Monthly Archives: August 2013

เข้า เข้า ออก ออก เมืองไทยทุกปี ควรอ่าน

คน ไทยในต่างแดนควรอ่านเป็นอย่างยิ่งเพราะพวกเราเข้า ๆ ออก ๆ ประเทศไทยทุกปี ควรจะมีความรู้เรื่องกฎระเบียบของกฎหมายพิธีการศุลการของประเทศไทย เราจะได้อ้างอิงเวลาโดนตรวจสอบ เช่นถือเหล้าได้เท่าไร บุหรี่ได้เท่าไร ถือเงินได้เท่าไร อะไรจะต้องเสียภาษีบ้างเวลาถือของกลับเมืองไทยเยอะ เป็นสิ่งที่เราควรรู้เป็นอย่างยิ่ง ข้อมูลทั้งหมดคัดลอกมาจากเว็ปกรมศุลกากร นำมาฝากเราชาวไทยในต่างแดนทุกคนที่แสวงหาสิ่งที่น่ารู้

เข้า เข้า ออก ออก เมืองไทยทุกปี ควรอ่าน
คน ไทยในต่างแดนควรอ่านเป็นอย่างยิ่งเพราะพวกเราเข้า ๆ ออก ๆ ประเทศไทยทุกปี ควรจะมีความรู้เรื่องกฎระเบียบของกฎหมายพิธีการศุลการของประเทศไทย เราจะได้อ้างอิงเวลาโดนตรวจสอบ เช่นถือเหล้าได้เท่าไร บุหรี่ได้เท่าไร ถือเงินได้เท่าไร อะไรจะต้องเสียภาษีบ้างเวลาถือของกลับเมืองไทยเยอะ เป็นสิ่งที่เราควรรู้เป็นอย่างยิ่ง ข้อมูลทั้งหมดคัดลอกมาจากเว็ปกรมศุลกากร นำมาฝากเราชาวไทยในต่างแดนทุกคนที่แสวงหาสิ่งที่น่ารู้

พิธีการศุลกากรสำหรับการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย
เพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถขอให้ผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวหยุดเพื่อตรวจสอบ อันมิได้หมายความว่าผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวนั้นเป็นผู้ต้องสงสัยว่า กระทำความผิดใดๆ

ภาระค่าภาษี

ภาระ ค่าภาษีเกิด ขึ้นเมื่อผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวนำของที่นำเข้ามาใช้เอง หรือของที่มีมูลค่ารวมกันมากกว่า 10,000 บาท ซึ่ง อัตราภาษีอากรปากระวางสำหรับของที่
•    ของนั้นนำเข้ามาเพื่อใช้ส่วนตัว และ
•    เป็นของที่นำเข้ามาใช้เอง มีจำนวนเห็นได้ชัดว่ามิใช่เพื่อการค้า และ
•    ของมีมูลค่าไม่เกิน 80,000 บาท และ
•    ผู้โดยสารต้องสามารถชำระค่าภาษีอากรเป็นเงินสดได้ในวันนำเข้า

กรณี ไม่เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะส่งของทั้งหมด ไปปฏิบัติพิธีการศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้า ของจะอยู่ในอารักขาของศุลกากรจนกระทั่งการปฏิบัติพิธีการศุลกากรเสร็จสิ้น กระบวนการ หลังจากนั้นผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวจึงสามารถรับของออกจากอารักขาของ ศุลกากร


เอ.ที.เอ คาร์เนท์

เอกสาร เอ.ที.เอ คาร์เนท์  ใช้ประกอบการขออนุญาตสำหรับการนำเข้าชั่วคราวหรือการนำของเข้าเพื่อจัดแสดง นิทรรศการ และอุปกรณ์เพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ตัวอย่างสินค้า และ อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ตามอนุสัญญาการนำเข้าสินค้าเป็นการชั่วคราวภายใต้ระบบ เอ.ที.เอ คาร์เนท์ (The Convention Governing A.T.A Carnets) หากมีใช้เอกสารนี้ประกอบเพื่อนำเข้าชั่วคราวจะยกเว้นค่าภาษีและการตรวจสอบ แต่เพียงจำเป็นเท่านั้น

ผู้ ถือเอกสาร เอ.ที.เอ คาร์เนท์ เมื่อเข้าสู่ราชอาณาจักรไทยแล้วต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ช่องตรวจสี แดง ซึ่งการผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับของนำเข้าชั่วคราวภายใต้อนุสัญญาเอ.ที.เอ คาร์เนท์ จะเสร็จสิ้นทุกขั้นตอน ณ สนามบินที่ผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวผ่านเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย

เมื่อ เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ผู้ถือใบอนุญาตฯ ต้องกรอกแบบฟอร์มการส่งของกลับออกไป ซึ่งประกอบไปด้วย Re-Exportation Counterfoil และ Re-Exportation Voucher และยื่นพร้อมแสดงของที่ส่งกลับออกไปตามที่สำแดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อทำการ ตรวจสอบ Re-Exportation Counterfoil เก็บไว้ผู้ถือใบอนุญาตเอ.ที.เอ คาร์เนท์ ขณะที่ Re-Exportation Voucher จะเก็บไว้ศุลกากรแห่งที่ผู้เดินทางหรือนักท่องเที่ยวเดินทางออกนอกประเทศ

เอกสาร เอ.ที.เอ คาร์เนท์ อาจใช้สำหรับการส่งของออกนอกประเทศเป็นการชั่วคราวโดยไม่เสียภาษี กรุณาติดต่อหอการค้าต่างประเทศที่ต้องการส่งออกของไป

การนำเข้าเงินตราต่างประเทศ

ผู้ เดินทางหรือนักท่องเที่ยวนำเข้าหรือส่งออกเงินต่างประเทศจำนวนมากกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ตามกฎกระทรวงการคลังฉบับที่ 25 ออกตามความแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้นักท่องเที่ยวพกพาเงินไม่ ว่าเป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปต์ เป็นจำนวนเกินกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐหรือเทียบเท่าต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ท่าเรือ/ท่า อากาศยานที่เข้าหรือออก ด้วยการสำแดงในแบบสำแดงเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Declaration Form) ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกจะต้องกรอกข้อมูล ลงชื่อ และยื่นต่อเจ้าหน้าที่โดยสำแดงจำนวนที่แท้จริงของเงินตราที่นักท่องเที่ยว ได้พกพาขณะเข้าหรือออกนอกราชอาณาจักร

ผู้รายงานเงินตราหรือ MONETORY INSTRUMENT ต้องตอบข้อซักถามของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับรายการหรือจำนวนสำแดงโดยสัตย์จริง

พิธีการศุลกากรสำหรับการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของราคาแพงที่ต้องการนำกลับเข้าสู่ราชอาณาจักรอีกครั้ง

หาก ท่านเดินทางออกนอกประเทศไทยพร้อมด้วยสิ่งของราคาสูง เช่น กล้องถ่ายรูป กล้องถ่ายวิดีโอ คอมพิวเตอร์แล็ปทอป เครื่องบันทึกเทป และอื่นๆ และต้องการนำกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ท่านต้องลงทะเบียนสิ่งของเหล่านั้นด้วยการลงทะเบียนหมายเลขserial numbers หรือ ลักษณะอื่นๆ ของของนั้น เช่น ลักษณะเด่น รอยตำหนิ รูปพรรณ ณ ที่ทำการศุลกากรขาออกนอกประเทศหลังตรวจรับ boarding pass แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรจะบันทึกการนำของใช้ส่วนตัวดังกล่าวออกนอกราช อาณาจักรเพื่อนำกลับเข้ามา ของทั้งหมดที่ได้ลงทะเบียนไว้จะได้รับการยกเว้นค่าภาษีเมื่อนำกลับเข้ามาใน ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง

อัญมณี

ผู้ โดยสารขาออก ที่นำอัญมณีเข้ามาและต้องการส่งออกไปด้วยตัวเองต้องปฏิบัติพิธีการศุลกากร ก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ณ ที่ทำการศุลกากร

ของที่อยู่ภายใต้มาตรการการคืนอากร

ผู้ เดินทางที่ต้องการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่นำของนำเข้าที่ได้รับสิทธิชด เชยอากรหรือคืนอากร หรือมีใบรับรองให้นำของกลับเข้าราชอาณาจักรอีกครั้งหนึ่ง ต้องปฏิบัติพิธีการศุลกากรก่อนการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ณ ที่ทำการศุลกากร

การ นำของออกนอกราชอาณาจักรซึ่งของต้องห้ามเช่น ยาเสพติด ธนบัตรและเหรียญปลอม วัตถุลามก 9ฯ9 เป็นการผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ศุลกากรสามารถยึดสื่งของต้องห้ามเหล่านั้นได้ หากผู้เดินทางขาออกนอกประเทศได้รับคำพิพากษาจากศาลเป็นที่สุดให้ได้รับโทษ จะต้องถูกดำเนินโทษปรับหรือจำคุก

ผู้ เดินทางหรือนักท่องเที่ยวนำเข้า หรือส่งออกเงินต่างประเทศจำนวนมากกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ตามกฎกระทรวงการคลังฉบับที่ 25 ออกตามความแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กฎหมาย ดังกล่าวกำหนดให้ผู้เดินทางพกพาเงิน ไม่ว่าเป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปต์ เป็นจำนวนเกินกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐหรือเทียบเท่าต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ท่าเรือ/ท่า อากาศยานที่เข้าหรือออก ด้วยการสำแดงในแบบสำแดงเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Declaration Form) ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกจะต้องกรอกข้อมูล ลงชื่อ และยื่นต่อเจ้าหน้าที่โดยสำแดงจำนวนที่แท้จริงของเงินตราที่ผู้เดินทางได้พก พาขณะเข้าหรือออกนอกราชอาณาจักร

ผู้รายงานเงินตราหรือ MONETORY INSTRUMENT ต้องตอบข้อซักถามของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับรายการหรือจำนวนสำแดงโดยสัตย์จริง

การนำเงินตราของไทยออกนอกราชอาณาจักร
ผู้ นำเงินบาทไทยออกนอกราชอาณาจักรเป็นจำนวนมากกว่า 50,000 บาทหรือในอัตราแลกเปลี่ยนกับเงินตราต่างประเทศที่เท่ากับเงินบาทไทย 50,000 บาท ต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ยกเว้นการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรสู่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมียนมาร์ กัมพูชา มาเลเซีย และ เวียตนาม ได้รับอนุญาตให้นำเงินออกนอกประเทศได้ไม่เกิน 500,000 บาท

การผ่านพิธีการศุลกากร
การผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับสิ่งของติดตัวนักท่องเที่ยว หรือ ยานพาหนะส่วนบุคคล ณ จุดที่นำเข้านั้นอยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายศุลกากร เจ้าหน้าที่ศุลกากร ณจุดตรวจจะตรวจของติดตัวผู้โดยสารและยานพาหนะที่จุดเข้าประเทศ และจัดเก็บภาษี (ถ้ามี) ศุลกากรไทยใช้ระบบช่องตรวจสีแดงและสีเขียว ณ จุดตรวจศุลกากรในท่าอากาศยานหลักเพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วให้แก่การผ่าน พิธีการศุลกากรสำหรับผู้เดินทาง หากผู้เดินทางเข้าประเทศโดยเครื่องบิน จะเห็นสัญลักษณ์บอกทางเพื่อให้มาที่ช่องตรวจสีแดงหรือช่องตรวจสีเขียวหลัง ผ่านขั้นตอนการตรวจจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองผู้เดินทางที่ต้อง การทราบรายละเอียดเพิ่มเติมหรือบริการทางศุลกากรหรือต้องการชำระค่าภาษี กรุณาติดต่อ เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจของผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานนั้นๆ หรือ หากมีข้อสงสัยกรุณาสอบถามจากเจ้าหน้าที่ ณ ช่องตรวจสีแดง

ช่องตรวจสีแดง

ขั้นตอนการตรวจของ ณ ช่องตรวจสีแดง หรือช่องตรวจสำหรับผู้เดินทางที่มีของต้องสำแดง ตามกรณีดังต่อไปนี้:
•    ของต้องห้าม
•    ของต้องกำกัด
•    ของจำนวนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับการยกเว้นอากร จึงทำให้ของนั้นมีภาระค่าภาษี
•    Items for which no duty-free concessions is granted
ณ ช่องตรวจสีแดง ผู้เดินทางต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรถึงการพกพาของดังกล่าว และนำของต้องห้ามต้องกำกัดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่พร้อมกับใบอนุญาตนำเข้า (ถ้ามี) ณ ช่องตรวจสีแดง ผู้เดินทางมีความผิดตามกฎหมายหากพบว่า:
•    มีของต้องห้าม/ต้องกำกัด โดยจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและยึดของเหล่านั้น หากผู้เดินทางไม่สำแดงรายการของและไม่มีใบอนุญาต
•    duty payment on/confiscation of the declared dutiable goods not entitled for duty-free concessions or in excess of duty-free concessions.

ช่องตรวจสีเขียว

ผู้เดินทางที่เดินเข้าช่องตรวจสีเขียวซึ่งเป็นช่องตรวจสีเขียวซึ่งเป็นช่องตรวจนักท่องเที่ยวไม่มีของต้องสำแดง กรณีดังนี้:
•    ผู้เดินทางมีของที่กำหนดให้ได้รับยกเว้นอากร
•    ผู้เดินทางไม่มีของที่ต้องเสียค่าภาษีหรือของต้องห้ามต้องกำกัด

โปรด ทราบว่าผู้เดินทางที่ผ่านพิธีการศุลกากรที่ช่องตรวจสีเขียว มิได้หมายความว่าจะได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากร เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจเลือกตรวจสอบผู้เดินทางที่เดินเข้าช่องตรวจ สีเขียวหากมีเหตุควรสงสัยว่าอาจเกิดความเสี่ยง หากท่านมีข้อสงสัย กรุณาผ่านพิธีการที่ช่องตรวจสีแดง  ณ ช่องตรวจสีเขียว ผู้เดินทางมีความรับผิดหาก
•    เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบของที่ไม่ได้สำแดงหรือของที่สำแดงไม่ครบ บริบูรณ์ สำหรับของที่ต้องเสียค่าภาษี จะต้องรับการดำเนินคดีตามกฎหมาย/โทษทางกฎหมาย
•    เจ้าหน้าที่ตรวจพบของต้องห้าม/ต้องกำกัดและไม่มีใบอนุญาต จะต้องรับการดำเนินคดีตามกฎหมายและยึดของนั้น

การร้องเรียน

หาก ผู้เดินทางต้องการร้องเรียนว่าการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากรไม่ถูกต้อง กรุณาติดต่อหัวหน้าหน่วยงานศุลกากรนั้นโดยตรงหรือทางโทรศัพท์ โดยหัวหน้าหน่วยงานดังกล่าวจะอำนวยความสะดวก และควบคุมให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรปฎิบัติงานอย่างซื่อสัตย์และถูกต้องตาม กฎหมา

การได้รับยกเว้นอากร
การยกเว้นอากรสำหรับของติดตัวผู้เดินทางที่มีมูลค่าสูงกว่า 20,000 บาทอนุญาตให้สำหรับ i) ของนำเข้ามาพร้อมกับตนสำหรับใช้เองหรือของใช้ในวิชาชีพ ii) มีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ และ iii) ไม่เป็นของต้องห้าม หรือ ต้องกำกัด

However, there are limits on the amount of alcoholic beverages, cigarettes, cigars and smoking tobacco to which you may include in your duty free personal exemption as follows:

อย่างไรก็ตาม กฎหมายมีข้อกำหนดในการจำกัดจำนวนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ หรือซิการ์และยาเส้น
• บุหรี่ ไม่เกิน 200 มวน หรือ ซิการ์และยาเส้น ไม่เกิน 250 กรัม
• สุรา 1 ลิตร
ของติดตัวผู้เดินทางนั้นไม่รวมถึงรถยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์ ไม่ว่าจะครอบครองหรือใช้งานมานานแล้วเท่าใด

บริการเก็บรักษาของ ณ คลังสินค้าศุลกากร

หากผู้เดินทางเป็นผู้โดยสารถ่ายลำ มีของติดตัวและไม่ต้องการผ่านพิธีการศุลกากร ท่านได้รับอนุญาตให้ฝากสิ่งของติดตัวไว้ ณ คลังเก็บรักษาสินค้าหรือสิ่งของของศุลกากรระหว่างรอเวลาเดินทางออกนอกประเทศ โดยต้องมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

.  ผู้โดยสารมีตั๋วเครื่องบินระบุการเดินทางไปประเทศที่สาม
• ระยะเวลาการฝากไม่เกินกำหนด 2 เดือน
• ของที่ฝากไม่เป็นของต้องห้ามหรือต้องกำกัด
• ไม่มีของต้องสงสัยทางศุลกากร ของลักลอบหนีภาษี หรือของต้องห้ามต้องกำกัด

เมื่อ ของที่ได้ฝากที่ที่คลังสินค้าของศุลกากร ณ ท่าอากาศยานแล้ว เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะออกแบบรับฝาก (แบบ 466) พร้องสำเนาสองฉบับ โดยเอกสารฉบับจริงเก็บไว้กับผู้เดินทาง ส่วนสำเนาฉบับแรกติดอยู่กับของนั้นและสำเนาฉบับที่ของติดอยู่กับต้นขั้วแบบ ฝากของนั้น

ค่าธรรมเนียมรายวันเรียกเก็บสำหรับของที่รับฝาก ณ คลังสินค้าศุลกากรหากน้ำหนักรวมหีบห่อของของนั้น
(ก)    ไม่เกิน 20 กก.          40 บาท/หีบห่อ/วัน
(ข)    เกิน 20 กก. แต่ไม่เกิน 40 กก.        80 บาท/หีบห่อ/วัน
(ค)    เกิน 40 กก. ขึ้นไป               150 บาท/หีบห่อ/วัน
เศษของวันคิดเป็นหนึ่งวัน

มาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยว
หากท่านเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ท่านมีสิทธิ์ได้รับเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับของที่ซื้อจากร้านค้าที่ร่วม มาตรการการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยวหากเงื่อนไขของท่านตรงตามข้อ ต่อไปนี้

นักท่องเที่ยวที่มีคุณสมบัติในการได้สิทธิ์ในการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม

•    เป็นผู้ที่มิได้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทยและมิได้อยู่ในประเทศไทยเกินกว่า180 วันขึ้นไป ในปีภาษีหนึ่งๆ
•    มิได้เป็นนักบินหรือลูกเรือที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ของสายการบินใดๆ ที่เดินทางออกนอกประเทศไทย
•    เป็นผู้ที่ซื้อสินค้าจากร้านที่แสดงป้าย “คืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยว”
•     การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยวนั้นใช้ได้กับสินค้าที่ถูกนำออก นอก ประเทศไทยโดยติดตัวไปกับนักท่องเที่ยวภายในเวลา 60 วัน นับจากวันที่ซื้อ และ
•    เป็นผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศไทยโดยท่าอากาศยานนานาชาติ ภาระ การพิสูจน์ซึ่งสิ่งของที่นำออกนอกประเทศนั้นเกิดขึ้นหากท่านต้องการขอคืน เงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้จ่ายไปสำหรับของที่ร่วมรายการคืน

ภาษี การขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มนักท่องเที่ยวต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ ท่าอากาศยานก่อนการเช็คอิน โดยยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวตสอบดังต่อไปนี้
•    หนังสือเดินทาง
•    แบบคำของคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แบบภาษีมูลค่าเพิ่ม 10)
•    ใบเสร็จฉบับจริง
•    ของที่ปรากฎตามใบเสร็จ

หาก การสำแดงเพื่อการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวนั้นถูกต้อง เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะลงชื่อและตราประทับลงบนแบบคำขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ติดสติกเกอร์บนกระเป๋าที่บรรจุของนั้นและคืนแก่นักท่องเที่ยวผู้เป็นเจ้าของ ท่านต้องแสดงแบบคำขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่อนุมัติโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรดัง กล่าวต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรหลังจากผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองเพื่อรับ เงินภาษีมูลค่าเพิ่มคืน หากท่านต้องการขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสิ่งของที่มีขนาดเล็กและราคา สูง เช่น อัญมณี ทอง นาฬิกา แว่นตา ปากกา ฯลฯ กรุณานำสิ่งของเหล่านี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่สรรพากรเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง หนึ่ง

โปรด เตรียมตัวของท่านสำหรับเวลาที่อาจต้องใช้เพิ่มขื้นในขั้น ตอนการทำแบบคำขอคืนภาษีและลงตราประทับของเจ้าหน้าที่และตรวจของ เนื่องจากมีผู้เดินทางจำนวนมากอยู่ในกระบวนการนี้ด้วยเช่นกัน ท่านควรมาถึงท่าอากาศยานก่อนเวลาที่สายการบินที่ท่านใช้บริการกำหนด เพื่อมาถึงทันเวล

ความผิดทางศุลกากรและการลงโทษ


ศุลกากรไทยคาดหวังว่าผู้ประกอบการรวมถึงผู้ประกอบการค้าระหว่างประเทศจะ ปฎิ บัติตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ในทุกๆ ขั้นตอนของการดำเนินการค้า ซึ่งรวมถึงการนำเข้าและส่งออกซึ่งสินค้าและบริการ ผ่านช่องทางการขนส่งทางเรือและทางอากาศยานทั้งเข้าและออกประเทศไทย

กฎหมาย ศุลกากรมีอำนาจตามที่ตัวบทกฎหมายบัญญัติไว้ รวมถึงอำนาจอันเนื่องมาจากหน่วยงานราชการอื่นๆ เพื่อดำเนินการกับของที่นำเข้าหรือส่งออกบริเวณพรมแดนของประเทศ และจัดเก็บภาษีศุลกากรรวมถึงภาษีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการบังคับใช้กฎหมายนั้น ศุลกากรมีหน้าที่ในการตรวจสอบการปฎิบัติตามกฎหมายของผู้นำเข้าหรือส่งออกที่ ต้องสำแดงข้อมูลด้วยตนเอง โดยเจ้าพนักงานศุลกากรจะอยู่พิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลการค้ากับ สถานะความเสี่ยงในระดับที่เป็นเหตุเป็นผลกัน

ผู้ ประกอบการหรือผู้ประกอบ การค้าระหว่างประเทศมีหน้าที่รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลสำแดงต่อ ศุลกากร แม้ว่าผู้นำเข้าหรือส่งออกนั้นใช้บริการตัวแทนออกของหรืออื่นกรณีเตรียม เอกสารให้แก่ตน ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันความผิดพลาด โปรดตรวจสอบเอกสารด้วยตนเอง กรณีใช้บริการตัวแทนออกของก่อนยื่นต่อศุลกากร

ผู้ใดไม่ปฎิบัติตามกฎหมายศุลกากรกำหนดจะมีความผิดตามกฎหมายและจะได้รับโทษ ความผิดและโทษที่จะได้รับจะยกเป็นตัวอย่างได้ดังต่อไปนี้

มาตรา ๒๐
ถ้า พบผู้ใดกำลังกระทำผิดหรือพยายามกระทำผิด หรือใช้ หรือช่วย หรือยุยงให้ผู้อื่นกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจ้าหน้าที่อาจจับผู้นั้นได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ แล้วนำส่งยังสถานีตำรวจพร้อมด้วยของกลางที่เกี่ยวกับการกระทำผิดหรือพยายาม กระทำผิด เพื่อจัดการตามกฎหมาย และถ้ามีเหตุอันสมควรสงสัยว่าบุคคลใดได้กระทำผิด พระราชบัญญัตินี้ก็ดี หรือมีสิ่งของไปกับตัวอันจะเป็นของที่เกี่ยวกับการกระทำผิดมาแล้ว หรืออาจได้กระทำผิดขึ้นก็ดี พนักงานเจ้าหน้าที่อาจจับผู้นั้นส่งไปจัดการโดยทำนองเดียวกัน

มาตรา ๒๗ ผู้ ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในพระราชอาณาจักรสยามก็ดี หรือส่ง หรือพาของเช่นว่านี้ออกไปนอกพระราชอาณาจักรก็ดี หรือช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ในการนำของเช่นว่านี้เข้ามา  หรือส่งออกไปก็ดี หรือย้ายถอนไป หรือช่วยเหลือให้ย้ายถอนไปซึ่งของดังกล่าวนั้นจากเรือกำปั่น ท่าเทียบเรือ โรงเก็บสินค้า คลังสินค้า ที่มั่นคง หรือโรงเก็บของโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ดี หรือให้ที่อาศัยเก็บ หรือเก็บ หรือซ่อนของเช่นว่านี้ หรือยอม หรือจัดให้ผู้อื่นทำการเช่นว่านั้นก็ดีหรือเกี่ยวข้องด้วยประการใด ๆ ในการขนหรือย้ายถอน หรือกระทำอย่างใดแก่ของเช่นว่านั้นก็ดี หรือเกี่ยวข้องด้วยประการใด ๆ ในการหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร หรือในการหลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงบทกฎหมายและข้อจำกัดใด ๆ อันเกี่ยวแก่การนำของเข้า ส่งของออก ขนของขึ้น เก็บของในคลังสินค้า และการส่งมอบของโดยเจตนาจะฉ้อค่าภาษีของรัฐบาล ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะต้องเสียสำหรับของนั้น ๆ ก็ดี หรือหลีกเลี่ยงข้อห้ามหรือข้อจำกัดอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี สำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ให้ปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๒๗ ทวิ
ผู้ ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากร โดยถูกต้องก็ดี หรือเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ


มาตรา ๒๘ ถ้าปรากฏว่าเรือลำใดอยู่ในเขตท่ามีสินค้าในเรือ และภายหลังมาปรากฏว่าเรือลำนั้นเบาลอยตัวขึ้น  หรือมีแต่อับเฉาและนายเรือไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ว่า ได้ขนสินค้าขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่านายเรือนั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท และจะให้ริบตัวเรือนั้นก็ได้


มาตรา ๒๙
ถ้าปรากฏว่าเรือลำใดมีที่ปิดบังหรือที่พราง หรือเครื่องกลอุบายอย่างใด  ๆ ทำขึ้นไว้เพื่อลักลอบหนีศุลกากร ท่านว่า นายเรือ นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท [๔๗] แต่นายเรือไม่พึงต้องรับโทษ นอกจากจะมีเหตุอันควรเชื่อว่าได้ละเลยไม่ระวังให้เข้มงวดตามควรที่จะป้องกัน หรือว่าได้เกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นด้วยในการสร้าง หรือทำ  หรือวาง หรือใช้ที่ หรือเครื่องกลอุบายนั้น อนึ่งที่หรือเครื่องกลอุบายนี้ให้ทำลายเสีย หรือทำเสียให้เป็นของไร้โทษทุจริตจนเป็นที่พอใจของพนักงานเจ้าหน้าที่


มาตรา ๓๐ ถ้า ปรากฏว่าเรือลำใดมีของเป็นหีบห่อซึ่งมีขนาด หรือลักษณะขัดต่อบทพระราชบัญญัตินี้ หรือบทกฎหมาย หรือประกาศอื่น ท่านว่านายเรือมีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท และของนั้นให้ริบเสีย


มาตรา ๙๙ ผู้ ใดกระทำหรือจัดหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำ หรือยื่น หรือจัดให้ผู้อื่นยื่นซึ่งใบขนสินค้า คำแสดง ใบรับรอง บันทึก เรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ หรืออันพระราชบัญญัตินี้บังคับให้กระทำนั้นเป็นความเท็จก็ดี เป็นความไม่บริบูรณ์ก็ดี หรือเป็นความชักพาให้ผิดหลงในรายการใด ๆ ก็ดี หรือถ้าผู้ใดซึ่งพระราชบัญญัตินี้บังคับให้ตอบคำถามอันใดของพนักงานเจ้า หน้าที่มิได้ตอบคำถามอันนั้นโดยสัตย์จริงก็ดี หรือถ้าผู้ใดไม่ยอม หรือละเลยไม่ทำไม่รักษาไว้ซึ่งบันทึกเรื่องราว หรือทะเบียน หรือสมุดบัญชี หรือเอกสาร หรือตราสารอย่างอื่น ๆ ซึ่งพระราชบัญญัตินี้บังคับไว้ก็ดี หรือถ้าผู้ใดปลอมแปลงหรือใช้เมื่อปลอมแปลงแล้วซึ่งเอกสารบันทึกเรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นที่พระราชบัญญัตินี้บังคับไว้ให้ทำ หรือที่ใช้ในกิจการใด ๆ เกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ก็ดี หรือแก้ไขเอกสารบันทึกเรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นภายหลังที่ได้ออกไปแล้วในทางราชการก็ดี หรือปลอมดวงตรา ลายมือชื่อ ลายมือชื่อย่อ หรือเครื่องหมายอย่างอื่นของพนักงานกรมศุลกากร หรือซึ่งพนักงานกรมศุลกากรใช้เพื่อการอย่างใด ๆ อันเกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ก็ดี ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


ติดต่อสอบถาม

ราย ละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ Customs Call Center โทร. 1164 หรือ Customs Clinic โทร. 02-667-7880-1 โทรสาร 02-667-7885  e-mail: customs_clinic@customs.go.th หรือท่าที่นำของเข้าหรือส่งของออก ตรวจสอบข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ที่ “ติดต่อเรา

Advertisements

Leave a comment

Filed under Uncategorized

การนำเงินตราออกนอกประเทศ

ตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 25 อาศัยอำนาจพระราชบัญญัติการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตรา พ.ศ. 2485 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 ตุลาคม 2550 และตามประกาศของกระทรวงการคลังว่าด้วยเรื่องการพกพาเงินต่างประเทศออกนอก ประเทศไทย ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2551 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎว่าด้วย เรื่องการนำเข้าและส่งออกเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศไทย
ตามกฎและ ประกาศกระทรวงการคลัง กำหนดว่าการนำเข้าและส่งออกเงินตราต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบธนบัตรและเหรียญ ต้องมีมูลค่าไม่เกิน 20,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ในขณะผ่านจุดศุลกากรทั้งขาเข้าและออก   โดยผู้โดยสารจะต้องกรอกและส่งแบบฟอร์มเพื่อสำแดงว่าได้นำเงินตราต่างประเทศ ทั้งขาเข้าและขาออกจากจุดตรวจศุลกากร โดยต้องให้เหมาะสมกับฐานะหรือความเหมาะสมในการพกพาในกระเป๋าส่วนตัวขณะเดิน ทางข้ามประเทศ

หากว่าบุคคลใดได้สำแดงจำนวนเงินที่พกพาไม่ตรงตามความ เป็นจริง เจ้าหน้าที่ตามเขตนั้นๆมีสิทธิจะซักถามข้อมูลเพิ่มเติมได้

การ สำแดงเงินตราต่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ผู้ โดยสาร ที่พกพาเงินตราต่างประเทศทั้งเข้าและออก ทั้งรูปแบบพันธบัตรและเหรียญ  ต้องมีมูลค่าไม่เกิน 20,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ  โดยต้องสำแดงและกรอกรายละเอียดตามนี้ และยื่นต่อเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง

1.    แบบฟอร์มการแสดงจำนวนเงินตราต่างประเทศ
2.    หนังสือเดินทาง
3.    บัตรโดยสารขึ้นเครื่อง

ผู้โดยสารขาเข้าที่ต้องการเอกสารการสำแดง เงินตราต่างประเทศสามารถขอรับเอกสารได้ที่เจ้าหน้าที่ศุลกากร ที่ช่องตรวจสีแดงได้

ส่วนผู้โดยสารขาออกสามารถสำแดงเงินตราต่าง ประเทศได้ที่เจ้าหน้าศุลกากร ชั้น4 อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ผู้ โดยสารไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการกรอกเอกสารครั้งนี้  โดยกระบวนการการสำแดงจะใช้เวลาภายใน 15 นาที หลังจากที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้รับเอกสารทั้งหมด


Leave a comment

Filed under Uncategorized

50 ปี สุนทรพจน์ ‘ข้าพเจ้ามีความฝัน’

ข้าพเจ้ามีความฝัน


มาร์ติน  ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (2472 – 2511) นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนคนผิวสี

เป็นประโยคอมตะในการสร้างประวัติศาสตร์อเมริกัน  แต่เดิมตั้งแต่ยุคค้าทาสเพื่อ
เป็นแรงงานในอุตสาหกรรม ซึ่งมีคนผิวดำส่วนใหญ่เป็นทาสในอุตสาหกรรม และ
ได้มีการต่อสู้่เพื่อให้ชนผิวสี  ได้มีสิทธิเสมอคนผิวขาว  และถูกลอบสังหารโดย
คนผิวขาว เมื่อ ปี 2511  ทำให้ได้ข้อคิดว่า การต่อสู้ทำให้เกิดผล เขาเป็นแรงบันดาล
ให้กับนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน และ ผู้ที่ต้องการแรงบันดาลใจ  ความฝันของเขา
เป็นจริงเมื่อเขาตายไปแล้ว

ศึกษาชีวิตเขา ต่อที่
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%99_%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C_%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%87_%E0%B8%88%E0%B8%B9%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C

ชาวอเมริกันนับหมื่นคน รวมตัวกันที่อนุสรณ์สถานลินคอล์น ในกรุงวอชิงตันดีซี เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของวันที่นาย มาร์ติน ลูเธอร์ คิง กล่าวสุนทรพจน์ครั้งประวัติศาสตร์ ที่ชื่อว่า “ข้าพเจ้ามีความฝัน” เพื่อปลุกเร้าให้ชาวอเมริกัน ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมกันทางเชื้อชาติ
นายเอริค โฮลเดอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ และนายมาร์ติน ลูเธอร์ คิง ที่สาม ลูกชายคนโตของนายมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ นักต่อสู้ต่อต้านการเหยียดสีผิวในสหรัฐฯ ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์รำลึกถึงการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมระหว่างคนผิวดำ และผิวขาว
เมื่อ 50 ปีที่แล้ว นายมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ กล่าวสุนทรพจน์ “ข้าพเจ้ามีความฝัน” ในการชุมนุมประท้วงของคนผิวสีที่กรุงวอชิงตันดีซี ต่อหน้าผู้คนกว่า 250,000 คน 
สุนทรพจน์นี้ได้รับการยกย่องโดยสื่อใหญ่แทบ ทุกสำนัก และช่วยให้รัฐบาลของประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคเนดี ผลักดันกฎหมายสิทธิพลเมืองผ่านรัฐสภาได้สำเร็จ
หลังจากสุนทรพจน์ครั้งนี้ นิตยสารไทมส์ยกย่องให้นายคิงเป็น “บุคคลแห่งปี” และปีถัดมา นายคิงก็กลายเป็นคนอายุน้อยที่สุดที่ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของสุนทรพจน์ “ผมมีความฝัน”
” เราไม่มีทางพอใจได้ ตราบใดที่คนผิวดำในมิสซิสซิปปี ยังไม่มีสิทธิเลือกตั้ง และคนผิวดำในนิวยอร์ก ยังรู้สึกว่าเลือกตั้งไปก็เท่านั้น
ไม่เลย เราจะไม่มีทางพอใจ และเราจะไม่พอใจ จนกว่า “ความยุติธรรมจะไหลรินเหมือนลำธาร และความเป็นธรรมไหลเชี่ยวเหมือนน้ำแก่ง”
ผมรู้ดีว่าคุณหลายคนเดินทางมาที่ชุมนุมนี้ อย่างลำบากตรากตรำ  คุณบางคนเพิ่งออกมาจากคุกอันคับแคบ  คุณบางคนมาจากพื้นที่ที่ผู้แสวงหาเสรีภาพถูกพัดเซด้วยพายุแห่งการข่มเหงและ ความป่าเถื่อนของตำรวจ
คุณทั้งหลายได้ผ่านความทุกข์ทรมาน ที่จะนำไปสู่การสร้างสิ่งใหม่
ผมฝัน ว่าวันหนึ่ง ประเทศนี้จะลุกขึ้นยืนหยัดกับความหมายที่แท้จริงของหลักของประเทศนี้ ที่ว่า “มนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน”
ผมฝัน ว่าวันหนึ่ง ที่เนินแดงของจอร์เจีย ลูกของอดีตทาส และลูกของอดีตนายทาส จะนั่งร่วมโต๊ะแห่งภราดรภาพ
ผมฝัน ว่าวันหนึ่ง มิสซิสซิปปี มลรัฐที่ระอุไปด้วยความร้อนของความอยุติธรรมและการกดขี่ จะกลายสภาพไปเป็นแหล่งน้ำกลางทะเลทราย ที่ชอุ่มไปด้วยเสรีภาพและความยุติธรรม
ผมฝัน ว่าวันหนึ่ง ลูกๆ ทั้ง 4 ของผมจะได้อยู่ในประเทศที่พวกเขาจะไม่ถูกพิพากษาด้วยสีผิว แต่ด้วยเนื้อแท้ของอุปนิสัย  วันนี้ผมมีความฝัน!
ผมฝัน ว่าวันหนึ่ง แม้แต่ในแอละแบมา ซึ่งเต็มไปด้วยนักเหยียดผิว และผู้ว่าการรัฐที่ปากเอ่ยเป็นแต่คำว่า “กฎหมายมลรัฐเป็นใหญ่”  เด็กผิวดำจะได้จูงมือกับเด็กผิวขาวในฐานะพี่น้อง  วันนี้ผมมีความฝัน!
ผมฝัน ว่าวันหนึ่ง หุบเขาทุกแห่งจะถูกยกสูง  เนินและภูจะถูกทับต่ำ  ที่ขรุขระจะถูกไถเรียบ  ที่บิดงอจะถูกดัดตรง  และเกียรติของพระเจ้าจะเปล่งประจักษ์แก่มนุษย์ทุกผู้ทุกนามเสมอกัน”

by Prach

28 สิงหาคม 2556 เวลา 17:38 น.

‘มาร์ติน ลูเธอร์ คิง’ : ‘คนดำที่อันตรายที่สุด’ ของ FBI

หลังจากนายมาร์ติน ลูเธอร์ คิง กล่าวสุนทรพจน์ชิ้นประวัติศาสตร์ และได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวาง มีส่วนช่วยผลักดันให้สภาคองเกรสผ่านกฎหมายสิทธิพลเมืองในเวลาต่อมา แต่เอกสารลับของสหรัฐฯ ที่เปิดเผยภายหลัง ระบุว่า หน่วยสืบสวนกลาง หรือเอฟบีไอ เชื่อว่านายคิง เป็น “คนดำที่อันตรายที่สุด” ในสหรัฐฯ
คณะกรรมการซึ่งสภาคองเกรสตั้งขึ้นภายหลัง เพื่อตรวจสอบหน่วยงานข่าวกรอง และหน่วยสืบสวนของสหรัฐฯ ตรวจเอกสารในอดีตของ FBI  แล้วพบว่า นายวิลเลียม ซัลลิแวน หัวหน้าฝ่ายข่าวกรองภายในประเทศของ FBI ในขณะนั้น เขียนในเอกสารชิ้นหนึ่งว่า “ส่วนตัว ข้าพเจ้าเชื่อว่า สุนทรพจน์ที่ทรงพลัง และปลุกเร้าของนายคิงเมื่อวานนี้ ทำให้เขามีอิทธิพลต่อมวลชนคนผิวดำ มากกว่าผู้นำคนผิวดำทุกคนรวมกัน ถ้าเรายังไม่เคยคิดว่าเขาเป็นเป้าหมาย เราก็ต้องพุ่งเป้าไปที่เขาโดยด่วน ในฐานะที่เขาเป็นคนดำที่อันตรายที่สุดในประเทศนี้ จากมุมมองด้านคอมมิวนิสต์ คนผิวดำ และความมั่นคง”
ในปีเดียวกัน นาย เจ เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ ผู้อำนวยการ FBI สั่งให้ FBI สืบข่าวกรองลับเกี่ยวกับอิทธิพลคอมมิวนิสต์ในหมู่คนผิวดำให้เข้มข้นขึ้น และได้ขอให้นายโรเบิร์ต เคเนดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในสมัยนั้น เซ็นยินยอมให้ FBI แอบดักฟังโทรศัพท์ของนายคิง โดยระบุว่า นายคิงอาจมีสายสัมพันธ์กับคอมมิวนิสต์  และนายเคเนดีก็ยินยอม
แต่หลังจากนั้นไม่กี่เดือน FBI ก็เพิ่มจำนวนไมโครโฟนและอุปกรณ์ดักฟังนายคิง ทั้งในสำนักงานและโรงแรมของนายคิง โดยไม่ได้ขอคำสั่งอนุญาตจากรัฐมนตรี
ข้อมูลที่ FBI ล้วงมาได้นั้น เผยให้เห็นอีกด้านหนึ่งของนายคิง กล่าวคือ มันบ่งชี้ว่านายคิงได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างลับๆ ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ทั้งๆ ที่นายคิงแต่งงานแล้วและมีลูก 4 คน  อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ล้วงมาไม่มีอะไรบ่งชี้ว่า นายคิงร่วมขบวนการคอมมิวนิสต์แต่อย่างใด
การล้วงข้อมูลของนายคิงนี้ อาจเป็นบทเรียนในสถานการณ์ปัจจุบันได้  นายเดวิด แกร์โรว์ นักประวัติศาสตร์รางวัลพูลิตเซอร์ กล่าวว่า สาธารณชนไม่ควรไว้ใจให้หน่วยงานข่าวกรองมีอำนาจล้วงข้อมูลใครก็ได้เอาเอง โดยไม่มีกลไกตรวจสอบ

by Prach

28 สิงหาคม 2556 เวลา 17:32 น.

Leave a comment

Filed under Uncategorized

US marks Martin Luther King ‘I have a dream’ speech

People gather by the Lincoln Memorial in Washington DC on 28 August 2013                                                                     Thousands of people have braved rain in Washington DC to commemorate a half century since Martin Luther King’s “I have a dream” speech

The US is commemorating the 50th anniversary of the March for Jobs and Freedom, the civil rights rally at which Martin Luther King Jr made his “I have a dream” speech.

President Barack Obama is to mark the occasion in Washington DC with an address from the same spot.

Members of the King family and veterans of the march will also be present.

Mr Obama, the first black US president, has described the 1963 protest as a “seminal event” in American history.

The march was considered a catalyst for civil rights reforms in the US.

President Obama is due to deliver his address at the Lincoln Memorial on the National Mall just after an organised ringing of bells by churches and other groups at 15:00 local time (19:00 GMT), to mark the exact time that Martin Luther King spoke on 28 August 1963.

Mr Obama will be joined by former Presidents Bill Clinton and Jimmy Carter, as well as prominent African Americans.

Chat show host Oprah Winfrey and actors Forest Whitaker and Jamie Foxx led the celebrity contingent.

On Saturday, thousands of people, including King’s eldest son, marched to the Lincoln Memorial to mark the milestone anniversary.

Half a century earlier, Martin Luther King led some 250,000 protesters down the same strip and delivered his famous speech from its steps.

‘I have a dream’ revisited

 

Stevie Wonder, Malala, Maya Angelou and Dalai Lama

“I have a dream that my four little children will one day live in a nation where they will not be judged by the colour of their skin but by the content of their character,” he said, in one of the most celebrated pieces of American oratory.

His address marked the peak of a series of protests against racial discrimination that had begun when seamstress Rosa Parks refused to give up her bus seat for a white passenger in 1955.

Her action sparked a bus boycott campaign across Montgomery, Alabama.

Marchers opened Wednesday’s damp commemoration by walking the streets of Washington DC behind a replica of the transit bus that Parks once rode.

King became a dominant force in the movement and so was called on to make the final speech at the march.

 

Many African Americans say King’s dream is still not a reality

He advocated the use of non-violent tactics such as sit-ins and protest marches, and was awarded the Nobel peace prize in 1964.

Four years later, his assassination led to rioting in more than 100 US cities.

Organisers of Wednesday’s commemoration are focusing beyond racial issues to address the environment, gay rights and the challenges faced by those with disabilities, among other matters.

In an interview on Tuesday with a radio show, President Obama said he imagines that King “would be amazed in many ways” about the social progress made since that speech.

He cited the prominent role of many African-Americans in the political and business spheres, as well as equal rights before the law.

Mr Obama, whose own oratory is often praised, said his address on Wednesday would not match that by the civil rights leader.

“It won’t be as good as the speech 50 years ago,” he said. “I just want to get that out there early.”

“When you are talking about Dr King’s speech at the March on Washington,” he added, “you’re talking about one of the maybe five greatest speeches in American history.”

Are you going to Washington to mark the occasion? You can send us your comments using the form below.

(http://www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-23861859)

Leave a comment

Filed under Uncategorized

ภาษาใหม่ยอดนิยม ที่คนใช้กันทั่วโลก

เชื่อ ว่าหลายท่านอาจจะยังไม่รู้จักภาษาGloblish ว่าคืออะไร ?ที่มีมายังไง? และทำไมปัจจุบันนี้มีผู้สนใจหันมาใช้กันมากขึ้น โดยภาษา Globlish นั้นมีที่มาจาก (Globlish+English) หมายถึง ภาษาอังกฤษเวอร์ชั่นง่ายที่ใช้ศัพท์พลังสูงเพียง 1,500 คำซึ่งใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันและด้วยไวยากรณ์ง่ายๆไม่ซับซ้อนเหมือนภาษา อังกฤษเต็มรูป จนขณะนี้ระบาดไปทั่วรองจากภาษาแม่

ภาษาอังกฤษเต็มรูปเป็นภาษาที่ยาก มีไวยากรณ์ค่อนข้างซับซ้อน มีกิริยา 3 ช่องใช้จำ ทั้งต้องใช่ประธานให้สออดคล้องกับคำกริยาซึ่งยากแก่การจดจำและทำความเข้าใจ เป็นอย่างยิ่ง บางคนนั้นเรียนมาเกือบ 12-15 ปียังไม่ค่อยจะก้าวหน้าไปไหนด้วยซ้ำ

สถิติที่น่าแปลกใจคือ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่มีเพียง 400 ล้านคน แต่ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษควบคู่กับภาษาของตนหรือใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง มีถึง 3,500 ล้านคน ในจำนวนนี้มีประเทศจีนที่มีคนพูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองถึง 350 ล้านคน อินเดีย 1,000 ล้านคน ในปัจจุบัน คนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี จะหันไปเรียนภาษา Globlish กันมากขึ้น

สังเกตได้จากตัวอย่างการ์ตูนข้างบนก็แล้วกัน แทนที่จะพูดภาษาอังกฤษยืดยาว ใช้ภาษา Globlish เพียง 2 คำ ก็สื่อสารกันรู้เรื่องแล้ว ขณะนี้ทั้งโลกกำลังตื่นตัวกับภาษา Globlish อย่าตก trend แล้วกันนะคะ อย่างน้อยก็รู้จักว่ามันคืออะไรไว้ก็ยังดีค่ะ 

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน  และ http://www.newsweek.com/2010/06/12/glob-ish.html
รียบเรียงโดย : TellmeMoreClub.com

เชื่อ ว่าหลายท่านอาจจะยังไม่รู้จักภาษาGloblish ว่าคืออะไร ?ที่มีมายังไง? และทำไมปัจจุบันนี้มีผู้สนใจหันมาใช้กันมากขึ้น โดยภาษา Globlish นั้นมีที่มาจาก (Globlish+English) หมายถึง ภาษาอังกฤษเวอร์ชั่นง่ายที่ใช้ศัพท์พลังสูงเพียง 1,500 คำซึ่งใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันและด้วยไวยากรณ์ง่ายๆไม่ซับซ้อนเหมือนภาษา อังกฤษเต็มรูป จนขณะนี้ระบาดไปทั่วรองจากภาษาแม่

ภาษาอังกฤษเต็มรูปเป็นภาษาที่ยาก มีไวยากรณ์ค่อนข้างซับซ้อน มีกิริยา 3 ช่องใช้จำ ทั้งต้องใช่ประธานให้สออดคล้องกับคำกริยาซึ่งยากแก่การจดจำและทำความเข้าใจ เป็นอย่างยิ่ง บางคนนั้นเรียนมาเกือบ 12-15 ปียังไม่ค่อยจะก้าวหน้าไปไหนด้วยซ้ำ

สถิติที่น่าแปลกใจคือ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่มีเพียง 400 ล้านคน แต่ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษควบคู่กับภาษาของตนหรือใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง มีถึง 3,500 ล้านคน ในจำนวนนี้มีประเทศจีนที่มีคนพูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองถึง 350 ล้านคน อินเดีย 1,000 ล้านคน ในปัจจุบัน คนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี จะหันไปเรียนภาษา Globlish กันมากขึ้น

สังเกตได้จากตัวอย่างการ์ตูนข้างบนก็แล้วกัน แทนที่จะพูดภาษาอังกฤษยืดยาว ใช้ภาษา Globlish เพียง 2 คำ ก็สื่อสารกันรู้เรื่องแล้ว ขณะนี้ทั้งโลกกำลังตื่นตัวกับภาษา Globlish อย่าตก trend แล้วกันนะคะ อย่างน้อยก็รู้จักว่ามันคืออะไรไว้ก็ยังดีค่ะ 

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน  และ http://www.newsweek.com/2010/06/12/glob-ish.html
รียบเรียงโดย : TellmeMoreClub.com

– See more at: http://www.tellmemoreclub.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a/#sthash.mx3gcphj.dpuf

เชื่อ ว่าหลายท่านอาจจะยังไม่รู้จักภาษาGloblish ว่าคืออะไร ?ที่มีมายังไง? และทำไมปัจจุบันนี้มีผู้สนใจหันมาใช้กันมากขึ้น โดยภาษา Globlish นั้นมีที่มาจาก (Globlish+English) หมายถึง ภาษาอังกฤษเวอร์ชั่นง่ายที่ใช้ศัพท์พลังสูงเพียง 1,500 คำซึ่งใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันและด้วยไวยากรณ์ง่ายๆไม่ซับซ้อนเหมือนภาษา อังกฤษเต็มรูป จนขณะนี้ระบาดไปทั่วรองจากภาษาแม่

ภาษาอังกฤษเต็มรูปเป็นภาษาที่ยาก มีไวยากรณ์ค่อนข้างซับซ้อน มีกิริยา 3 ช่องใช้จำ ทั้งต้องใช่ประธานให้สออดคล้องกับคำกริยาซึ่งยากแก่การจดจำและทำความเข้าใจ เป็นอย่างยิ่ง บางคนนั้นเรียนมาเกือบ 12-15 ปียังไม่ค่อยจะก้าวหน้าไปไหนด้วยซ้ำ

สถิติที่น่าแปลกใจคือ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่มีเพียง 400 ล้านคน แต่ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษควบคู่กับภาษาของตนหรือใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง มีถึง 3,500 ล้านคน ในจำนวนนี้มีประเทศจีนที่มีคนพูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองถึง 350 ล้านคน อินเดีย 1,000 ล้านคน ในปัจจุบัน คนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี จะหันไปเรียนภาษา Globlish กันมากขึ้น

สังเกตได้จากตัวอย่างการ์ตูนข้างบนก็แล้วกัน แทนที่จะพูดภาษาอังกฤษยืดยาว ใช้ภาษา Globlish เพียง 2 คำ ก็สื่อสารกันรู้เรื่องแล้ว ขณะนี้ทั้งโลกกำลังตื่นตัวกับภาษา Globlish อย่าตก trend แล้วกันนะคะ อย่างน้อยก็รู้จักว่ามันคืออะไรไว้ก็ยังดีค่ะ 

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน  และ http://www.newsweek.com/2010/06/12/glob-ish.html
รียบเรียงโดย : TellmeMoreClub.com

– See more at: http://www.tellmemoreclub.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a/#sthash.mx3gcphj.dpuf

‡                        เชื่อว่าหลายท่านอาจจะยังไม่รู้จัก ภาษาGloblish ว่าคืออะไร ?ที่มีมายังไง? และทำไมปัจจุบันนี้มีผู้สนใจหันมาใช้กันมากขึ้น โดยภาษา Globlish นั้นมีที่มาจาก (Globlish+English) หมายถึง ภาษาอังกฤษเวอร์ชั่นง่ายที่ใช้ศัพท์พลังสูงเพียง 1,500 คำซึ่งใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันและด้วยไวยากรณ์ง่ายๆไม่ซับซ้อนเหมือนภาษา อังกฤษเต็มรูป จนขณะนี้ระบาดไปทั่วรองจากภาษาแม่

ภาษาอังกฤษเต็มรูปเป็นภาษาที่ยาก มีไวยากรณ์ค่อนข้างซับซ้อน มีกิริยา 3 ช่องใช้จำ ทั้งต้องใช่ประธานให้สออดคล้องกับคำกริยาซึ่งยากแก่การจดจำและทำความเข้าใจ เป็นอย่างยิ่ง บางคนนั้นเรียนมาเกือบ 12-15 ปียังไม่ค่อยจะก้าวหน้าไปไหนด้วยซ้ำ

สถิติที่น่าแปลกใจคือ ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่มีเพียง 400 ล้านคน แต่ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษควบคู่กับภาษาของตนหรือใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง มีถึง 3,500 ล้านคน ในจำนวนนี้มีประเทศจีนที่มีคนพูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองถึง 350 ล้านคน อินเดีย 1,000 ล้านคน ในปัจจุบัน คนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี จะหันไปเรียนภาษา Globlish กันมากขึ้น

สังเกตได้จากตัวอย่างการ์ตูนข้างบนก็แล้วกัน แทนที่จะพูดภาษาอังกฤษยืดยาว ใช้ภาษา Globlish เพียง 2 คำ ก็สื่อสารกันรู้เรื่องแล้ว ขณะนี้ทั้งโลกกำลังตื่นตัวกับภาษา Globlish อย่าตก trend แล้วกันนะคะ อย่างน้อยก็รู้จักว่ามันคืออะไรไว้ก็ยังดีค่ะ 

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน  และ http://www.newsweek.com/2010/06/12/glob-ish.html
รียบเรียงโดย : TellmeMoreClub.com

– See more at: http://www.tellmemoreclub.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%8a/#sthash.mx3gcphj.dpuf

Leave a comment

Filed under Uncategorized

คำศัพท์ภาษาอังกฤษในร้ายขายยา

                        บางครั้งที่เราต้องการไปซื้อยาเพราะรู้สึกไม่สบายมีอาการไอ เจ็บคอเป็นหวัดเล็กน้อยแต่ดันไม่รู้ชื่อยานี่สิ เลยบอกไม่ถูกว่าจะเอาอันไหน ดังนั้นวันนี้เองเราจึงได้รวบรวมคำศัพท์เกี่ยวกับร้านขายยามาฝากสำหรับคนที่ อาจจะไปอยู่เมืองนอกหรือศึกษาต่อที่นั่นกันค่ะ งั้นเราลองไปดูกันเลย….

Antacid ยาลดกรด
Aspirin ยาแอสไฟริน
Antiseptic ยาฆ่าเชื้อ
Antibiotic ยาปฏิชีวนะ
Bandages ผ้าพันแผล
Band aid ผ้าพันแผล
Burn ointment filled แผลน้ำร้อนลวก
Birth control pills ยาคุมกำเนิด
Capsules แคบซูล
Cough medicine ยาแก้ไอ
Cold medicine ยาแก้หวัด
Cream ครีม
Eye drops ยาหยอดตา
Ear drops ยาหยอดหู
Fever reducer ยาลดไข้
Flu medicine ยาแก้หวัด
Gel เจล
Gauze ผ้ากอซ
Insect repillant ยากันยุง
Laxative ยาระบาย
Over-the-counter painkiller ยาแก้ปวด
Pharmacy, Drugstore ร้านขายยา
Prescription ใบสั่งยา
Sleeping pills ยานอนหลับ
Sore throat medicine ยาแก้เจ็บคอ
Toothache medicine ยาแก้ปวดฟัน
Vitamins วิตามิน
Wound แผล
ice pack ถุงน้ำแข็งประคบเย็น
wheelchair เก้าอี้ล้อ

เป็นไงบ้างค่ะคำศัพท์ที่เรานำมาฝากไม่ได้ยากเลยใช่ไหมค่ะ ยังไงก็อย่าลืมคำศัพท์ที่เรานำมาฝากนี้ไปไปใช้บ้างนะคะ

 

คำศัพท์ภาษาอังกฤษในร้ายขายยา

  โพสเมื่อ: วันพุธ 21 สิงหาคม 2013, หมวดหมู่ ห้องเรียนภาษาอังกฤษ, เกร็ดความรู้ภาษาอังกฤษ เข้าดู 63 ครั้ง

                     บางครั้งที่เราต้องการไปซื้อยาเพราะรู้สึกไม่สบายมีอาการไอ เจ็บคอเป็นหวัดเล็กน้อยแต่ดันไม่รู้ชื่อยานี่สิ เลยบอกไม่ถูกว่าจะเอาอันไหน ดังนั้นวันนี้เองเราจึงได้รวบรวมคำศัพท์เกี่ยวกับร้านขายยามาฝากสำหรับคนที่ อาจจะไปอยู่เมืองนอกหรือศึกษาต่อที่นั่นกันค่ะ งั้นเราลองไปดูกันเลย…..

Antacid ยาลดกรด
Aspirin ยาแอสไฟริน
Antiseptic ยาฆ่าเชื้อ
Antibiotic ยาปฏิชีวนะ
Bandages ผ้าพันแผล
Band aid ผ้าพันแผล
Burn ointment filled แผลน้ำร้อนลวก
Birth control pills ยาคุมกำเนิด
Capsules แคบซูล
Cough medicine ยาแก้ไอ
Cold medicine ยาแก้หวัด
Cream ครีม
Eye drops ยาหยอดตา
Ear drops ยาหยอดหู
Fever reducer ยาลดไข้
Flu medicine ยาแก้หวัด
Gel เจล
Gauze ผ้ากอซ
Insect repillant ยากันยุง
Laxative ยาระบาย
Over-the-counter painkiller ยาแก้ปวด
Pharmacy, Drugstore ร้านขายยา
Prescription ใบสั่งยา
Sleeping pills ยานอนหลับ
Sore throat medicine ยาแก้เจ็บคอ
Toothache medicine ยาแก้ปวดฟัน
Vitamins วิตามิน
Wound แผล
ice pack ถุงน้ำแข็งประคบเย็น
wheelchair เก้าอี้ล้อ

เป็นไงบ้างค่ะคำศัพท์ที่เรานำมาฝากไม่ได้ยากเลยใช่ไหมค่ะ ยังไงก็อย่าลืมคำศัพท์ที่เรานำมาฝากนี้ไปไปใช้บ้างนะคะ

 

0

 

0

twitte

– See more at: http://www.tellmemoreclub.com/%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%8c%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2/#sthash.proTENwo.dpuf

Leave a comment

Filed under Uncategorized

10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของคนไทยในต่างแดน

คนไทยที่มาอยู่ต่างประเทศ ต่างที่ต่างถิ่น เชื่อได้เลยว่าร้อยทั้งร้อยจะต้องคิดถึงกับข้าวไทยกันอย่าง แน่นอน! แต่การไปหาซื้อกินตามร้านอาหารไทยนั้น นอกจากจะราคาแพงลิบแล้ว บางครั้งทางร้านยังทำอาหารรสชาติเอาใจฝรั่งอีก (แบบว่าไม่แซ่บถูกใจเราเลยอ้ะ!) หรือถ้าแย่หน่อย บางเมืองก็ไม่มีร้านอาหารไทยเลยซักร้าน (- -“) แบบนี้มันน่าขัดใจจริงๆเลยใช่มั้ยล่ะคะ แล้วทางออกที่ดีที่สุดจะเป็นอะไรไปได้ นอกเสียจากทำอาหารไทยรับประทานเอง! แล้วอาหารไทยเมนูไหนกันนะ ที่เป็นที่ยอดฮิตของคนไทยในการทำกับข้าวรับประทานกันเอง? เอาเป็นว่าเราไปดู 10 อันดับเมนูยอดฮิต กันดีกว่าค่ะ

 

10. แกงส้ม

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน
แกงที่มีรสชาติเปรี้ยว หวาน และเผ็ด ที่จะอย่างไรก็ไม่มีแกงชาติไหนอร่อยเทียบเท่านี้ เป็นแกงที่ใครหลายต่อหลายคนคิดถึงเมื่อต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ แต่แน่นอนว่าส่วนผสมที่สำคัญที่จะทำให้แกงชนิดนี้อร่อยหรือไม่นั้น อยู่ที่ “เครื่องแกง” ใช่มั้ยล่ะคะ แต่แหม…อยู่เมืองนอกบางครั้งส่วนประกอบต่างๆมันก็ต้องหาเอาตามมีตามเกิด นั่นแหละเนอะ ในจุดนี้ หากว่าน้องๆเป็นสาวกแกงส้มเดอะสตาร์ 8 เย้ย! ไม่ใช่! หากว่าน้องๆชอบรับประทานแกงส้มมากๆ ขอแนะนำให้เราพกเครื่องแกงไปเองเลยค่ะ! อย่าได้ต้องไปง้องอนเครื่องปรุงส่วนผสมอะไรที่หายากแสนยากเอาที่นู่นเลย (อย่างกะปิ หรือ น้ำมะขามเปียกอย่างงี้ – -“)

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน

หากว่าเราพกเครื่องแกงของแกงส้มไปด้วยแล้วล่ะก็ ทีนี้ล่ะสบายเลย เราก็แค่หาซื้อผักเอาตามภูมิประเทศที่มีเอามาใส่ลงไปในแกงได้ตามแต่ใจชอบเลย ค่ะ แต่ทีนิยมและดูเหมือนจะหาซื้อง่ายในหลายพื้นที่หน่อย ก็คงจะเป็น ผักกาด หรือไม่ก็ดอกกะหล่ำนี่แหละค่ะ ใส่กุ้งลงไปซักหน่อย กลายเป็นแกงส้มผักกาดกุ้ง รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ…โอ้โห อร่อยอย่าบอกใครเชียว!
9. แกงเขียวหวาน

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน
อีกแกงหนึ่งที่เป็นที่นิยมในลำดับต่อมาก็คือ Green Cury หรือแกงเขียวหวานนี่เองค่ะ แต่เช่นเดียวกันกับแกงส้ม แกงเขียวหวานก็มีหัวใจหลักสำคัญในการทำอยู่ที่เครื่องแกงเหมือนกันค่ะ ใครสามารถพก เครื่องแกงเขียวหวาน ติด ไม้ติดมือไปด้วยได้ล่ะก็ มันก็คือขุมทรัพย์แห่งการทำอาหารของเราดีๆนี่เองค่ะ เพราะพริกแกงเขียวหวาน นอกจากจะใช้ทำแกงเขียวหวานแล้ว น้องๆยังสามารถนำมาดัดแปลงใช้เป็นเครื่องแกงในการผัดเนื้อสัตว์ต่างๆ กลายเป็นผัดแกงเขียวหวานอย่างแห้งก็ได้ หรือหากใส่ข้าวสวยลงไปผัดในกระทะด้วย ก็จะได้ข้าวผัดแกงเขียวหวานอีกเมนูหนึ่งด้วย

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน

แต่หลายๆคน มักจะมีปัญหากับการตามหาผักมาใส่ในแกงเขียวหวาน เพราะ “มะเขือเปราะ” และ “มะเขือพวง” หากันไม่ได้ง่ายๆในต่างประเทศ แต่ปัญหาข้อนี้น้องๆไม่ต้องกังวลแต่อย่างใดค่ะ เพราะเราสามารถที่จะใส่ มะเขือม่วง แทนได้ หรือซื้อ หน่อไม้กระป๋อง มาใส่ก็อร่อยไปอีกแบบหนึ่ง หากว่าใครอยากจะทดลองรสชาติแปลกใหม่ แอบกระซิบว่าพริกหวานก็เข้ากันดีไม่ใช่เล่นๆเลยล่ะค่ะ ลองเอาไปทำทานกันดู

 

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน

8. ผัดกระเพรา

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน
อีกเมนูยอดฮิตของคนไทย ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็มักเป็นเมนูที่คนไทยคิดถึง (โดยเฉพาะเวลาไม่รู้จะกินอะไรดี มักจะคิดถึงว่า…ถ้าเป็นที่เมืองไทยนะ สั่งข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวไปแล้ว!) แล้วเมนูนี้ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่มีเนื้อสัตว์ จะเป็นเนื้ออะไรก็ได้ค่ะ หมู กุ้ง เนื้อ ไก่ หรือแม้แต่ไก่งวง! แต่ที่สำคัญที่จะขาดไปไม่ได้ ก็ต้อง “ใบกะเพรา” นี่ล่ะค่ะ เจ้าตัวปัญหาของเรา เพราะหลายคนอาจหาไม่ได้ในท้องถิ่นที่เราไปใช้ชีวิต แต่จะไปหาใบอย่างอื่นมาใส่แทนก็ยังไงๆอยู่ (ก็แหม…มันคือ ผัด “กะเพรา” ถ้าไม่ให้ใส่ใบกะเพรา มันก็ผัดใบอื่น ไม่ใช่ใบกะเพราน่ะสิ เนอะ!)

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน

แต่หลายคนอาจจะไม่ทราบ ว่าจริงๆแล้วใบกะเพรานั้นหาง่ายกว่าที่คิดค่ะ! เพียงแต่หลายคนอาจจะไม่รู้จักมันในชื่อภาษาอังกฤษเท่านั้น ซึ่งกะเพราในภาษาอังกฤษเราเรียกว่า Holy Basil นั่นเองค่ะ แต่อย่าสับสนกับ Basil อื่นๆนะคะ หลายคนซื้อผิดเป็น Sweet Basil ซึ่งเป็นใบโหระพาค่ะ (จริงๆแล้วซื้อผิดก็ไม่เป็นไรหรอกเนอะ เพียงแค่ได้ทานผัดโหระพาแทนเท่านั้นเอง ^^) หรือจะตัดปัญหา พกพาเครื่องกะเพราสำเร็จรูปไปด้วยเลย ก็ง่ายไปอีกแบบค่ะ (มีขายค่ะ เพียงแต่อาจไม่ได้รสชาติกะเพราถึงใจเท่านั้นเอง)

 
7. ยำวุ้นเส้น

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน
เมนูนี้เป็นอีกเมนูหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเมนูที่ทำง่าย และใช้ส่วนผสมในการปรุงที่สามารถหาได้ไม่ยากนัก เหมาะมากๆสำหรับเวลาที่ไปรับประทานอาหารเลี่ยนๆมา หรือเจอแต่อาหารรสชาติจืดๆจนเบื่อ และอยากรับประทานอาหารรสจัดจ้านที่ทำเองได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก ยำวุ้นเส้นนี่ล่ะค่ะคือคำตอบของเรา

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน

วิธีทำก็แค่นำส่วนผสมต่างๆที่ทำให้สุก (ลวกวุ้นเส้น และเนื้อสัตว์ต่างๆ ตามแต่ที่เราต้องการเลยค่ะ) มาปรุงรสด้วยน้ำปลา มะนาว และน้ำตาล จากนั้นก็คลุกๆๆ ซอยหอม ซอยพริกขี้หนู (หรือพริกอะไรที่มีขายตามท้องตลาดในประเทศนั้นๆ ที่มีรสชาติเผ็ด) แล้วโรยหน้าด้วยคึ้นช่าย (ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ เอาเท่าที่มีนั่นแหละ) เท่านี้ก็ได้ยำวุ้นเส้นรสชาติจัดจ้านสมใจแล้วค่ะ
6. ส้มตำ + ลาบ + น้ำตก อาหารอีสานครบเซ็ท!

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน
เมนูนี้ รับประกันความยอดฮิต 100%! ใครได้ไปอยู่ในต่างประเทศรับรองว่าจะต้องคิดถึง ส้มตำ ลาบ น้ำตก กันอย่างแน่นอนเลยล่ะค่ะ แต่ที่เมนูนี้ไม่ใช่เมนูฮิตอันดับ 1 ของเรา ก็เป็นเพราะว่าส่วนผสมในการทำที่หาได้ค่อนข้างยากนั่นเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มะละกอดิบ!!
มะละกอเปรียบเสมือนเป็นหัวใจสำคัญของส้มตำ แต่การตามหามะละกอดิบในบางประเทศนั้น มันยากพอๆกับการเรียนให้ได้เกรด A เลยล่ะค่ะ! (เชื่อว่าเปรียบเทียบอย่างนี้ หลายๆคนคงเข้าใจถึงความยากนั้นได้ดี 555+) ฉะนั้นใครที่อยากทานส้มตำแต่ไม่มีมะละกอ พี่ขอแนะนำให้ลองใช้ผัก Swede หรือ Rutabaga แทนค่ะ ถึงจะไม่ได้รสชาติเหมือนมะละกอเป๊ะๆ แต่ก็อร่อยไปอีกแบบหนึ่งค่ะ

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน

 

 

  Tips

พืชผักสวนครัวต่างๆ ที่เรามักจะใช้ในการทำอาหารไทย แต่ในต่างประเทศอาจจะหาได้ยาก หรือมีราคาค่อนข้างสูง แนะนำให้ลองปลูกเองเลยค่ะ! ลองดูก่อน…ปลูกแล้วขึ้นไม่ขึ้นค่อยว่ากัน… เพราะถ้ามันขึ้นแล้วล่ะก็ โอ้โห ประหยัดได้มากทีเดียวค่ะ แถมเวลาจะใช้ยังไม่ต้องออกไปตามหาให้เหนื่อย เด็ดใช้จากต้นของเราเองนี่แหละค่ะ สุดยอดเลย!

 

 

5. แกงจืดต่างๆ

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน

 

ในเวลาที่อากาศหนาวๆ อะไรจะดีไปกว่าการได้ซดน้ำซุปแกงจืดร้อนๆ หอมๆ แถมเมนูนี้ยังเป็นเมนูที่ทำได้ไม่ยากเลย แนะนำสำหรับคนที่ไม่เคยทำกับข้าว แล้วอยากจะลองทำเมนูอาหารไทยดูเองสักอย่าง แกงจืดนี่ล่ะค่ะทำได้ไม่ยากเลย ยิ่งถ้าใครมีซุปก้อนยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะไม่ต้องต้มกระดูกหมูให้เสียเวลา มีหม้อใบหนึ่งใส่น้ำเข้าไป ต้มจนน้ำเดือด แล้วก็โยนซุปก้อนลงไป โยนส่วนผสมที่เราอยากจะใส่ลงไป (เอาที่สุกยากๆลงไปก่อน แล้วค่อยใส่ที่สุกง่ายๆลงไปทีหลัง) ใครอยากได้แกงจืดอะไรก็หาส่วนผสมเอาตามนั้นเลยค่ะ ไม่ว่าจะแกงจืดกะหล่ำปลี แกงจืดผักกาด แกงจืดผักกวางตุ้ง หรือผักอะไรก็แล้วแต่ จะใส่เห็ด ใส่หมู ใส่แครอท ใส่เต้าหู้ลงไปด้วยก็ยิ่งดี ต้มทีละหม้อใหญ่ๆ แบ่งเพื่อนๆทานด้วยกันยิ่งอร่อยกว่าเดิมค่ะ (ใครเพิ่งหัดทำ ก็ได้โอกาสเรียกเพื่อนๆมาเป็นหนูทดลองให้เราด้วย 555+)

 
4. ต้มยำ

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน
ถ้ายังซดน้ำแกงจืดไม่สะใจพอ อีกเมนูหนึ่งที่เหมาะกับอากาศหนาวๆ ก็ต้องนี่เลยค่ะ เมนูต้มยำ! ซดน้ำต้มยำร้อนๆ รสชาติจัดจ้าน ท่ามกลางบรรยากาศหนาวๆยิ่งเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ และต้มยำก็เป็นอีกเมนูหนึ่งที่เป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติด้วย ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง ต้มยำไก่ ต้มยำปลา ฯลฯ ก็เหมาะที่จะทำอวดเพื่อนๆ เพื่อเพิ่มชื่อเสียงให้กับอาหารไทยได้เลยค่ะ (ถ้าทำอร่อยๆนะ 555+)
แต่การทำต้มยำนั้น เครื่องต้มยำก็เป็นอะไรที่ขาดไม่ได้ หากว่าใครไม่ได้มีเครื่องต้มยำชนิดสำเร็จรูปไว้เป็นตัวช่วย ก็อาจจะยากในการหาวัตถุดิบมาทำให้ครบเครื่องจริงๆ แต่ในบางประเทศหรือบางเมือง (ส่วนใหญ่จะเป็นเมืองที่นิยมอาหารไทย) เครื่องต้มยำก็ไม่ได้หายากอย่างที่คิดเลยค่ะ บางที่ยังขายเครื่องต้มยำกันเป็นชุดๆ เลยก็มี ส่วนใครที่ชอบต้มยำน้ำข้นและไม่มีกะทิ ก็สามารถใส่นมข้นจืดแทนกะทิได้ค่ะ ดีต่อสุขภาพด้วยนะ ^^

 

3. ผัดผักรวม

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน
เมนูนี้ เพียงแค่มีน้ำมันหอยเอาไว้ในอ้อมแขน ไปที่ไหนก็ไม่ต้องกลัว! จะบร็อคโคลี่ แครอท ผักกาด ผักคะน้า กวางตุ้ง หรือแม้กระทั่งผักที่ไม่มีชื่อไทย ก็สามารถนำมาผัดในแบบรสชาติไทยๆได้หมดเลยค่ะ ดังนั้นเมนูนี้จึงเป็นอะไรที่คนไทยมักจะทำรับประทานกันเอง เพราะทำง่ายและใช้วัตถุดิบที่มีตามท้องตลาดมาประยุกต์ได้หมด แถมยังเป็นเมนูผักๆที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย

 

2. ข้าวผัด

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน
อีกเมนูหนึ่งที่เหมาะมากๆสำหรับใครที่ยังไม่เคยเข้าครัวมาก่อนเลยในชีวิต เพราะข้าวผัดเป็นอะไรที่ทำได้ง่ายมากๆ เพียงแต่มีข้าวสวย มีไข่ไก่ มีเนื้อสัตว์ มีต้นหอม เท่านี้ก็ทำข้าวผัดแบบง่ายๆได้แล้ว เพียงแต่ผัดเนื้อสัตว์กับไข่ จากนั้นใส่ข้าวลงไปผัดด้วย ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล โรยด้วยต้นหอม เท่านี้ก็ได้เมนูง่ายๆ ที่ทานอร่อยอย่างคนไทยมาอีกเมนูหนึ่งค่ะ ใครอยากรับประทานแบบเต็มสูตร ก็ทอดไข่ดาวโปะลงไปบนหน้าข้าวผัดอีกใบ เท่านี้ก็ได้แล้วค่ะ เมนูข้าวผัดของเด็กไทย ^^
1. ไข่เจียว

เด็กดีดอทคอม :: 10 เมนูยอดฮิตทำกินเองของนักเรียนไทยในต่างแดน
ไม่มีคนไทยคนไหนที่ไปต่างประเทศ แล้วไม่เคยทำไข่เจียวรับประทาน ถึงไม่เคยทำอาหารทานเอง อย่างน้อยๆก็ต้องขอให้เพื่อน หรือญาติ หรือคนรู้จักทำให้ หรือไม่ก็ต้องเข้าร้านอาหารไทยไปหากินนั่นแหละ เอ้า! (ชักเถียงไปข้างๆ คูๆ…)ก็แหม เมนูไข่เจียวเป็นอะไรที่คนไทยรับประทานกันในทุกครอบครัวเลยใช่มั้ยล่ะค่ะ ทานได้ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ แถมยังทำง่ายสุดๆยิ่งกว่าเมนูไหนใน 9 อันดับที่ผ่านมาเสียอีก วัตถุดิบก็ใช้เพียงแค่ไข่ไก่ กับน้ำปลา ทอดทานกับข้าวสวยร้อนๆ…โอ้โห ง่ายด้วย อร่อยด้วย แบบนี้จะไม่ยกให้เป็นอันดับหนึ่งของเมนูยอดฮิตได้ยังไงล่ะ จริงมั้ยล่ะคะ ^^

 

และนั่น ก็คือ 10 เมนูฮิต ที่คนไทยนิยมทำรับประทานกันเองค่ะ มีเมนูไหนเป็นเมนูโปรดโดนใจของเพื่อน ๆ กันบ้างหรือเปล่าคะ? ใครที่กำลังจะไปเมืองนอกแล้วต้องทำอาหารรับประทานกันเองล่ะก็ ลองนำเมนูยอดฮิตเหล่านี้ไปทำกันดูได้เลยนะคะ รับรองว่านอกจากจะทำได้ง่ายๆแล้ว ยังช่วยให้หายคิดถึงอาหารไทยได้อย่างแน่นอนเลยล่ะจ้า ^0^

Leave a comment

Filed under Uncategorized

Snowden granted 1-year asylum in Russia, leaves airport (PHOTOS)

NSA whistleblower Edward Snowden has been granted temporary asylum in Russia and is allowed to enter the country’s territory.

The whistleblower has been granted temporary asylum in Russia, Snowden’s legal representative Anatoly Kucherena said, with his words later confirmed by Russia’s Federal Migration service.

“I have just handed over to him papers from the Russian Immigration Service. They are what he needs to leave the transit zone,” he added.

Kucherena showed a photocopy of the document to the press. According to it, Snowden is free to stay in Russia until at least July 31, 2014. His asylum status may be extended annually upon request.

With his newly-awarded legal status in Russia, Snowden cannot be handed over to the US authorities, even if Washington files an official request. He can now be transported to the United States only if he agrees to go voluntarily.

A statement by the WikiLeaks has revealed the words Snowden said after he was handed the Russian asylum certificate.

“Over the past eight weeks we have seen the Obama administration show no respect for international or domestic law, but in the end the law is winning,” the NSA leaker stressed. “I thank the Russian Federation for granting me asylum in accordance with its laws and international obligations.”

Snowden departed at around 15.30 Moscow time (11.30 GMT), airport sources said. His departure came some 30 minutes before his new refugee status was officially announced.

His present location has not been made public nor will it be disclosed, Kucherena said.

“He is the most wanted person on earth and his security will be a priority,” the attorney explained. “He will deal with personal security issues and lodging himself. I will just consult him as his lawyer.”

Snowden eventually intends to talk to the press in Russia, but needs at least one day of privacy, Kucherena said.

The whistleblower was unaccompanied when he left the airport in a regular taxi, Kucherena added.

However, WikiLeaks contradicted the lawyer, saying the organization’s activist Sarah Harrison accompanied Snowden.

Russia is confident that the latest development in the Snowden case will not affect US President Barack Obama’s upcoming visit to Moscow, presidential aide Yuri Ushakov said.

“We are aware of the atmosphere being created in the US over Snowden, but we didn’t get any signals [indicating a possible cancellation of the visit] from American authorities,” he told RIA Novosti.

Snowden, a former CIA employee and NSA contractor, came to international prominence after leaking several classified documents detailing massive electronic surveillance by the US government and foreign allies who collaborated with them.

Photo of Edward Snowden leaving Sheremetyevo Airport (Video still from http://www.vesti.ru)

Photo of Edward Snowden leaving Sheremetyevo Airport (Video still from http://www.vesti.ru)

Snowden was hiding out in a Hong Kong hotel when he first went public in May. Amidst mounting US pressure on both Beijing and local authorities in the former-British colony to hand the whistleblower over for prosecution, Snowden flew to Moscow on June 23.

Moscow was initially intended as a temporary stopover on his journey, as Snowden was believed to be headed to Ecuador via Cuba. However, he ended up getting stranded at Sheremetyevo Airport after the US government revoked his passport. Snowden could neither leave Russia nor enter it, forcing him to remain in the airport’s transit zone.

In July, Snowden applied for temporary asylum in Russia, a status that would allow him to live and work in the country for one year. Kucherena earlier said the fugitive whistleblower is considering securing permanent residency in Russia, where he will attempt to build a life.

Leave a comment

Filed under Uncategorized