“น้ำท่วม”กลบ”การเมือง” พิสูจน์ฝีมือรัฐบาล”ยิ่งลักษณ์” รอปะทุหลัง”น้ำแห้ง”ไม่เกินพ.ค.2555

ประเทศไทยยามนี้เผชิญหน้ากับภัยทางธรรมชาติน้ำท่วม!

 

ทั้งนี้เพราะเหตุแปรปรวนตามธรรมชาติ ทำให้ฤดูน้ำหลากมาถึงเร็วกว่ากำหนดถึง 2 เดือน ปริมาณน้ำมากกว่าปกติ 30 เปอร์เซ็นต์ โดยมีการสะสมต่อเนื่อง เขื่อนใหญ่ 4 เขื่อน ทั้งเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ขึ้น จนต้องระบายน้ำออกมา

 

 

ผลการระบายน้ำจากเขื่อนใหญ่ ทำให้ปริมาณน้ำสูงขึ้นในพื้นที่ต่างๆ

 

 

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังพยากรณ์ไว้ว่า จะมีพายุพัดเข้าอีกหลายระลอก ล่าสุดคือพายุนาลแกที่ก่อตัวในทะเลจีนใต้ กระหน่ำใส่ประเทศเวียดนาม และกระดอนมาถึงประเทศไทย ซึ่งพายุแต่ละลูกจะนำพาฝนเข้ามาด้วย

เท่ากับว่ามีแนวโน้มที่ประเทศไทยต้องรับน้ำฝนเพิ่มเติมจากเดิมที่เต็มกลืนอยู่แล้ว

 

 

ปริมาณน้ำที่มากจนระบายไม่ทัน ทำให้พื้นที่จังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางจมอยู่ใต้บาดาล เรือกสวนไร่นาจมน้ำ ประชาชนไม่มีที่อยู่อาศัย และได้รับความเดือดร้อนจากการแช่ขังของน้ำที่สูงระดับ 2 เมตร โรงงานอุตสาหกรรมต้องปิดตัวเองชั่วคราว เสียงเรียกร้องจากพื้นที่ที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือดังขึ้นทุกสารทิศ

 

 

ขณะนี้รัฐบาลผสมพรรคเพื่อไทย ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี จึงไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

 

 

 

และน้ำท่วมก็ทำให้สื่อสารมวลชนทุกแขนงนำเสนอข่าวสารดังกล่าว กระทั่งกลบกระแสความขัดแย้งทางการเมืองด้านอื่นลง

 

 

เหลือเพียงข่าวสาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประชุม ตรวจเยี่ยม ข่าวสารรัฐมนตรีลงพื้นที่น้ำท่วม และข่าวสารความเดือดร้อนของประชาชน

 

 

ขณะที่กระแสการเมืองที่พรรคฝ่ายค้านพยายามชักนำให้เข้าแนว เช่น การตรวจจับพิรุธโครงการจำนำข้าว การแสดงความสงสัยในโครงการบ้านหลังแรกว่าเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทับซ้อนหรือ ไม่ การเคลื่อนไหวสอบถาม

กรณีนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุดสั่งไม่ฎีกาคำตัดสินของศาลอุทธรณ์คดีเลี่ยงภาษีหุ้นชินคอร์ป ที่มีคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร์ อดีตภรรยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลย

 

 

แม้แต่ความเคลื่อนไหวในข้อเสนอของนิติราษฎร์ที่เสนอให้ยกเลิกผลที่เกิดจากการปฏิวัติรัฐประหารก็พลอยเงียบหายไป

 

 

อย่างไรก็ตาม ความเงียบหายไปของกระแสการเมือง เป็นความเงียบหายไปเพราะถูกกระแสข่าวน้ำท่วมกลบหาย ขณะที่กระแสความขัดแย้งทางการเมืองไทยนั้นยังคงดำรงอยู่

 

 

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดประเด็นช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

 

อ้างข้อมูลหน่วยข่าวความมั่นคงว่า มีกลุ่มการเมืองร่วมมือกลุ่มผู้สูญเสียอำนาจจ้องล้มรัฐบาล โดยวางแผน 9 ข้อ ประกอบด้วย 1.ให้สื่อฝ่ายตรงข้ามโจมตีพรรคเพื่อไทยทุกประเด็น ทั้งเรื่องนโยบายและตัวบุคคล 2.กลุ่มผู้มีอำนาจ ผู้สูญเสียอำนาจที่เคยดูแลกระทรวงไหนมาก่อน สั่งให้ลูกน้องใส่เกียร์ว่าง ไม่ให้ความร่วมมือกับผู้บริหารชุดปัจจุบัน 3.ยุยงข้าราชการที่ถูกย้ายให้ออกมาร้องทุกข์กล่าวโทษว่าถูกโยกย้ายไม่เป็น ธรรม เพื่อสร้างความเสื่อมเสียให้รัฐบาล

 

 

 

4.ยุยงชาวบ้านให้ออกมากล่าวโทษผู้บริหารในรัฐบาลเพื่อไทย 5.ให้กลุ่มที่อาศัยคราบองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) บางกลุ่ม ออกมาทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาล 6.ใช้เครือข่ายสื่อที่ตัวเองมี รวมทั้งทางโซเชียลเน็ตเวิร์กให้โยงเป็นหลักการเดียวว่า “ยิ่งลักษณ์ช่วยทักษิณ” เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้สึกว่าเป็นรัฐบาลที่จะช่วยเหลือคนคนเดียว 7.โจมตีสมาชิก พท.และคนในรัฐบาลว่าไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน 8.ทำร้ายแกนนำคนเสื้อแดง สมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมถึงบุคคลสำคัญๆ ในรัฐบาล

 

 

 

และ9.เมื่อข้อ 1-8 ประสบผลสำเร็จ ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลบริหารงานแล้วส่งผลเสีย ก็ให้เร่งประเด็นยุบพรรคเพื่อไทย

 

 

“เขาจ้องล้มรัฐบาลให้ได้ก่อนเดือนพฤษภาคม 2555 หรือก่อนที่อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน จะพ้นจากการถูกเพิกถอนสิทธิการเมือง”

 

 

 

ตามด้วยการเปิดประเด็นปฏิบัติการเสี้ยม ระหว่างจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก

 

 

สุดท้ายโยงไปถึงกองกำลังติดอาวุธได้รับการฝึกจากประเทศอิสราเอล ที่จะต้องใช้ในการทำรัฐประหาร

 

 

การประสานเสียงระหว่างนายพร้อมพงศ์กับนายจตุพรนี้ สามารถวัดดีกรีการเมืองไทยได้ว่ายังคงเดือดปุ ปุ

 

 

ประการแรก การเมืองยังมีความขัดแย้งในระดับรุนแรง

 

 

ประการต่อมา ปัจจัยการโค่มล้มและอยู่รอดของการเมือง คือ ความพึงพอใจของประชาชน

 

 

ประการที่สาม เวลาที่เหมาะในการกัดเซาะรัฐบาล คือช่วงเวลาก่อนเดือนพฤษภาคม 2555 เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันยังใหม่หมาด สามารถพลาดพลั้งได้ในทุกจังหวะ

 

แต่หากปล่อยให้ล่วงเลยไปถึงพฤษภาคม 2555 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยครบกำหนด “เว้นวรรคการเมือง”

 

ถึงเวลานั้นโอกาสโค่นล้มรัฐบาลยิ่งยากมากขึ้น

 

ดังนั้น ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ ย่อมมีความหมายทางการเมือง

 

 

ความสำเร็จหรือความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ย่อมส่งผลต่อการเมืองหลังน้ำลด

 

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์มติชน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s