Monthly Archives: May 2012

UK govt expresses concern about death of Ah Kong, calls for LM review

By May 23, 2012 5:54AM UTC

Last week I blogged about questions raised in the UK Parliament by the Shadow Minister for Foreign Affairs, Kerry McCarthy MP (Bristol East, Labour Party) regarding Thailand’s use of its infamous lese majeste laws and the treatment/death of Ampon Tangnoppakul aka Ah Kong (a Thai political prisoner who died on May 8, 2012). My original posting, with Kerry McCarthy MP’s questions, can be found here.

Yesterday, the Minister of State (South East Asia/Far East, Caribbean, Central/South America, Australasia and Pacific) at the Foreign and Commonwealth Office, Jeremy Browne MP (Taunton Deane, Liberal Democrat) published the UK government’s response to these questions (the full answers can be found here, here, here and here).

What is clear from these responses is that the UK is very uneasy about the lese majeste law itself, the disproportionate sentences meted out by the courts for those found guilty of LM and the general treatment of prisoners.

What is also becoming evident is that the USA is increasingly isolated in its continued and persistent failure to hold Thailand – an important military ally of the USA – to account for its human rights breaches. Given that the USA have been long-term backers of Thailand’s most powerful and least democratic element and biggest supporter of the lese majeste law – the Thai Army – this should come as no surprise to commentators.

Furthermore, a US citizen, Joe Gordon, remains imprisoned in Thailand on lese majeste charges for comments he posted online whilst he was resident in the USA. The USA’s Bangkok mission has been noted for its lack of  response to the imprisonment of one its nationals under one of the most draconian censorship laws on earth and the UK’s statement further underlines US failures on this issue.

On Ah Kong the UK Minister of State responded that:

With our European Union partners, the UK expressed concern last year at the conviction and imprisonment for 20 years of Ampon Tangnoppakul for violating the lese-majeste laws.


[This] statement reiterated the importance attached by the EU [the UK were co-signatories of an EU statement] to the rule of law, democracy and respect for human rights.

On lese majeste the Minister stated:

We are closely following the development of freedom of expression in Thailand and are concerned by the significant increase of lese-majeste cases in the country and the application of the laws and length of sentences in recent cases.


Our embassy in Bangkok continues to monitor the ongoing trials of high-profile lese-majeste and freedom of expression on the internet cases. We have urged the Thai Government to ensure that the rule of law is applied in a non-discriminatory and proportionate manner consistent with upholding basic human rights, and will continue to take appropriate opportunities to do so.

More importantly the UK government also makes clear its call for Thailand to review the lese majeste laws:

In October 2011 at the UN Human Rights Council in Geneva, the human rights situation in Thailand was reviewed as part of the Universal Periodic Review process. The UK played an active role, including raising our concerns about freedom of expression and specifically recommending that the Thai Government seek to review its lese-majeste laws.

What impact these comments will have is, of course, debatable.

The wider international community – with the exception of the USA – is now explicit in its eagerness for Thailand to make more headway in meeting its legal obligations under international law. To do this it would seem that the democratically elected Thai government will need to bring the Thai Army – the biggest supporters of lese majeste – under civilian control. This civilian control is also unlikely to be achieved without US assistance and the longer the US fail to act to bring their clients in the Thai Army to heel the longer Thailand’s slide away from democracy will be.

It can also be said that since the death of Ah Kong Thai domestic opinion has hardened at both ends of the lese majeste debate. Such hardening will likely only lead to more conflict, something only those who benefit from a widening of Thailand’s political crisis would seek. It’s time for the US to step-up and  demand the Thai Army allow for proper reform to take place.

All I can say is – don’t hold your breath.


Couple of claims here in the comments that the US has actually made an equivalent formal call for Thailand’s lese majeste laws to be reformed. They haven’t. What actually happened is that Kristie Kenney made a couple of very bland comments on twitter, while the Embassy made one short statement about the imprisonment of Joe Gordon. Then there was a strange and almost orchestrated over-reaction to these very banal comments by various Thai neo-fascist patriot groups.  Since then the US has been mostly silent, despite one of their citizens remaining in prison after what can only be called a deeply flawed trial.

As pointed out by myself in the comments below when the Universal Periodic Review at the United Nations Human Rights Council was conducted last year in Geneva – the moment when LM came under the closest international scrutiny – the US refused to sign a statement, something a number of other governments did, which called for Thailand’s 112 law to be reformed. If the USA had done it would have given considerable more weight to the statement. The US didn’t. Question is, why?’s-l

What the US govt have actually said formally was they were  troubled by recent prosecutions and court decisions that are not consistent with international standards of freedom of expression.”

This is a relatively bland and meaningless statement and when set against the UK, EU and other governments’ calls for reform of LM, increasingly isolates the US in their one-eyed stance on lese majeste.


1 Comment

Filed under Thaiuknews

เสาร์ 5 เดือน 5 ปี 55 จะเกิดอะไร กับใคร อย่างไร?

เสาร์ 5  เดือน 5  ปี 55 จะเกิดอะไร กับใคร อย่างไร?

เสาร์ 5 เดือน 5 ปี 55 จะเกิดอะไร กับใคร อย่างไร?

เสาร์5 ในมุมมองของนักโหราศาสตร์  นักพยากรณ์  หมอดู หรือผู้ที่มีความสนใจในเรื่องดังกล่าว  มักมีความเชื่อว่า  เสาร์ 5  เป็น วันที่มีความพิเศษ  มีพลังของความเข้มขลัง และเหมาะที่จะทำพิธีกรรมด้านสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความเป็นศิริมงคล  อยู่ยงคงกระพัน  แคล้วคลาดปลอดภัยจากอาวุธของมีคมทั้งหลาย


วันเสาร์ 5วันเสาร์5

ดังนั้น ในอดีตกาลที่ผ่านมาเมื่อถึงวัน เสาร์ 5 จึงมักมีกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเชื่อว่าเป็นวันแรง  วันแข็ง เหมาะแก่การทำพิธีกรรมปลุกเสกเครื่องรางของขลังให้มีพลัง รวมถึงวิธีการเสกคนให้มีความศักดิ์สิทธิ์และมีศิริมงคล เพื่อความสุขเกิดโชคลาภ   มีบุญวาสนาบารมี  มีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า

เสาร์ 5  ตามความเชื่อโบราณที่กล่าวมานั้น  หมายถึงวันเสาร์ ขึ้นหรือแรม  5 ค่ำ  เดือน 5  ตามปฏิทินจันทรคติ  ซึ่งมีโอกาสเกิดยากมาก ต้องรอประมาณ 5 หรือ 7 ปี   จึงจะมีสักครั้ง และเมื่อวันดังกล่าวมาถึงก็จะมีการทำพิธีกรรมต่าง ๆ โดยเกจิอาจารย์จากหลายสำนัก และก็จะมีเหล่าศิษย์สาวกทั้งหลายเข้าร่วมจำนวนมากมายล้นหลามเลยทีเดียว แต่วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555  นี้ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6  จึงไม่ใช่เสาร์ 5 ตามความเชื่อโบราณที่กล่าวขานกันมา

อ.นิล กาฬ พยากรณ์  ในฐานะนักพยากรณ์วิชาเลขศาสตร์สากล (รหัสลับไคโร)  ขอวิเคราะห์วันเสาร์ที่ 5 เดือน 5  ปี 2555  หรือในปฏิทินระบบสุริยคติ คือวันเสาร์ที่ 5 เดือน พฤษภาคม  พ.ศ. 2555  ดังนี้

จาก การวิเคราะห์ด้วยวิชาเลขศาสตร์สากล (รหัสลับไคโร)  พบว่า มีดาวเนปจูนในเรือนดาวพุธ และคำนวณได้ตัวเลข  5/6  หมายถึงการผสมผสานระหว่างดาวพุธและดาวศุกร์ โดยมีดาวสิ่งศักดิ์สิทธิ์แฝง  และดาวจันทร์แฝง ทำให้ในวันดังกล่าวมีดาวที่เกี่ยวข้องและสัมพันธ์กันหลายดวง  ซึ่งอิทธิพลของดาวแต่ละดวงจะส่งผลต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งด้านบวกและด้านลบ  จะเป็นอย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ

อิทธิพลของดาวเนปจูนในเรือนดาวพุธ  หมายถึง  การอยู่ร่วมกันในสถานการณ์เดียวกันของดาวทั้งคู่และมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ระหว่างผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีอำนาจยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลฝ่ายหนึ่งกับผู้มีความรู้ความสามารถระดับรองลง มา  แต่มีความกล้าบ้าบิ่นพร้อมที่จะต่อสู้โดยมีคู่หู  คู่มิตร หรือผู้อยู่เบื้องหลังซึ่งไม่ได้แสดงตัวโดยเปิดเผยอีกฝ่ายหนึ่ง และอิทธิพลของเลขรหัสลับไคโร  5/6  นั้น ยังมีความหมายถึงความรอบรู้ ความมีไหวพริบ  มีศักดิ์ศรี และมีศิลปจินตนาการ พลิกแพลงเก่ง  ดังนั้น ในความขัดแย้งของดาวทั้งคู่จึงถูกแสดงออกมาในเรื่องของความสามารถเชิง วิชาการที่มีทั้งศิลปะและวาทะคารม  ที่เชือดเฉือนกันค่อนข้างดุเดือด  ผลลัพธ์ออกมาย่อมมีความสูญเสียเกิดขึ้นแน่นอน   แต่เป็นความสูญเสียที่ไม่ได้มุ่งหวังต่อชีวิตและทรัพย์สิน เป็นความเสียหายและห้ำหั่นบั่นทอนในเชิงวิชาการ  ความรู้  ความสามารถ  เรียกว่าหาเหตุผลมาหักล้างความคิดและการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่งให้พ่ายแพ้ ย่อยยับไป   หากไม่สำเร็จก็จะใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องนัก  เช่น  อาจใช้เล่ห์กลบางสิ่งบางอย่างทำให้เกิดความปั่นป่วน วุ่นวาย เกิดผลเสียหายในเรื่องของความล่าช้า ไม่ทันการณ์ กระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นบริเวณกว้างเหมือนการโยนหินก้อนใหญ่ลงในแม่ น้ำ ย่อมเกิดวงกระเพื่อมหลาย ๆ วง ขยายออกไป  จึงกระทบต่อผู้คนรอบข้างของดาวทั้งสองไม่มากก็น้อย  อย่างไรก็ดี ในช่วงวันดังกล่าว มีดาวสิ่งศักดิ์สิทธิ์แฝงอยู่ ดังนั้นแม้จะมีปัญหาที่อาจขยายวงกว้างออกไป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ช่วยให้ปัญหาทุเลาเบาบางและมีแนวโน้มที่ความรุนแรงจะลด น้อยลงได้ในที่สุดด้วยการประนีประนอมกันของทั้งสองฝ่ายโดยความนุ่มนวลของ อิทธิพลจากดาวจันทร์ซึ่งเป็นดาวแฝงและจะมาส่งผลในตอนท้าย

ดังนั้นผู้ที่มีดาวเนปจูนและดาวพุธ รวมตัวอยู่ในชะตาเกิด  ในช่วงเสาร์ 5  เดือน 5 ปี 2555  นี้ ก็จะได้รับผลกระทบในด้านความขัดแย้งทางความคิดกับผู้ใหญ่หรือผู้ที่มี อิทธิพลเหนือกว่า  ต้องต่อสู้กันด้วยความรู้ความสามารถ ชิงไหว ชิงพริบ และอาจมีการใช้วิชามารมาร่วมทำลายคู่ต่อสู้ให้พ่ายแพ้   จึงควรระมัดระวังในด้านอิทธิพลมืด หรือมือลึกลับ  ที่อาจสร้างความเดือดร้อนและเสียหายมากขึ้น  ควรระมัดระวังและพยายามอย่าใช้อารมณ์ในการเอาชนะ  เมื่อผ่านช่วงร้อนที่สุดของความขัดแย้งแล้ว ก็จะมีโอกาสที่จะปรับความเข้าใจและหันหน้าเข้าหากันได้อีกครั้งค่ะ

โดย อ.นิลกาฬ พยากรณ์ ใช้วิชาเลขศาสตร์สากล (รหัสลับไคโร)

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

จับตา!! ซุปเปอร์มูน( Super Moon) พระจันทร์ใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี 5 พ.ค.นี้

จับตา!! ซุปเปอร์มูน( Super Moon) พระจันทร์ใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี 5 พ.ค.นี้

จับตา!! ซุปเปอร์มูน( Super Moon) พระจันทร์ใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี 5 พ.ค.นี้

ซุปเปอร์มูน(Super Moon) พระจันทร์ดวงกลมโตใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี 5 พ.ค.นี้

ไม่ควรพลาดดูปรากฎการณ์พระจันทร์เต็มดวง หรือ ซุปเปอร์มูน (Super Moon)  ที่จะเคลื่อนย้ายมาใกล้โลกมากที่สุดในรอบปีคืนวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคมนี้ ในเวลา 23.35 น.

ซุปเปอร์มูน (Super Moon) ซุปเปอร์มูน (Super Moon) 
ผู้สนใจดวงดาวบนท้องฟ้าต่างเตรียมตัวชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติครั้งสำคัญของปี ซุปเปอร์มูน (Super Moon)  เนื่องจากสุดสัปดาห์นี้จะเกิดปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงที่ใหญ่ที่สุดในรอบปี

ทั้งนี้ พระจันทร์จะเต็มดวงเต็มที่ ซุปเปอร์มูน (Super Moon) ในคืนวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคมนี้ ในเวลา 23.35 น. ตามเวลาของชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง และเนื่องจากวันที่พระจันทร์เต็มดวงในเดือนนี้ ประจวบเหมาะพอดีกับตำแหน่งโคจรของดวงจันทร์ที่อยู่ใกล้โลกที่สุด ดังน้ัน ดวงจันทร์ในคืนดังกล่าวจะมีขนาดใหญ่ที่สุดในรอบปีอีกด้วย

ซุปเปอร์มูน (Super Moon)

ซุปเปอร์มูน (Super Moon) 

โดย ดวงจันทร์จะอยู่ในจุดที่ห่างจากโลกราว356,955 กิโลเมตร ทำให้ดวงจันทร์จะมีความสว่างสุกใสและกลมโตเป็นพิเศษ หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าปรากฏการณ์ ซุปเปอร์มูน (Super Moon) ปรากฏการณ์ครั้งนี้ ไม่เฉพาะดวงจันทร์เข้ามาใกล้โลกพอดีกับวันพระจันทร์ เต็มดวงเท่านั้น แต่ยังเป็นการเข้ามาใกล้ที่สุดในรอบปีอีกด้วย โดยระยะห่างของการเข้าใกล้ของดวงจันทร์ จะมีความแตกต่างกันราวร้อยละ 3 ทั้งนี้เป็นเพราะวงโคจรของดวงจันทร์ไม่ได้เป็นวงกลมอย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ ความ สว่างของดวงจันทร์ในวันดังกล่าวจะมากกว่าปกติถึงร้อยละ 30 และมีขนาดใหญ่กว่าปกติร้อยละ 14 ในทางตรงกันข้าม ในช่วงวันที่ 28 พฤศจิกายนปีนี้  ซึ่งเป็นวันที่ดวงจันทร์โคจรออกห่างจากโลกมากที่สุด จะทำให้ดวงจันทร์มีขนาดเล็กและแสงริบหรี่มากกว่าปกติเช่นกัน

ซุปเปอร์มูน (Super Moon)

ซุปเปอร์มูน (Super Moon) 
อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์เผยว่า ปรากฏการณ์ซุปเปอร์มูน (Super Moon) จะไม่มีผลกระทบใดๆ อาทิ เหตุแผ่นดินไหวรุนแรง หรือกระแสน้ำที่ไหลอย่างผิดปกติ  โดยกระแสน้ำทะเลซึ่งปกติมีการขึ้นและลง ในช่วงหลังเหตุการณ์ดังกล่าว กระแสน้ำจะมีแรงเพิ่มขึ้นร้อยละ 42 เป็นเวลา 2 สัปดาห์

ทั้งนี้ การชมซุปเปอร์มูน (Super Moon) ให้ ได้ดีที่สุด คือการชมหลังจากที่มันขึ้นจากขอบฟ้าและก่อนที่มันจะตก ซึ่งก่อให้เกิดภาพลวงตาว่าดวงจันทร์จะมีขนาดใหญ่มากกว่าปกติ ทั้งนี้ปรากฏการณ์ซูเปอร์มูนครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2011

ที่มาจาก :

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

รังใต้ดินลึก100ฟุต ของ WikiLeaks founder (Julian Assange)


ศุนย์ข้อมูลบริการ วิกิลีกส์ ณ.หลุมหลบภัยนิวเคลียร์ใต้ดิน สต๊อกโฮม ประเทศสวีเดน
WikiLeaks servers are in 007-style underground nuclear bunker

กับชีวิตส่วนตัวของบุรุษลึกลับนอกรีต จูเลี่ยน อัสซานจ์ (Julian Assange) ผู้ก่อตั้ง WikiLeaks founder สร้างสีสันข่าวสารลึกลับ เหมื่อนดั่งผู้ร้ายใน หนัง เจมส์บอนด์ 007

สุดยอด ศูนย์ข้อมูลข่าวลับ ของโลกที่ถูกออกแบบมา เสมือนอยู่ในฉาก สายลับเจมส์ บอนด์ ซึ่งใช้เก็บรักษาอีเมล์ การติดต่อสื่อสาร(ส่วนตัว) โดยมีข้อมูลลับอันน่าเชื่อถือได้ซึ่งมีเอกสิทธิ์ที่ไม่เปิดเผย นับจำนวนพันของบุคคลสำคัญ รัฐบาล และประเทศต่างๆ เป็นไฟล์ข้อมูลเอกสารสำคัญชนิด “เขย่าโลก”

สำหรับที่ Pionen Data Center เป็น ISP รายใหญ่แห่งหนึ่งของสวีเดน ที่มีความปลอดภัยสูง มีพื้นที่ใช้สอย อยู่ในบังเกอร์หลุมหลบภัยนิวเคลียร์ ช่วงสงครามเย็น ที่อยู่ลึกใต้ดินถึง 30 เมตร ข้างใต้เมืองสต๊อกโฮม อันเป็นสถานที่ ที่ใช้เก็บข้อมูลไฟล์ทั้งหมดของ WikiLeaks

ชื่อของ ดาต้าเซนเตอร์ มีที่มาจากชื่อที่ทหารตั้งไว้ให้กับหลุมหลบภัยนี้ คือ “Pionen White Mountains”

หลายแหล่งข่าว ได้รายงานพร้อมรุปถ่าย ระบุว่า Pionen เป็นผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตที่เป็นโฮสติ้งของ วิกิลีกส์

เซิร์ฟเวอร์ของ WikiLeaks ตอนนี้อยู่ในหลุมหลบภัยนิวเคลียร์ใต้ดิน โดย R. C. Camphausen

สต๊อกโฮม – แหล่งข่าวได้รายงานพร้อมรุปถ่าย ระบุว่าผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตที่เป็นโฮสติ้งของ WikiLeaks นั้นได้ย้ายเซิร์ฟเวอร์ของ WikiLeaks ไปอยู่ในชั้นใต้ดิน ใต้พื้นหินแข็ง ที่ได้ถูกสร้างขึ้นและปรับปรุงใหม่. บันทึกรายงานแรกนี้ ถูกรายงานในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของชาวนอเวย์ ก่อนที่จะถูกจับมาเป็นประเด็นโดยนิตยสาร Forbes และ แหล่งข่าวออนไลน์หลายๆแห่ง สภาพในตอนนี้ดูเหมือนว่าWikileaks เว็บไซต์นักแฉเรื่องต่างๆ ซึ่งใช้บริการอินเตอร์เน็ตของBahnhof
ได้ย้ายเซิร์ฟเวอร์ลงไปในหลุมหลบภัยที่ลึก 30 ม.ใต้ถนนของสต๊อกโฮม ศูนย์กลางข้อมูลชั้นใต้ดินนี้มีขนาดกว่า 4000 ลบ.ม. พื้นที่ใช้สอย 1110 ตร.ม.(11950 ตร.ฟุต) และทาง Bahnhof ได้ใช้เวลาในการ ปรับปรุงสถานที่ ซึ่งเป็นหลุมหลบภัยเก่านี้ ให้เป็น Data Center ที่ทันสมัย หลุมหลบภัยแห่งนี้ แรกเริ่มถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ หลบภัยระเบิดนิวเคลียร์ในยุค สงครามเย็น ระหว่าง กลุ่มวอซอร์แพค Vs องค์การนาโต้ โดยมีประตูทางเข้านั้นหนาถึง 40 ซม. ทำจากเหล็กกล้า ซึ่ง ณ ปัจจุบัน Bahnhof ได้สิทธิ์เป็นเจ้าของพื้นที่หลุมหลบภัยนี้ (Pionen White Mountains Data Centre) ภายในศูนย์กลางข้อมูลแห่งนี้มีการตกแต่งให้เป็นเรือนเพาะชำ(Green house),สวนหย่อมน้ำตก,มีแหล่งพลังงานสำรองฉุกเฉินที่ใช้เครื่องยนต์เรือดำ น้ำของเยอรมัน เพื่อปั่นกระแสไฟฟ้า (เงียบ,สามารถควบคุมควันคาร์บอนไดออกไซต์ ฟุ้งกระจาย เป็นมลภาวะอันตราย ต่อคนภายในอุโมงค์)และ การจำลองสภาพกลางวัน-กลางคืน ให้เหมาะแก่การอยู่อาศัยได้ หากมี “สงครามนิวเคลียร์” เกิดขึ้นด้านบน

Green house – สภาพแวดล้อมที่จำลองสภาวะสำหรับปลูกพืช เช่น บนสถานีอวกาศ บนต่างดวงดาว หรือบนสภาพแวดล้อม ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิต.

สำคัญที่สุด คือ ยากแก่การเข้าจู่โจม เจ้าหน้าที่พนักงาน และข้อมูลลับทั้งหลายที่เก็บรักษาไว้ ได้โดยง่าย จุดประสงค์ เพื่อป้องกันการจู่โจมเว็บไซต์หรือสต๊าฟที่ทำงานให้กับ Wikileaks.

Social Network? เครือข่ายกรรมติดจรวด ส่งผลกระทบรุนแรงต่อ พระ และเจ้า
บล็อกของ Andy Greenberg ได้เขียนไว้ดังนี้

Wikileaks ได้กระจายข้อมูลของตัวเอง มากกว่าทุก Data Center ทั้งใน สวีเดน และ ไอซ์แลนด์ รวมถึงการเผยแพร่ไฟล์เข้ารหัสที่ตั้งชื่อไว้ว่า “insurance” ในเว็บไซต์ของ Wikileaks เอง ในไฟล์นั้นบรรจุข้อมูลที่รั่วไหล ออกมาจากทางการรัฐบาลประเทศต่างๆ

Wikileaks ได้ประกาศว่า จะปล่อยเอกสารกว่า 15,000 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับ สงครามในอัฟกานิสถาน

Nerve centre : ซุปเปอร์เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งทำหน้าที่ในการจัดเก็บข้อมูลสำคัญทั้งหลาย ของ วิกิลิกส์ เป็นภาพของห้องประชุม มีลักษณะเป็นโถงวงกลม ด้านล่างเป็นห้องเซิร์ฟเวอร์ ถ้ามองจากห้องประชุม จะเห็นสภาพแวดล้อมของของเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด

แหล่งจ่ายพลังงานสำรองในกรณีฉุกเฉิน : ด้วยเครื่องยนต์เรือดำน้ำ U-boat (ไดนาโม) ภายในอุโมงค์ Bahnhof internet service provider สต๊อดโฮม ประเทศสวีเดน

WikiLeaks: Phobias, flamenco dancing and a ‘voluptuous blonde’ nurse: Inside the wacky world of Colonel Gaddafi Pictured together: WikiLeaks founder and the blonde who claims she was raped hours after this political seminar Now it’s cyber war: Army of hackers target MasterCard and PayPal in revenge for them pulling the plug on WikiLeaks

เคาวเตอร์ต้อนรับ : หลุมอุโมงค์หลบภัยนี้ เจาะเข้าไปในหินแกรนิต ข้างใต้ Vita Berg Park ซึ่งสามารถหยัดทนต่อการโจมตีของ ระเบิดนิวเคลียร์

บรรยากาศการตกแต่งห้องทำงานของเจ้าหน้าที่ ถูกจำลองสภาพเหมือนป่าธรรมชาติ รวมทั้งการจัดแสงไฟ

WikiLeaks founder Julian Assange

ภายใต้กฎหมายของสวีเดน, คุ้มครอง WikiLeaks founder ทำให้ไม่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีใดๆ ที่เกี่ยวกับ การเผยแพร่ ข่าวสารข้อมูลปกปิด ที่สำคัญ

ภาพของห้องประชุม มีลักษณะเป็นโถงวงกลม ด้านล่างเป็นห้องเซิร์ฟเวอร์ ถ้ามองจากห้องประชุมจะเห็นสภาพแวดล้อมของของเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด

บังเกอร์ เดิมเป็นหลุมหลบภัยเครื่องบินทิ้งระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1943 และในทศวรรษที่ 70 ช่วงสงครามเย็น รัฐบาลสวีเดน เปิดเป็นศูนย์กลางการป้องกันภัยพลเรือนฉุกเฉิน หากเกิดสงครามนิวเคลียร์

หินแข็งแกร่ง : ทางเข้าด้านหน้า สู่ Pionen สถานที่จัดเก็บคอมพิวเตอร์ความปลอดภัยสูง

ในบล็อกยังได้อ้างอิงคำพูดของ Jon Karlung, CEO of Bahnhof, ไว้ด้วยดังนี้

“เรายินดีมากที่มีลูกค้าเช่นนี้. อินเตอร์เน็ตควรเป็นแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยและมีอิสระในการพูด และในหน้าที่ของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตนี้เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ไม่ได้เป็นเครื่องมือสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลจากลูกค้าโดยเราได้สร้างเครือ ข่ายไฟเบอร์ออฟติกยาวกว่า 2,300 กม.ในเส้นทางที่เราเชื่อว่า รัฐบาลไม่ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ใดๆเพื่อดักจับข้อมูลดังกล่าว”


แรกเริ่มเดิมทีถูกออกแบบมาเป็นหลุมหลบภัยนิวเคลียร์. ดาต้าเซนเตอร์ถูกสร้างอยู่ในโครงสร้างที่ได้ออกแบบไว้เดิม ตั้งแต่ที่ทหารสร้างเอาไว้ในช่วงสงครามเย็น เช่นเดียวกับชื่อของดาต้าเซนเตอร์ ก็มาจากชื่อ ที่ทหารตั้งไว้กับหลุมหลบภัยนี้ หรือ Pionen White Mountains

สร้างอยู่ใจกลางสตอกโฮม เมืองหลวงของสวีเดน ลึกลงไปใต้ดิน 30 เมตร (ราวๆ 100 ฟุต) ของชั้นหิน. พื้นที่ใช้สอยมีทั้งหมดที่อยู่ใต้ดินนี้มีขนาด 1110 ตร.ม. (11950 ตร.ฟุต) ซึ่งอยู่ใต้ชั้นหินแกรนิต

ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมดในปี 2007-2008 เพื่อมาเป็นดาต้าเซนเตอร์ในวันนี้ พื้นที่มากกว่า 4000 ลบ.ซม.ของหินแข็ง ถูกกำจัดออกไปเพื่อสร้างห้องใช้สอยให้มากขึ้น

ถูกออกแบบมาให้ทนต่อแรงระเบิดไฮโดรเจน หลุมหลบภัยนี้สามารถอยู่ได้ แม้ว่าจะเกิดระเบิดโฮโดรเจนขึ้นใกล้ๆ

เป็นไอเอสพีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสวีเดนจากดาต้าเซนเตอร์ทั้งหมด 5 แห่งในสวีเดน พื้นที่ใช้สอยเป็นแบบใช้ร่วม (Co-location) ซึ่งคุณเองก็สามารถเอาเซิร์ฟเวอร์ของคุณเองมาไว้ที่นี่

เครื่องยนต์เรือดำน้ำของเยอรมันนำมาใช้เป็นพลังงานสำรอง: พลังงานสำรองอยู่ในการดูแลของเครื่องยนต์ดีเซล 2 ตัวของ Maybach MTU ผลิตพลังงานทั้งหมด 1.5 เมกะวัตต์. แรกเริ่มของเครื่องยนต์ถูกออกแบบมาไว้ใช้ในเรือดำน้ำ และกิจกรรมเพื่อความบันเทิงเล็กๆ ของพนักงาน จึงได้ติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัยจากเรือดำน้ำของเยอรมันไว้ด้วย

พลังงาน 1.5 เมกะวัตต์ ใช้สำหรับให้ความเย็นเซิร์ฟเวอร์ ระบบความเย็นควบคุมโดยแอร์ Batimore Aircoil ซึ่งให้ความเย็นจากพลังงาน 1.5 เมกะวัตต์นี้ มีความเย็นเพียงพอสำหรับตู้เซิร์ฟเวอร์ หลักร้อย

มีเครือข่ายเน็ตเวิร์คหลักถึง 3 แห่ง:เน็ตเวิร์คของที่นี่ มีทั้งผ่านช่องทางสายไฟเบอร์ออฟติกและสายทองแดง โดยมีทั้งหมด 3 เส้นทาง จากเขาเข้ามาสู่ที่ ดาต้าเซนเตอร์แห่งนี้ Pionen เป็นหนึ่งของระบบการติดต่อ (เน็ตเวิร์ค) ที่ดีที่สุดในยูโรปตอนบน


มีพนักงานทั้งหมด 15 คน มีเจ้าหน้าที่เทคนิคระดับสูงเพียงคนเดียว ทำงานเต็มเวลาใน Pionen

ภาพต้นฉบับมาจากสถาปนิก Albert Fance-Lanord

Architects: Albert France-Lanord Architects
Location:Stockholm, Sweden
Collaborators: Frida Öster and Jonatan Blomgren
Geology Consultant: Geosigma AB
Construction: Albert France-Lanord Architects
Client: Bahnhof AB
Construction Area: 1,200 sqm
Project year: 2008
Photographs: Åke E:son Lindman

Read more:

Leave a comment

Filed under Thaiuknews