จากแนวหน้าสู่ชะตาอันโหดร้าย ขอสักนิดได้ไหม กำลังใจสุดท้ายก่อนจาก เพื่อต่อชีวิตให้นักสู้นิรนาม..​.”หรั่ง พรหมมินทร์ เก็มกาแมน”

เมื่อวันก่อน ได้มีโอกาสไปร่วมจัดรายการวิทยุ กับคุณวงษ์(ธัชชัย) แจ่มใส ณ สถานีวิทยุเรือนไทยเรดิโอ 105.25 ได้รับแจ้งข้อมูลเรื่องผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมในวันที่ 10 เมษายน 53 ขอความช่วยเหลือ และกำลังใจ จากพี่น้องเสื้อแดงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ใน เบื้องต้นทราบข้อมูลเพียงว่าชื่อคุณหรั่ง พรหมมินทร์ เก็มกาแมน ถูกแก๊สน้ำตา และของแข็งบริเวณใต้ตา บาดเจ็บ ในวันที่รัฐบาลอภิสิทธิ์สลายการชุมนุมที่ผ่านฟ้า แต่การรักษาำไม่ต่อเนื่องจึงทำให้ลุกลามกลายเป็นมะเร็งที่จมูกและต้องฉายรัง สีทำคีโม ตอนนี้เหมือนนอนรอความตาย เพราะเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และกินอะไรไม่ได้แล้ว

หลัง จากทราบเรื่อง ก็ได้ติดต่อไปยังบ้านของคุณหรั่ง ในซอยสะอาดวัฒนาใกล้ๆคลองสาม บนถนนธัญญบุรี ซึ่งพี่สาวคุณหรั่ง(คุณเรียม)เป็นคนรับสาย และได้สอบถามรายละเอียดเบื้องต้น เพื่อเดินทางไปเก็บข้อมูลที่บ้านคุณหรั่ง

เวลา 17.20 น. ผมกับพี่ๆอีกสองคนจากกลุ่มสหายสีแดงก็เดินทางมาถึงยังบ้านของคุณหรั่ง พี่สาวและญาติๆออกมาต้อนรับเป็นอย่างดี และขอบคุณที่พวกเรายังสนใจแม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คุณเรียมได้แจ้งกับเราว่าก่อนหน้านี้นิดนึงก็มีพี่น้องเสื้อแดงเดินทางมา เยี่ยม มาเก็บข้อมูลเพื่อช่วยเหลือบ้างแล้วนิดหน่อย เช่น คุณวงษ์ ธัชชัย คุณพิราบแดง เสรีชน คุณลุงทอง น่าร๊ากกกก ฯลฯ

คุณเรียมได้พาเราขึ้นไปที่ห้องของคุณหรั่ง………………………………..

ภาพ ที่เห็นในตอนแรกทำให้รู้สึกได้ถึงความสลดหดหู่ คุณหรั่งนอนผอมแห้ง หายใจฟืดๆอยู่บนเตียง บนใบหน้าบิดเบี้ยว จมูกแหว่งหายไปจากมะเร็งและการฉายรังสี ที่คอมีผ้าพันแผลและอุปกรณ์ทางการแพทย์เสียบคาอยู่

บนหัวเตียงประดับด้วยดอกไม้สีแดง มีพัดรูปคุณทักษิณปักอยู่เหนือปฏิทิน เขียนว่า “เรารัก…ทักษิณ ยังอยู่ในใจเสมอ”

ข้างผนังกำแพงมีเสื้อยืด ทรู้ธ ทูเดย์ แขวนเอาไว้ และมีเสื้อแจ็คเก็ตสีแดงปักลายอักษรนปช.แขวนอยู่

 เราเดินเข้าไปในห้อง คุณเรียมบอกกับพี่หรั่งว่า “หรั่ง พี่ๆเสื้อแดงเขามาเยี่ยมแล้ว”

พี่หรั่งพยายามยิ้ม แล้วยกมือขึ้นไหว้ แล้วถามคุณเรียมว่า “เขามารับแล้วหรอ เขามารับไปโบนันซ่าแล้วใช่มั๊ย” พี่เรียมตอบไปว่า “เนี่ยๆเดี๋ยวเขาก็จะพาไปโบนันซ่ากัน รอหน่อยนะ” พี่เบียร์หัวหน้ากลุ่มสหายสีแดงก็บอกไปว่า “โอเค เดี๋ยวมีโอกาสเราจะพาไปแน่ๆ อดทนเอาไว้” แล้วพี่หรั่งก็สงบลง ด้วยความเหนื่อยจากการออกแรงพูดในแต่ละครั้ง

คุณเรียมเล่าว่า “พี่ หรั่งบอกว่าเมื่อวานฝัน เห็นคนสามคน จะมารับไปเที่ยวงานฉลองกับเสื้อแดง ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ ภาพเขาฝังใจ ใจเขายังสู้อยู่ตลอดเวลาเลย นี่น้องมากันสามคนเหมือนกับที่เขาบอกพี่เอาไว้ก่อนว่าจะมีคนเสื้อแดงมารับ พี่ขนลุกเลยเนี่ย”

เราก็สอบถามข้อมูลความเป็นมาเป็นไป ว่าพี่หรั่งมาเป็นแบบนี้ได้อย่างไร ได้ข้อมูลคร่าวๆมาดังนี้

หรั่ง เป็นคนที่รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตย เข้าร่วมชุมนุมใหญ่กับพี่น้องเสื้อแดงในช่วงที่ระดมพลเข้ากรุงเทพในครั้งนั้น 

ตอนอยู่ ในม็อบ เขาก็ทำงานที่เขาถนัด ก็คือเป็นหมอกดจุด ที่เขาไปเรียนมา ก็รับนวดกดจุดตามในม็อบที่ผ่านฟ้านั่นแหล่ะ หลายคนเห็นหน้าก็อาจจะรู้จัก อาจจะจำได้ ถ้าเคยนวดกดจุดแถวนั้น

ในวันเกิดเหตุ หรั่งเขาไป ชุมนุมอยู่ตรงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตอนช่วงเย็น ช่วงพลบค่ำ เขาโดนแก๊สน้ำตาเข้าไปเต็มๆเลย แล้วก็ช่วงที่ชุลมุนปะทะกับทหารนั้นตอนที่ดันกันไปมาเขวี้ยงของอะไรต่างๆสู้ กัน หรั่งเขาโดนลูกหลงเป็นก้อนหินเข้าที่ใบหน้า ตรงใต้ตา ใกล้ๆจมูกเป็แผลฉกรร

เบื้องต้นได้รับความช่วยเหลือจากเต๊นท์เยียวยาผู้บาดเจ็บ หน้าโรงพยาบาลรามาฯ จำนวน 20,000 บาท

แล้วก็มารักษาปฐมพยาบาลกันเบื้องต้น ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นอะไรมากหรั่งย้ายไปอยู่กับเถ้าแก่ที่อุดรธานี เพราะกลัวว่าจะโดนทางการตามจับตัว เพราะไปปะทะกับทหารในวันที่ 10 นั้น ส่วนแผลก็อักเสบ เป็นๆหายๆ จนมันเป็นตุ่มคล้ายๆฝีขึ้นมา

เรา ก็บอกให้หรั่ง ไปรักษาจริงๆจังๆเถอะ เดี๋ยวมันจะเป็นหนักกว่านี้ หรั่งเขาก็ไม่ยอมไป เขาบอกว่าไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่อุดรฯ ปฏิบัติธรรมเยอะๆเดี๋ยวก็น่าจะหายได้เอง

จนในที่สุด ฝีเล็กๆนั้นมันก็ลุกลาม ขยายใหญ่จนผิดปกติ พอไปตรวจอีกทีตอนหลังถึงรู้ว่ามันกลายเป็นมะเร็งไปแล้วเรื่องการรักษาพยาบาล เราก็ใช้สิทธิ์บัตรทอง ไปทำOPDฉายรังสี ที่โรงพยาบาลมา ทั้งหมดก็ 20 รอบแล้ว เรื่องค่ารักษาพยาบาลไม่ได้เดือดร้อนเท่าไหร่ จะหนักก็พวกค่าเดินทาง ค่าน้ำเกลือล้างแผล ค่าเบ็ดเตล็ดแต่ละครั้ง เราก็คนหาเช้ากินค่ำน่ะนะ

ใบวินิจฉัยโรคจากแพทย์

ผมก็สอบถามถึงอาการและการรักษาล่าสุดที่ผ่านมา พร้อมทั้งสภาพความเป็นอยู่ คุณเรียมบอกกับเราว่าล่าสุดที่ไป ทำคีโมมา หมอเขาบอกว่า ทำใจไว้นะ หรั่งเขาจะอยู่ได้อีกไม่เกิน 2 เดือนนะ แต่หรั่งเขาสู้ไง เขายังอยากต่อสู้ อยากไปชุมนุม อยากไปกับเสื้อแดง อยากไปร่วมงานที่โบนันซ่า เพราะใจเขาสู้ กำลังใจเขาดี จากวันที่ทำคีโมนั้นเขาอยู่ต่อมาได้ 7 เดือนแล้ว

เวลา มีพี่ๆน้องๆเสื้อแดงมาเยี่ยมเนี่ย เขาจะดีใจมาก ใจเขายังอยากไปชุมนุมตลอด นี่เมื่อวันก่อนดิ้นตะกายตกเตียงออกมาตรงเนี๊ยะ(พร้อมทั้งชี้ไปที่พื้น) เขาบอกเขาจะไปโบนันซ่า จะไปงานเสื้อแดง

ก่อนน้องๆมากันเนี่ย เขาเปลี่ยนใส่เสื้อแจ็คเก็ตนปช.ของเขาใส่นอนเลย เขารักเสื้อแดงมากๆ

ที่ คอเขาต้องตัดลูกกระเดือกออกไปแล้ว วันนั้นถ้าไม่ตัดเขาตายไปแล้ว เพราะมะเร็งมันลามลงไป นี่เขาต้องคอยใช้น้ำเกลือล้างแผลที่คอเขาด้วยตัวเองทุกวันนะเนี่ย พี่ไปทำให้ไม่ได้ เพราะทำแล้วเขาเจ็บ ต้องให้เขาทำเองเขาจะรู้ว่าตรงไหนเขาเจ็บตรงไหนเขาไม่เจ็บ พี่ก็สงสารเขา

ผมสอบถามเรื่องอาหารการกิน คุณเรียมตอบว่า “เขา กินอะไรไม่ได้แล้ว ร่างกายมันไม่รับ กินได้แต่น้ำเขียว ผสมน้ำเย็นหน่อยนึง อย่างอื่นกินไม่ได้เลย ตอนนั้นไปฉายรังสี หมอเขาต้องถอนฟันไปหมดปาก เคี้ยวอะไรก็ไม่ได้แล้ว ตอนนี้ก็อยู่มาได้ด้วยน้ำเขียวนี่แหล่ะ”

เป็น ภาพที่น่าสลดใจ และน่าหดหู่ สำหรับชะตากรรมอันโหดร้ายสำหรับนักสู้นิรนามที่รักประชาธิปไตยคนหนึ่ง ผมค่อนข้างสะเทือนใจกับภาพที่เห็น แอบกลับมาร้องไห้อยู่ในรถก่อนจากมา ผมบอกกับคุณเรียมและญาติๆของพี่หรั่งว่า ผมจะนำข้อมูลเหล่านี้มาเผยแพร่ ให้พี่น้องเสื้อแดงได้รู้จักกับพี่หรั่ง และต้องขอเลขบัญชีไว้ เผื่อมีใครอยากช่วยเหลือเรื่องค่าน้ำเกลือ-ผ้าก็อท ค่าเดินทางไปรักษาพยาบาล

คุณเรียมก็บอกว่าขอบคุณพวกน้องๆมากๆเลยนะ จริงๆที่อยาก ได้มากที่สุดก็คงจะเป็นกำลังใจ หรั่งเขาอยากให้พี่น้องเสื้อแดงมาเยี่ยม เขายังอยากไปชุมนุม แต่เขาไปไม่ได้ แต่ใจเขาก็ยังสู้อยู่ ส่วนเรื่องค่าเดินทางค่าน้ำเกลือ-ผ้าก็อท หากใครจะช่วยก็ต้องขอขอบคุณมากจริงๆในน้ำใจของทุกๆคน

หรั่ง เขาเป็นมะเร็งทางเดินหายใจ(CA nasopharynx) ระยะสุดท้ายแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่กับเราไปได้ถึงเมื่อไหร่ เขาอยู่เลยกำหนดสองเดือนที่หมอให้ทำใจนั้นมาได้ตั้งหลายเดือนแล้ว เขาเข้มแข็งมากและอยู่มาด้วยกำลังใจล้วนๆ ถ้ามีคนมาเยี่ยมเขาก็เหมือนช่วยต่ออายุ ต่อกำลังใจให้เขาได้ต่อไป ยังไงขอบคุณทุกๆคนมากๆที่มากันวันนี้

เราสามคนจากกลุ่มสหายสีแดง เข้าไปร่ำลาพี่หรั่ง พี่ หรั่งยิ้มและชูมือ ชูนิ้วโป้งทั้งสองข้าง ส่งสัญญาณให้เรารู้ว่า “ยังสู้อยู่นะ” เราไม่กล้ามองอยู่นาน เพราะแต่ละคนน้ำตามันคลอมาอยู่ที่ใบหน้ากันหมดแล้วเราให้สัญญากับตัวเองว่า พวกเราจะไม่ทิ้งพี่หรั่ง เราอยากให้พี่หรั่งได้จับตีนตบขึ้นมาตบร่วมกับพวกเราได้อีกสักครั้งก่อนเขา จะไม่มีโอกาส

หาก แม้เรารู้จักแกนนำหรือใครสักคนที่คุณหรั่งชื่นชอบ เราก็จะพยายามเชิญ และชวน ให้เขาเหล่านั้นมาเยี่ยม มาให้กำลังใจพี่หรั่ง นั่นคือหนทางเดียวที่จะช่วยต่ออายุให้พี่หรั่งได้ยืนยาวออกไปด้วยหัวใจที่ ยังคงต่อสู้หากสารนี้สื่อไปถึงพี่น้องที่อยากร่วมช่วยเหลือคุณหรั่ง

เราคงเหลือเวลาเพียงไม่มากนัก เราไม่ขออะไรมาก เราขอเพียงกำลังใจ ทุกๆท่านสามารถมาเยี่ยมพี่หรั่งได้ตามแผนที่ที่ผมแนบเอาไว้

หรือหากใครต้องการช่วยเหลือค่าน้ำเกลือ-ผ้าก็อท ค่าเดินทางไปรักษาพยาบาล ก็สามารถร่วมบริจาคได้ทาง

บัญชี น.ส.เรียม เก็มกาแมน 147-2-15461-4 ธนาคารทหารไทยฯ สาขารังสิต – คลอง 3

เราขอเพียงกำลังใจสุดท้ายก่อนจาก ให้กับ”นักสู้นิรนาม”ที่ต้องประสบชะตากรรมอันโหดร้าย “พี่หรั่ง พรหมมินทร์ เก็มกาแมน”

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s