“พูดออกมาดังๆ เลยค่ะ ‘ป๋า’ เจ้าขา…หนูเชียร์ค่ะ!!!”


วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ผมเขียนต้นฉบับนี้ ด้วยความโล่งใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะนับเป็นเวลานานหลายปี ที่ตัวเองได้เขียนคอลัมน์ต่อต้านคณะรัฐประหาร ของ “ไอ้บัง กบฏ” ตั้งแต่ ยกแรกของการยึดอำนาจ ซึ่งได้เขียนถล่มทหารที่ทำไม่ถูกต้อง ด้วยการก่ออาชญากรรม เข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
เมื่อพรรคดักดาน ‘วิ่งราว’ เข้าสู่อำนาจได้สำเร็จ ด้วยการหนุนหลังของทหาร ผมเองก็วิพากษ์วิจารณ์ ถึงความเลวร้ายของพรรคนี้อย่างไม่ลดละ เลิกรา ด้วยบทความต่างๆที่มีเนื้อหาหนักหน่วง รุนแรง เหมือนผู้เขียนได้บุกเข้ารบประชิดแบบทหารราบ ถึงขั้นตลุมบอนแทงกันด้วยดาบปลายปืน เตะถีบอย่างไม่เคยยั้งหรือออมมือให้ ต่อพฤติกรรมอันไม่ชอบธรรมของพรรคกาลีนี้ อย่างที่ได้ท่านเห็นกันแล้ว…
ดังนั้น เมื่อมีประกาศพระบรมราชโองการ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีของ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงรู้สึกเหมือนหมดภารกิจ ที่ตัวเองตั้งใจจะกระทำต่อไปแล้ว
   จึงขอเรียนว่า

  เว็บไซด์ www.vattavan.com กำลังจะ ‘ปิดตัว’ ลงในไม่ช้านี้ เพราะเห็นว่า
บ้านเมืองของเรากลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย และพรรคกาลีก็ถูกถีบโดยประชาชน ให้กลับไปเป็นฝ่ายค้านดังเดิม สมดังเจตนารมณ์ของคนส่วนใหญ่ในชาติ และกว่าที่พรรคดังกล่าว จะกลับมา สร้างความเสียหาย ให้กับบ้านเมืองที่รักของเราได้อีก คงต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร

น่าจะไม่ต่ำกว่า 40 ปี!

ผมเชื่อมั่นว่า
นายกฯ สตรีท่านนี้ จะนำชาติไทยของเรา พ้นจากยุคแห่งความเสื่อมถอย สามารถก้าวหน้าต่อไป ในแนวทางประชาธิปไตยได้อย่างมั่นคง
ส่วนทหารคนใด คิดจะก่อรัฐประหาร ล้มล้างรัฐบาลที่มาจากประชาชนอีกนั้น คงจะต้องพบกับความเสี่ยงสูง เพราะนอกจากต้องถูกต่อต้านอย่างสุดใจขาดดิ้น จากพลังชาวไทย ที่รักชาติ
รัก บ้านเมือง ที่ศรัทธาในระบบประชาธิปไตยแล้ว พวกทหารผู้ก่อการยังจะต้องถูกต่อต้าน จากรัฐบาลนานาชาติอย่างรุนแรงอีกด้วย ซึ่งบรรดาทูตขรตรีเศียร ได้ส่งสัญญาณให้เห็นชัดเจนแล้ว ตั้งแต่แห่กันเข้าพบนายกฯยิ่งลักษณ์ ก่อนการเลือกตั้งเสียอีก
        ดังนั้น ทหารคนใดที่ยังโง่อยู่ และคิดจะเสี่ยงชีวิต ลงมือก่อรัฐประหาร เพื่อความมั่งคั่งของตัวเอง ทำความฉิบหายให้กับชาติบ้านเมือง อย่าง“ไอ้บัง กบฏ” ก็ไม่ว่ากัน แต่ให้ไตร่ตรองดูว่า
จะคุ้มกับการเอาชีวิตลูกเมียของตัว ไปเสี่ยงภยันตรายด้วย หรือไม่!?

ดังนั้น เมื่อบ้านเมืองของเรา กำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง คนสูงวัยอย่างผม แม้จะดีใจหายเหนื่อย แต่ก็บอกกับตัวเอง
น่าจะถึงเวลาพักผ่อน ตามที่ตั้งใจไว้ได้แล้ว!
        อย่างไรก็ตาม ผมจะแจ้งเรื่องยุติการเขียน ให้ท่านผู้อ่านทราบล่วงหน้า แต่จะปล่อยเว็บไซด์ www.vattavan.com เดินต่อไปอีก ประมาณ 3 เดือน
ทั้งนี้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่สนใจบทความตอนไหน จะได้เซฟเก็บเอาไว้ หลังจากนั้น ก็จะปิดเว็บลงอย่างถาวร
จึงเรียนมา เพื่อกรุณาทราบทั่วกัน

มื่อวันที่ 2 ก.ค.2554 ได้ยิน นายประพันธ์ คูณมี พูดในรายการ ASTV เปรียบเทียบ นายมาร์ค มุกควาย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เลยอยากนำมาเล่าให้แฟนๆฟัง
เสี่ยประพันธ์ฯ บอกว่า นายมาร์คฯได้รับมรดกพรรคประชาธิปัตย์ ที่เสมือนร้าน ‘โชห่วย’ ที่ตั้งมานาน 60 กว่าปี
ร้านโชห่วยยี่ห้อประชาธิปัตย์ ที่นายมาร์ค มุกควาย ได้รับมรดกตกทอดมานั้น ถึงวันนี้ ไม่สามารถดึงดูดใจลูกค้าประชาชน เพราะแม้เจ้าของร้าน จะจบมาจากอ๊อกซฟอร์ด แต่บริหารไม่เป็น ด้วยไม่เคยค้าขายมาก่อน การจัดร้านก็ดูสกปรก รกรุงรัง สินค้าราคาแพงอย่างไม่มีเหตุผล ลูกจ้างก็พูดจาไม่เข้าหูลูกค้า ฯลฯ อย่างนี้เป็นต้น
สำหรับตัวเจ้าของร้านเองก็ไม่เอาไหนเลย ไม่คิดทำอะไรให้ร้านค้าก้าวหน้า มีกำไรเจริญงอกงาม ชอบไปขึ้นโพเดียม วางท่าปาฐกเป็นกิจวัตร จนผู้คนเขานินทา ถึงขั้นด่าเอาว่า
  “อีตานี่ วันๆไม่ทำอะไร…ดีแต่พูด!

สำหรับนายกฯ ทักษิณนั้น คุณประพันธ์ฯ แกเปรียบเทียบว่า รายนั้นเป็นมือธุรกิจ ระดับ ‘นายห้าง’ ที่จัดสถานที่ค้าขายของเขาอย่างมีแบบแผน ใหญ่โต โอ่อ่า กว้างขวาง ทันสมัย สะอาดเอี่ยม แถมยังมีแผนงานการขาย และบริการเป็นเลิศ
พนักงานของทักษิณฯนั้น ทุกคนต่างได้รับการฝึกอบรมเป็นอย่างดี ตั้งอกตั้งใจให้บริการลูกค้า แถมราคาสินค้ายังถูกกว่าร้านโชห่วยเส็งเคร็ง ของนายมาร์ค มุกควาย เป็นไหนๆ ชาวบ้านจึงนิยมมากกว่า
คุณประพันธ์ฯแกเปรียบนายกทักษิณฯ เป็นเสมือนห้างใหญ่ขนาดยักษ์ ระดับห้าง…‘โลตัส’
        ประพันธ์ ‘เดอะผอม’ คูณมี ถึงกับพูดว่า ความรู้ความสามารถระหว่างทักษิณฯกับนายมาร์ค มุกควาย มันสู้กันไม่ได้เลย แถมยังหยอดต่ออีก ว่า
“เลือกต่อไปอีก 500 ปี พรรคประชาธิปัตย์ ก็แพ้ทุกครั้ง!!”
        ตรงนี้ ถูกใจผมจริงๆ!!!…555
        ผมเองมีความเห็นอย่างนี้ มานานแล้ว และเขียนเอาไว้ด้วย ท่านผู้อ่านลองเข้าไปดูในบทความ ที่ผมเขียนเอาไว้เมื่อ วันที่ 6 มกราคม 2554 ชื่อบทความก็ตรงไปตรงมาคือ
“บริหารแบบไม่บริหาร!… สู้แม้วไม่ได้เลย!!”
(http://vattavan.com/detail.php?cont_id=272)
        อ่านแล้วจะเข้าใจดี ว่านายมาร์ค มุกควาย นั้น ห่างชั้นจากนายกฯทักษิณฯ อย่าง…เทียบกันไม่ได้จริงๆ!

ายมาร์ค มุกควาย นั้น เป็นนายกฯตกกระป๋องไปเรียบร้อยแล้วก็จริง แต่สิ่งที่เขาสูญเสียไปนั้น มากมายกว่าที่คิดกัน คือ
ภายใต้การนำของนายมาร์คฯนั้น พรรคดักดานของเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้ง อย่างยับเยิน!
        จำนวน ส.ส.ที่ได้มานั้น น้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งปี พ.ศ.2550 ที่ถึงแม้พรรคประชาธิปัตย์จะแพ้ก็จริง แต่จำนวน ส.ส. ในครั้งนั้น ยังมีมากกว่าครั้งล่าสุด แสดงให้เห็นว่าความนิยมของคนต่อพรรคดักดาน ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
ดังนั้น หากยังมีสปิริตหลงเหลืออยู่บ้าง นายมาร์ค มุกควาย ต้องลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค และหันหลังให้พรรค
โชห่วยเก่าแก่ ที่ตนทำความเสียหายเอาไว้อย่างหนัก
โดยเด็ดขาด!
        นี่ยังทำหน้าทน ออกลูกเล่น ‘มุกควาย’ ตามถนัด โดยทำเป็นลาออก แล้วกลับไปเป็นหัวหน้าพรรค ต่อไปอีก!!

เรื่องที่น่าจดจำ หลังการโดน ‘ถีบ’ ตกจากตำแหน่งของนายมาร์ค มุกควาย กล่าวคือ…
น.ส.ยิ่งลักษณ์ฯ ผู้นำพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ก็เพิ่งจะเข้าสู่วงการเมืองได้เพียง 49 วัน ก็ได้เป็นนายกฯแล้ว เหนือชั้นกว่านายมาร์ค มุกควาย ที่ต้องอยู่ในวงการเมืองมา 20 ปี กว่าจะได้ตำแหน่งนายกฯ ไม่ได้มาด้วยจำนวน ส.ส.เสียงข้างมาก ตามระบอบประชาธิปไตย แต่มาได้ก็เพราะความช่วยเหลือของพรรคทหาร
พอนายมาร์ค มุกควาย มีโอกาสเป็นผู้นำรัฐบาล กลับทำให้ผู้คนที่สนับสนุนต้องผิดหวัง เพราะบริหารบ้านเมืองล้มเหลวสุดๆ แถมยังทิ้งเรื่องคอรัปชั่น และความเลวร้ายอื่นๆเอาไว้อีกมากมายก่ายกอง ให้ตกเป็นภาระให้รัฐบาลใหม่ ต้องตามแก้ไขกันต่อไปอีก

หลังโดนถีบหล่นจากเก้าอี้ไปแล้ว หากนายนายมาร์ค มุกควาย มีโอกาสไปยืนดูป้ายลำดับชื่อนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย ตามสถานที่ราชการต่างๆ คงจะเห็นได้ว่า
เหนือชื่อของนายมาร์ค มุกควาย ขึ้นไปอีกสามชื่อ ก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีลำดับที่ 23 ผู้ที่ประชาธิปัตย์และตัวนายมาร์คฯ
ไม่เคยเอาชนะได้เลย!
        มองรายชื่อถัดลงมา เป็นชื่อของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่เอาชนะนายมาร์ค มุกควาย และพรรคดักดานของเขา ในการเลือกตั้งครั้งสุดนี้ ก็คือ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
        ครับ…ตระกูล ‘ชินวัตร’ ที่เอาชนะพรรคประชาธิปัตย์ ซ้ำแล้วซ้ำอีก นั่นเอง (นี่ยังไม่นับนายกฯสมชาย เขยชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 อีกคน)

content/picdata/315/data/president.jpg

ภาพที่ท่านผู้อ่านเห็นอยู่นี้ เป็นของคนในครอบครัวเดียวกัน แต่ขึ้นแป้นเป็นนายกรัฐมนตรี ถึงสามคน!
        คงเสียดแทงใจนายมาร์ค มุกควาย ยิ่งนัก!!

ที่หนักข้อเข้าไปอีก ก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 28 ในวัยที่อ่อนกว่านายมาร์คฯ ที่เคยภูมิใจว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ตอนที่อายุยังน้อย
แถมเธอยังเป็นสตรีรูปร่างดี หน้าตาสวยจัดอีกต่างหาก!
        ชนิดคนลืมความเป็น ‘ตี๋หล่อ’ ของนายมาร์ค มุกควาย ไปได้อย่างสนิทเลย
  …ตรงนี้สิเจ็บหนัก!!

นับแต่ นี้ นายมาร์ค มุกควาย ก็ต้องกลับไปนั่งคอตก ใน ‘คอก’ ของฝ่ายค้านดักดานต่อไปอีกนานแสนนาน และที่แย่หนักก็เพราะขาดความสดใหม่ไปแล้ว แถมไม่มีเสน่ห์หลงเหลือเพียงพอที่จะดึงดูดแม่ยก หรือกองเชียร์ได้เหมือนเดิม อีกทั้งตัวนายมาร์คฯอยู่ในแวดวงการเมืองมานานกว่า 2 ทศวรรษ แต่พอวิ่งราวอำนาจได้ กลับบริหารอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และทำความเสียหายให้บ้านเมืองมากมาย
ผู้คนส่ายหน้าเบื่อหน่าย จนพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง!
        ส่วนที่ผมว่า นายมาร์ค มุกควาย ไม่มีมนต์ขลัง พอที่จะดึงดูดผู้คนได้อีกนั้น เหตุผลง่ายๆก็เพราะว่า ชาวบ้านเขาชินตา ทั้งเรื่องการพูดจา การแสดงท่าที ตลอดจนภาษากายของนายมาร์คฯ ที่เขาเดาออกกันหมดแล้ว แค่เอ่ยปากก็รู้แล้วว่า แกจะไปต่อทางไหน
นายมาร์ค มุกควาย เลยไม่รู้จะไปหา ‘มุก’ ไหนมาเล่น เพื่อสร้างความประทับใจได้อีกต่อไป
        …น่าสงสารจริง!

ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

ตอนนี้พี่น้องประชาชน กำลังพูดถึง ความ ‘นิ่ง’ ผสมกับท่าทีที่อ่อนน้อม สุภาพ ตามแบบสตรีชาวล้านนาของนายกฯผู้หญิง ซึ่งกำลังจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ชาวบ้าน มองเธอด้วยความรักและเมตตา
พูดกันตรงๆนะครับ
ผมไม่ห่วงเรื่อง ‘ความนิยม’ ของชาวบ้าน ต่อนายกฯคนใหม่เลย แม้แต่น้อย
        จะห่วงเล็กๆ ก็แต่ชายชราที่บ้านหลายเสา เพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะไม่แสดงทีท่า ให้อ่านได้ง่ายๆ
ขนาดก่อนการเลือกตั้ง นายกฯยิ่งลักษณ์จะขอเข้าพบ ข่าวว่า…ปฏิเสธ ไม่ให้พบ!
        เลยมีเสียงซุบซิบกันว่า
        ขอเข้าเฝ้า ‘เจ้านาย’ ยังง่ายกว่ามาก!!

ถ้าผมเป็นนายกฯ ยิ่งลักษณ์ หากจับพลัดจับพลู ไป ‘จ๊ะเอ๋’ กับ ‘ชายชรา-นัยน์ตาทารก’ ท่านนี้เข้าโดยบังเอิญ จะต้องทอดสายตาเว้าวอน แบบขอความเมตตา และพยายามเปล่งประกายตา จนดูวูบวาบวุบวับ ให้อีกฝ่ายเห็นว่า
เลื่อมใสและศรัทธา ในตัวท่านจริงๆ!

ทอดสายตาเสร็จสรรพ ก็จะทำความเคารพ โดยวาดเท้าข้างใดข้างหนึ่ง ไปข้างหลังเล็กน้อยตามถนัด พร้อมกับย่อตัวลง
ขณะที่วาดเท้า จะยกมือทั้งสอง ข้างขึ้นวางประสานกันบนขาหน้าเหนือเข่า ค้อมตัวเล็กน้อยและทอดสายตาลง เสร็จแล้วยืนขึ้น

  ใช่แล้วครับ! …
        ถ้าผมเป็นนายกฯยิ่งลักษณ์ จะขอ ‘ถอนสายบัว’ (curtsy) แสดงความเคารพ ให้งดงาม แทนการยกมือไหว้ธรรมดา
นอบน้อมกันขนาดนี้ เผื่อท่านจะใจอ่อน มีเมตตา ขึ้นมาบ้าง!

  เผลอๆ ดอกพิกุลอาจร่วงพรู ตอนท่านผู้เฒ่าพูดจาเอื้อนเอ่ย ด้วยเสียงเบาๆ ช้าๆ นิ่มๆ ขึ้นมาว่า…

“ประเทศไทยโชคดี ที่มีนายกรัฐมนตรีผู้หญิง ชื่อ …ยิ่งลักษณ์!!”    

  พูดออกมาดังๆ เลยค่ะ  ‘ป๋า’ เจ้าขา…หนูเชียร์ค่ะ!!!  

……………….

(***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ ตอน “พูดออกมาดังๆ เลยค่ะ ‘ป๋า’ เจ้าขา…หนูเชียร์ค่ะ!!!” ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 13 สิงหาคม 2554)

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s