บทความแปล: วิกิลีกค์ – ข่าวคราวและบันทึกเกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ (ภาคสาม ต่อจากเรื่อง จดหมายจากตระกูล วิวัชรวงศ์)

UPDATE: จม.จาก 4 พี่น้อง วิวัชรวงศ์ เป็นของจริง
(ขอบคุณ Richard Lloyd Parry จากโพสต์ใน New Mandala)

ผู้สื่อข่าว The Times http://www.thetimes.co.uk/tto/​news/ ได้อีเมล์ถาม วัชเรศร (คนที่ 2) ซึ่งเป็นทนายใน สนง. กม. รัฐนิวยอร์ค ยืนยันว่าจริง)

The Times ปัจจุบัน ไม่ให้ดูฟรีแล้ว ต้องเป็นสมาชิก แต่สามารถดูหัวข้อ โดยเข้าไปตาม link พิมพ์ search คำว่า Thailand หัวข้อข่าวของวันที่ 5 สิงหาคม มีคำว่า “…. Thai prince…”

www.thetimes.co.uk

 

อ้างอิงจาก: http://www.zenjournalist.com/2011/06/05bangkok868/
จากเวปไซค์ของ คุณ แอนดรูว์ แม๊กเกรเกอร์ มาร์แชล โพสต์บทความ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2554

เคเบิ้ลจากวิกิลีกค์
ออกมาจากสถานฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548

รูปภาพ


บทความแปลโดย: ดวงจำปา

เนื้อเรื่อง: ข่าวคราวและบันทึกเกี่ยวกับครอบครัวในพระบรมวงศานุวงศ์
เป็นความลับ เขียนโดย: เอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายราล์ฟ แอล บอยซ์

พระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

1. เมื่อวันที่ 27 มกราคม (พ.ศ. 2548) ผมได้ไปร่วมงานพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ที่จัดเป็นประจำทุกๆ ปี ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเป็นประธานโดยตรงที่นั่น งานประจำปีนั้น ที่ได้ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นการเทิดทูนพระเกียรติกับสมเด็จพระราชบิดาของ พระองค์ เป็นการมอบรางวัลให้กับตัวบุคคลผู้ซึ่งกระทำผลงานที่ดีเด่น ในเรื่องของสาขาทางการแพทย์หรือทางสาธารณสุข เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ได้ทรงทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการในพิธี สำหรับงานในปีนี้ เขาได้รับเชิญผมเข้าไปในงานก็เพราะว่า ในปีนี้ บุคคลชาวอเมริกันผู้หนึ่ง คือ ศาสตราจารย์ โจนาธาน ซาเมท จากคณะสาธารณสุขศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอพกิ้นส์ เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลชิ้นนี้ บุคคลที่ได้รางวัลอีกท่านหนึ่งคือ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเจนีวา ซึ่งเป็นชาวเยอรมัน

2. หลังจากที่พิธีพระราชทานรางวัลได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยลงไปแล้ว ก็มีการเชิญบุคคลกลุ่มย่อยๆ เข้าไปในห้องเล็กๆ ต่อการปฎิสันฐาน ซึ่งเป็นพบปะคุยสังสรรค์กันอย่างเป็นส่วนตัวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้ ประกอบไปด้วย เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร, ผู้ที่ได้รับรางวัลทั้งสองท่านและคู่สมรสของพวกเขา, เอกอัครราชฑูตประเทศเยอรมัน และตัวผมเอง

3. ระหว่างการปฎิสันฐานนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงแสดงความสนพระทัยเป็นอย่างมากในการแลก เปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และเริ่มร่วมการให้ความเห็นในเชิงลึก เป็นทางวิชาการมากขึ้น เนื้อหานั้น ก็วกเวียนอยู่ในเรื่องของสุขภาพจิตและเสถียรภาพภายในครอบครัว และรวมไปถึงผลกระทบต่างๆ ที่มีต่อการพัฒนามนุษย์ เรื่องประเด็นเหล่านี้ เป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงถือว่าเป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ และประทับอยู่ในพระราชหฤทัยของพระองค์เลยทีเดียว และในขณะที่ทรงเกี่ยวพันกันกับการสนทนาที่พรั่งพรูออกมาอย่างเป็นกันเอง พระองค์ได้ทรงแสดงพระราชดำริหลายเรื่อง ซึ่งสมควรเป็นอย่างยิ่งต่อการบันทึกในเคเบิ้ลฉบับนี้ (ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากเอกอัครราชฑูตบอยซ์: ในพระราชดำรัสเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนม์พรรษาครั้งล่าสุด ที่ทรงกล่าวไว้เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2547, ซึ่งตามปรกติแล้ว พระองค์ได้แสดงพระราชดำริในทางประเด็นทางการเมืองที่สำคัญๆ, กลับได้ถูกเปลี่ยนไปเป็นการเน้นถึงความต้องการที่จะให้รัฐบาลของประเทศไทย เป็นปกปักษ์รักษาในเรื่องของสุขภาพและการศึกษาของเยาวชนไทย – จบความคิดเห็น)

4. ระหว่างการสนทนาในเรื่องหัวข้อของเสถียรภาพภายในครอบครัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้แสดงพระราชดำริว่า “ข้าพเจ้าเข้าใจว่า มันเป็นเรื่องที่สำคัญเพียงใด ต่อการมีทั้งแม่และพ่อ อยู่ด้วยกันเป็นหน่วยระบบของครอบครัว ข้าพเจ้าได้สูญเสียพ่อของข้าพเจ้าเมื่อยังอายุยังน้อย และก็ได้ถูกเลี้ยงให้เติบโตขึ้นมาโดยแม่ของข้าพเจ้าเอง ในขณะที่เธอได้กระทำหน้าที่อย่างแสนดีในการเลี้ยงลูก ๆของเธอทุกคน แต่เธอผู้เดียว ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปทำหน้าที่ของการเป็นพ่อแทนได้”

5. เมื่อการสนทนาได้เปลี่ยนมุมไปเป็นเรื่องของพี่น้องในครอบครัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้ตรัสขึ้นว่า “พี่สาวของข้าพเจ้า คือ พระนางกัลยานี ก็ทำหน้าที่เสมือนเป็น ‘เสาหลัก’ ต่อตัวของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้องพึ่งเธออยู่เสมอในเรื่องของคำแนะนำและการสนับสนุนให้กำลังใจ ต่างๆ แต่ในขณะนี้ เธอมีอายุ 82 ปีแล้ว และข้าพเจ้าก็เป็นห่วงเธอเหมือนกัน”

6. ในช่วงหนึ่งของการสนทนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้หยุดการสนทนาและแสดงท่าทาง บ่งบอกไปทางเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ผู้ซึ่งยังทรงกระทำการสนทนาอยู่ข้างๆ กับภรรยาของผู้ที่ได้รับรางวัลชาวเยอรมัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรัสอย่างกระซิบเบาๆ ว่า “ข้าพเจ้ามีลูกทั้งหมดสี่คน แต่เธอ (เจ้าฟ้าหญิงสิรินธร) เป็นคนเดียวเท่านั้นที่สามารถ ‘นั่งติดดินอยู่กับประชาชนได้’ เธอไม่เคยเข้าพิธีอภิเษกสมรสมาก่อน แต่เธอกลับมีลูกหลานอยู่ในประเทศนี้อีกหลายล้านคน.”

ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับครอบครัวในพระบรมวงศานุวงศ์

7. ผมได้โทรศัพท์ไปคุยกับ ดร. จิรายุ อิศรางกูล ณ อยุธยา ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 เนื้อหาเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวในพระบรมวงศานุวงศ์ ได้ถูกเปิดเผยขึ้น ตามที่จะกล่าวต่อไปนี้:

8. ประการแรก, และเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ดร. จิรายุได้กล่าวว่า พระมเหสีของเจ้าฟ้าชาย (หม่อมศรีรัศมิ์) ได้ทรงตั้งพระครรภ์ ผมได้ทราบมาอีกสายข่าวหนึ่ง คือจากนายติรวัฒน์ สุจริตกุล ซึ่งเป็นที่ปรึกษาในกองงานส่วนพระองค์ของเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ซึ่งได้กล่าวว่า กรณีนี้ขอยืนยัน แต่ไม่ได้เปิดเผยในทางสาธารณะทราบกัน เพราะว่า หม่อมศรีรัศมิ์นั้น ทรงได้เคยแท้งลูกมาก่อนในอดีต (ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากเอกอัครราชฑูตบอยซ์: การตั้งครรภ์ของหม่อมศรีรัศมิ์นั้น เป็นที่ทราบกันอย่างเงียบๆ ในเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อการปรากฎในสาธารณะของพระองค์ในครั้งล่าสุด ซึ่งเห็นรอบเอวของพระองค์ มีขนาดขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด – จบข้อคิดเห็น)

9. เปลี่ยนเรื่องไปที่อดีตพระมเหสีของเจ้าฟ้าชาย คือ หม่อมยุวธิดา (หรือที่เรียกกันว่า หม่อม เบนซ์) ดร. จิรายุได้กล่าวว่า เมื่อการเสด็จพระราชดำเนินครั้งล่าสุดของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา พระองค์ทรงอนุญาติให้หม่อมเบนซ์และลูกๆ ของเธอได้เข้าเฝ้าได้ แต่หม่อมเบนซ์ไม่ได้ติดต่อกับคณะผู้ติดตามเสด็จเลย ต่อมาภายหลัง ได้มีพระราชกระแสรับสั่ง ขอร้องให้เอกอัครราชฑูต ศักดิ์ทิพย์ (ไกรฤกษ์) เดินทางไปที่รัฐฟลอริด้า เพื่อที่จะพบกับหม่อมเบนซ์ และ ลูกๆ ของเธอ แต่หม่อมเบนซ์ได้ปฎิเสธการขอพบอีกเช่นกัน ที่เห็นได้ชัดก็คือ มีเรื่องประเด็นในเรื่องค่าใช้จ่ายทางการแพทย์เรื่องหนึ่งกับลูกชายคนที่สาม ของหม่อมเบนซ์ (คุณจักรีวัชร์) มีรายงานว่า เจ้าฟ้าชายได้ทรงดำรัสกระชับให้ทราบอย่างชัดแจ้งว่า พระองค์จะทรงเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายเหล่านี้ด้วยตัวพระองค์เอง และพระองค์ไม่ต้องการให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ หรือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาทรงเป็นภาระเกี่ยวกับประเด็นในอดีตครอบครัวของพระองค์

10. ในเรื่องพระราชปรารภเกี่ยวกับเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร (อยู่ในส่วนที่ 6 ของเคเบิ้ล) ดร. จิรายุ ได้กล่าวว่า ก็ได้เห็นกันมามากแล้ว เกี่ยวกับความไม่สมหวัง ต่อลูกสามคนของพระองค์ มาเทียบกับ ความชื่นชอบและความให้เคารพที่มีให้ต่อเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ลูกๆ ทั้งสามพระองค์นั้น ได้ทรงพยายามที่ดำเนินการตามหน้าที่ในพระราชภาระกิจ แต่เป็นที่เห็นได้ชัดว่า พระองค์ท่านเหล่านั้นไม่ทรงมีประสิทธิภาพหรือเรียกร้องความความสนใจเหมือน กับเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรได้

11. ในเรื่องของพระราชปฎิสันฐานที่มีความเป็นกันเอง เกี่ยวกับพระภคินีของพระองค์ คือ เจ้าฟ้าหญิงกัลยานี คุณจิรายุกล่าวว่า “เหลือแต่เธออยู่เพียงคนเดียว” จากญาติพี่น้องสายตรงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คุณจิรายุได้กล่าวต่อไปว่า เมื่อ 20-30 ปีก่อนมานี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้มีความห่วงใยในตัวของเจ้าฟ้าหญิงกัลยานี ผู้ที่ผ่านการล้มเหลวจากการสมรสมาหลายครั้ง แต่ถึงแม้ว่า อาจจะสายเกินไปนิดหนึ่ง พระองค์ (เจ้าฟ้าหญิงกัลยานี) ก็ยังได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่มีอย่างล้นเหลือ ต่อการปฎิบัติพระราชภาระกิจของพระองค์

12. ในการสนทนาเกี่ยวกับการถึงแก่อนิจกรรมของคุณพุ่ม เจนเสน ซึ่งเป็นพระนัดดา (หลานชาย) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดร. จิรายุได้กล่าวว่า เขาต้องเป็นผู้รับอาสารับหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยทางกฎหมายในเรื่องที่ขม ขื่นเป็นอย่างยิ่ง ระหว่าง เจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์กับคุณปีเตอร์ เจนเสน เขายังได้บอกต่อไปว่า การแยกกันอยู่และการหย่าร้าง เป็นไปอย่างขุ่นเคืองมากที่สุดและ ตัวนายเจนเสนนั้น ก็ไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อร่วมพิธีศพของลูกชายตนเอง คุณจิรายุได้กล่าวว่า เขาได้ปัดปฎิเสธต่อการตอบคำถามต่างๆ ว่า คุณเจนเสนอยู่ที่ไหน โดยกล่าวอย่างติดตลกว่า เขากลัวที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพราะว่า คงจะถูกเจ้าฟ้าชายกระทืบเอาแน่ๆ (ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจากเอกอัครราชฑูตบอยซ์: เราได้ยินมาว่า คุณเจนเสนนั้น ได้ยืมเงินจากคนไทยหลายคน และจากธนาคารไทยอีกหลายแห่ง ก่อนที่เขาจะทำการหย่าร้างกับเจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์ และ จำนวนเงินเหล่านี้ ไม่เคยมีการชดใช้ให้กับ เจ้าหนี้. จบความคิดเห็น) ดร. จิรายุยังได้กล่าวต่อไปว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีความปลาบปลื้มในพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก ต่อความเคารพนบนอบและความอบอุ่นที่ประชาชนมีให้กับคุณพุ่มอย่างล้นเหลือ ตั้งแต่การถึงแก่อนิจกรรมของเขา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547

13. ไม่ยอมทิ้งให้พลาดถึงของสาระของตัวบุคคลในพระบรมวงศานุวงศ์แม้แต่พระองค์ เดียว คุณจิรายุได้ ให้ข้อสังเกตุอย่างสั้นๆ เกี่ยวกับ การแยกกันอยู่ของเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์กับนาวาอากาศเอก วีระยุทธ ดิษยะศริน โดยกล่าวว่า คุณวีระยุทธ ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาในขณะนี้ ได้มีโอกาสเข้าเฝ้ากับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินครั้งล่าสุด ความสัมพันธ์ระหว่างทางฝ่ายวังกับตัวคุณวีระยุทธ ซึ่งเป็นอดีตผู้ช่วยฑูตทหารของกองทัพอากาศไทย ณ สถานเอกอัครราชฑูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี ซี นั้น เป็นไปอย่างฉันมิตร

บันทึกโดย บอยซ์”


ความคิดเห็นของผู้แปล:

จาก ซีรี่ย์ที่โพสต์ไว้แล้วทั้งสองภาค ดิฉันจึงขอนำเอาบันทึกของเอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยในขณะนั้น คือ เอกอัครราชฑูต ราล์ฟ บอยซ์ ที่ตีพิมพ์ออกมาจากวิกิลีกค์ (บทความได้ถูกเผยแพร่ทางสาธารณะมาเป็นเวลานานพอสมควร) เข้ามาเปรียบเทียบด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในข้อที่ 9 ซึ่งบ่งระบุถึงการรับผิดชอบในด้านค่าใช้จ่าย และการเชื้อเชิญจากทางฝ่ายพระญาติเอง

ผู้ แปลไม่ขอแสดงหรือวิจารณ์เรื่องใดๆ ทั้งสิ้น แต่มีความต้องการให้ท่านผู้อ่าน กระทำการเปรียบเทียบกับซีรี่ย์ทั้งสองชุดแรก และกระทำการชั่งใจว่า อะไรน่าจะเป็นของแท้ หรือ อะไรที่น่าจะเป็นของเทียม หรือมีทั้งสองอย่างผสมผสานกันอยู่ กรุณาใช้วิจารณญาณของตัวท่านเอง เป็นผู้ตัดสินค่ะ

ที่ดิฉันต้องการนำเอาเรื่องของทางวิกิลีกค์ เข้ามาโพสต์ เพราะต้องการให้เนื่้อหาในซีรี่ย์มีความสมดุลย์กัน (ตอนแรกดิฉันก็ชั่งใจอยู่นานว่า ควรจะแปลหรือไม่แปลดี ปรากฎว่า ตัดสินใจว่าจะแปลให้ เพราะดิฉันต้องให้ความเป็นกลาง โดยการฟังทั้งสองฝ่ายค่ะ)

อีกประการหนึ่งก็คือ ผู้แปลพยายามอย่างเต็มสุดความสามารถในการแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย และจากภาษาไทยเป็นคำราชาศัพท์ รวมไปถึงการเรียบเรียงถ้อยคำให้สละสลวย เพื่อป้องกันข้อครหาว่า ไปดูหมิ่นพระบรมวงศานุวงศ์ การแปลเรื่องนี้ เป็นการแปลแบบให้เกียรติบุคคลที่อยู่ในบทความทุกพระองค์ทั้งสิ้น ดังนั้น อาจจะมีการตกหล่นบ้างในเรื่องของการใช้ราชาศัพท์ (เพราะผู้แปลไม่มีความสันทัดทั้งทางวิชาการและทางประสบการณ์ในเรื่องราชา ศัพท์) ประกอบกับว่า ตัวผู้แปลเองไม่เคยมีโอกาสได้ใช้คำราชาศัพท์นี้มาเป็นเวลาเกือบ 20 ปีแล้ว (เนื่องจากตั้งถิ่นฐานถาวรอยู่ในต่างประเทศ) ถ้าท่านผู้อ่าน พบความผิดพลาดบางประการ ก็กรุณาแจ้งให้ทราบด้วย เพื่อดิฉันจะได้เรียนรู้และกระทำการแก้ไขต่อไป จึงขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

คิดว่าถึงเวลาสมควรที่จะจบซีรี่ย์ชุดนี้แล้ว ขอบคุณที่ติดตามอ่านบทความแปลกันค่ะ

ดวงจำปา

เนื้อหาจากกระทู้เก่า (ภาคแรก) กรุณาอ่านที่กระทู้นี้:
บทความแปล: จดหมายจาก ตระกูล วิวัชรวงศ์


กระทู้เก่า (ภาคที่สอง) ต่อที่นี่:
บทความแปล: จดหมายถึงประเทศไทย (ภาคสอง ต่อจากเรื่อง จดหมายจากตระกูล วิวัชรวงศ์)


1 Comment

Filed under Thaiuknews

One response to “บทความแปล: วิกิลีกค์ – ข่าวคราวและบันทึกเกี่ยวกับพระบรมวงศานุวงศ์ (ภาคสาม ต่อจากเรื่อง จดหมายจากตระกูล วิวัชรวงศ์)

  1. นางสาวฟ้าสไหย

    ขอบคุณค่ะ ^^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s