“วรเจตน์ ภาคีรัตน์” หัวหอก “นิติราษฎร์” เปิด “ตำรา” ล้างคำสาป 19 ก.ย.

สัมภาษณ์พิเศษ โดย พนัสชัย คงศิริขันต์

สัมภาษณ์พิเศษ



“วันนี้ อำนาจอยู่ที่ประชาชน แล้วประชาชนต้องการล้างผลที่เกิดขึ้นจากรัฐประหารที่ตามมา ทำไมจะทำไม่ได้ ทำได้เสียยิ่งกว่าได้อีก เพียงแต่ยังไม่เคยทำ ไม่มีใครกล้าทำ นักการเมืองก็ไม่กล้าทำ ทำเดี๋ยวกลัวโดนรัฐประหารอีกรอบหนึ่งหรือเปล่า”

นับ แต่ 19 กันยายน 2549 “คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” (คปค.) ได้ทิ้งมรดก “นิติอำพราง” ผ่านบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เพื่อพิฆาตกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม

5 ปีผ่านไป เกิดการรวมตัวของนักวิชาการกลุ่มเล็กๆ ในนาม “คณะนิติราษฎร์” นำโดย รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงจุดยืนใหม่ด้วยการลบล้างผลพวงทางกฎหมายที่เกิดจากการรัฐประหาร

ผ่าน “แถลงการณ์คณะนิติราษฎร์” ในวาระครบ 1 ปีของการก่อตั้งกลุ่ม ส่งผลสะเทือนวงการกฎหมายไทย เขย่าขวัญ “ชน ชั้นนำ” ให้หวาดผวา

ทันที ที่ก่อน 7 อาจารย์ “นิติราษฎร์” จะออกมาเรียงหน้าท้ารบเปิดเวทีชี้แจงข้อครหาหวังเอื้อประโยชน์ให้นักการ เมืองเมื่อวันที่ 25 กันยายน

“วรเจตน์” จึงกางตำรา “นิติศาสตร์” เคลียร์ข้อซักถามทุกประเด็นผ่าน “มติชน” ถึงกลวิธีทำอย่างไรให้ล้างคำสาปจาก “มรดก คปค.” ให้สูญพันธุ์ไปจากระบบการเมืองไทย

– ช่วยอธิบายรูปธรรมข้อเสนอคณะนิติราษฎร์ในการลบล้างผลพวงรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

ใน แง่ประสบการณ์ของต่างประเทศ การลบล้างคำพิพากษามันมีในเยอรมนี โดยสภาผู้แทนราษฎรเคยออกประกาศให้คำพิพากษาของศาลสมัยนาซี จำนวนหนึ่งเป็นโมฆะ เขาก็ทำมาแล้ว ดังนั้น หากมี ส.ส.หรือ ส.ว. จำนวนหนึ่งเห็นว่า รัฐบาลออกพระราช กำหนดใดมาโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญ เขาก็จะเข้าชื่อกันส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเกิดวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญในแง่ของกระบวน การออกพระราชกำหนด รัฐธรรมนูญบอกว่าให้พระราชกำหนดนั้นไม่มีผลบังคับมาแต่ต้น อันนี้อยู่ในมาตรา 185 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญ ให้พระราชกำหนดนั้นไม่มีผลบังคับมาแต่ต้น หมายความว่าพระราชกำหนดฉบับนี้ใช้ไม่ได้เลยตั้งแต่วันที่มันมีการออก

เพราะ ฉะนั้นในระหว่างนั้นเกิดพระราชกำหนดนั้นให้อำนาจคนไปค้นบ้าน ไปให้อำนาจคนไปจับกุม คุมขัง ก็ต้องถือว่าไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะไปทำเลย ก็คือว่ามันย้อนกลับไปตั้งแต่วันออกพระราชกำหนด ถ้าเกิดศาลวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ นี่คือหลักว่าในระบบรัฐธรรมนูญของไทยก็ยอมหลักเรื่องการเสียเปล่ามาตั้งแต่ ต้นของตัวกฎหมาย มันมีหลักคิดอยู่อันหนึ่ง ทีนี้หลักคิดของผมคือการทำรัฐประหาร มันคือการทำลายรัฐธรรม นูญ มันยิ่งกว่าพระราชกำหนดขัดรัฐธรรมนูญอีก เพราะฉะนั้นมันต้องสามารถบอกย้อนไปได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมา มันถึงต้องไม่มีผลบังคับมาตั้งแต่ต้น แล้วก็มาคิดกระบวนการที่ต้องมาเยียวยา

– ครม.หรือรัฐสภาจะเป็นกลไกล้างการรัฐประหาร

กรณี ของรัฐประหารค่อนข้างยาก เพราะรัฐประหาร มันทำลายตัวรัฐธรรมนูญลงไปเลย ถ้าเกิดจะทำให้ย้อนกลับไป เราต้องตั้งคำถามก่อนว่าอำนาจสูงสุดอยู่ที่ใคร ผมพูดง่ายๆ ตอนที่คุณยึดอำนาจคุณบอกว่าคุณเป็นรัฏฐาธิปัตย์ คุณอยากออกอะไรก็ออก พอคุณออกอะไรมาศาลก็บอกว่าสิ่งที่คุณออกมาเป็นกฎหมาย ศาลก็ต้องบังคับให้ ศาลไม่หือกับการประกาศของคณะรัฐประหาร อยากทำอย่างนั้นก็เรื่องของคุณ แต่วันนี้ คปค.มันมีอำนาจอีกไหม เมื่อไม่มีแล้วทำไมเราต้องยอมรับการใช้อำนาจหรือผลพวงจาก คปค. ถ้าวันนี้อำนาจอยู่ที่ประชาชน แล้วประชาชนต้องการล้างผลที่เกิดขึ้นจากรัฐประหารที่ตามมา ทำไมจะทำไม่ได้ ทำได้เสียยิ่งกว่าได้อีก เพียงแต่ยังไม่เคยทำ ไม่มีใครกล้าทำ นักการเมืองก็ไม่กล้าทำ ทำเดี๋ยวกลัวโดนรัฐประหารอีกรอบหนึ่งหรือเปล่า เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่

– แสดงว่าจะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

วิธี ที่ดีที่สุดในการจะทำคือทำพร้อมกับจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือจะทำก่อนก็ได้ แต่วิธีที่ดีกว่าคือการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ให้ ส.ส.ร.ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นแต่ต้องมีหมวดว่าด้วยการลบล้างรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ไว้ด้วยเมื่อร่างเสร็จแล้วให้ประชาชนไปลงประชามติ ทีนี้จบแน่นอน

– หมวดว่าด้วยการลบล้างรัฐประหาร 19 กันยายนจะมีรายละเอียดอย่างไร

ผม ยืนยัน บางเรื่องคำพิพากษาของศาล เช่น คำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ดี บางที่อาจจะทำให้มันลบไปได้ โดยการออกพระราชบัญญัติทำให้เป็นโมฆะ แต่อาจจะมีการถกเถียงกันถึงเรื่องชั้นของอำนาจเหล่านี้ เพราะฉะนั้น ที่ดีที่สุดคือการทำในรัฐธรรมนูญ ต้องมีรัฐธรรมนูญหมวดหนึ่ง ว่าด้วยการลบล้างการทำรัฐประหารและผลต่อเนื่องจากการทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จัดทำรัฐธรรมนูญขึ้นมาหมวดหนึ่งเลย ใช้อำนาจในระดับรัฐธรรมนูญทำ

ใน หมวดนี้ก็จะเขียนเลยว่าให้ลบอะไรบ้าง อะไรที่มันโดยสภาพจบไปแล้ว โดยไม่กระทบก็ปล่อยมันไป หรืออะไรบางอย่างที่มันไปกระทบกับคนที่สุจริต หรือได้ผลประโยชน์อะไรที่สุจริต เช่น การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง ต้องให้มันมีผลทางกฎหมายต่อเนื่องไป เราก็เขียนรับรองเอาไว้ได้ ว่าอันไหนจะให้อยู่ แต่หลักๆ ก็คือลบ ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้เห็นไหมครับ หลักเราต้องเอามาดู รัฐธรรมนูญต้องเขียนเรื่องอันนี้เอาไว้ แล้วในบางกรณีต้องกำหนดเรื่องการเยียวยาความเสียหายบางอย่างด้วย ที่คนที่ได้รับจากการใช้อำนาจในการทำรัฐประหารที่ไม่ถูกต้อง

– หลักการเสียเปล่าเกิดขึ้นในช่วงรัฐประหารจะทำให้คดียุบพรรคมีสถานะอย่างไร

เรื่อง ยุบพรรคมีอยู่ 2 ครั้งจริงๆ ครั้งแรกยุคพรรคไทยรักไทยตอนตุลาการรัฐธรรมนูญ อันนั้นเราจะประกาศให้คำวินิจฉัยครั้งนั้นเสียไปถือว่าไม่มีอยู่ เพราะฉะนั้นนักการเมืองพวกนี้ไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ถึงแม้ความเป็นจริงจะถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแต่ทางกฎหมายต้องถือว่าเขาไม่ เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ในระบบกฎหมายไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิ ถึงแม้จะย้อนเวลาไปคืนเลือกตั้งให้เขาไม่ได้ แต่เราสามารถคลีนทางกฎหมายได้ ให้ไม่มีในคำวินิจฉัยนี้ดำรงอยู่ แต่จะประกาศว่านักการเมืองเหล่านี้ไม่ได้เสียสิทธิเลือกตั้งเลย ถึงแม้ความเป็นจริงจะสูญเสียสิทธิเลือกตั้งแล้ว และย้อนกลับไม่ได้ เพราะในโลกความเป็นจริงเราไม่อาจสามารถขี่ไทม์แมชชีน แต่ทางกฎหมายเราทำได้

กรณี พรรคพลังประชาชนจะต่างไป เพราะกรณีพลังประชาชนคำวินิจฉัยเกิดขึ้นจากศาลรัฐธรรมนูญชุดที่เกิดจากรัฐ ธรรมนูญ 2550 คราวนี้จะต้องมาดูเฉพาะกรณีนี้ในทางนิตินโยบายตอนนั้นจะทำอย่างไง ว่าจะจัดการให้เสียไปด้วยไหม หรือจะถือว่ามีผลทางกฎหมาย จะต้องมานั่งเลือกเอา เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นผลพวงโดยตรง แต่เป็นผลพวงที่ตามมาโดยอ้อมแทน

– ในชั้นแรกนิติราษฎร์ต้องการเคลียร์สิ่งที่เป็นผลพวงที่เกิดจากประกาศ คปค.ก่อน

ใช่ แล้วพอสิ่งที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ 2550 เพราะว่ารัฐธรรมนูญได้ผ่านการออกเสียงประชามติ ดังนั้น รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นต้นไปอาจจะเคลียร์ได้ไม่หมดในทุกเรื่อง บางเรื่องอาจต้องปล่อยให้มีผลทางกฎหมายต่อไป ซึ่งจะต้องมาแยก

– การเคลียร์ผลพวงรัฐประหารให้ บ้านเลขที่ 111 ไม่เคยถูกตัดสิทธิจะเป็นเหตุให้ 111 นำมาฟ้องร้องได้หรือไม่

ก็ อาจจะได้ ในแง่ที่ว่าเวลาฟ้องในที่นี้การลบล้างจะต้องบอกว่าคนที่ได้รับผลกระทบแบบนี้ เขาควรจะได้รับสิทธิอะไร คือเอาหลักการมาล้าง พอล้างเสร็จ คนที่ถูกกระทำเขาควรได้สิทธิอะไรกลับคืนไปถามว่าอันนี้เป็นเรื่องที่คุยกัน ว่าตกลงจะให้ไหม ซึ่งประเด็นนี้ ดีเบตกันได้ ถ้าไม่พอใจแล้วฟ้อง หมวดว่าด้วยการลบล้างรัฐประหารจะต้องบัญญัติเอาไว้ อาจให้ค่าเสียหายทางสัญลักษณ์ ก็คือให้ค่าทดแทนตัวเงินสัญลักษณ์เป็นค่าตอบแทนทางตัวเงินเท่าไร ตัวเงินทดแทนความเสียหายไม่ได้แต่จะเป็นสัญลักษณ์ที่รัฐยอมรับสิ่งที่เกิด ขึ้นไม่ถูกต้อง

– จะย้อนหลังไปฟ้องหรือเอาผิดกับคณะรัฐประหารในนาม คปค.หรือ คมช.ได้หรือไม่

เรื่อง นี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คปค.ต้องรับผิดหรือไม่ก็เป็นอีกประเด็นเพราะเป็นผู้กระทำการ คือต้องไม่ลืมเอาแค่นี้พอ ผมบอกแค่นี้ว่าสิ่งที่เราเสนอเรากำลังบอกว่าการกระทำที่เขาทำทั้งหมดไม่ใช่ เป็นการกระทำที่ทำให้มีผลทางกฎหมาย ไม่เคยเกิดการกระทำขึ้นในทางที่มีผลทางกฎหมาย การกระทำของเขาไม่เคยเกิดขึ้น แต่ไม่ได้บอกว่าการกระทำของเขาไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้นในความเป็นจริง คือ คปค.เวลายึดอำนาจก็ทำจริงเราไม่ได้บอกว่าไม่มีการยึดอำนาจ ที่บอกว่าไม่เคยเกิดขึ้นนั้นไม่เคยเกิดขึ้นทางกฎหมาย แต่การยึดอำนาจยังเกิดขึ้นจริง

– ในคดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯหากร่างรัฐธรรมนูญออกมาหมวดหนึ่งให้ล้างคดีดังกล่าวจะมีผลอย่างไร

ก็ ต้องคืน ถือว่าศาลไม่เคยตัดสิน นี่ผมชัดเจนเลย รวมถึงคดีอาญาที่ พ.ต.ท.ทักษิณถูกศาลสั่งให้จำคุก เงินก็ต้องคืนเริ่มกระบวน การสอบกันใหม่ ถามว่าทำไมคนถึงติดใจประเด็นนี้เพราะถ้าเอาจากหลักการจากผลพวงรัฐประหารก่อน ไม่ต้องสนใจว่าเป็นเงิน 4.6 หมื่นล้านบาท จะต้องคืนหรือไม่ และ คนคิดแบบนี้เป็นปรปักษ์การเมือง ส่วนจะเข้าทางคุณทักษิณไหมบางคนอาจเข้าทาง แต่เข้าทางมาจากฐานคิดอะไร ก็คุณทำคำพิพากษามาจากฐานรัฐประหารเอง (เสียงดัง)

– ถ้ามีผู้เห็นว่าผิดก็ยื่นสอบใหม่

ถูกต้อง

– ถามจริงๆ เคยคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่

ไม่เคยเจอเลย ผมไม่รู้ว่าท่านรู้จักผมด้วยหรือเปล่าคุณทักษิณ (หัวเราะ)

– แต่แถลงการณ์ถูกมองว่าเป็นการฟอกความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ

คน ที่กล่าวหา ถ้าไม่ได้อ่านแถลงการณ์หรือฟังผมพูดจงใจบิดเบือนสิ่งที่เราได้พูด ซึ่งผมว่ามันแย่มาก เพราะไม่ให้ความเป็นธรรมของแถลงการณ์ทั้งหมด กระบวนการรัฐประหารนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นกระบวนการที่เป็นปฏิปักษ์หรือเป็น ปรปักษ์กับบรรดานักการเมืองที่ถูกโค่นอำนาจลง คนกลุ่มนี้ไม่ยอมให้นิรโทษกรรมด้วย ก็เถียงบอกว่าคำพิพากษาที่ออกมานั้นถูกกับความต้องการทางการเมืองของคนกลุ่ม นี้เอง ต้องการเห็นคุณทักษิณถูกลงโทษจากคำพิพากษาแบบนี้ แต่ครั้นกลับไปถามว่ากระบวนการแบบนี้มันเกิดขึ้นจากอะไร ตั้งใครมาเป็นกรรมการสอบ เวลาคดีไปสู่ศาลมีโอกาสต่อสู้คดีเต็มที่ไหม ทำไมมีมาตรา 309 ล็อกเขาครับในเรื่องของการตรวจสอบความชอบของรัฐธรรมนูญของการทำรัฐประหาร ทำให้เขาสู้ในประเด็นนี้ไม่ได้อะไร

– กำลังบอกให้ศาลเลิกแนวคิดการรัฐ ประหารเป็นองค์รัฎฐาธิปัตย์

จริงๆ ควรเลิก ให้เอาความคิดเดิมว่ารัฐประหารแล้วเป็นรัฎฐาธิปัตย์แบบที่ศาลคิด ประกาศพวกนี้ออกมาเป็นกฎหมายอยาก จะคิดก็คิดต่อไป แต่วันนี้รัฎฐาธิปัตย์คือ ประชาชน ประชาชนจะบอกว่าจะล้างสิ่งที่เกิดตามมาจากการรัฐประหารแล้วศาลไม่ฟังรัฎฐา ธิปัตย์ตัวจริงที่มาจากประชาชน แล้วศาลไปรับฟังรัฎฐาธิปัตย์ที่หมดอำนาจไปแล้วหรือ

– การลบล้างผลพวงการรัฐประหารแล้วมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นอาจทำให้กลุ่มชนชั้นนำเสียประโยชน์ได้

ถ้า วันหนึ่งอำนาจประชาชนมันแข็งมากก็จะรัฐประหารไม่ได้ คุณรัฐประหารกี่ครั้ง เราก็จะย้อนกลับไปล้าง นอกจากเปลี่ยนระบอบเป็นเผด็จการทหารแบบเบ็ดเสร็จ ก็ต้องสู้กันนองเลือดกันไป ถ้าคุณไม่อยากมีการล้าง ทำได้ 2 อย่าง 1.คุณอย่าทำรัฐประหารอีก 2.ถ้ารัฐประหารแล้วก็ต้องปกครองด้วยรัฐประหารไปตลอดกาล ซึ่งจะไม่มีการล้าง จริงๆ ทหารไม่ทราบกฎหมาย มีกำลังก็ยึดไป พอยึดแล้วทำไมนวัตกรรมพวกนี้เกิด ก็เพราะนักกฎหมายไปทำให้ไง อันจริงๆ นี่คือการสู้กันของนักกฎหมาย 2 ฝ่าย นี่เป็นการปะทะกันสู้กันทางอาวุธทางความคิดว่าใครจะคมกว่ากันในทางกฎหมายของ 2 ฝ่าย ถ้านักกฎหมายฝ่ายหนึ่งเขียนได้นะก็จะนิรโทษกรรมในอดีตในอนาคตได้ นักกฎหมายอย่างผมก็จะล้างในสิ่งที่คุณทำได้

– หากอนาคตมีชื่อ “วรเจตน์” ติด 1 ใน ส.ส.ร.หรือในคณะกรรมการองค์กรอิสระว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) วันนั้นจะตอบสังคมอย่างไร

อันนี้ก็พูดกันไป ชีวิตผม ผมถือประเด็นตำแหน่งเรื่องรอง เพราะถ้าถือเรื่องใหญ่ผมไม่เดินเส้นทางนี้เพราะเดินเส้นทางนี้ไม่ได้ ลาภยศสรรเสริญมันเป็นสิ่งอันดับสอง-สามในชีวิตไม่ใช่สิ่งอันดับแรก อันดับแรก สิ่งที่ผมต้องการเห็นคือนิติรัฐประชาธิปไตยในสังคมไทย ถ้าผมจะรับแล้วทำได้แล้วทำในสิ่งที่ผมอยากทำได้ผมก็จะรับ ถ้าผมคิดว่าไม่ใช่เวลาของผม ผมอยู่อย่างนี้ทำได้เยอะกว่าก็ไม่รับตำแหน่ง แต่เบื้องต้นคิดว่ากลุ่มนิติราษฎร์ไม่มีใครไปรับตำแหน่ง

– แต่ข้อเสนอของนิติราษฎร์ถูกมองว่าสุดโต่งและสุดท้ายอาจต้องล้มเหลว

ข้อ เสนอนี้ไม่สุดโต่ง มันมีบางอย่างต้องให้ปล่อยเอาไว้ บางอย่าง คปค.ที่ทำงานรูทีนก็ต้องปล่อยให้คงไว้ เพราะมันจะไปกระทบต่อคนสุจริตที่ไม่รู้เรื่องด้วย เราไม่สุดโต่งแบบล้างทุกอย่างหมด เราไม่ได้ล้างทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เรื่องหลักๆ เราล้างได้ ประเด็นการทำให้คำพิพากษาเป็นโมฆะทำได้ ประเด็นประกาศความเสียเปล่าคำวินิจฉัยตุลาการรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคไทยรัก ไทยทำได้ ที่ใช้กฎหมายย้อนหลังอะไรนี่ทำได้ ทีนี้ใครได้ก็แน่นอนฝ่ายที่ถูกโละอำนาจต้องได้ แต่เขาต้องได้เพราะเขาถูกล้มอำนาจ คนที่เป็นปรปักษ์คุณทักษิณกลับได้ประโยชน์แล้วทำไมไม่พูดคนพวกนี้ได้ ประโยชน์จากพวกที่ได้จากการล้มอำนาจคุณทักษิณ

– ถ้าข้อเสนอเป็นรูปธรรมจริงก็ถือว่าเป็นผลสำเร็จของนิติราษฎร์แล้วใช่หรือไม่

ถูก ต้อง วันนี้ความคิดนี้ได้ถูกเพาะลงในสังคมแล้ว มันจะไม่ตายแล้ว ความคิดนี้ได้ออกจากนิติราษฎร์ไปสู่สังคมแล้วสังคมรับรู้ จะกล้าถกเถียงมากน้อยแค่ไหนผมไม่อาจทราบได้ วันข้างหน้าก็ต้องมีการพูดเรื่องนี้ แน่นอนมีคนพูดว่ามันยาก ผมก็ไม่ได้ว่าง่าย ลบล้างเป็นเรื่องยากแต่ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ แต่เมื่อเสนอไปก็จะทำให้กลุ่มชนชั้นนำหวาดกลัว เพราะกลุ่มชนชั้นนำได้เข้าร่วมกับการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ใช่ไหม แล้วบัดนี้เรากำลังเสนอให้ล้างผลรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มีคนกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์จากตรงนี้ ที่เป็นคนชนชั้นนำทั้งนั้น ได้เป็น ส.ส.ร.และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผมไม่สนใจว่าคนพวกนี้จะยอมหรือไม่ยอม

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์มติชน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s