นายกฯปู กับปรากฏการณ์ ‘น้ำท่วมปาก’

Pic_212114

รัฐนาวา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงหนึ่งเดียวของไทย ที่กำลังอยู่ในอาการสำลักน้ำจำนวนมหาศาลที่พุ่งเข้าถล่มโจมตีพื้นที่เมือง หลวงอย่าง กทม. ที่ถือเป็นไข่แดงของประเทศไทย ซึ่งรัฐบาล และกทม.ที่มี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกทม. ต้องร่วมมือร่วมใจกันปกป้องไม่ให้ก้อนน้ำไหลเข้าท่วม หรืออย่างน้อยก็ต้องทำให้เมืองหลวงของประเทศไทยได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ให้น้อยที่สุด

แต่เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดนี้ จับอาการแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรี เหมือนกับออกมาบอกประชาชน ว่าให้ยอมรับสภาพที่จะเกิดขึ้น ไม่สามารถต้านมวลน้ำจำนวนมหาศาลที่มาจ่ออยู่หน้าบ้านด้านทิศเหนือของ กทม.ได้ ซ้ำต้องยอมปล่อยให้ท่วมกทม.บางพื้นที่  โดยครม.ประกาศให้เป็นวันหยุดราชการตั้งแต่ 27-31 ต.ค.นี้ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนคน กทม. ย้ายออกไปต่างจังหวัด

ส่วน ที่เหลือก็เหมือนรอให้หน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่เข้าไปเยียวยาผู้ประสบ อุทกภัย หากรัฐบาลและ กทม.ป้องกันไว้ไม่อยู่ ซึ่งเค้าลางก็ปรากฏชัดขึ้นมาเป็นลำดับ ทั้งพื้่นที่ในเขตดอนเมือง สายไหม หลักสี่  บางพลัด จนถึงเขตเศรษฐกิจสำคัญอย่างเยาวราช เรื่อยไปถึงเขตลาดพร้าว วังทองหลางที่ถูกประกาศเป็นเขตเฝ้าระวังพิเศษ  ทำให้เชื่อว่า กทม.คงมิอาจรอดพ้นจากน้ำท่วมไปได้ เพียงแต่จะหนักหนาสาหัสแค่ไหนเท่านั้น เพราะอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตก็เริ่มที่จะขาดแคลน ราคาพุ่งสูงขึ้นเสียแล้ว

กับ ปัญหาน้ำท่วมใหญ่กทม. หรือแม้แต่ปัญหาการบริหารงานของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัย(ศปภ.) ที่เรียกได้ว่าประสบกับความล้มเหลว ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ส่งผลทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในข้อมูลของศปภ.ที่ผ่านมา หรือแม้แต่การระบุว่านายกรัฐมนตรีหญิงและรัฐมนตรี อ่อนด้อยประสบการณ์ ทั้งในด้านการเมืองหรือข้อมูลที่จะใช้บริหารแก้ปัญหา เรียกว่าเป็น”มือใหม่หัดขับ” ก็ยังถือว่าพอทำเนา

แต่กับกรณีการกั๊ก ของบริจาค ที่ประชาชนจากทั่วประเทศบริจาคให้กับผู้ประสบอุทกภัยที่ปรากฏเป็นข่าวมาหลาย วันนั้น คนส่วนใหญ่ไม่อาจยอมรับได้ เนื่องจากสิ่งของเหล่านั้น ผู้บริจาคต้องการให้รัฐบาลโดยเฉพาะ ศปภ.ที่มีหน้าที่หลักแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมโดยตรง ได้ส่งสิ่งของรับบริจาคเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวสารอาหารแห้ง น้ำดื่ม สิ่งที่จำเป็นในภาวะน้ำท่วม รวมไปถึงเรือพาหนะจำเป็น ในยามต้องอพยพออกจากพื้นที่วิกฤติ หรือ ใช้สัญจรในยามที่น้ำท่วมสูง จะต้องไปถึงมือของผู้ประสบอุทกภัยโดยเร็วที่สุด

แต่ กลับปรากฏเป็นข่าวใหญ่โตว่า คนของรัฐบาล โดยเฉพาะมีการพุ่งเป้าไปที่แกนนำนปช. อย่างนาย ยศวริศ ชูกล่อม หรือ”เจ๋ง ดอกจิก” ที่ตอนนี้มีตำแหน่งเป็นถึงที่ปรึกษาของ รมว.มหาดไทย กั๊กของรับบริจาคจำนวนมากที่เอาไปเก็บไว้ที่ ศปภ.ดอนเมืองนานเป็นสัปดาห์ มีการใช้อำนาจเป็นคนของรัฐบาล

ทั้งนี้ไม่ว่าจะตั้งใจเก็บไว้เพื่อนำไป แจกให้ผู้ประสบภัยในเขตพื้นที่รับผิดชอบ หรือหนักกว่านั้นคือการกั๊กของที่ได้รับบริจาคให้กลายมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตน เอง หากเป็นความจริงก็ต้องถามว่า มีเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร  นี่ยังไม่นับรวมกรณี มีหญิงนิรนามคนหนึ่ง ไปอ้างชื่อของ”เจ๋ง” ไปขอเบิกของบริจาคที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ตั้งอยู่ที่สนามศุภ ชลาศัย

ตอน แรกข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวก็ยังถือว่าคลุมเครือ ถึงแม้จะมีการขานรับมาจากนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รมว.มหาดไทย สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการกระทำดังกล่าวก็พร้อมดำเนินการกับคนผิดอย่างเต็มที่ แต่จนถึงขณะนี้ข่าวการตรวจสอบก็ถูกกลบให้เงียบหายไป จากกรณีรัฐบาลออกมาสารภาพว่า กทม.คงต้องเตรียมรับวิกฤติมวลน้ำขนาดมหึมา รวมไปถึงน้ำทะเลหนุนสูง ที่จะเข้าถล่มในช่วงสิ้นเดือนต.ค.นี้

จะอย่าง ไรข้อมูลข่าวสารในโลกโซเชียลมีเดียก็ไปไกลกว่ามาก เมื่อปรากฏว่ามีประชาชนเข้าไปโพสต์แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางและหลาก หลาย ทั้งให้กำลังใจและในเชิงต่อว่าการทำหน้าที่ของศปภ. รัฐบาล รวมไปถึงแกนนำเสื้อแดงที่ตกเป็นจำเลยสังคมในแบบตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้ภาพพจน์ ศปภ.ยิ่งตกต่ำลงชนิดที่เรียกว่าน่าใจหาย

จน มาถึงกรณี นายฉลอง เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี เพื่อไทย ที่ต้องนับว่าเป็นคนกันเองกับกลุ่มนปช. ยังตัดสินใจออกมาโวยผ่านสื่อฯ ระบายความอัดอั้นในการทำงานของ ศปภ.ว่า “ตกลงตนเป็นส.ส.เพื่อไทยหรือนี่เป็นพรรคเสื้อแดงกันแน่ เพราะไปที่ศปภ.เพื่อขอถุงยังชีพให้กับชาวบ้านทั้งหมด 2,000 ชุด แต่ปรากฏว่าได้มาเพียงแค่ 500 ชุด ซึ่งไม่พอตนจึงคืนไป เพราะเมื่อขอแล้วได้เท่านี้สู้เอาเงินไปซื้อเองดีกว่า ต่างจากพวกเสื้อแดงที่ไปขอถุงยังชีพที่มีรถเอาไปส่งให้ถึงที่แถมยังได้ มากกว่าจำนวนที่ขอไปอีกด้วย ดังนั้นสงสัยว่าตกลงตัวเป็นส.ส.พรรคเพื่อไทยหรืออยู่พรรคเสื้อแดงกันแน่”

“วันนี้ เชื่อว่าการบริหารจัดการที่ไม่ทั่วถึงนั้นเกิดจากบางบุคคลเท่านั้น นายกฯคงจะไม่เกี่ยวข้องด้วย ส.ส.ไปขอของแต่กลับบอกให้เอารถไปขนเอง มีครั้งหนึ่งเคยไปขอตอนเที่ยงแต่ได้ของมาตอนสองทุ่ม ต่างจากพวกนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือนายยศวริศ ชูกล่อม เลขานุการรมช.มหาดไทย ที่มีรถขนของไปส่งให้ถึงที่ จัดรถให้ถึง 5 คันเอาถุงยังชีพไปให้ ทั้งนี้ที่ตนพูดในวันนี้พูดในนามส.ส.นนทบุรีอีก 3 คนด้วย ทุกวันนี้ต้องประสานไปยังอบต.นนทบุรี ซึ่งเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเอาถุงยังชีพมาช่วยเหลือประชาชน”นายฉลอง กล่าว…

ถ้า เป็นฝ่ายตรงข้ามออกมาให้ข้อมูลคงจะไม่มีผลกระทบต่อรัฐบาลมากนัก แต่นี่เป็นส.ส.จากพรรคเดียวกันอดรนทนไม่ได้ออกมาปูดเอง ก็ต้องยอมรับว่ามีมูลความไม่ชอบมาพากลไม่มากก็น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่ปรากฎข่าวจากที่ประชุมศปภ.หารือแนวทางต่อไปจะเปลี่ยนให้ ทหารคุมของบริจาคแทนออกมาหรอก

สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะต้องกล้าแสดงภาวะความเป็นผู้นำ กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำให้ความจริงกระจ่างออกมาให้ได้ว่ามีต้นสายปลายเหตุ ความเป็นมาอย่างไร พร้อมนำคนผิดมาลงโทษ หากทำไม่ได้ รัฐบาลและศปภ.ก็ต้องเผชิญกับวิกฤติความน่าเชื่อถือ ชึ่งขณะนี้เองก็ถือว่าตกต่ำมากอยู่แล้วจากเรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ สะท้อนภาวะไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต่อไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

ดัง นั้นขอเตือนว่าจากนี้ไปอย่ามัวแต่’เกรงอกเกรงใจ’กับผู้เคยมีอุปการคุณกับ รัฐบาล หรือเป็นเหมือนกับ”น้ำท่วมปาก”อยู่อีกเลย ไม่งั้นแม้จะเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆ แต่หากชะล่าใจ รัฐบาลปู1 ก็อาจพังแบบที่เรียกว่า”ไม่รู้เนื้อรู้ตัวก็เป็นได้”

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s