คำพยากรณ์ น้ำจะท่วม กรุงเทพ ?!

 


                                                                                                  โดย… “สว. นปช.”                                                                                                                                            
                คำพยากรณ์ที่น่าสยดสยอง ได้แก่การพยากรณ์ว่าน้ำจะท่วมกรุงเทพ จมมิดไปทั้งเมืองหลวงมิใช่แต่เท่านี้ ยังมีคำทำนายว่า น้ำจะท่วมประเทศไทยครึ่งค่อนประเทศ ขนาดประเทศมาเลเซียและ อินโดนีเซีย จะจมหายไปกับท้องมหาสมุทรช่างไม่น่าเชื่อว่าจะร้ายแรงถึงขนาดนั้น
                ฟังแล้วไม่อยากเชื่อ ยิ่งเป็นตัวของผู้เขียน (สว. นปช.) ยิ่งไม่เชื่อเอาเสียเลย
                จะเชื่อหรือไม่เชื่อ นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งขอรับพระคุณท่าน
                แต่ชาวโลกต่างก็ได้ยินเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นทำนายของ “นอสตราดามุส” หรือ ดร. อาจอง   ชุมสาย ณ อยุธยา (โหรวิทยาศาสตร์) ผู้ โด่งดังของไทย ซึ่งทำนายโลกเอาไว้ว่าโลกจะแตก  ซึ่งเป็นการทำนายที่แสนจะท้าทาย ? จริงหรือไม่จริง กระผมก็อยากเก็บคำทำนายของท่านผู้นี้เอามาให้อ่าน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับภัยพิบัติน้ำท่วมกระหน่ำประเทศไทยอย่างรุนแรง
                 ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา – คือ นักคิด-นักวิทยาศาสตร์ ผู้คิดค้นระบบการ “ลงจอด” ยานอวกาศบนดาวอังคาร โดยได้ทำงานเป็นลูกจ้างขององค์การนาซา เพื่อทำการสำรวจ “โลกใหม่” ของมนุษยชาติ….แต่ อีกด้านหนึ่งที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก ดร.อาจองฯเท่าที่ควร ก็คือท่านผู้นี้เป็นผู้ปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนามาเป็นเวลานานต่อเนื่องยาวนานประมาณ 30 ปี จนอาจกล่าวได้ว่า ท่านเข้าถึงธรรมขั้นสูงระดับหนึ่งไปแล้ว
เรื่องนี้เป็นเหตุให้ท่านปฏิเสธองค์การนาซาที่จะเพิ่มเงินเดือนให้อีก 20 เท่า  เพราะไม่เห็นว่าแนวทางของนาซาจะแก้ปัญหาของมนุษย์ได้ ท่านได้บินกลับเมืองไทย  เปลี่ยนมาสอนหนังสือเด็กๆในชนบท สร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมาจากอายุ 6 ขวบ เพื่อให้เป็นอนาคตของประเทศไทยต่อไป
ปัจจุบันท่านเป็นผู้บริหารโรงเรียนสัตยาไส ที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี พร้อมกับได้รับเชิญไปบรรยายสอนเรื่องการอบรมพัฒนาจิตของเยาวชนด้วยการเดินทางไปทั่วโลก
ขณะนี้ ชีวิตของท่านเต็มไปด้วยความเสียสละ สมถะ และบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน และเพื่อประเทศชาติเป็นที่น่าสรรเสริญมาก
บทสัมภาษณ์ ดร.อาจองฯ เมื่อ 16 ตุลาคม 2548 เกี่ยวกับอนาคตของเมืองไทยและโลกในอีก 12 ปีข้างหน้า จะพบกับเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ มีการสูญเสียไม่ใช่น้อย
ยังไม่ทันถึง ๑๒ ปี ก็ได้พบเห็นน้ำท่วมใหญ่ก่อนการทำนาย
ดร. อาจองกล่าวว่า เมื่อประมาณ 15 ปีก่อนหน้ามนุษย์เริ่มวางแผนที่จะไปสำรวจดาวอังคาร แล้วก็เริ่มส่งยานอวกาศ ออกไปสำรวจจนได้ข้อมูลเพียงพอ เพราะที่นั่น มันมีบรรยากาศใกล้เคียงกันกับโลก คือ มีอากาศเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ และคาร์บอนไดออกไซด์ ก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาในทางร้ายกับร่างกายของมนุษย์ แล้วถ้ามีคาร์บอนไดออกไซด์ มีน้ำ มีแสงแดด ต้นไม้ก็จะโต เพราะต้นไม้จะเป็นตัวดูดเอาคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป เพื่อคายออกซิเจนออกมา ทำให้มีบรรยากาศใกล้เคียงกับโลก
ดูจากหลักฐานที่เราได้มาจากก้อนหิน หรือจากการสำรวจ ทำให้เราพบว่า ครั้งหนึ่งในอดีต ดาวอังคารเคยถูกน้ำท่วม ถูกน้ำซัดผ่านบริเวณผิวขอบของดาว ก็แสดงว่า ที่นั่นต้องมีน้ำเยอะ แม้ว่าแสงแดดจะน้อยกว่าโลก จนทำให้อุณหภูมิลดลงถึง -35 องศาเซลเซียส แต่ก็ถือว่า มันมีบรรยากาศใกล้เคียงกับโลกมากที่สุด แต่การที่มนุษย์ จะขึ้นไปอยู่บนดาวอังคารได้จริงๆ ก่อนอื่น คือ เราจะต้องสร้างเรือนกระจกครอบขึ้นมา เพื่อเข้าไปอยู่ในนั้น แล้วก็ต้องปลูกต้นไม้ให้ได้มากที่สุดเพื่อให้เกิดออกซิเจนหนาแน่นขึ้น
                กระผมขอพับเรื่องดาวพระอังคารไว้ก่อน ขอกล่าวถึงการทำลายโลกว่าปัญหาเกิดจาก
จากภาวะ เรือนกระจก ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น วิกฤตอันนี้ มันเกิดจากภาวะความเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะเปลือกโลกมันลอยอยู่กับของเหลวข้างใน ซึ่งของเหลวข้างใน มันมีความร้อนสูง เปลือกของโลก มันก็เริ่มเคลื่อนไหวเพราะขาดสมดุล แล้วตัวน้ำทะเลที่มันสูงขึ้น ก็จะทำให้โลกข้างที่อยู่ทางมหาสมุทรแปซิฟิกมีน้ำหนักมากขึ้น จนโลกเริ่มจะแกว่ง
                สรุปแล้ว เป็นเพราะโลกมันแกว่งนี้แหละครับ จะทำให้น้ำท่วมไปหลายประเทศ และจะลามมาถึงกรุงเทพ ซึ่งการทำนายของ ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา จะไปเกิดเหตุร้ายในปี ๒๐๒๒ คืออีก ๑๒ ปีข้างหน้า
                แต่ได้มีนักทำนายหลายท่าน ทำนายว่าจะเกิดเหคุร้ายในปี ค.ศ. ๒๐๑๒ (๒๕๕๕) ซึ่งเหลืออีกไม่นานก็จะขึ้นปีใหม่แล้ว หากจะเกิดเหตุร้ายในปีใหม่ข้างหน้า นี้จริง ก็ไม่อยากเรียกว่าปีใหม่ดอกครับ เพราะคำว่า “ปีใหม่” เป็นปีแห่งการส่ง ส.ค.ส.
                ท่านเหล่านั้นที่ทักทายปีใหม่ (๒๕๕๕) ว่าจะเกิดเหตุร้าย ประกอบด้วย นพ. ประสาน ต่างใจ พ.อ.อ. สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา และ ดร. สมิทธ ธรรมสโรช
                จะเกิดเหตุร้ายจริงหรือไม่จริง ยังไม่อาจทราบได้ แต่ในปีนี้ เราก็ได้เห็นน้ำท่วม ๒๖ จังหวัด นี้เป็นภัยพิบัติน้ำท่วมเบาะๆของภัยธรรมชาติอย่างหนึ่งเท่านั้น หาใช่เป็นภัยน้ำท่วมแบบ “โลกพลิก” แต่ประการใดไม่
                ความจริงมีนักทำนายเกี่ยวกับโลกจะแตกมีมากมายหลายคน กระผมไม่อยากนำเอามาเขียนให้ปวดหมอง แต่เมื่อได้เขียนแล้วก็อยากจะให้ได้รู้จักกับชาวบราซิล ชื่อ “อูเซลีนโย่” เกิด ปี พ.ศ. 2503 (คาดว่าปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่) ? เป็นผู้ทำนายเหตุการณ์ในอนาคตมามากมาย ซึ่งหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วเกิดขึ้นจริงตามที่เขาทำนายเสียด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า
         ทั้งนี้ ฮูเซลีนโย่ เล่าว่า เขาเห็นอนาคตในฝันของเขาซึ่งสามารถทำนายได้ 3-9 คำทำนายต่อวัน โดยเมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็จะรีบบันทึก และส่งเตือนผู้คนที่เกี่ยวข้องทันที ถ้าหากเหตุการณ์นั้นๆ เกิดขึ้นกับคนใดคนหนึ่ง เขาก็จะเขียนจดหมายไปเตือนคนผู้นั้น หรือ หากเกิดขึ้นกับคนมีชื่อเสียง เช่น คนดัง  นักการเมือง หรือเป็นเรื่องของอนาคตที่เกี่ยวข้องกับสาธารณชน เขาก็จะส่งจดหมายเตือนไปยังเอเย่นต์ที่เกี่ยวข้อง รัฐบาล และตามสื่อต่างๆ โดยฮูเซลีนโย่ พยายามกระตุ้นให้มีการเผยแพร่คำทำนายของเขาออกไป แต่ก็มักได้รับการปฏิเสธด้วยเกรงว่าจะทำให้ผู้คนเกิดความตระหนก
          ดังเช่น เขาทำนาย จะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่น เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ซึ่งจะทำให้เกิดคลื่นสึนามิสูง 30 เมตร ก็เกิดขึ้นจริง
ทำนายว่าวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๑
 จะเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดประมาณ 9.1 ริกเตอร์ที่ประเทศจีน ในขณะเดียวกันก็เกิดคลื่น สึนามิสูง 30 เมตร มีคนตายจากเหตุการณ์นี้มากกว่า 1 ล้านคน แม้ว่าแผ่นดินไหวครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นหลังกีฬาโอลิมปิกจบได้ไม่นาน ก็อาจจะมีแผ่นดินไหวขนาดย่อมเกิดขึ้นเป็นระลอกๆ ในจีนก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สุด รัฐบาลจีนยังคงสนใจกับการประสบความสำเร็จของกีฬาโอลิมปิก จนเพิกเฉยต่อมาตรการเตือนภัย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตที่สูงมาก หากรัฐบาลจีนไม่ประกาศถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและทำการอพยพผู้คน จำนวนผู้เสียชีวิตก็จะเป็นไปตามที่ทำนาย
                นักทำนายคนเดียวกันนี้ได้ทำนาย “ล่วงหน้า” เอาไว้หลายเรื่อง โดยเฉพาะได้ทำนายโลกเอาไว้อย่างน่ากลัวว่า ในปี พ.ศ. 2557 (ค.ศ. ๒๐๑๔) คืออีก ๓ ปีข้างหน้าดาวเคราะห์ขนาดเล็กดวงหนึ่งที่ได้เคลื่อนที่เข้าใกล้โลกเรื่อยๆ นั้น จะชนกับโลกในที่สุด ซึ่งการชนกันครั้งนี้ส่งผลต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ทั้งปวง
ปี พ.ศ. 2558:  ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน โลกจะมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงถึง 59 องศา
เซลเซียส หลายคนจะตายจากสภาวะอากาศที่ร้อนเกินไป และความยุ่งเหยิง หรือ ความหวาดกลัวต่างๆจะตามมา จากการทำนายเหตุการณ์ต่างๆ ในอนาคตครั้งนี้ นายฮูเซลีนโย่ หวังเพียงให้ผู้คนสนใจคำเตือนของเขา เพื่อที่ว่า อาจช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงหายนะเหล่านั้นได้
ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2559: พายุไต้ฝุ่นขนาดยักษ์จะบุกรุกประเทศจีน ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ประธานาธิบดีคนที่ 43 ของสหรัฐอเมริกา นายจอร์จ วอคเกอร์ บุช จะเข้าโรงพยาบาลและเผชิญหน้ากับสถานการณ์ระหว่างความเป็นและความตาย
ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569: เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในซานฟรานซิสโก ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ”The Big One” ส่งผลให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่ต่อพื้นที่รอบข้าง ภูเขาไฟหลายลูกจะติดขึ้นอีกครั้ง และ เกิดคลื่น สึนามีสูงกว่า 150 เมตร  
                กระผมอาจจะเขียนเลอะเทอะ ไร้แก่นสาร อ่านแล้วอาจจะสับสน
                ลองอ่านดูอีกรอบ…อาจจะเกิดปัญญาว่าทำอย่างไร น้ำจึงจะไม่ท่วมกรุงเทพ ?!
                                                                                                                “สว. นปช.”

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s