นักกีฬาทีมชาติกับคนขายฝัน ชีวิตสองภาคจอมพลังไทย

การเดินทางสู่พาราลิมปิกเกมส์ 2012 ของทีมจอมพลังไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขามาแบบไม่พร้อมเท่าใดนัก การบาดเจ็บที่รุมเร้า และโรคร้ายที่รังควานกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกคนรับรู้แต่ไม่สามารถจะแก้ไข

เพราะคือเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นหลังจากรวมทีมฝึกซ้อมได้ไม่ นาน อย่างไรก็ตาม ถึงไม่พร้อมแต่หัวใจมันสู้ ทุกคนเลยไม่ถอย และเดินทางมากรุงลอนดอน แบบที่เรียกว่า ”สู้ยิบตา”

พรพจน์ เปรมตุ่น และ สาคร ส้มสุ่น ผู้ฝึกสอนทีมยกน้ำหนักไทยเล่าให้ฟังว่านักกีฬาเจ็บ และซ้อมได้ไม่เต็มที่ เจอปัญหารุมมาตลอด 3 เดือนที่เก็บตัว ”ในทีมมีนักกีฬาบาดเจ็บมากกว่าปกติ ทีมชายเจ็บทั้งทีม ชูชาติ สุขเจริญ เจ็บไหล่ขวาพักไปเกือบเดือน ที่ผ่านมาซ้อมได้ก็ไม่เต็มที่ ณรงค์ แคสนั่น หลังปักกิ่งเกมส์ ป่วยเป็นโรคไวรัสลงตับนอนซบเกือบตายเป็นปี กลับมาซ้อมได้ก็เก่งแล้ว ทองสา มารศรี ก็เจ็บไหล่” โค้ชไทยบอกมา

แน่นอนอาการบาดเจ็บที่รบกวนทำให้ผลงานของพวกเขาต้องดิ่งลงเหว ชูชาติ สุขเจริญ รุ่น 52 กก. ชาย สถิติเคยเป็นที่ 3 ของโลก ใครต่อใครคาดหวังว่าเขาน่าติดเหรียญ สถิติที่เคยซ้อมที่ 175 กก. หากทำได้ไม่น่ากลับบ้านมือเปล่า แต่เมื่อเจ็บซ้อมไม่เต็มที่ผลงานที่ได้กลับทำไปแค่ 152 กก. อยู่เพียงที่ 7 เท่านั้น

ขณะที่ ณรงค์ แคสนั่น เจ้าของเหรียญทองแดง ปักกิ่งเกมส์ เมื่อ 4 ปีก่อน หลังเสร็จพาราลิมปิกเกมส์ ที่จีน ก็นอนซมมาตลอด ไม่มีใครคิดว่าจะเจอไวรัสเล่นงาน แค่นึกว่าป่วยธรรมดา เขาทนเป็นเดือนเกือบตาย พรพจน์ ต้องพาไปพบแพทย์รักษาตัวเป็นปี เหล็กจึงไม่เคยสัมผัส เขากลับมาอีกครั้งทำได้แค่ 162 กก. อยู่แค่ที่ 7 เช่นกัน

ส่วน ทองสา มารศรี พี่ใหญ่ของทีมผลงานเฉียบตั้งแต่ พาราลิมปิกเกมส์ ที่ซิดนีย์ เมื่อคว้าเหรียญทองแดงมาได้ และ 4 ปีถัดมากับ พาราลิมปิก ที่ประเทศกรีซ ก็คว้าเหรียญเงินมาครอง ติดโรคระบาดเจ็บไหล่ไปกับเขาด้วย ลอนดอนเกมส์ จึงทำได้แค่ 160 กก. อยู่ที่ 5

มีเพียง อรวรรณ บุตรโพธิ์ ที่น่าจะสมบูรณ์ที่สุด แต่คู่แข่งในรุ่นก็โหด และหินเหลือเกิน ความหวังคือขอแค่เหรียญทองแดง แต่สู้ไม่ไหวได้แค่ที่ 5 ด้วยสถิติตัวเลขสวย 111 กก.

ยกน้ำหนักไทยปิดฉากแบบไร้เหรียญ แต่คุณค่าของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่ชัยชนะ ทว่า มาจากหัวใจล้วนๆ เพราะรู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ได้ ยังหมั่นซ้อมพร้อมจะทำหน้าที่เพื่อประเทศ ทั้งๆ ที่ชีวิตของพวกเขาไม่ใช่เป็นเพียงแค่นักกีฬาทีมชาติ แต่บทบาทอีกด้านมีภาระที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัว และภาระนี้ก็น่าสนใจ เพราะพวกเขาต่างเป็น ”คนขายฝัน” เหมือนๆ กัน

ชูชาติ สุขเจริญ บอกว่าอาชีพขายลอตเตอรี่ก็เป็นอาชีพสุจริตที่คนพิการสามารถใช้หาเลี้ยงปาก เลี้ยงท้องได้ และไม่ต้องไปงอมือขอใครกิน แม้ว่ารายได้จะไม่มากจนร่ำรวย และต้องเสี่ยงพอสมควร แต่ก็สามารถอยู่ได้

  ”ผมพักอยู่แถวสีลม เลยยึดพื้นที่แถวนั้นเป็นที่ทำกิน ปั่นรถวีลแชร์ขายลอตเตอรี่ ก็ไม่มีอะไรมากหลังจากลอตเตอรี่ออกวันสองวันเราก็ไปที่กองสลากเตรียมซื้อ ลอตเตอรี่งวดต่อไปมาเตรียมขาย ช่วงวันแรกๆ อาจขายไม่ดี แต่วันท้ายๆ ใกล้หวยออกคนก็จะหาซื้อกันส่วนใหญ่จะเป็นวงจรแบบนี้” ชูชาติ บอกมา

แต่ละวันเขาต้องออกทำงานแต่เช้าเร่ขายฝันให้กับคนชอบเสี่ยง ออกจากบ้านตั้งแต่ 6 โมงเช้า กว่าจะกลับอีกทีก็ 3 ทุ่ม บางงวดโชคดีก็ขายลอตเตอรี่ได้หมด แต่ถ้างวดไหนโชคร้ายขายไม่หมดก็ต้องรับภาระมาลุ้นกันเอง ถ้าไม่ถูกก็เสียเปล่า ซึ่งนานๆ ครั้งถึงจะถูกได้เงินคืนสักที

  ”เราขายหวดมันเสี่ยงเหมือนกัน เพราะเราไปซื้อกับเอเยนต์อีกที ก็ได้ราคาสูงพอสมควร เราซื้อเหมามาขายไม่หมดก็ต้องรับผิดชอบเอง ต้องวัดดวงว่าจะถูกรางวัลหรือเปล่า ซึ่งเวลาถูกก็จะถูกรางวัลเลขท้ายเป็นส่วนใหญ่ มีแค่ครั้งเดียวที่ถูกรางวัลที่ 5 ถือว่าโชคดีไป มีงวดที่เหลือเยอะมากๆ คือช่วงวิกฤติบ้านเมืองผมเหลือเป็นร้อยๆ ใบ ขาดทุนยับเลย” เขาบอกว่ารายได้ไม่ได้มากอย่างที่หลายคนคิด แต่มันเพียงพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง และเหลือเก็บบ้างเท่านั้น ชูชาติ เล่ามา

ขณะที่ อรวรรณ บุตรโพธิ์ จอมพลังสาวสบายหน่อยที่ยึดพื้นที่บริเวณห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ บางกะปิ ทำเลทองที่กว่าจะได้มาต้องพึ่งบารมีผู้ใหญ่ เธอบอกว่าสมัยก่อนปั่นรถขายที่พัทยา ต้องทนแดดสู้ฝนอยู่นาน จนได้เหรียญรางวัลที่ปักกิ่งเกมส์ จึงได้ย้ายมาเมืองกรุง

”ตอนได้เหรียญปักกิ่งเกมส์ คุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ถามว่าเราทำงานอะไรก็บอกว่าปั่นรถขายลอตเตอรี่ ท่านเห็นว่ามันลำบากเลยติดต่อเพื่อนขอที่ให้เราไปขายที่ เดอะมอลล์ บางกะปิ เรียกว่าดีกว่าแต่ก่อนเยอะมาก ไม่ต้องไปตากแดดตากฝน และทำเลก็ดีมาก ต้องขอบพระคุณคุณจุตินันท์มากๆ”

สำหรับ อรวรรณ ก็ไม่ต่างจาก ชูชาติ ที่ต้องรับภาระเสี่ยงกับการขายลอตเตอรี่ไม่หมดเช่นกัน ส่วนรายได้ไม่ต่างกัน เพราะพออยู่พอกินพอเก็บเท่านั้น

ส่วน ทองสา มารศรี พี่ใหญ่ของทีมไม่ต้องรับภาระเสี่ยงเหมือนกับเพื่อนๆ เพราะเขาได้โควตาลอตเตอรี่มาจากคนรู้จัก จึงเหมาขายให้คนอื่น แต่ละเดือนไม่ต้องเหนื่อยก็ได้เงินพอเป็นค่าใช้จ่ายได้บ้าง

 ”ผมไปซื้อโควตามาจากคนรู้จักอีกทีไม่อยากเหนื่อยปั่นรถ ขายเลยเหมาขายเป็นเล่มให้กับคนอื่น ก็ได้กำไรบ้างพอเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนบางงวดไม่มีใครซื้อก็ต้องปั่นรถขายเอง ยึดทำเลแถวพระประแดง” ทองสา เล่าให้ฟัง

  การขายลอตเตอรี่ที่เป็นอาชีพอิสระแบบนี้ แม้มองว่าเป็นกิจการตัวเอง แต่ที่สำคัญคือพวกเขาจะหยุดพักไม่ได้ แม้ว่าจะติดทีมชาติ และฝึกซ้อมก็ตาม เขายังต้องรับหน้าที่ทั้ง 2 ส่วนไปพร้อมๆ กัน ระหว่างนักกีฬาทีมชาติ กับ คนขายฝัน ชีวิตคนละด้านที่แตกต่าง แต่เขากลับทำให้ลงตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s