จตุพรจี้คดี มาร์ค-เทือก13ศพ

ฐานสั่งการปราบแดง ดีเอสไอชี้แล้วแต่ดองไว้ ท้าสุเทพสาบานเผาห้าง


รายงานตัว – นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เข้ารายงานตัวที่รัฐสภา พร้อมทั้งจี้เอาผิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้สั่งการสลายม็อบ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ เมื่อวันที่ 4 ส.ค.

“จตุ พร”รายงานตัวสภา ท้า”เทพเทือก” ออกจากรูแล้วขึ้นฮ.คนละลำ สาบานใครเผาเซ็นทรัลเวิลด์ขอให้ฮ.ตก ชี้ทั้งมาร์ค-เทือกต้องรับโทษประหาร คดีบงการฆ่า 13 ศพ เหตุการณ์ 19 พ.ค. ซึ่งดีเอสไอสรุปสำนวนแล้ว แต่ไม่ยอมส่งอัยการและศาล เหมือนคดีของคนเสื้อแดง ย้ำไม่ได้เรียกร้องใดๆ เพียงแต่บังคับใช้กฎหมายให้เท่าเทียมกันก็พอ ยันคนเสื้อแดงไม่เคยต่อรองตำแหน่งรมต. ได้ไม่ได้แล้วแต่พรรคแต่ไม่ใช่มาวิจารณ์ว่าไม่ได้เพราะเป็นเสื้อแดง

เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 4 ส.ค. ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. เข้ารายงานตัวส.ส. ใหม่ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีแกนนำคนเสื้อแดงและส.ส.เพื่อไทยจำนวนมากร่วมให้กำลังใจ

นายจตุ พรกล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งรมต. ให้คนเสื้อแดงว่า ยังไม่ได้คุยกัน เพราะได้ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าให้เป็นเรื่องของพรรค ส่วนจะได้เป็นหรือไม่นั้น เป็นเรื่องเล็ก เพราะไม่รู้ว่าจะทำหน้าที่ส.ส.ได้กี่วัน ซึ่งไม่มีความหมายอยู่แล้ว แต่อย่าให้เหตุผลว่าเพราะเป็นคนเสื้อแดงจึงเป็นไม่ได้ ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีสิทธิ์มาวิพากษ์วิจารณ์เพราะนำนายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาร่วมชุมนุมยึดสนามบินกับกลุ่มพันธมิตรมาเป็นรมว.ต่าง ประเทศ ยืนยันว่าถ้ามีทางสามแพร่งให้เลือกตำแหน่งเดียว ระหว่าง ส.ส. รมต. และคนเสื้อแดง ตนขอเลือกคนเสื้อแดง

“ผมเป็นคนตรงไปตรงมา ปากกับใจตรงกัน ไม่เคยมีเงื่อนไขต่อรองตำแหน่งรมต.จากพรรค อีกทั้งพวกผมก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้พ.ต.ท. ทักษิณและคุณหญิงพจมานเกิดความขัดแย้งกัน แต่เป็นกระแสข่าวยุแยงให้เกิดความแตกแยกระหว่างกันมากกว่า หากคิดว่าภาพลักษณ์คนเสื้อแดงจะทำให้ภาพรัฐบาลดูไม่สวยงาม แล้วจะนำคนเสื้อแดงมาลงเลือกตั้งทำไม พรรคไม่ควรพูดอย่างนี้ การจะเอาใครมาเป็นรมต.ไม่เป็นปัญหา พวกผมจะไปไหนได้ก็อยู่กับเพื่อไทย ส่วนหน้าตารมต.จะดีหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่คนเสื้อแดง แต่อยู่ที่ทำหน้าที่โดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ซื่อสัตย์ต่อประชาชน และการบริหารประเทศ ไม่ใช่หน้าตาดีแต่ทรยศ แม้กระทั่งคนรอบข้างพ.ต.ท.ทักษิณทรยศกันถึงวันสุดท้าย จึงอยากเตือนสติทุกฝ่ายในการก้าวต่อไปข้างหน้า” นายจตุพรกล่าว

นาย จตุพร กล่าวอีกว่า กระบวนการยุติ ธรรมในประเทศจะต้องมีความเท่าเทียม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องได้รับโทษประหารคดีบ่งการฆ่าทั้ง 13 ศพ ในเหตุการณ์ 19 พ.ค.2553 ซึ่งขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำสำนวนเสร็จแล้ว จะส่งเรื่องไปยังอัยการและศาลเพื่อพิจารณาคดีต่อไป

ผู้ สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะผู้ใหญ่ในพรรคเริ่มประนีประนอมกับอำนาจเดิมหรือไม่ จึงไม่ให้คนเสื้อแดงได้ตำแหน่ง นายจตุพร กล่าวว่า ไม่ทราบว่าใครไปประนีประนอมกับใคร แต่ 15 ล้าน 7 แสนเสียงเป็นอำนาจของประชาชน เมื่อชนะเลือกตั้งควรฟังประชาชน ไม่ใช่อำนาจพิเศษ แต่ต้องรักษาหัวใจมิตรไว้เป็นสำคัญ เพราะผู้ที่คอยเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับพรรคคือคนเสื้อแดงและประชาชน ตนไม่ต้องการให้บรรยากาศการเมืองดุเดือดเลือดพล่าน เพียงแต่เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง พวกตนคือพวกถูกกระทำ ฆาตกรยังเริงร่า มาชี้หน้าใส่ร้ายยัดเยียดเผาบ้านเผาเมือง ทั้งที่ฆาตกรมันทั้งฆ่าและเผา นี่คือความเจ็บปวดที่พวกตนมีสิทธิ์เรียกร้อง และกรณีคนเสียชีวิต 91 ศพ ควรได้รับความยุติธรรม รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบอีกจำนวนมาก

“หัวใจเป็นเรื่องใหญ่ ตำแหน่งหน้าที่เป็นเรื่องเล็กและเป็นมายา ความจริง ความซื่อสัตย์ต่อประชาชน นั่นคือนิจนิรันดร์” นายจตุพร กล่าว

เมื่อ ถามว่าการคืนความเป็นธรรมให้คนเสื้อแดง นอกจากมาตรการจากคอป.แล้วจะเสนอแนะแนวทางอื่นหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า กฎหมายมีอยู่แล้ว ดีเอสไอสรุป 13 ศพ ว่าความตายไม่ว่า 6 ศพวัดปทุมวนาราม หรือนักข่าวญี่ปุ่น เกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่รัฐ สำนวนนี้ต้องส่งอัยการ และศาล นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพจะได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม คดีใช้และบ่งการฆ่า 13 ศพ ที่เหลือกี่ศพก็ทำต่อไปให้ครบ ไม่มีใครละเว้นกฎหมายได้ รัฐบาลนี้ก็ละเว้นใครไม่ได้ เพียงแต่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายตรงไปตรงมา อย่าได้ปฏิบัติเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะคดีตนและพวก ดีเอสไอส่งอัยการและส่งฟ้องศาลเลย แต่คดีเดียวกันที่เป็นพวกรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ทำไมไม่ส่งอัยการ เพื่อส่งศาล ตามกระบวนการยุติธรรมปกติ พวกตนไม่ได้เรียกร้องอะไรเพิ่ม ให้ใช้กฎหมายที่มีอยู่ที่เคยปฏิบัติต่อตน ปฏิบัติต่อนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพอย่างเท่าเทียมกันเท่านั้นก็จบ นี่เป็นหน้าที่พลเมืองที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

นาย จตุพร กล่าวต่อว่า ตนขอย้ำว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเป็นความงดงาม วันนี้ถ้ากระบวนการยุติธรรมมีความเท่าเทียม นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพจะต้องถูกดำเนินคดีบ่งการฆ่า ซึ่งดีเอสไอทำสำนวนเสร็จแล้ว 13 ศพ ที่ตนนำมาอภิปรายในสภา เรื่องจะต้องส่งไปอัยการ และศาล ต้องโทษประหารชีวิต 13 คดี แต่กลับพยายามมาแดกดันว่าที่พูดว่าขอแก้ไข ไม่แก้แค้นของว่าที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ หมายถึงการนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ จึง อยากให้นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเปลี่ยนคำถามใหม่ว่า ว่าที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์จะนิรโทษกรรมให้กับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพกับพวกจะดีกว่าหรือไม่ เพราะฉะนั้นการปรองดองไม่ใช่พวกตนต้องถูกดำเนินคดี ถูกย่ำยี ถูกฆ่า ถูกขัง ถูกใส่ร้ายฝ่ายเดียว ตนโชคร้ายอยู่ในเรือนจำไม่เช่นนั้นประชาธิปัตย์จะมาเล่นประเด็นเรื่องเผา บ้านเผาเมืองไม่ได้เลย

“ชีวิตผมอยู่ในคุกสบายดี แต่ชีวิตในรูนาย สุเทพเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าวันนี้ว่างๆ ออกจากรูได้ก็ไปวัดพระแก้ว จุดธูปสาบานใครเผาเซ็นทรัลเวิลด์ขอให้มีอันเป็นไป ขอให้พินาศย่อยยับ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจผมและนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คนที่นำข้อมูลมามอบให้คือชุดผจญเพลิงของห้างเซ็นทรัล เขาบากหน้ามาหาเพราะคนเสื้อแดงไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้ต้องหาเผาห้างหน้าตาละอ่อนอยู่ในเรือนจำ ถ้าเป็นจริงชุดผจญเพลิง 400 กว่าคน จะวิ่งหนีเด็ก 4 คนเป็นไปได้อย่างไร และข้อเท็จจริงนั้นฆาตกรที่ฆาตกรรม 91 ศพ กับคนเผาเซ็นทรัลฯ เป็นบุคคลคนๆ เดียวกัน เพราะฉะนั้นที่บอกว่าเผาบ้านเผาเมือง นายสุเทพกล้าไปสาบาน แล้วนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปแก่งกระจาน เลือกกันคนละลำกันก็ได้ สาปแช่งกันว่าใครเผาเซ็นทรัลเวิลด์ขอให้ฮ.ตก จะเอาไหม เลือกกันไปเลย เลือกกันคนละลำ” นายจตุพร กล่าว

ด้านนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวว่า วันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. นี้เวลา 14.00 น. ตนนัดหมายกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมกิจกรรมกันภายในศูนย์บริเวณชั้น 5 ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ครั้งนี้จะเป็นกิจกรรมเดี่ยวไมโครโฟน หัวข้อเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ อย่างขึ้นค่าแรง 300 บาท เชิญนางจิตรา คชเดช ต้นตำรับป้าย “ดีแต่พูด” ซึ่งเคยเป็นสาวโรงงานมาโชว์เดี่ยวไมโครโฟนครั้งแรกเรื่องนี้โดยเฉพาะ ส่วนอาทิตย์ต่อไปวันที่ 14 ส.ค. จะเป็นกิจกรรมวันแม่ โดยมีนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาน.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงตายในวัดปทุมวนาราม มาพูดถึงการเสียชีวิตของน้องเกด และอาทิตย์ที่ 21 ส.ค. จะนำสมาชิกไปจัดกิจกรรมกินข้าวแดงกันบริเวณท้องสนามหลวง หลังจากเปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้ว

นายสมบัติ กล่าวอีกว่า นโยบายรัฐบาลกรณีขึ้นค่าแรง 300 บาทนั้น ตนเห็นด้วยและควรเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว และต้องให้เห็นผลภายใน 6 เดือน นอกจากนี้ควรสานต่อเรื่องบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค เพราะเป็นโครงการที่ดี อย่างไรก็ตามหลังจากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล เห็นได้ชัดว่าขณะนี้ประชาชนเริ่มจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น คนพร้อมลงทุนกับรัฐบาลนี้ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นขอให้เป็นเรื่องรอง ช่วงแรกนี้ขอให้รัฐบาลใหม่แก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนก่อน

ที่ทำเนียบ รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิจารณ์รัฐบาลใหม่จะก้าวข้ามไม่พ้น เพราะนปช.ยังเคลื่อนไหวกดดันให้คนของตัวเองว่า ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย เมื่อถามว่าแต่มีการกดดันให้ปล่อยคนเสื้อแดงทุกคนจากเรือนจำ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายบริหาร เป็นเรื่องของฝ่ายตุลาการที่จะพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม เมื่อถามว่า คิดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะทัดทานกระแสคนเสื้อแดงได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เมื่อมาเป็นนายกฯ ต้องรักษาระบบ เมื่อเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายใดก็ต้องเป็นของฝ่ายนั้น

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา คณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา ประชุมโดยมีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว. ศรีสะเกษ เป็นประธาน และเชิญนายสมชาย หอมลออ กรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เข้าชี้แจง โดยมีส.ว.บางส่วนตั้งข้อสังเกตถึงผลการตรวจสอบและค้นหาความจริงที่อาจทำได้ ไม่ครบสมบรูณ์ และอาจไม่กล้ารายงานข้อเท็จจริงตามที่ได้รับ

พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี ส.ว.สรรหา กล่าวว่า คอป.จะตรวจสอบความรับผิดชอบถึงผู้สั่งการในเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค. 2553 เหมือนกรณี 7 ต.ค. 2551 หรือไม่ เนื่องจากจนถึงวันนี้อดีตนายกฯ รองนายกฯ และอดีตผบ.ตร.ยังถูกดำเนินคดีอยู่ ตนไม่แน่ใจว่าคอป.จะกล้าเปิดเผยผลสอบทั้งหมดหรือไม่ ตนเชื่อว่าข้อมูลที่จะเปิดออกมาไม่ถึง 1 ใน 10 อย่างแน่นอน เพราะกลัวจะกระทบต่อหลายฝ่าย หากไม่เหมาะกับจังหวะและโอกาส ดังนั้นเรื่องเดียวที่จะปรองดองได้ คือ การชดเชย เยียวยาเหยื่อที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงฝากข้อคิดว่าการนิรโทษกรรมจะเป็นอีกแนวทางหนึ่ง เพื่อสร้างความปรองดองได้หรือไม่ พิจารณาตั้งแต่บุกยึดสนามบินไล่มาจนถึงเหตุการณ์เม.ย.-พ.ค.2553

นาย สมชายชี้แจงว่า คอป.ยึดหลักโดยเน้นหาสาเหตุของความรุนแรงเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต การสอบเหตุการณ์ 7 ต.ค. 2551 เป็นเรื่องของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง คือ คณะกรรมการป.ป.ช. แต่คอป.ไม่มีอำนาจตามกฎหมายขนาดนั้น ไม่มีผลว่าเสนอไปแล้วจะดำเนินคดีหรือไม่ อย่างไร และการทำงานก็ต่างจากตำรวจและดีเอสไอที่มุ่งจะเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่เรากำลังประมวลข้อเท็จจริงบางประการที่ได้รับมา เพื่อนำเสนอแนวทางต่อรัฐบาลโดยไม่เลือกว่าจะเป็นรัฐบาลเก่าหรือรัฐบาลใหม่

นาย สิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี โฆษกคณะกรรมการ แถลงต่อที่ประชุมว่า คณะกรรมการได้ร่วมจัดทำข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่ในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง 6 ประการ ได้แก่ 1.รัฐบาลต้องเร่งค้นหาความจริงในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณะรับทราบอย่างตรงไปตรงมา และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย แม้จะยังไม่สามารถค้นหาผู้กระทำผิดได้ แต่ต้องสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อเป็นบทเรียน นำไปสู่การแก้ไขและป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม เร่งดำเนินการสอบสวนผู้ถูกจับกุม หากไม่พบความผิดต้องปล่อยตัวโดยเร็ว แต่ถ้ามีหลักฐานชัดเจนต้องเข้ากระบวนการยุติธรรม โดยทุกขั้นตอนต้องไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลเกินจำเป็น

2.เยียว ยาผู้ได้รับผลกระทบให้รวดเร็วทั่วถึงและเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ 3.ขอให้รัฐบาล ทบทวน ปรับปรุง กฎหมาย และพ.ร.บ. ข้อกำหนด ประกาศ เกี่ยวกับการตีตรวน และการปฏิบัติต่อผู้ต้องหา โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชน รวมถึงกรณีที่อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น การเสียชีวิตของนักข่าวต่างชาติ จะต้องโปร่งใส รวดเร็ว และเป็นธรรม 4.องค์กรที่มีผลต่อสถานการณ์บ้านเมืองและกระทบต่อการสร้างความปรองดองของคน ในชาติ คือ กองทัพต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง แต่ต้องพร้อมเข้ามาช่วยแก้ไขในยามบ้านเมืองเกิดวิกฤต 5.ขอให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 6.นอกจากนี้ขอให้เปิดสื่อที่ถูกปิดกั้นเพื่อให้ประชาชนได้ใช้วิจารณญาณในการ รับข่าวสารกันเอง

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s