บทความแปล: ศาลอาญาระหว่างประเทศ – คุณสมบัติสำคัญ, สถานการณ์ในปัจจุบันและการท้าทายต่อปัญหา

บทความโพสต์อยู่ที่: บทความแปล: ศาลอาญาระหว่างประเทศ – คุณสมบัติสำคัญ, สถานการณ์ในปัจจุบันและการท้าทายต่อปัญหา

 

ICC Page

 

————————-

 

ICC Transcripts

 

อ้างอิง:  The International Criminal Court – Key Features, Current Situation and Challenges Address by Judge Dr. jur. h. c. HansPeter Kaul

 

ศาลอาญาระหว่างประเทศ – คุณสมบัติสำคัญ, สถานการณ์ในปัจจุบันและการท้าทายต่อปัญหา

รายงานของ ท่านผู้พิพากษา ดร. จูร์ เอช.ซี. ฮันส์-ปีเตอร์ คาอูล 

 

รองประธานศาลอาญาระหว่างประเทศคนที่สอง

ศาลอาญาระหว่างประเทศ

ที่การประชุมนานาชาติ

 

หัวข้อเรื่อง:

 

“การปกป้องสิทธิเสรีภาพโดยการใช้ศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อสร้างกฎหมายสูงสุดและการสร้างประเทศชาติ”

  

 ให้การปาฐกถาเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554

 

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านนโยบายสาธารณะและธรรมาภิบาล เยอรมัน-อุษาคเนย์ กับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ – คณะนิติศาสตร์

ด้วยการร่วมมือกับ สถานเอกอัครราชฑูตเยอรมันประจำประเทศไทย

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย

 

บันทึกที่ตรวจสอบครั้งสุดท้าย ส่งมอบให้ในวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 9:00 น.

 

————————————————-

 

บทความแปลโดย: ดวงจำปา

 

(ต่อจากภาคที่ 1  ที่:  (บทความแปล: ศาลอาญาระหว่างประเทศ – คุณสมบัติสำคัญ, สถานการณ์ในปัจจุบันและการท้าทายต่อปัญหา รายงานของ ท่านผู้พิพากษา ดร. คาอูล (I)))

 

หัวข้อที่ 4:  โลกทัศน์และทัศนะในอนาคต

 

ใน เวลา 9 ปีหลังจากที่ธรรมนูญกรุงโรมได้ถูกนำมาบังคับใช้ มันเป็นเรื่องที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทางศาลอาญาระหว่างประเทศยังคงประสบกับปัญหาในเรื่องของงานที่ยังคั่ง ค้างอยู่รวมไปถึงการท้าทาย ซึ่งทำให้เกิดเรื่องที่เลวร้ายกว่าเก่า สิ่งที่ต้องพึงกระทำทั้งหมดก็คือเผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านั้นพร้อมๆ กัน

 

ประการที่หนึ่ง: มีหลายด้านที่ทางศาลอาญาระหว่างประเทศจะต้องปรับปรุงและทำให้งานของตนเองนั้น มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

ประการ ที่สอง: นอกเหนือไปจากทุกอย่างทั้งหมด, สำนักงานอัยการจะต้องพัฒนาให้เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ในการสอบ สวนและการฟ้องร้องต่อคดีอาชญากรรม

 

ประการที่สาม: ศาลอาญาระหว่างประเทศต้องการได้รับการยอมรับจากนานาชาติอย่างกว้างขวางกว่า นี้และมีจำนวนสมาชิกในรัฐภาคีมากกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้ คือ 114 ประเทศ  อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีพลังทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นลำดับที่สองของโลก ได้ร่วมเป็นสมาชิกของรัฐภาคีเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550 และประเทศบังคลาเทศ ได้กลายเป็นสมาชิกรัฐภาคีเหมือนกันเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553  เราทั้งหมดล้วนตระหนักดีว่า ประเทศไทย เป็นประเทศคู่สัญญาในการลงนามธรรมนูญกรุงโรม เรายังตระหนักดีกว่า ประเทศไทยได้กระทำการแปลเอกสารธรรมนูญกรุงโรมอย่างประณีตเป็นภาษาไทยเรียบ ร้อยแล้ว และเรื่องนี้ สามารถให้กลุ่มต่างๆ ในประเทศไทยซึ่งมีความสนใจในเรื่องนี้ ทำการศึกษาค้นคว้าให้ความรู้กับตนเองในเรื่องสนธิสัญญาที่ทางเราได้ก่อตั้ง ขึ้น เรื่องนี้อาจจะเป็นก้าวแรกบนถนนที่มุ่งขึ้นสู่การยกระดับต่อการเป็นรัฐภาคี ของประเทศไทย

 

ประการที่สี่: ศาลอาญาระหว่างประเทศจะต้องยังคงพิสูจน์ให้เห็นอย่างคงไว้ โดยปราศจากความรู้สึกสะเทือนใจและปราศจากความขัดขวาง ซึ่งต้องเป็นรูปแบบในระบบยุติธรรมอย่างบริสุทธิ์ใจ, มีความเป็นกลาง และเป็นสถาบันที่แสดงให้เห็นถึงจุดมุ่งหมายในการพิจารณาคดี และจะต้องไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องเกรงกลัวว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศจะกระทำการแสวงหาผลทางการเมืองและอนุญาติให้องค์กรเอง ไปปฎิบัติการไปใช้ในทางที่ผิด

 

กรุณาอนุญาติให้ผมรวบรวมเรื่อง นี้เข้าไปในรายงานนี้ เกี่ยวกับการทำงานของศาลอาญาระหว่างประเทศ ด้วยถ้อยคำที่ดูเรียบง่าย ซึ่งบางทีอาจจะฟังเหมือนเป็นการบ่นร้องทุกข์ อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องการบ่นร้องทุกข์เลย มันเป็นเพียงการแสดงออกที่ผมได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของผมดังนี้:

 

มัน ยังคงเป็นเรื่องที่ยากอย่างเหลือเชื่ออยู่ ในการที่จะเปลี่ยนแนวทางสถาบันของเรา (ซึ่งต้องพึ่งต่อการสนับสนุนทั้งหมดจากรัฐภาคี) ให้กลายเป็นศาลโลกซึ่งมีการรู้จักกันดีทั่วทุกมุมโลก และสามารถปฎิบัติงานได้เป็นผลอย่างแท้จริงได้  ผู้คนหลายๆ คน ควรต้องสร้างความเพียรพยายามอย่างมากต่อไปอีกและควรมีความขันติอดทนอย่าง ยิ่งยวดด้วย

 

 

ทำไมถึงต้องเป็นอย่างนี้ล่ะ? มันมีเหตุผลอยู่หลายประการ บางทีในตอนสรุปการรายงานครั้งนี้ อีกครั้งหนึ่งที่ผมจะชี้ให้เห็นถึงลักษณะบางประการ รวมไปถึงข้อจำกัดที่มีอยู่ในธรรมชาติของระบบนี้ ซึ่งศาลอาญาระหว่างประเทศเองก็เพียงต้องจำยอมอยู่ในภาวะนี้ และแม้กระทั่งตัวผู้นำซึ่งเป็นตัวแทนเอง ก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้  อย่างไรก็ตาม มีหลายอย่างที่พวกเขาอาจจะชอบต่อเรื่องนั้นๆ

 

ประการแรก: เป็นเรื่องที่แน่นอนที่สุด ที่ศาลอาญาระหว่างประเทศนั้น เป็นองค์กรที่ต้องพึ่งพากับความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพกับรัฐภาคี หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อจะต้องเผชิญกับประเด็นสำคัญๆ ในเรื่องการจับกุมและการมอบตัวของบุคคลต่างๆ ซึ่งมีชื่ออยู่ในหมายจับ; การปราศจากอำนาจบริหารในรูปแบบใดๆ ของศาลอาญาระหว่างประเทศนั้น เป็นข้ออ่อนแอซึ่งเห็นได้อย่างแน่ชัด พูดง่ายๆ ก็คือ เหมือนกับข้อเท้าของ อคีลิสนั่นเอง

 

แท้ จริงแล้ว ปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งทางศาลอาญาระหว่างประเทศจะต้องเผชิญหน้านั้น ตั้งอยู่ในประเด็นที่ว่าบุคคลใดจะเป็นผู้กระทำการจับกุมและส่งตัวในนามของ ศาลอาญาระหว่างประเทศเล่า? เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดามาก: เมื่อไม่มีการจับกุม, ก็ไม่มีการพิจารณาคดี

 

บางที คุณอาจจะสนใจที่จะได้รับฟังถึงเรื่องที่ผมเพิ่งกล่าวไว้ในการสัมภาษณ์ในหัว ข้อนี้ — ในความพยายามที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมา ตามที่ผมได้เห็น  ตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ผมได้ประกาศว่า:

 

“ผม เห็นด้วยทุกอย่างกับท่านอัยการโมเรโน-โอแคมโป้ ที่กล่าวว่า รัฐภาคีนั้นจะต้องให้การสนับสนุนกับเราอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้โดยการ ทำงานอย่างกระตือรือร้นต่อการจับกุมผู้ต้องหา  รัฐภาคีไม่ต้องการให้ศาลอาญาระหว่างประเทศมีอำนาจของตนเองในเรื่องการจับกุม ดังนั้น รัฐภาคีจะต้องจัดตั้ง (หรือมาปฎิบัติงานได้ทันท่วงที) ทีมงานที่สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาได้เพื่อศาลของเรา เหมือนกับว่ามันเป็นกิจวัตรมากน้อยตามวันเวลาที่มีอยู่ตอนนี้ ในการใช้กำลังปราบปรามอาชญากรที่ติดอาวุธภายในประเทศของตนเอง”

 

ประการ ที่สอง: ปัจจัยอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นข้อจำกัดคือ เรื่องที่ไม่เคยคาดการณ์มาก่อน (แท้จริงแล้ว เป็นเรื่องที่ลำบากอย่างใหญ่หลวงทีเดียว) ต่อการที่จะแสวงหาหลักฐานที่ต้องการ  ทางศาลอาญาระหว่างประเทศต้องกระทำการสอบสวนอันยุ่งยากซับซ้อนด้วยความจำเป็น ในอาณาเขตที่ห่างจากกรุงเฮก (ประเทศเนเธอร์แลนด์ – ผู้แปล) เป็นระยะทางหมื่นๆ กิโลเมตร  อยู่ในอาณาเขตซึ่งมีความยากลำบากต่อการเดินทาง และ สถานการณ์ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยนั้น เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงอย่างง่ายดายและมันอาจจะมีความยากลำบากต่อการเก็บ หาหลักฐาน ณ ที่นั้นด้วย

 

ประการที่สาม: ตามปรกติแล้ว การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, อาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ และอาชญากรรมสงคราม ถูกกระทำระหว่างศึกสงครามในเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่ง “จากเบื้องบน” ซึ่งออกให้โดยผู้นำประเทศทุกประเภท ซึ่งในเวลาเดียวกัน กระทำการเพียรพยายามทุกวิถีทางที่จะปกปิดความรับผิดชอบของพวกเขาเองต่อ อาชญากรรมนั้นๆ เพราะฉะนั้น ในการติดตามภาระหน้าที่เหล่านี้ ทางศาลอาญาระหว่างประเทศจะถูกนำไปวางขัดอยู่อย่างไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยง ได้ ระหว่าง ขั้วของอำนาจทางการเมืองที่มีอยู่อย่างโหดเหี้ยมในด้านหนึ่ง กับ สิทธิทางกฎหมายและสิทธิของมนุษยชนในอีกด้านหนึ่ง  ดังนั้น บ่อยครั้งที่หน้าที่การงานของศาลอาญาระหว่างประเทศจะถูกขัดขวางอยู่อย่างต่อ ไป โดยกระแสลมทางการเมืองที่เป็นปฎิปักษ์ หรือ ที่แท้จริงแล้ว คือ การตำหนิประนามทางการเมืองของทุกสีทุกฝ่าย

 

ผมขอจำกัดตัวเอง กับการชี้ให้ทราบถึงเรื่องต่างๆ ในขณะนี้  ผมขอย้ำอีกครั้งว่า เรื่องเหล่านี้ ไม่ได้มีความประสงค์ต่อการตำหนิใดๆ และแน่นอนที่สุดว่า มันไม่ใช่สัญญาณที่ผู้พิพากษาออกมาพูดคุยกับท่านในรูปแบบที่ทำให้เกิดการ ท้อแท้หมดกำลังใจ  ผมเองมีความกังวลมากกว่าในการที่จะให้คุณได้ทราบถึง “ตรวจสอบความเป็นจริง”  ดังนั้น เราทุกคนก็มีความคิดเห็นแบบเดียวกันโดยการขยายความคิดออกไปอย่างไกลที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ถึงสภาพการณ์ซึ่งศาลอาญาระหว่างประเทศจะต้องกระทำในขณะนี้และในอนาคต

 

นอก จากนี้ กรุณาอนุญาติให้ผมกล่าวย้ำ ขอเตือนให้ทราบว่า บ่อยครั้งที่ผมได้ให้ข้อคิดเห็นบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งผมมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าทีเดียวเกี่ยวกับ:

 

 

เปรียบ เทียบกับปัญหาและวิกฤติการณ์อันรุนแรงต่างๆ ในโลกนี้ ศาลอาญาระหว่างประเทศจะเป็นรูปแบบที่เล็กและอ่อนแอ, ดูเหมือนกับว่าเป็นสัญญลักษณ์มากกว่าอำนาจ  ถ้ามันเป็นเพียงแค่เหตุผลซึ่งเกี่ยวกับทุนดำเนินการและสมรรถภาพ ศาลอาญาระหว่างประเทศก็คงไม่สามารถที่จะกระทำการได้มากไปกว่าการพิจารณา ตัดสินคดีที่น่ายกย่องเป็นแบบอย่างอยู่แค่สองสามคดีเท่านั้น

 

แต่ เราได้เดินมาอย่างยาวนาน ในทศวรรษที่แล้ว (ปี ค.ศ. 1990-1999) ซึ่งเป็นทศวรรษของศตวรรษที่เพิ่งผ่านมา, 12 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าศาลอาญาระหว่างประเทศจะเป็นประเภทหนึ่งประเภทใดในยุคพระศรีอารย์ หรือความเพ้อฝันนั่นเอง  แต่ในวันนี้ ศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นความจริงที่ปฎิบัติงานให้เห็นกัน ถึงแม้ว่าการสัมมนาของคุณในที่นี่กับผู้พิพากษาคนนี้จากองค์กร ไอซีซี จะเป็นด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งก็ตาม  คือส่วนหนึ่งของความจริงที่ปรากฎให้เห็น  มันเป็นความปรารถนาของผมที่ว่า บางท่านอาจจะกลายเป็นผู้สนับสนุนกับศาลอาญาระหว่างประเทศที่มีความสันทัด กรณี อาจจะถึงกับเป็นผู้ลงมือเอง ในกระทำการช่วยเหลือสนับสนุนต่อสาส์นเรื่องสำคัญๆ ของทางศาลอาญาระหว่างประเทศอีกด้วย  สาส์นเรื่องอะไร? แท้จริงแล้ว สาส์นของ องค์กร ไอซีซีเป็นเรื่องที่มีอานุภาพเป็นอย่างมาก:

 

มนุษย์ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันต่อหน้ากฎหมาย ไม่มีบุคคลใดที่สามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงทั่วทุกมุมโลกม ีความพร้อมใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อความมั่นใจที่ว่า การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, อาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติและอาชญากรรมสงคราม ไม่สามารถที่จะหลบหนีไปโดยปราศจากการถูกลงโทษได้  ไม่ต้องคำนึงถึงว่าผู้กระทำความผิดนั้น จะเป็นชนชาติใดๆ หรือมียศถาบรรดาศักดิ์สูงส่งเท่าไร

 

ดังนั้น เท่าที่ความสามารถของเรามีอย่างสูงที่สุด และ สมรรถภาพของเรานั้น มันยิ่งใหญ่กว่าที่หลายๆ คนได้คิดไว้ อย่างน้อยที่สุด นี่คือประสบการณ์ของผม – ขอให้พวกเรามีความกล้าหาญและมองโลกในแง่ดี ถึงงานที่กำลังดำเนินอย่างก้าวหน้าอยู่ในขณะนี้ เพื่อความยุติธรรมที่ดีที่สุดในโลก

 

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

 

—–จบบทความแปล—–

 

ความคิดเห็นของผู้แปล:

 

บท ความนี้ ได้ถูกลงมาโพสต์อยู่ที่เวปขององค์กร ไอซีซี มาเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีแล้ว แต่ไม่ทราบว่า มีท่านผู้ใดสนใจในเรื่องนี้บ้าง ดิฉันพยายามหาคำแปลอยู่นาน แต่ไม่พบ (อาจจะมีการแปลเป็นภาษาไทยอยู่ในคณะนิติศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) คิดว่า เนื้อหาใจความคงจะไม่แตกต่างจากผู้แปล ถ้ามีการผิดพลาดในคำจำกัดความบางเรื่อง ดิฉันขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 

ที่ยังสงสัยไม่หายก็คือว่า สื่อกระแสหลักของประเทศไทย เงียบเชียบเอามากๆ ในเรื่องที่ท่านคาอูล เดินทางมาที่ประเทศไทยเมื่อต้นปีนี้ (มกราคม พ.ศ. 2554)

 

ดวงจำปา

 

———————-

 

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s