เปิดใจ “บุญทรง เตริยาภิรมย์” มาตรการบ้าน-รถคันแรก กับข้อหา”เอื้อคนรวย”

สัมภาษณ์โดย ทีมเศรษฐกิจ มติชน

สัมภาษณ์


 

“ทุกเรื่องเรารับฟังและปรับได้ แต่เราไม่ได้ปรับตรงเนื้อนโยบาย เราปรับที่รายละเอียด”

ถูก วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังออกมาตรการ “สนับสนุนคืนเงินสำหรับผู้ซื้อรถยนต์คันแรก” ตามด้วย “นโยบายเพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง” ว่า เป็นมาตรการเอื้อกลุ่มคนรวยเป็นหลัก เหตุเพราะขยายมูลค่าบ้านสูงถึง 5 ล้านบาท ทำให้ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงถึง 5 แสนบาท

“มติชน” ได้สัมภาษณ์นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้กำกับดูแลโดยตรง ถึงที่มาที่ไปและเหตุผลของนโยบายทั้งสองของรัฐบาล

– บ้านหลังแรกจะมีการปรับเงื่อนไขใหม่หรือไม่

ณ ขณะนี้ หลักการและนโยบายยังยืนอยู่ที่บ้านไม่เกิน 5 ล้านบาท ให้ประโยชน์ทางภาษี 10% ของมูลค่าเฉลี่ยเท่าๆ กันเป็นเวลา 5 ปี แต่จะเลือกเริ่มต้นในปีที่ 1 หรือปีถัดไปก็ได้ เพียงแต่ว่าหากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประกาศมาตรการเสริม ก็เป็นเรื่องของ ธอส.ที่จะเป็นการให้มาตรการด้านดอกเบี้ยมาเสริมกับมาตรการที่รัฐบาลทำอยู่ แล้ว เพื่อมาช่วยคนที่ต้องการซื้อบ้านต่ำกว่า 1 ล้านบาท หรือจะเชิญชวนธนาคารอื่นมาร่วมด้วยก็แล้วแต่

– ทำไมไม่ช่วยเหลือด้านลดค่าธรรมเนียม

ค่า ธรรมเนียมการโอน การจดจำนอง หรือภาษีธุรกิจธุรกิจเฉพาะ ไม่ใช่เป็นการให้กับคนซื้อมากเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นมาตรการดอกเบี้ย คนซื้อได้ประโยชน์จริงๆ ก็คงจะออกมาในแนวทางนั้นมากกว่า

– มาตรการภาษีทำให้คนมีรายได้สูงได้เปรียบมากกว่า

จริงๆ เราต้องการให้คนที่อยู่ในระบบภาษี ซึ่งเป็นผู้เสียภาษีให้กับรัฐได้ประโยชน์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้มีรายได้สูงหรือต่ำ ซึ่งในการออกนโยบายเราก็คำนึงถึงทุกภาคส่วนว่า ใครควรจะอยู่และได้นโยบายทางด้านใดบ้าง เพราะนโยบายรัฐบาลมีหลายด้าน เฉพาะเรื่องบ้านอย่างเดียวก็ยังจะมีเป็นบ้านเอื้ออาทร จึงอยากเรียนว่า ทุกนโยบายไม่สามารถจะไปได้กับทุกคน แต่ละกลุ่มจะมีนโยบายที่จะลงไปดูเฉพาะ เพียงแต่ขณะนี้เราอยากให้คนได้เข้ามาในระบบฐานภาษี แม้ว่าจะยื่นแบบเปล่า แต่เราก็อยากให้อยู่ในระบบ

– การกำหนดมูลค่าบ้านที่สูงถึง 5 ล้านบาท ทำให้เอื้อคนรวย

คน ที่มีรายได้น้อยก็ซื้อบ้าน 1-2 ล้านบาทได้ เพราะจริงๆ แล้วปริมาณบ้านที่เราสำรวจ กรมสรรพากรมีตัวเลขว่า ปีหนึ่งๆ จะมีบ้านใหม่รวมทุกราคาที่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ออกประมาณ 1.7 แสนยูนิต โดยที่ประมาณ 80% จะเป็นบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทลงไป ถ้าดูข้อมูลเหล่านี้ก็จะเห็นว่า จริงๆ เราไม่ได้ให้ประโยชน์กับคนที่มีเงินมากกว่า เพราะคนกลุ่มใหญ่ยังอยู่ข้างล่าง เป้าหมายมันก็ออกมาอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่ที่เราให้ถึง 5 ล้านบาทก็เพื่อว่า อย่างน้อยคนที่อยู่กลุ่มที่ปริ่มๆ ก็จะมีโอกาสด้วย ก็เลยขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น

– ทำไมไม่เปิดโอกาสบ้านมือสองด้วย

ประเด็น คือ เราใช้นโยบายภาษี ประเมินราคาลำบาก ไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน แต่ถ้าบ้านใหม่มันชัดเจน ขณะที่บ้านมือสองตกลงกันเองก็ได้ มาตรฐานราคาไม่มี มันยากที่จะประเมิน แต่ถ้าเราใช้เรื่องดอกเบี้ยไปช่วยก็อาจจะได้ ขึ้นกับเงื่อนไขของ ธอส. ส่วนบ้านสร้างเอง ก็มีเรื่องที่ดิน แล้วใครจะมาประเมินที่ดินให้ จะยุ่งเหยิงหมด เอากรมที่ดินเข้ามาร่วมประเมิน สถาบันการเงินเข้ามาด้วย แล้วจะเอาราคาประเมินของใครเป็นที่ตั้ง ยึดถือราคาไหนเป็นเกณฑ์ ยุ่งยาก มาตรฐานต่างกัน

– รถยนต์คันแรกจะปรับด้วยหรือไม่

รอกรม สรรพสามิตไปสรุป อย่างที่เป็นข่าว เสียงเรียกร้องมาเยอะ ประชาชนก็เรียกร้อง ผู้ประกอบการก็เรียกร้อง ที่สุดเลยบอกว่า ลองไปสำรวจดูสิว่า มีความต้องการจริงหรือไม่ ถ้ามีมันมากน้อยแค่ไหน และมีผลอย่างไรบ้าง กรมสรรพสามิตกำลังทำตัวเลข สำรวจเจรจา คุยกับประชาชนมั่ง กับผู้ประกอบการมั่ง

– ทำไมไม่เอา 1600 ซีซีตั้งแต่แรก

กรม สรรพสามิตมีข้อมูลย้อนหลังว่า คนที่ยังไม่เคยมีรถ เมื่อตัดสินใจจะมีรถใหม่ แนวโน้มจะซื้อรถใหม่มันอยู่ที่ 1500 ซีซีลงมา ดังนั้นตัวเลขรถยนต์ใหม่ที่จะออกสู่ตลาดแต่ละปี อย่างปีละ 5 แสนคัน ที่มีขนาด 1500 ซีซีลงมาจะเป็นคนที่ซื้อรถคันแรกประมาณ 42-43% เรียกว่าครึ่งหนึ่งของคนที่ซื้อรถต่ำกว่า 1500 ซีซี คือคนที่ซื้อรถคันแรก ถ้าเป็น 1600 ซีซีขึ้นไปมีประมาณ 20% กลุ่มเป้าหมายเราจึงไปมุ่งทางนั้น

– ทำไมไม่รวมรถมือสองด้วย

นโยบาย นี้มันระยะสั้นแค่ 1 ปี ไม่ใช่ว่าเราทำและจะยืนไปอีก 4 ปีที่รัฐบาลอยู่ แค่ปีหน้า อย่างไรรถมือสองก็ยังขายได้ เพียงแต่ยอดอาจจะลดลงไปหน่อย ช่วงเปิดตัวโครงการอาจจะชะลอหน่อย แต่เมื่อเข้าสู่ภาวะปกติมันก็ขายได้ เพราะคนทั่วประเทศไม่ใช่ว่าจะตั้งใจซื้อรถยนต์ใหม่ๆ หมด ยืนยันว่าเราไม่ได้ต้องการจะไปทำลายโครงสร้างเอกชน

– พอขอมาก็ให้ เหมือนหลักการเราไม่นิ่ง

จริงๆ เราเองก็ต้องการจะยืนตรงนี้ ขณะนี้ก็ยังไม่ปรับหรือทำอะไร เพียงแต่เมื่อมีการเรียกร้องเข้ามาเยอะ อีกอย่างถ้าเป็นการเรียกร้องจากฝั่งผู้ประกอบการเข้ามาเราก็คงไม่ให้ แต่มีประชาชนเรียกร้องเข้ามาด้วย โทร.เข้าไปที่ศูนย์ฮอตไลน์ของกรมสรรพสามิต เราก็ต้องฟัง ซึ่งถ้าสรุปทันเราก็อยากจะนำเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 27 กันยายนนี้

– มาตรการเปลี่ยนแปลงบ่อย จะมีผลต่อความเชื่อมั่นหรือไม่

มาตรการนี้เป็นมาตรการที่เราต้องการให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ ฉะนั้น หากเป็นประโยชน์ของประชาชน เราต้องฟัง

– จะกระทบงบประมาณมากน้อยเพียงใด

แนว ทางที่เราตั้งเอาไว้คือ งบประมาณจะต้องไม่กระทบ เพราะหากไปกระทบตรงนั้น ก็จะกระทบต่อแผนงบประมาณที่เราได้ทำไว้แล้ว จึงให้แนวทางว่า ต้องไม่กระทบงบประมาณ และลองไปดูว่าตัวเลขจริงๆ เป็นอย่างไร คราวที่แล้วที่ทำมา พอมีช่องทางอะไรที่ประหยัดได้อีกหรือไม่

อย่างรถ ยนต์ปี 2555 สมมุติขายได้ 5 แสนคันเป็นรถใหม่มือแรก ถ้าเอาราคา 1 ล้านบาท มูลค่าเศรษฐกิจคือ 5 แสนล้านบาท คิดเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างเดียวก็ประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท และที่เป็นภาษีสรรพสามิตที่จะเก็บได้ก็ใกล้ๆ 3 หมื่นล้านบาท เพราะที่เราไปกำหนดตัวเลขคืนในปี 2556 ไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาท ก็เป็นตัวเลขจากภาษีที่เก็บได้ก่อนแล้วคืนในภายหลัง แต่ยังมีภาษีนิติบุคคลสิ้นปีจาก 5 แสนล้านบาท แค่กำไรเพียง 10% คิดเป็น 5 หมื่นล้านบาท เก็บภาษีนิติบุคคลแค่ 20% ตามที่เราจะลดแล้วจะมีเงินเข้ามาอีก 1 หมื่นล้านบาท รวมๆ แล้วก็ประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท แล้วเราไปคืนเขาในปีถัดไป 3 หมื่นล้านบาท ก็ยังบวกมา 5 หมื่นล้านบาท

บ้าน ก็เช่นเดียวกัน ขายบ้านได้ คนไปซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า จะมีรายได้ตามมาอีกเป็นพรวน เพราะทุกขั้นจะมีภาษีมูลค่าเพิ่มหมด สมมุติขายบ้าน 1 แสนยูนิต ไม่ต้องเอาอะไร คิดแค่ 1 ล้านบาท มูลค่าก็จะ 1 แสนล้านบาท มีภาษีมูลค่าด้วยอะไรด้วย ก็จะคล้ายๆ กัน ผมค่อนข้างมั่นใจว่า สิ่งที่รัฐบาลทำครั้งนี้ เราจะได้คืนมามากกว่าในแง่รายได้เชิงภาษี

– คิดอย่างไรที่นโยบายถูกวิจารณ์มาก

ก็ ไม่มากนะ อย่างรถยนต์ก็บอกแค่ว่า ทำไมเป็น 1500 ซีซี ทำไมไม่เป็นอันนั้น แต่ทุกคนก็บอกว่าดีหมด ทุกคนรอจะซื้อรถยนต์ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับรายงานว่ายอดจองมากน้อยแค่ไหน แต่ก็คึกคักขึ้น รอดูวันเปิดตัววันที่ 4 ตุลาคม ว่าจะคึกคักแค่ไหน

– ปัญหาสถานที่จัดงานแก้ไขเสร็จหรือยัง

กรม สรรพสามิตไปดูวันและสถานที่ที่อิมแพค เมืองทองธานี ก็แล้วแต่ทางกรมกับผู้ที่เขาจะจัด ถ้าย้ายจะย้ายอย่างไร แต่ก่อนอื่นให้ไปคุยกันว่า มันเป็นไปได้หรือไม่ อันนั้นเป็นนโยบายระยะสั้น เหมือนการประชาสัมพันธ์นโยบายรัฐบาล ไม่ได้มีเจตนาจะไปแย่งหรือแข่งกับธุรกิจเอกชน

– ยังมีนโยบายอื่นที่จะออกมาอีกหรือไม่

หลักๆ ก็มี 2 เรื่องนี้ แล้วจะตามมาอีก ตอนนี้ค่าจ้าง 300 บาทกับเงินเดือนข้าราชการ 15,000 บาท ก็ผ่าน ครม.ไปแล้ว กำลังอยู่ในระหว่างจัดทำรายละเอียดลดภาษีนิติบุคคล ซึ่งจะต้องเริ่มใช้ 1 มกราคม 2555 ซึ่งก็ยังไม่สามารถเข้า ครม.ได้ทันสัปดาห์นี้ เพราะยังมีรายละเอียดเพิ่มเติม อยากให้เข้าทีเดียวแล้วจบ ตามมาด้วยบัตรเครดิตเกษตรกร ที่กระทรวงการคลังดูร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นอกจากนี้ก็จะเป็นงานที่อยู่กับกระทรวงอื่น

– นโยบายรัฐบาลขณะนี้ไม่ได้มุ่งคนรวยอย่างเดียว

ยืน ยันว่าเราจะดูหมด อย่างค่าจ้าง 200 บาทขั้นต่ำ 1 มกราคม ก็จะเป็น 300 บาทแล้ว คือผู้ใช้แรงงานได้ประโยชน์จากนโยบายนี้ เกษตรกรที่เป็นคนระดับล่าง รายได้ไม่มากก็จะได้พึ่งพาเรื่องพืชผลทางการเกษตร ก็ดูแลคนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่แล้ว ลดภาษีก็ดูแลภาคธุรกิจไป เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเดินไปได้ให้สะดวกที่สุด ซึ่งนโยบาย 16 เรื่องที่จะทำในปีนี้ ครอบคลุมประชาชนเกือบทุกด้าน

ทำไมไม่ถามว่า 300 บาทกลุ่มไหนได้ประโยชน์ คนรวยเสียนะ เพราะต้องไปจ่ายค่าแรงเพิ่ม เวลาดูต้องดูทั้งหมด อย่าหยิบแต่ละเรื่อง ขณะนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านและปรับสมดุลโครงสร้างของชีวิตความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตให้ขยับเข้ามาใกล้กัน

– ยังมั่นใจในการเดินหน้าต่อในการทำงาน

ยัง มั่นใจที่จะเดินหน้าต่อ แต่ก็เป็นธรรมดาที่แต่ละนโยบายจะเลิศเลอไร้ข้อตำหนิ ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบไปทุกอย่าง ไม่ว่ารัฐบาลไหน นโยบายไหนก็วิจารณ์กันได้หมด เพียงแต่ว่าเราทำแล้วคนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์กันจริงๆ

– แต่เหมือนเราต้องตามแก้ อุดช่องโหว่ตลอด

ที่ จริงทุกอย่างเบ็ดเสร็จเรียบร้อยหมด เพียงแต่ว่าพอออกมาแล้วอาจจะยังไม่โดนใจ ก็ต้องมีข้อวิจารณ์ และเมื่อวิจารณ์เราก็ต้องรับฟัง ไม่ใช่เป็นจุดที่ไม่ดีในโครงการ โครงการดีอยู่แล้ว แต่อาจจะคำตอบไม่ถูกใจก็ต้องถาม แล้วจึงเป็นประเด็นจะทำอย่างไร ทุกเรื่องเรารับฟังและปรับได้ แต่เราไม่ได้ปรับตรงเนื้อนโยบาย เราปรับที่รายละเอียด

– ใครขออะไรก็ได้

รัฐบาลไม่ใช่ซานตาคลอสนะ

…………..

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์มติชน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s