เมืองสัญลักษณ์ โดย กาหลิบ

http://democracy100percent.blogspot.com/

คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?

เรื่อง เมืองสัญลักษณ์

โดย กาหลิบ

 

ความ เก่งฉกาจอย่างหนึ่งของระบอบเผด็จการไทย คือการสร้างภาพลวงตาให้คนเชื่อได้ว่าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ผู้รับเชื่อก็คือคนไทยในประเทศส่วนหนึ่ง คนไทยในต่างประเทศส่วนหนึ่ง และคนในโลกอีกจำนวนหนึ่ง

บุคลิก ของผู้เผด็จการไทยคือ การรวบอำนาจอย่างเด็ดขาด แต่ขณะเดียวกันก็กระหายความรักใคร่นับถือจากคนทั้งหลาย ตามวิสัยคนเอเชียที่เป็นมนุษย์ประเภทรวมฝูง จึงต้องการภาพลักษณ์ส่วนตัวที่งดงามน่าเคารพ งานสร้างภาพและการประชาสัมพันธ์เชิงลึกจึงเป็นสิ่งที่ขาดเสียมิได้

มองเผินๆ ก็เป็นเผด็จการที่น่ารัก น่าถนอม จนไม่รู้ว่าจะเป็นประชาธิปไตยไปหาอะไร

นี่คือความสำเร็จของคนที่ป้อนยาพิษให้กับคนรอบข้าง แต่คนเหล่านั้นก็เข้าใจว่าเป็นวิตามิน

ความ เป็นเผด็จการและภาวะที่เป็นประชาธิปไตยเต็มที่มิได้ จึงซ่อนอยู่ลึกๆ ในสังคมไทย ผู้ที่จะเข้าใจอย่างละเอียดลึกซึ้งต้องรู้จักถอดรหัสและแปลความจากสัญลักษณ์ ต่างๆ เมื่อคนไทยเองยังยากจะถอดและมองก็ไม่ใคร่เห็น ประชาคมโลกจึงมองไม่ออกมานานหลายปีว่าปัญหาประชาธิปไตยเมืองไทยมันอยู่ตรง ไหน

บางคนถึงกับพูดว่าเป็น “ปัญหาในสรวงสวรรค์” หรือ “Trouble in a paradise” ไปเลยด้วยซ้ำ

แต่ถ้าจะมองกันจริงๆ เพียงเวลาสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ก็บอกอะไรมาก

สัญลักษณ์ที่จะพูดถึงต่อไปนี้ล้วนแสดงปัญหาในโครงสร้างการเมืองไทยทั้งสิ้น

วัน จันทร์ที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ คือวันที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระราชบิดามาเป็นองค์ประธานในการเปิดรัฐสภาชุด ใหม่

พระ ราชกรณีกิจซึ่งโดยประเพณีเป็นของพระมหากษัตริย์ จนกลายเป็นบรรทัดฐาน เมื่อเกิดการเสด็จฯ แทนพระองค์ก็ทำให้หลายคนมองความเคลื่อนไหวเช่นนี้ในเชิงสัญลักษณ์​

อย่าง น้อยก็เชื่อว่ามีความหมายที่น่าสนใจบางอย่าง ขณะนี้ก็ตีความกันอยู่ในเวทีที่ทำได้ และไม่เสี่ยงให้ใครเขามาจับตัวไปประหารเจ็ดชั่วโคตร ผลการตีความนั้นก็ชัดเจนเพียงพอ ไม่ต้องนำมาเสี่ยงพูดอย่างเฉพาะเจาะจงที่ตรงนี้อีก

สิ่งเหล่านี้คนวงในของระบอบเก่าเขามักจะพูดกันว่าเป็น “การส่งสัญญาณ”

แปล ว่าผู้รับสัญญาณต้องคิดกันเอาเองว่าต้องปฏิบัติภารกิจอะไรต่อไปบ้าง ใครใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ใครใช้ปืนและอาวุธสงครามเป็นสดมภ์หลัก ใครใช้การอ้างรัฐธรรมนูญและระเบียบราชการ ใครหาเงินจากการเอาเปรียบสังคมที่ต้องคอยจ่าย “ค่าต๋ง” ชดเชย ฯลฯ ก็ต้องลืมตามองและเงี่ยหูฟังว่าเมื่อใดบทบาทของตนจะมาถึง

ความแนบเนียนของผู้กุมอำนาจเด็ดขาดในเมืองไทยรวมถึงการออกคำสั่งโดยคำสั่งไม่ต้องผ่านปากออกมาเป็นหลักฐาน

ผู้ ถูกกดขี่มานานๆ มักได้เรียนรู้ว่าสัญญาณใดเป็นอย่างไรและขยับทำหน้าที่ของตัวเองเสียก่อนจะ ถูกลงโทษโดยตรงหรือโดยอ้อม โทษฐานไม่รับสัญญาณและไม่ทำหน้าที่ของตน

เมื่อ คณะกรรมการการเลือกตั้งทำหน้าที่ไปแล้วจนเหนื่อยอ่อน บทต่อไปก็น่าจะเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการศาลปกครอง หรือองค์กรอิสระอื่นๆ รวมทั้งสถาบันในฝ่ายตุลาการออกมาทำหน้าที่ “รับมือ” กับรัฐบาลของประชาชน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์และเป็นสาระหลักของระบอบประชาชนบ้าง

สัญลักษณ์ ที่เพิ่งแสดงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้คือ การรับรองคุณจตุพร พรหมพันธุ์ด้วยเสียง ๔ ต่อ ๑ ให้ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ทำให้เห็นชัดเจนทั่วเมืองว่า จะต่อสู้กับไพร่สามัญด้วยกันก็ทำไปเถิด กองทัพ องค์กรอิสระ หรือระบบราชการอย่างใดได้ทั้งนั้น

แต่ ถ้าเผยอขึ้นมามากกว่านั้น ก็จะต้องเจอดี อย่างน้อยก็ต้องขู่เข็ญคุกคามจนถึงขนาดที่สำนวนโบราณเรียกว่าเข็ดขี้อ่อนขี้ แก่ จึงปล่อยตัวมาเข้าสภาผู้แทนราษฎรอย่างล่าช้าและในสภาพอิดโรยต่อหน้าธารกำนัล

สัญลักษณ์เหล่านี้ดารดาษไปทั่วเมือง ใครที่ไม่เห็นคือคนที่ไม่อยากมอง เพราะจะไปดับมายาทั้งปวงที่ตนกำลังเสพอยู่อย่างเมามัน

จนกว่าไฟจะลามถึงตัวนั่นแล.

—————————————————————————–

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s