สายล่อฟ้า!!! หรือ หนังหน้าไฟ???

สิ่งที่ไม่น่าเชื่อ สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ แต่สำหรับการเมืองแบบไทย ในยุคที่ยังคงมีขั้วอำนาจแฝงฝังรากลึกอยู่เช่นนี้ อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
อย่างเฉพาะแค่กรณีของนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8 ของพรรคเพื่อไทย เพียงคนเดียวเท่านั้น ยังทำให้เป็นเรื่องเป็นราวต่างๆได้อย่างมากมายไม่น่าเชื่อ
สะท้อนชัดเจนถึงความเข้มแข็งของระบบการเมืองไทยในขณะนี้ ว่าจริงๆแล้วมีความเข้มแข็งหรือไม่??? และถ้าหากว่ายังพอมีบ้างนั้น มีในระดับใด???
เพียงเพราะจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยังไม่มีการรับรองสมาชิกภาพในการเป็น ส.ส.ให้กับนายจตุพร ก็กลายเป็นประเด็นสารพัดความคิดเห็นเกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างมากมาย
ซึ่งคงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง เพราะเอาแค่กรรมการ กกต. 5 คน ก็ยังมองเห็นไม่ตรงกันกันเลย 2 เสียงบอกว่ารับรองไปเลย ส่วนยังไงค่อยไปว่ากันทีหลัง
อีก 1 เสียงบอกว่าต้องใบแดงเท่านั้น ตัดสิทธิแล้วเลื่อนลำดับคนถัดๆไปขึ้นมาแทน
ในขณะที่อีก รายหนึ่งบอกว่า ให้สอบสวนต่ออีกเพราะยังไม่ชัดเจน ทั้งๆที่กรอบเวลาตามกฎหมายมีมากน้อยเพียงใด ก็รู้ๆกันอยู่
ส่วนเสียงสุดท้ายบอกว่า แบบนี้ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ!!!
แค่ 5 คน 5 เสียง ยังขนาดนี้แล้วคนไทยทั้งประเทศ 60 เกือบ 70 ล้านคน จะไม่วุ่นได้อย่างไร จะไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันสนั่นเมืองได้อย่างไร
และแน่นอนว่าเป้าหมายใหญ่ก็คือ กกต. และอีกเป้าหมายที่เป็นความเชื่อ ก็คือขั้วอำนาจที่วุ่นวายอยู่เบื้องหลัง… มีไม่มียากจะหาข้อพิสูจน์ แต่คนในสังคมไทยจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าเป็นเช่นนั้น แล้วความเชื่อนั้นห้ามกันได้ที่ไหน แพล็บเดียวเหมือนไฟลามทุ่งไปแล้ว
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ขนานแท้
แน่นอนว่ามองในแง่ของบรรดาแฟนคลับ ของบรรดากลุ่มคนเสื้อแดง รวมทั้งของผู้ที่สนับสนุนเลือกพรรคเพื่อไทย ก็จะเกิดความรู้สึกและอารมณ์ว่า อะไรกันนักหนา ไม่จบไม่สิ้นเสียที
ทำให้แม้แต่คนที่ตอนแรกก็ไม่ได้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่หวังที่จะเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าให้ได้ หลังจากที่หยุดนิ่งมาตั้งแต่การทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 แล้ว
เมื่อเห็นอาการสะดุดแบบแปลกๆเช่นนี้ ก็ยังอดรู้สึกคล้อยตามไปด้วยไม่ได้ว่า มีความพยายามที่จะไม่ให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลง่ายๆจริงเสียแล้วกระมัง
เนื่องจากตอนที่ลงสมัครเป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ กกต.ก็รับรองคุณสมบัติไปแล้ว ก็เท่ากับว่าคุณสมบัติครบ แต่มามีปัญหาตอนที่ไม่ได้ไปเลือกตั้งเมื่อ 3 กรกฎาคม ซึ่งการไม่ได้ไป ไม่ใช่เจตนาจะไม่ไป ได้ยื่นคำร้องขอไปแล้วว่าจะขอไปเลือกตั้ง
แต่ไปไม่ได้ เพราะถูกจับกุมคุมขังอยู่
นั่นต้องหมายความว่า ในทางกฎหมายแล้วมีเจตนาที่จะไปเลือกตั้ง แต่ติดขัดด้วยความจำเป็นจริงๆ จึงไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นน่าจะเข้าข่ายว่ามีเหตุจำเป็น จึงไม่ควรที่จะเสียสิทธิ!!!
แต่เมื่อย้อนมามองในมุมของ กกต. เอง ก็บอกว่าจะทำงาน จะพิจารณษแบบไม่รอบคอบ หรือพิจารณาส่งๆไปไม่ได้ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ยังพอมีเวลาอยู่บ้าง จึงต้องทำให้ดูว่าเต็มที่ไม่มีงานเข้าอย่างที่วิพากษ์วิจารณ์กัน
อย่างไรก็ตามเพราะเกมยื้ออย่างนี้แหละ ที่ทำให้กลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา เพราะจู่ๆนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง ก็ออกมาพูดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ผ่านทางสถานีโทรทัศน์สปิงนิวส์ ถึงกรณีรับรองความเป็น ส.ส.ให้กับนายจตุพร ว่า ที่ว่ากกต.จะยื้อนั้น จะยื้อเพื่ออะไร ต้องถามกลับว่ามีเหตุผลอะไรที่จะต้องยื้อ ในเมื่อกรอบการรับรองคือ 1 เดือน ซึ่งก็จะครบในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ดังนั้น เรื่องนี้เป็นมุมมองของแต่ละคน
ในการโหวตเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม คะแนนที่ออกมาก็ไม่เป็นเอกฉันท์ และมี กกต.บางคนขอให้มีการสอบเพิ่ม แล้วเมื่อมีการสอบเพิ่มแล้วจะไม่ให้ได้มีการลงมติเลยหรืออย่างไร เพราะเมื่อมีการสอบเพิ่มก็จะต้องมีการลงมติ ดังนั้น จะมาบังคับ กกต.ไม่ได้ว่าจะต้องรับรองเดี๋ยวนี้ เวลานี้
ดังนั้น กกต.ต้องขอเวลาในการพิจารณาและคำสั่งของนายจตุพรต้องเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเชื่อว่าไม่ว่าผลออกมาจะเป็นอย่างไร จะต้องมีการฟ้องร้อง กกต.แน่นอน ซึ่ง กกต.แต่ละคนจะต้องมีเหตุผลว่าเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้ตอบคำถามของประชาชนได้ ซึ่งทุกท่านก็พร้อมที่จะเปิดเผยเหตุผลส่วนตัว
จึงยืนยันว่า กกต.ไม่ได้ยื้อ และขอให้มอง กกต.ในแง่ดีบ้าง ที่ผ่านมา กกต.ก็ทำงานหนักอยู่แล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการเลือกตั้ง
แถมยังบอกด้วยว่าไม่ได้รู้สึกหนักใจ เพราะ กกต.ทำงานบนพื้นฐานของกฎหมาย กฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องว่าไปตามนั้น เพราะถ้าเห็นเป็นอย่างอื่น กกต.ก็จะต้องถูกฟ้อง
แต่ประโยคที่ตามมา และเล่นเอาร้อนฉ่าไปทั้งสังคม ก็คือ
“ต่อให้มีการขู่ฆ่า จะเอาพวกเราไปฆ่าไปแกงอย่างไรเราก็ไม่กลัว เกิดมาจนอายุ 60 กว่ากันแล้ว ก็ใกล้จะตายกันอยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่าถ้าฆ่า กกต.ตายหมดทั้ง 5 คน จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเกิดอะไรขึ้นในวันหรือ 2 วันนี้ คนเสื้อแดงต้องคิดให้ดีว่า ต้องการเผด็จการกลับเข้ามาหรือไม่ หรือต้องการประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง บ้านเมืองกำลังไปได้ด้วยดี เรายินดีที่จะเห็น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้นำรัฐบาล แต่ถ้าทำอะไรขึ้นมา รับรองว่ารัฐบาลปู 1 ไม่เกิดแน่ วันนี้พวกเราก็ไม่ได้มีใครมาดูแล ดังนั้น การกระทำแบบนี้จะให้นายจตุพรได้ออกจากคุกหรือไม่ ต้องคิดให้ดี ทำไมรออีกหน่อยเพื่อให้มีนายกฯหญิงไม่ได้ ถ้าไม่เช่นนั้น ก็น่าสงสารที่จะไม่ได้นายกฯหญิง”นางสดศรีกล่าว
เมื่อถูกถามว่า แสดงว่าอาจมีการปฏิวัติใช่หรือไม่
นางสดศรีตอบว่า ปฏิวัติหรือไม่ ตนไม่ทราบ แต่ถ้า กกต.ถูกทำร้าย แล้วนายจตุพรจะได้ออกจากคุกหรือ
เราไม่กลัวตาย แต่รัฐบาลปู 1 จะไม่เกิด ถ้ามีอะไรรุนแรง ถ้ามีการยกกองทัพประชาชนมากดดัน ตนจึงต้องการให้คนเสื้อแดงคิดให้ดี เพราะตอนนี้ใกล้ที่จะถึงฝั่งแล้ว แต่ถ้าจะเอาชีวิต กกต. แล้วเป็นเหตุให้ไม่มีรัฐบาลปู 1 ก็แล้วแต่
เพราะเมื่อคืนวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมามีคนโทรศัพท์มาข่มขู่ตน โดยโทร.มาเบอร์ส่วนตัว จนขณะนี้ตนไม่อยากที่จะรับโทรศัพท์แล้ว เพราะไม่ต้องการที่จะเป็นเงื่อนไขให้เกิดเหตุรุนแรง
ที่น่าสนใจก็คือ นางสดศรีระบุว่าเป็นห่วงคนเสื้อแดง เพราะอาจมีการฉวยโอกาส ดังนั้นเราจะต้องประคองไปให้ดี เพราะที่ผ่านมา คนเสื้อแดงพูดว่าจะเผาบ้านเผาเมือง ที่นั่นที่นี่ แล้วตอนหลังก็มีการเผาจริง ทั้งที่ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร
ดังนั้นคนพูดอาจไม่ได้ทำ คนทำอาจไม่ได้พูด
ถ้าหากคนเสื้อแดงพูด แล้วเกิดมี กกต.ตายขึ้นมา ทั้งที่ไม่ใช่ฝีมือของคนเสื้อแดงก็ได้ เพราะมีคนจ้องที่จะฉวยโอกาสอยู่ ประวัติศาสตร์ก็มีให้เห็น ใครเผาเมือง ก็ยังไม่มีคำตอบ ดังนั้น อย่าให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย แต่ยืนยันว่าเราไม่กลับ และยอมรับชะตากรรม แต่อย่าให้ใครมาฉวยโอกาสแทน เพราะการพูดไปเรื่อยๆ
เล่นเอาร้อนฉ่าขึ้นมาในทันที ว่านางสดศรีกำลังเล่นบทอะไร เป็นกังวลจริงๆ หรือว่าโดนผลักให้ออกมาเป็นสายล่อฟ้า!!!
เพราะกระแสข่าวลือเรื่องการปฏิวัติจนถึงวันนี้ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ
อย่างไรก็ตาม นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำคนเสื้อแดง ก็ออกมาพูดทำนองว่านางสดศรีวิตกจริตจนเกินไปหรือไม่ เพราะแม้คนเสื้อแดงจะข้องใจที่ กกต.แขวนนายจตุพร ในฐานะแกนนำ นปช. เพียงคนเดียว โดยเห็นว่าเป็นเรื่องประหลาด แต่เชื่อว่าไม่มีใครคิดทำเช่นนั้นแน่นอน
ที่ผ่านมาแกนนำก็ได้พูดกับสมาชิกคนเสื้อแดงให้ใจเย็นๆ ได้มีการปราม ข้อร้องทุกเวที ปรามว่าอย่าไป กกต. ถ้าจะมาก็ให้มาที่เรือนจำ มากดดันนายจตุพรว่า ทำไม่ไม่ออกมาเสียที ทั้งที่ประชาชนเลือกมา 15.7 ล้านเสียง
แต่ที่สงสัยคือประเด็นที่ว่า จะมีการใช้อำนาจนอกระบบนั้น จริงหรือ???
และไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องนายจตุพรเพียงคนเดียว ทำไมไปไกลถึงขนาดนั้นได้
แต่ขอยืนยันว่า แม้ว่า กกต.จะไม่รับรองนายจตุพร ก็จะดำเนินการตามแนวทางของกฎหมาย จะดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือกฎหมายอื่นที่มากกว่านั้น
พร้อมกับเตือนเรื่องที่อาจจะมีคนฉวยโอกาส เป็นพวกมือที่ 3 ว่า นางสดศรีควรที่จะหากล้องซีซีทีวีมาติดที่บ้าน เชื่อว่าที่ กกต.คงจะมีแล้ว และถ้าพบว่าใครผิดก็จับกุมมาดำเนินการทางกฎหมายได้ทันที เพราะเชื่อว่าคนเสื้อแดงไม่ทำกริยาที่ฉุนเฉียว โมโห หรือเกรี้ยวกราด เพราะขณะนี้คนเสื้อแดงมีวุฒิภาวะที่สูงมาก ไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ กล่าวถึงกรณีข่าวจะมีคนขู่ลอบทำร้าย กกต. และอาจบานปลายจนถึงการยึดอำนาจ ว่า ได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าประชาชนโดยเฉพาะคนเสื้อแดงไม่มีความคิดหรือการเคลื่อน ไหวข่มขู่คุกคามใดๆ ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.และที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ก็เป็นรูปธรรมชัดแจ้งว่าไม่มีการกระทำดังกล่าว แต่อย่างใด
ดังนั้น หากมีการข่มขู่คุกคามก็จะไม่ใช่ประชาชน แต่จะเป็นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ผู้ถูกคุกคามน่าจะได้แจ้ง ต่อเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนการปฏิวัติยึดอำนาจ คิดว่าจนถึงวันนี้ไม่มีใครในประเทศไทยอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก ในเมื่อหลังการเลือกตั้ง บ้านเมืองเดินไปตามกลไกประชาธิปไตย รัฐบาลชุดใหม่กำลังขับเคลื่อนนโยบายไปถึงประชาชนก็ไม่น่าจะมีเหตุปัจจัยใดๆ ที่จะทำให้เกิดเรื่องดังกล่าว
ขนาดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งยืนคนละขั้วกับพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงมาโดยตลอด ก็ยังอดออกปากไม่ได้ว่า อยากให้ กกต.ทุกคนระวังคำพูด เพราะคำพูดเช่นนี้จะไปกระเทือนกองทัพให้ต้องมานั่งตอบคำถามในเรื่องที่เขา ไม่ได้เกี่ยวอะไรทั้งสิ้นในยุคนี้
นอกจากนี้ยังจะไปตอกย้ำความเชื่อของประชาชนว่าทำไมบ้านเมืองยังมีปัญหาเหล่านี้อยู่
สิ่งที่ กกต.ต้องทำให้เห็นคือ การทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง ใครใช้วิธีการไม่ถูกต้อง ในการข่มขู่ คุกคาม กดดันว่าจะใช้ความรุนแรง ควรจะตอบโต้ด้วยเรื่องกฎหมาย มากกว่าจะบอกว่าการเมืองจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
ในขณะที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ กล่าวว่า ตนเองขอปฏิเสธกรณีที่มีข่าวระบุว่า เป็นผู้บงการให้คนเสื้อแดงไปข่มขู่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง แม้กระทั่งโทรศัพท์ไปข่มขู่ก็ไม่เคย
เชื่อว่าการที่ นางสดศรี ระบุว่า มีคนโทรไปข่มขู่ ไม่ใช่พวกเสื้อแดงแน่
และการที่ออกมาพูดเช่นนี้ เป็นการรับผิดชอบน้อยไปหน่อย คนเป็นผู้ใหญ่ควรต้องนิ่ง
การพูดช่วงนี้เป็นลักษณะผิดปกติ ตีปี๊บเกินเหตุ
และหากในวันสุดท้ย กกต. ยังไม่มีการรับรอง นายจตุพร อีกจริงๆ ก็จะไม่มีการเคลื่อนไหวมวลชน แต่จะดำเนินการทางกฎหมาย ฟ้องร้องเอาผิด กกต. ทั้งคณะ
ฉะนั้น ดูกันตามเนื้อผ้าแล้ว งานนี้ทำไปทำมานอกจากจะถูกมองได้ว่าหรือจะเป็นสายล่อฟ้าแล้ว เมื่อมาเจอปฏิกริยาสะท้อนกลับเช่นนี้ ก็ยังมองได้ว่า งานนี้มีสภาพเป็นหนังหน้าไฟไปแล้วเต็มๆ
แต่ในประเด็นมือที่ 3 ที่จะสวมรอยคนเสื้อแดงกระทำการอะไรต่างๆนาๆเพื่อเป็นการใส่ร้ายนั้น ก็เป็นเรื่องที่พึงรับฟังไว้ด้วยเหมือนกัน
เพราะอำนาจไม่เข้าใครออกใคร…
ที่สำคัญสำหรับคนบางคนบางประเภทแล้ว
เพื่อรักษาฐานอำนาจเอาไว้ สามารถทำอะไรก็ได้อย่างนึกไม่ถึงเลยทีเดียว

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s