โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง รวมวาทะ “เหล่าทัพ” ต้าน “นิติราษฎร์” นปช.โชยกลิ่น “ปฏิวัติ”

หากมองจากมุมของกลุ่ม “นิติราษฎร์” รวมถึงผู้ร่วมรณรงค์ให้มีการแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในนาม “คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112)” ต้องถือว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ประสบความสำเร็จ
เพราะใช่ว่า “นิติราษฎร์” จะไม่รู้ว่าแม้สามารถรวบรวมรายชื่อครบ 10,000 รายชื่อ แต่เมื่อมีการเสนอร่างแก้ไขเข้าสู่การพิจารณาของสภา อย่างไร “คนในสภา” ก็ไม่เอาด้วย
แน่นอนว่าการณรงค์ครั้งนี้ย่อมไม่มีผลใด ๆ ในทาง “กฏหมาย” แต่ในทางอื่น ต้องยอมรับว่าสามารถทำให้ประเด็นนี้จุดติดใน “เวทีสาธารณะ”
ยิ่งเมื่อบรรดาคนในกองทัพต่าง “ขยับท็อปบู๊ต” ออกมาเตะสกัด
ยิ่งทำให้คนสนใจประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มากขึ้นอีก
แต่อีกนัยหนึ่ง ปรากฏการณ์ที่ “บิ๊ก” ในกองทัพทั้งหลายออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังสะท้อนอีกมุมหนึ่งที่บรรดาแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ (นปช.) ออกมาปูดข่าวเรื่องการ “ปฏิวัติ”
“มติชนออนไลน์” รวมรวมวาทะของ “ผู้นำเหล่าทัพ” มานำเสนอให้เห็นกันชัด ๆ อีกครั้ง   โดยเรียงตามลำดับเวลาที่แต่ละคนออกมาพูด
โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง!

พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์
ผู้บัญชาการทหารอากาศ
29 ม.ค.2555
(สัมภาษณ์พิเศษ เว็บไซต์คมชัดลึก)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อยากให้สถานการณ์บ้านเมืองเกิดความเรียบร้อย ประเทศไทยเกิดความไม่เรียบร้อยต่อเนื่องมานานหลายปีแล้ว ทั้งเรื่องการเมือง ปัญหาอุทกภัย รวมถึงการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 ที่เพิ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เราก็จะต้องเข้าใจในบทบาทว่าเราเป็นทหารก็จะต้องทำตามหน้าที่ โดยเฉพาะการเร่งการฟื้นฟูของกองทัพอากาศให้กลับมาสมบูรณ์ อะไรที่จะทำให้เกิดเป็นประเด็นขึ้นก็จะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้นมาอีก

         “น่าแปลกใจว่าทำไมคณะนิติราษฎร์ถึงได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อแก้ไขมาตรา 112 ถ้าถามด้วยความรู้สึกธรรมดามันเดือดร้อนอย่างไรเกี่ยวกับมาตรา 112 ซึ่งคนธรรมดาเขาไม่เดือดร้อนกันหรอก ผมอยากถามว่ามีใครเดือดร้อนบ้าง เพราะจริง ๆ แล้วไม่มีใครเดือดร้อนเลย แต่การที่มีมาตรา 112 ขึ้นมาก็เพื่อป้องกันสถาบันสูงสุดของประเทศไม่ให้คนมาทำเล่นได้ เรื่องเหล่านี้คนไทย หรือเป็นคนที่มีความจงรักภักดี ก็เห็นว่าเป็นกฎหมายที่ปกป้องสถาบันไม่ให้มาล่วงละเมิด

          “ช่วงเดือนเมษายน และพฤษภาคม มีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงของบ้านเมือง เหมือนกับเริ่มมีการส่อเค้าอะไรมาเรื่อย ๆ ทุกปีเลยในช่วงเดือนเมษายนเป็นต้นไป ก็จะเกิดเรื่องขึ้นมา ซึ่งเหตุการณ์ที่ผ่านมา เราเป็นห่วงเกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้นมาอีก โดยเฉพาะในช่วงพิธีรำลึกต่าง ๆ ผมหวังอย่างยิ่งว่าคงจะไม่มีเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีก และในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ กลุ่มบ้านเลขที่ 111 จะออกมา ก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยน ครม.อีกหรือเปล่า เพราะตอนนี้ก็มีกระแสกันมาตลอดตามสื่อต่าง ๆ “

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ผู้บัญชาการทหารบก
6 ก.พ.2555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ มีการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ก็จะมีความขัดแย้งระหว่างคน 2 กลุ่มเสมอ คิดว่าในช่วงนี้ไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตามควรหยุดการเคลื่อนไหวได้แล้ว รัฐบาลและหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว ก็บอกชัดเจนไปแล้วว่าไม่เกี่ยวข้อง ไม่ทราบว่าคณะนิติราษฎร์ หรือคณะนิติเรด จะไปทำอะไร ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

          “มาตรา 112 เป็นประมวลกฎหมายอาญาที่ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยว ถ้าไม่ละเมิด ก็ไม่ถูกดำเนินคดี และใครก็แอบอ้างไม่ได้ ดังนั้นปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมาย ไม่ควรจะต้องไปแก้ไขอะไรกันในเวลานี้ อย่าไปวุ่นวายมากนัก หยุดได้แล้วทั้ง 2 ฝ่าย อย่าเอาพระองค์ท่านมาอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง วันนี้ความขัดแย้งมีมากพอแล้ว ไม่เกิดประโยชน์ และรัฐบาลก็บอกแล้วไม่เกี่ยวข้องไม่เสนอ ไม่แก้แน่ ก็ไม่เข้าใจว่านิติราษฎร์ยังทำต่อก็ไม่รู้เพื่ออะไร

          “ผมอยากจะเตือนนิติราษฎร์ ถ้าท่านแก้กฎหมายฉบับนี้ ท่านก็ต้องไปแก้กฎหมายฉบับอื่นด้วย เช่น กฎหมายหมิ่นประมาท การที่คนใดคนหนึ่งไปละเมิด หมิ่นประมาทอีกคนหนึ่ง ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ท่านถามกลับไปที่ตัวของท่านเองว่า ถ้าไม่มีกฎหมายหมิ่นประมาท คนมาว่าผู้ปกครอง ญาติพี่น้องของท่าน ได้หรือไม่ เขาละเมิด หยาบคายได้หรือไม่ ถ้าคิดว่าได้ก็โอเค.ผมก็รับได้ แต่ผมคิดว่าท่านรับไม่ได้ ถ้ามีคนมาละเมิด คุณพ่อคุณแม่ท่าน”

พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์
ผู้บัญชาการทหารเรือ
7 ก.พ.2555

“เรื่องนี้มีการพูดกันมาก อยากให้พิจารณากันให้มากประเทศอยู่มาถึงจุดนี้ เราต้องมีอดีต  วีรบุรุษ บูรพกษัตริย์เจ้า  มีสถาบันพระมหากษัตริย์  ในอดีตท่านประกอบคุณูปการต่าง ๆ ด้านความมั่นคงของประเทศชาติ เราต้องรักษาเทิดทูนไว้ คิดว่าควรจะหยุดเคลื่อนได้แล้ว เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ และความปรองดอง แต่ละเหล่าทัพก็เฝ้าดูความเคลื่อนไหวว่าจะกระทบความมั่นคงของประเทศชาติหรือ เปล่า ส่วนตัวเห็นสอดคล้องกับประชาชนส่วนใหญ่ที่มองว่า เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์อะไร

 ต้องถามว่าเราต้องการความปรองดองและความสงบสุขของประเทศชาติหรือไม่ และไม่ใช่แค่พูดกัน แต่ต้องทำด้วย มีหลายเรื่องที่ต้องทำก่อน เช่น ภัยพิบัติ การป้องกันในหลายเรื่อง ประเทศชาติของเราจะได้เดินหน้าต่อไปได้  ซึ่งต้องอาศัยความมั่นคง ความสมัครสมานสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งคิดว่า  กลุ่มที่เคลื่อนไหวควรจะหยุดได้ตั้งนานแล้ว”

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
รองนายกรัฐมนตรี
7 ก.พ. 2555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อยากจะให้มีข้อยุติเสียที แต่ก็มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ตอนที่ยังตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับผิดชอบทหารตนก็บอกว่าเห็นด้วยกับความคิดของนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา แต่วันนี้เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาพูดผมก็เห็นด้วย
“การจำกัดไม่จำกัด (สิทธิ) บางเรื่องไม่ควรเอามาพูด หรือมาทำ มาเคลื่อนไหว มันไม่สมควร ก็ควรจะยุติดีกว่าเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกกันภายในประเทศ และอะไรก็ตามที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ สิ่งใดที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนชาวไทยที่มีความจงรักภักดี อย่าทำดีกว่า
“ถ้าไม่เคลื่อนไหวก็หมดความขัดแย้งอยู่แล้ว ทหารมีสิ่งหนึ่งที่ยึดถือเหนือเกล้าฯ สูงสุด คือความจงรักภักดี โดยเฉพาะผมถวายชีวิตเลย

“ต้องดูทางรัฐบาลส่วนใหญ่ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ในส่วนของความคิดผมก็มีความคิดเดียวกับทหาร ถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างสุดชีวิต”

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์มติชน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s