรือจำคุก

ผู้ เดินทางหรือนักท่องเที่ยวนำเข้า หรือส่งออกเงินต่างประเทศจำนวนมากกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ตามกฎกระทรวงการคลังฉบับที่ 25 ออกตามความแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กฎหมาย ดังกล่าวกำหนดให้ผู้เดินทางพกพาเงิน ไม่ว่าเป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปต์ เป็นจำนวนเกินกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐหรือเทียบเท่าต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ท่าเรือ/ท่า อากาศยานที่เข้าหรือออก ด้วยการสำแดงในแบบสำแดงเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Declaration Form) ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกจะต้องกรอกข้อมูล ลงชื่อ และยื่นต่อเจ้าหน้าที่โดยสำแดงจำนวนที่แท้จริงของเงินตราที่ผู้เดินทางได้พก พาขณะเข้าหรือออกนอกราชอาณาจักร

ผู้รายงานเงินตราหรือ MONETORY INSTRUMENT ต้องตอบข้อซักถามของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับรายการหรือจำนวนสำแดงโดยสัตย์จริง

การนำเงินตราของไทยออกนอกราชอาณาจักร
ผู้ นำเงินบาทไทยออกนอกราชอาณาจักรเป็นจำนวนมากกว่า 50,000 บาทหรือในอัตราแลกเปลี่ยนกับเงินตราต่างประเทศที่เท่ากับเงินบาทไทย 50,000 บาท ต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ยกเว้นการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรสู่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมียนมาร์ กัมพูชา มาเลเซีย และ เวียตนาม ได้รับอนุญาตให้นำเงินออกนอกประเทศได้ไม่เกิน 500,000 บาท

การผ่านพิธีการศุลกากร
การผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับสิ่งของติดตัวนักท่องเที่ยว หรือ ยานพาหนะส่วนบุคคล ณ จุดที่นำเข้านั้นอยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายศุลกากร เจ้าหน้าที่ศุลกากร ณจุดตรวจจะตรวจของติดตัวผู้โดยสารและยานพาหนะที่จุดเข้าประเทศ และจัดเก็บภาษี (ถ้ามี) ศุลกากรไทยใช้ระบบช่องตรวจสีแดงและสีเขียว ณ จุดตรวจศุลกากรในท่าอากาศยานหลักเพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วให้แก่การผ่าน พิธีการศุลกากรสำหรับผู้เดินทาง หากผู้เดินทางเข้าประเทศโดยเครื่องบิน จะเห็นสัญลักษณ์บอกทางเพื่อให้มาที่ช่องตรวจสีแดงหรือช่องตรวจสีเขียวหลัง ผ่านขั้นตอนการตรวจจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองผู้เดินทางที่ต้อง การทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือบริการทางศุลกากรหรือต้องการชำระค่าภาษี กรุณาติดต่อ เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจของผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานนั้นๆ หรือ หากมีข้อสงสัยกรุณาสอบถามจากเจ้าหน้าที่ ณ ช่องตรวจสีแดง

ช่องตรวจสีแดง

ขั้นตอนการตรวจของ ณ ช่องตรวจสีแดง หรือช่องตรวจสำหรับผู้เดินทางที่มีของต้องสำแดง ตามกรณีดังต่อไปนี้:
•    ของต้องห้าม
•    ของต้องกำกัด
•    ของจำนวนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับการยกเว้นอากร จึงทำให้ของนั้นมีภาระค่าภาษี
•    Items for which no duty-free concessions is granted
ณ ช่องตรวจสีแดง ผู้เดินทางต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรถึงการพกพาของดังกล่าว และนำของต้องห้ามต้องกำกัดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่พร้อมกับใบอนุญาตนำเข้า (ถ้ามี) ณ ช่องตรวจสีแดง ผู้เดินทางมีความผิดตามกฎหมายหากพบว่า:
•    มีของต้องห้าม/ต้องกำกัด โดยจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและยึดของเหล่านั้น หากผู้เดินทางไม่สำแดงรายการของและไม่มีใบอนุญาต
•    duty payment on/confiscation of the declared dutiable goods not entitled for duty-free concessions or in excess of duty-free concessions.

ช่องตรวจสีเขียว

ผู้เดินทางที่เดินเข้าช่องตรวจสีเขียวซึ่งเป็นช่องตรวจสีเขียวซึ่งเป็นช่องตรวจนักท่องเที่ยวไม่มีของต้องสำแดง กรณีดังนี้:
•    ผู้เดินทางมีของที่กำหนดให้ได้รับยกเว้นอากร
•    ผู้เดินทางไม่มีของที่ต้องเสียค่าภาษีหรือของต้องห้ามต้องกำกัด

โปรด ทราบว่าผู้เดินทางที่ผ่านพิธีการศุลกากรที่ช่องตรวจสีเขียว มิได้หมายความว่าจะได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจเลือกตรวจสอบผู้เดินทางที่เดินเข้าช่องตรวจ สีเขียวหากมีเหตุควรสงสัยว่าอาจเกิดความเสี่ยง หากท่านมีข้อสงสัย กรุณาผ่านพิธีการที่ช่องตรวจสีแดง  ณ ช่องตรวจสีเขียว ผู้เดินทางมีความรับผิดหาก
•    เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบของที่ไม่ได้สำแดงหรือของที่สำแดงไม่ครบ บริบูรณ์ สำหรับของที่ต้องเสียค่าภาษี จะต้องรับการดำเนินคดีตามกฎหมาย/โทษทางกฎหมาย
•    เจ้าหน้าที่ตรวจพบของต้องห้าม/ต้องกำกัดและไม่มีใบอนุญาต จะต้องรับการดำเนินคดีตามกฎหมายและยึดของนั้น

การร้องเรียน

หาก ผู้เดินทางต้องการร้องเรียนว่าการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากรไม่ถูกต้อง กรุณาติดต่อหัวหน้าหน่วยงานศุลกากรนั้นโดยตรงหรือทางโทรศัพท์ โดยหัวหน้าหน่วยงานดังกล่าวจะอำนวยความสะดวก และควบคุมให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรปฎิบัติงานอย่างซื่อสัตย์และถูกต้องตาม กฎหมา

การได้รับยกเว้นอากร
การยกเว้นอากรสำหรับของติดตัวผู้เดินทางที่มีมูลค่าสูงกว่า 20,000 บาทอนุญาตให้สำหรับ i) ของนำเข้ามาพร้อมกับตนสำหรับใช้เองหรือของใช้ในวิชาชีพ ii) มีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ และ iii) ไม่เป็นของต้องห้าม หรือ ต้องกำกัด

However, there are limits on the amount of alcoholic beverages, cigarettes, cigars and smoking tobacco to which you may include in your duty free personal exemption as follows:

อย่างไรก็ตาม กฎหมายมีข้อกำหนดในการจำกัดจำนวนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือซิการ์และยาเส้น
• บุหรี่ ไม่เกิน 200 มวน หรือ ซิการ์และยาเส้น ไม่เกิน 250 กรัม
• สุรา 1 ลิตร
ของติดตัวผู้เดินทางนั้นไม่รวมถึงรถยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์ ไม่ว่าจะครอบครองหรือใช้งานมานานแล้วเท่าใด

บริการเก็บรักษาของ ณ คลังสินค้าศุลกากร

หากผู้เดินทางเป็นผู้โดยสารถ่ายลำ มีของติดตัวและไม่ต้องการผ่านพิธีการศุลกากร ท่านได้รับอนุญาตให้ฝากสิ่งของติดตัวไว้ ณ คลังเก็บรักษาสินค้าหรือสิ่งของของศุลกากรระหว่างรอเวลาเดินทางออกนอกประเทศ โดยต้องมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

.  ผู้โดยสารมีตั๋วเครื่องบินระบุการเดินทางไปประเทศที่สาม
• ระยะเวลาการฝากไม่เกินกำหนด 2 เดือน
• ของที่ฝากไม่เป็นของต้องห้ามหรือต้องกำกัด
• ไม่มีของต้องสงสัยทางศุลกากร ของลักลอบหนีภาษี หรือของต้องห้ามต้องกำกัด

เมื่อ ของที่ได้ฝากที่ที่คลังสินค้าของศุลกากร ณ ท่าอากาศยานแล้ว เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะออกแบบรับฝาก (แบบ 466) พร้องสำเนาสองฉบับ โดยเอกสารฉบับจริงเก็บไว้กับผู้เดินทาง ส่วนสำเนาฉบับแรกติดอยู่กับของนั้นและสำเนาฉบับที่ของติดอยู่กับต้นขั้วแบบ ฝากของนั้น

ค่าธรรมเนียมรายวันเรียกเก็บสำหรับของที่รับฝาก ณ คลังสินค้าศุลกากรหากน้ำหนักรวมหีบห่อของของนั้น
(ก)    ไม่เกิน 20 กก.          40 บาท/หีบห่อ/วัน
(ข)    เกิน 20 กก. แต่ไม่เกิน 40 กก.        80 บาท/หีบห่อ/วัน
(ค)    เกิน 40 กก. ขึ้นไป               150 บาท/หีบห่อ/วัน
เศษของวันคิดเป็นหนึ่งวัน

มาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยว
หากท่านเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ท่านมีสิทธิ์ได้รับเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับของที่ซื้อจากร้านค้าที่ร่วม มาตรการการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยวหากเงื่อนไขของท่านตรงตามข้อ ต่อไปนี้

นักท่องเที่ยวที่มีคุณสมบัติในการได้สิทธิ์ในการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

•    เป็นผู้ที่มิได้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทยและมิได้อยู่ในประเทศไทยเกินกว่า180 วันขึ้นไป ในปีภาษีหนึ่งๆ
•    มิได้เป็นนักบินหรือลูกเรือที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ของสายการบินใดๆ ที่เดินทางออกนอกประเทศไทย
•    เป็นผู้ที่ซื้อสินค้าจากร้านที่แสดงป้าย “คืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยว”
•     การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยวนั้นใช้ได้กับสินค้าที่ถูกนำออก นอก ประเทศไทยโดยติดตัวไปกับนักท่องเที่ยวภายในเวลา 60 วัน นับจากวันที่ซื้อ และ
•    เป็นผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศไทยโดยท่าอากาศยานนานาชาติ ภาระ การพิสูจน์ซึ่งสิ่งของที่นำออกนอกประเทศนั้นเกิดขึ้นหากท่านต้องการขอคืน เงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้จ่ายไปสำหรับของที่ร่วมรายการคืน

ภาษี การขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มนักท่องเที่ยวต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ท่าอากาศยานก่อนการเช็คอิน โดยยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวตสอบดังต่อไปนี้
•    หนังสือเดินทาง
•    แบบคำของคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบภาษีมูลค่าเพิ่ม 10)
•    ใบเสร็จฉบับจริง
•    ของที่ปรากฎตามใบเสร็จ

หาก การสำแดงเพื่อการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวนั้นถูกต้อง เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะลงชื่อและตราประทับลงบนแบบคำขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ติดสติกเกอร์บนกระเป๋าที่บรรจุของนั้นและคืนแก่นักท่องเที่ยวผู้เป็นเจ้าของ ท่านต้องแสดงแบบคำขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่อนุมัติโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรดัง กล่าวต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรหลังจากผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองเพื่อรับ เงินภาษีมูลค่าเพิ่มคืน หากท่านต้องการขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสิ่งของที่มีขนาดเล็กและราคา สูง เช่น อัญมณี ทอง นาฬิกา แว่นตา ปากกา ฯลฯ กรุณานำสิ่งของเหล่านี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่สรรพากรเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง หนึ่ง

โปรด เตรียมตัวของท่านสำหรับเวลาที่อาจต้องใช้เพิ่มขื้นในขั้น ตอนการทำแบบคำขอคืนภาษีและลงตราประทับของเจ้าหน้าที่และตรวจของ เนื่องจากมีผู้เดินทางจำนวนมากอยู่ในกระบวนการนี้ด้วยเช่นกัน ท่านควรมาถึงท่าอากาศยานก่อนเวลาที่สายการบินที่ท่านใช้บริการกำหนด เพื่อมาถึงทันเวล

ความผิดทางศุลกากรและการลงโทษ


ศุลกากรไทยคาดหวังว่าผู้ประกอบการรวมถึงผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศจะ ปฎิ บัติตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ในทุกๆ ขั้นตอนของการดำเนินการค้า ซึ่งรวมถึงการนำเข้าและส่งออกซึ่งสินค้าและบริการ ผ่านช่องทางการขนส่งทางเรือและทางอากาศยานทั้งเข้าและออกประเทศไทย

กฎหมาย ศุลกากรมีอำนาจตามที่ตัวบทกฎหมายบัญญัติไว้ รวมถึงอำนาจอันเนื่องมาจากหน่วยงานราชการอื่นๆ เพื่อดำเนินการกับของที่นำเข้าหรือส่งออกบริเวณพรมแดนของประเทศ และจัดเก็บภาษีศุลกากรรวมถึงภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการบังคับใช้กฎหมายนั้น ศุลกากรมีหน้าที่ในการตรวจสอบการปฎิบัติตามกฎหมายของผู้นำเข้าหรือส่งออกที่ ต้องสำแดงข้อมูลด้วยตนเอง โดยเจ้าพนักงานศุลกากรจะอยู่พิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลการค้ากับ สถานะความเสี่ยงในระดับที่เป็นเหตุเป็นผลกัน

ผู้ ประกอบการหรือผู้ประกอบ การค้าระหว่างประเทศมีหน้าที่รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลสำแดงต่อ ศุลกากร แม้ว่าผู้นำเข้าหรือส่งออกนั้นใช้บริการตัวแทนออกของหรืออื่นกรณีเตรียม เอกสารให้แก่ตน ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาด โปรดตรวจสอบเอกสารด้วยตนเอง กรณีใช้บริการตัวแทนออกของก่อนยื่นต่อศุลกากร

ผู้ใดไม่ปฎิบัติตามกฎหมายศุลกากรกำหนดจะมีความผิดตามกฎหมายและจะได้รับโทษ ความผิดและโทษที่จะได้รับจะยกเป็นตัวอย่างได้ดังต่อไปนี้

มาตรา ๒๐
ถ้า พบผู้ใดกำลังกระทำผิดหรือพยายามกระทำผิด หรือใช้ หรือช่วย หรือยุยงให้ผู้อื่นกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่อาจจับผู้นั้นได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ แล้วนำส่งยังสถานีตำรวจพร้อมด้วยของกลางที่เกี่ยวกับการกระทำผิดหรือพยายาม กระทำผิด เพื่อจัดการตามกฎหมาย และถ้ามีเหตุอันสมควรสงสัยว่าบุคคลใดได้กระทำผิด พระราชบัญญัตินี้ก็ดี หรือมีสิ่งของไปกับตัวอันจะเป็นของที่เกี่ยวกับการกระทำผิดมาแล้ว หรืออาจได้กระทำผิดขึ้นก็ดี พนักงานเจ้าหน้าที่อาจจับผู้นั้นส่งไปจัดการโดยทำนองเดียวกัน

มาตรา ๒๗ ผู้ ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในพระราชอาณาจักรสยามก็ดี หรือส่ง หรือพาของเช่นว่านี้ออกไปนอกพระราชอาณาจักรก็ดี หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ในการนำของเช่นว่านี้เข้ามา  หรือส่งออกไปก็ดี หรือย้ายถอนไป หรือช่วยเหลือให้ย้ายถอนไปซึ่งของดังกล่าวนั้นจากเรือกำปั่น ท่าเทียบเรือ โรงเก็บสินค้า คลังสินค้า ที่มั่นคง หรือโรงเก็บของโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ดี หรือให้ที่อาศัยเก็บ หรือเก็บ หรือซ่อนของเช่นว่านี้ หรือยอม หรือจัดให้ผู้อื่นทำการเช่นว่านั้นก็ดีหรือเกี่ยวข้องด้วยประการใด ๆ ในการขนหรือย้ายถอน หรือกระทำอย่างใดแก่ของเช่นว่านั้นก็ดี หรือเกี่ยวข้องด้วยประการใด ๆ ในการหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร หรือในการหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงบทกฎหมายและข้อจำกัดใด ๆ อันเกี่ยวแก่การนำของเข้า ส่งของออก ขนของขึ้น เก็บของในคลังสินค้า และการส่งมอบของโดยเจตนาจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะต้องเสียสำหรับของนั้น ๆ ก็ดี หรือหลีกเลี่ยงข้อห้ามหรือข้อจำกัดอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี สำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ให้ปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๒๗ ทวิ
ผู้ ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากร โดยถูกต้องก็ดี หรือเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ


มาตรา ๒๘ ถ้าปรากฏว่าเรือลำใดอยู่ในเขตท่ามีสินค้าในเรือ และภายหลังมาปรากฏว่าเรือลำนั้นเบาลอยตัวขึ้น  หรือมีแต่อับเฉาและนายเรือไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ว่า ได้ขนสินค้าขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่านายเรือนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท และจะให้ริบตัวเรือนั้นก็ได้


มาตรา ๒๙
ถ้าปรากฏว่าเรือลำใดมีที่ปิดบังหรือที่พราง หรือเครื่องกลอุบายอย่างใด  ๆ ทำขึ้นไว้เพื่อลักลอบหนีศุลกากร ท่านว่า นายเรือ นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท [๔๗] แต่นายเรือไม่พึงต้องรับโทษ นอกจากจะมีเหตุอันควรเชื่อว่าได้ละเลยไม่ระวังให้เข้มงวดตามควรที่จะป้องกัน หรือว่าได้เกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นด้วยในการสร้าง หรือทำ  หรือวาง หรือใช้ที่ หรือเครื่องกลอุบายนั้น อนึ่งที่หรือเครื่องกลอุบายนี้ให้ทำลายเสีย หรือทำเสียให้เป็นของไร้โทษทุจริตจนเป็นที่พอใจของพนักงานเจ้าหน้าที่


มาตรา ๓๐ ถ้า ปรากฏว่าเรือลำใดมีของเป็นหีบห่อซึ่งมีขนาด หรือลักษณะขัดต่อบทพระราชบัญญัตินี้ หรือบทกฎหมาย หรือประกาศอื่น ท่านว่านายเรือมีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และของนั้นให้ริบเสีย


มาตรา ๙๙ ผู้ ใดกระทำหรือจัดหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำ หรือยื่น หรือจัดให้ผู้อื่นยื่นซึ่งใบขนสินค้า คำแสดง ใบรับรอง บันทึก เรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ หรืออันพระราชบัญญัตินี้บังคับให้กระทำนั้นเป็นความเท็จก็ดี เป็นความไม่บริบูรณ์ก็ดี หรือเป็นความชักพาให้ผิดหลงในรายการใด ๆ ก็ดี หรือถ้าผู้ใดซึ่งพระราชบัญญัตินี้บังคับให้ตอบคำถามอันใดของพนักงานเจ้า หน้าที่มิได้ตอบคำถามอันนั้นโดยสัตย์จริงก็ดี หรือถ้าผู้ใดไม่ยอม หรือละเลยไม่ทำไม่รักษาไว้ซึ่งบันทึกเรื่องราว หรือทะเบียน หรือสมุดบัญชี หรือเอกสาร หรือตราสารอย่างอื่น ๆ ซึ่งพระราชบัญญัตินี้บังคับไว้ก็ดี หรือถ้าผู้ใดปลอมแปลงหรือใช้เมื่อปลอมแปลงแล้วซึ่งเอกสารบันทึกเรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นที่พระราชบัญญัตินี้บังคับไว้ให้ทำ หรือที่ใช้ในกิจการใด ๆ เกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ก็ดี หรือแก้ไขเอกสารบันทึกเรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นภายหลังที่ได้ออกไปแล้วในทางราชการก็ดี หรือปลอมดวงตรา ลายมือชื่อ ลายมือชื่อย่อ หรือเครื่องหมายอย่างอื่นของพนักงานกรมศุลกากร หรือซึ่งพนักงานกรมศุลกากรใช้เพื่อการอย่างใด ๆ อันเกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ก็ดี ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


ติดต่อสอบถาม

ราย ละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ Customs Call Center โทร. 1164 หรือ Customs Clinic โทร. 02-667-7880-1 โทรสาร 02-667-7885  e-mail: customs_clinic@customs.go.th หรือท่าที่นำของเข้าหรือส่งของออก ตรวจสอบข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ที่ “ติดต่อเรา

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s