ปฏิบัติการ “ขี้ล้างขี้” ของนายมาร์ค มุกควาย!!!

http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=313

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

มื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมเขียนถึงเรื่องความไม่โปร่งใส และการทุจริตในการบริหารสถานีวิทยุทหาร ที่ทำมาหารับประทานกันจนถึงขนาด ‘เจ้ากรมสื่อสารทหาร’ ยศพลเอก ถึง 3 นาย ต้องถูก ป.ป.ช. ชี้มูลให้ดำเนินคดีในข้อหาทุจริต ซึ่งเป็นเรื่องน่าอับอาย
ขายขี้หน้ามากทีเดียว
นายทหารยศพลเอกที่ว่านั้น ตอนนี้ตายไปแล้ว 1 นาย เหลือที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีอีก 2 ราย!

ผมได้เล่าต่อไปอีกว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2554 นี้เอง ศาลอาญาเพิ่งตัดสินจำคุกนายทหารยศพันเอกนายหนึ่ง ซึ่งมีส่วนบริหารสถานีวิทยุทหาร ในข้อหาทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ มีกำหนด 3 ปี แต่โทษจำคุกนั้น ศาลท่านกรุณาให้รอการลงโทษไว้ เพราะนายพันเอกจำเลย เคยมีความดีความชอบมาก่อน ส่วน พล.อ. อดีตเจ้ากรมให้ยกฟ้อง
ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า อัยการจะพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น หรือไม่อย่างไร?
นายพันเอกคนนี้โชคดีจริง ข้อหาทุจริตแท้ๆ และศาลก็ตัดสินว่าผิด ลงโทษจำคุกถึง 3 ปี แต่ศาลท่านบอกว่านายพันเอกจำเลยเคยมีความดีความชอบมาก่อน
  จึงให้รอการลงโทษไว้!
        ตรงนี้เอง ผมตั้งข้อสังเกต ให้ท่านผู้อ่านเห็นข้อแตกต่างระหว่างโทษของนายพันเอก กับทักษิณว่า
ทักษิณฯ เป็นนายกฯ ทำความดีความชอบให้กับชาติบ้านเมืองก็ไม่น้อย เขาถูกโค่นล้มด้วยกำลังทหาร และถูกสอบสวนโดย ค.ต.ส. ซึ่งจัดตั้งโดยกระบวนการที่ไม่ชอบ ทั้งๆที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาฉบับปัจจุบัน ยังใช้บังคับกับคนไทยทั่วไปอยู่ และโดนศาลซึ่งรับคำฟ้องต่อจากอัยการ (ที่รับผลการสอบสวนต่อจากไอ้พวก ค.ต.ส.) สั่งลงโทษจำคุกคุณทักษิณ แค่ 2 ปี ในข้อหาที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องทุจริตด้วยซ้ำ
        แต่ไม่มีการ…รอการลงโทษ!!
        ผู้คนเลยเม้าท์กันกระจายว่า
        โทษ 3 ปี ได้รอ โทษ 2 ปี ไม่ได้รอ จึงต้องบอกว่า ทักษิณฯนั้น…ซวยจริงๆ!!!  

ผมเห็นว่า คุณทักษิณฯ นั้นซวยจริงๆ และซวยเอามากๆ ด้วย เพราะ ข้อหาที่ถูกลงโทษถึงจำคุก เป็นแค่ความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. ซึ่งไม่ใช่ข้อหาทุจริต และไม่ใช่ข้อหาที่ต้องขึ้นศาลคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย แต่วิธีการของ ค.ต.ส. คือ แจ้งข้อหาความผิดต่อตำแหน่งราชการควบคู่ไปด้วย
ผมอ่านเกม ค.ต.ส.ออก และเขียนดักเอาไว้ด้วย!

ท่านที่ ติดตามงานเขียน “วาทตะวัน” มาอย่างสม่ำเสมอ คงจะเห็นได้ว่า ผมเคยพูดถึงเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ที่ดังที่สุด และรู้จักกันดี คือ คอลัมน์ที่ผมใช้วิธีเขียนแบบ “จดหมายฟ้องโลก”  (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=187) แจกแจงถึงวิธีการดำเนินการ อันไม่เป็นธรรมของคณะกรรมการสอบสวน ชุด ค.ต.ส. ซึ่งถูกตั้งขึ้นมาด้วยอำนาจคณะปฏิวัติ

content/picdata/313/data/letter copy.jpg

ผมเขียนจดหมายเป็นภาษาอังกฤษ ขึ้นต้นว่า Dear World เลียนแบบการขึ้นต้นจดหมาย ซึ่งมีผู้เขียนเมื่อเหตุการณ์ 9/11 เขย่าขวัญคนทั้งโลกได้อุบัติขึ้น ที่มหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา
ไม่น่าเชื่อว่า มีผู้เข้ามาอ่านคอลัมน์ดังกล่าว เกือบ 16,000 (หนึ่งหมื่นหกพัน คน/คลิก) ซึ่งน่าอัศจรรย์สำหรับ www.vattavan.com ซึ่งเป็นเพียง วันแมนเว็บไซด์
นอกจากนั้น ผมยังได้ส่งเป็นจดหมาย ให้สถานทูตทุกแห่งในประเทศไทย รวมทั้งส่งให้องค์กรระดับโลกด้วย
ใช่แต่…แค่นั้นนะครับ
        พรรคพวกเพื่อนฝูงในต่างแดน ก็ยังช่วยกันส่ง “จดหมายฟ้องโลก” ของผม ไปให้มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทางกฏหมาย เพื่อให้ทราบความเป็นไป สำหรับการออกกฎหมายที่ไม่ยุติธรรม ที่คณะปฏิวัติบัญญัติขึ้นมา ทันทีที่พวกมันยึดอำนาจการปกครอง ในบ้านเมืองเราได้สำเร็จ โดยมีเจตจำนงที่จะให้คำสั่งของคณะปฏิวัติ เป็นกฎหมายพิเศษ และมีผลบังคับใช้กับคนๆเดียว ที่ชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีผู้ถูกโค่นอำนาจ
ผมเชื่อว่า
        บทความและ “จดหมายฟ้องโลก” มีผลต่อมุมมองของคนต่างชาติ ต่อกระบวนการที่ไม่ยุติธรรมของ ‘คณะปฏิวัติชั่วร้ายแห่งสยามประเทศ’ ที่กระทำต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แสดงออกให้ชาวโลกได้เห็นชัดเจนในการเลือกตั้ง เมื่อพี่น้องประชาชนคนไทย ที่รักในประชาธิปไตย และเห็นใจ พ.ต.ท.ทักษิณฯ ต่างพากันดาหน้าออกไปสู่คูหาเลือกตั้ง และลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทย จนได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย ส่งผลให้น้องสาวของทักษิณ ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง
นายกรัฐมนตรี!
        มิตรประเทศต่างๆ ของไทย จึงได้ตระหนักและประจักษ์ชัดถึงความไม่เป็นธรรม ที่ปรากฏขึ้นในสยามไทยแลนด์บ้านเมืองของเรา ซึ่งถูกตอบโต้โดยพลังอำนาจของประชาชน ทันทีที่โอกาสเปิด คือ…การเลือกตั้งทั่วไปนั่นเอง! 
นี่เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ส่งผลให้บรรดาทูตขรตรีเศียร ได้แสดงออกอย่างไม่กริ่งเกรงมือที่มองไม่เห็น ถึงการสนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร ให้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย

น่าเสี ยดายนัก ที่ความดีความชอบของคุณทักษิณ ไม่ได้ถูกนำมาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ในคดีที่ถูกสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ของคณะปฏิวัติ (ค.ต.ส.) จนต้องโทษจำคุก เหมือนกับนายทหารยศพันเอก ที่ทุจริตจนถูกจับได้ ทั้งๆที่นายกทักษิณฯ เคยมีความดีความชอบต่อแผ่นดิน จนได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุด เท่าที่ข้าราชการของประเทศนี้จะพึงได้รับ
นอกจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ของข้าราชการฝ่ายการเมืองแล้ว คุณทักษิณฯยังได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตระกูลจุลจอมเกล้า ซึ่งเป็นของส่วนพระองค์ และภริยาของเขา ก็ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฝ่ายในตระกูลเดียวกัน
จนสามารถใช้การเรียกขาน นามนำหน้าชื่อว่า
        “คุณหญิง”  
แต่…ท่านผู้อ่าน สังเกตกันบ้างหรือเปล่าครับว่า

นายทหารที่ร่วมกันกระทำรัฐประหาร ไม่ว่านายพลสนธิฯ หัวหน้าคณะปฏิวัติ ในฐานะ ผม.ทบ. รวมทั้ง ผบ.ทร. และ ผบ.ทอ. ในขณะนั้น ที่ร่วมกันโค่นล้มคุณทักษิณ นั้น
จนถึงปัจจุบัน บรรดาเมียของนักปฏิวัติ ที่ก่อกรรมทำเข็ญให้ประเทศเหล่านี้…
…ไม่ได้รับโปรดเกล้าฯให้เป็น “คุณหญิง” แม้แต่คนเดียว!
        ไม่เว้นแม้แต่เมีย ของนายพลอนุพงศ์ เผ่าจินดา ก็พลอยรับประทานแห้วไปด้วย ทั้งๆที่คนเป็นผัวนอกจากร่วมยึดอำนาจแล้ว ยังได้ขึ้นดำรงตำแหน่งมหึมาอ่าโอ่ ให้เป็น ผบ.ทบ. ต่อจาก “ไอ้บัง กบฏ” อยู่นานถึง2 ปี
  ใหญ่โตโอฬาร…คับประเทศไปเลย!
        ถึงกระนั้น เมียของนายพล “โป๊งเหน่ง” ก็ไม่ได้รับเกียรติยศ เชิดหน้าชูตา ให้เป็น “คุณหญิง” และยังคงดำรงตำแหน่ง “คุณนาย” เท่ากับเมีย “คุณจ่า” ทหารบกทั้งหลาย ไม่ได้แตกต่างกันเลย
ไม่ใช่แต่เมียของนายทหาร ที่ทำรัฐประหารเท่านั้น แม้แต่เมียของ นายมาร์ค มุกควาย อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ดำรงตำแหน่งมา 2 ปีครึ่งแล้ว
ก็ยังเป็น “คุณนาย” เหมียนเดิม!!

นี่เป็นเครื่องประจานว่า การก่อรัฐประหารครั้งนั้น ‘เบื้องบน’ ไม่ได้ทรงเห็นชอบด้วยเลย แต่ ไอ้แก๊งที่ร่วมกันทำรัฐประหาร และทหารลิ่วล้อทั้งหลาย พยายามพูดจาออกข่าว ปั่นหัวชาวบ้าน ให้เข้าใจผิดเพี้ยนไปว่า ทรงเห็นคล้อยด้วย ทั้งยังได้พยายามจูงใจชาวบ้าน ให้เห็นดีเห็นงามกับการก่อ ‘รัฐประหารอัปรีย์’ ของพวกมัน
แต่…
การที่พรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย ย่อมเป็นเครื่องแสดงให้เห็นชัดเจนว่า พี่น้องประชาชนเขาไม่เห็นด้วยกับไอ้พวกเวร ที่ก่อการยึดอำนาจแต่อย่างใดเลย
พรรคการเมืองคู่แข่ง อย่างไอ้พรรคดักดาน ที่ทหารหนุนหลังจนสามารถแย่งชิงอำนาจในการบริหารประเทศ ไปได้สำเร็จ และถึงแม้จะเป็นแกนนำรัฐบาลได้ แต่ไอ้พรรคกาลีก็ทำตัวเสมือนเป็นแค่เพียง “ลูกกะโปก” ที่แอบซุก และกวัดแกว่งคึกคัก ภายใต้ง่ามขาแห่งความคุ้มครองของทหาร โดยมีผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย แต่พอถึงคราวไอ้พรรคดักดาน พ่ายแพ้แบบไม่มีหูรูด พวกมันก็เนรคุณ ออกมาก่นด่าหาว่า
ทหารไม่ช่วย!
ทั้งๆที่นายทหารใหญ่ช่วยเต็มกำลัง และเป็นนโยบายกองทัพด้วยซ้ำไป ดังคำยืนยันของ วาสนา นามน่วม และ ศิริรัตน์ บุรินทร์กุล ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ต่างยืนยันตรงกันทางสื่อวิทยุของ อ.ส.ม.ท. แต่ทหารลูกน้องเขา ไม่เชื่อผู้นำกองทัพ และได้ลงคะแนนสวนคำสั่งนาย จนพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะ ดังที่ผมได้อธิบายไว้ในตอน
คำร้อง “วาทตะวัน” ถึง เอกอัครราชทูตอเมริกัน!!!
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=309)

คราวนี้ลองหันมาดู นายพลสนธิฯ หรือ “ไอ้บัง กบฏ” คนทำรัฐประหารเอง ซึ่งออกไปเป็น “หัวหน้าพรรคการเมือง” ให้กับกลุ่มพรรคการเมืองของนักการเมืองเก่า แต่ในการเลือกตั้งที่ผ่านมานั้น ได้แสดงให้เห็นว่า “บัง สี่จิ๋ม” ก็ออกอาการร่องแร่ง ได้มาได้แค่ 2 ที่นั่ง ชนิดต้องลุ้นกันลมแทบจับ เกือบวอดวายตายไปทั้งพรรคทีเดียว
มันช่าง ‘สะใจ’ ดีแท้ๆ!!

ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

นายมาร์ค มุกควาย คนที่กำลังจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกับแก๊งกาลีของเขา ได้สร้างความเสียหาย ให้กับประเทศไทยของเราอย่างใหญ่หลวง อีตาคนนี้แกมักชอบพูด ไม่เข้าหูผมว่า
“เมืองไทยเป็น ‘นิติรัฐ’ ทักษิณกลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ต้องติดคุกก่อน!”

ผมขอฝากคำถาม ไปถึงนายอภิแสบ ภักดีโพเดียม อย่างตรงไปตรงมาว่า

– การรัฐประหารล้มล้างระบอบประชาธิปไตย เป็นการกระทำที่ถูกต้อง สำหรับ ‘นิติรัฐ’ ใช่หรือไหม?
– เมื่อทหารก่อรัฐประหารแล้ว ได้ออกกฎหมายพิเศษด้วย
คำ สั่งคณะปฏิวัติ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาเอง เพื่อสอบสวนดำเนินคดี กับอดีตผู้นำเพียงคนเดียว ทั้งๆที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ยังคงบังคับใช้อยู่และใช้มาถึงปัจจุบัน การกระทำอย่างนั้น …
        เป็น ‘นิติรัฐ’ ด้วยหรือเปล่า?
        ถามง่ายแค่นี้ ถ้ายังไม่อยากตอบทันที ก็ลองไปถามเอกอัครราชทูต ทูต กงสุล ประเทศต่างๆในประเทศไทยดูก่อน ว่า
   พวกท่านเหล่านั้น จะตอบอย่างไร?

ผมรับรอง พวกเขาต้องตอบว่า อย่างนั้นไม่ใช่การกระทำของ ‘นิติรัฐ’ แต่เป็นการกระทำของ
‘เผด็จการ’ ต่างหาก!
        นายอภิแสบฯ น่ะ รู้คำตอบดีอยู่แล้ว แต่ชอบออกมาพูดเพื่อตอกย้ำ กระแนะกระแหน โดยเอาคำพิพากษาที่เป็นผลพวงมาจากการสอบสวน ซึ่งจัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการของคณะปฏิวัติ มาเป็นอาวุธทิ่มตำนายกฯทักษิณฯ ทั้งๆที่รู้ดีอยู่ว่า บรรดาคณะนานาอารยะประเทศ เขาจะตอบ หรือมีท่าทีในเรื่องนี้อย่างไร แต่…
นายมาร์ค มุกควาย ยังเสือกทำโง่อยู่อีก!

ใครช่วยไปบอกอีตานายกฯ ที่เพิ่งตกกระป๋อง แทนผมหน่อยเถอะครับ ว่า
แม้เขากับพวก จะฉกฉวยอำนาจ เข้ามาเป็นผู้นำประเทศได้ แต่คนพวกนี้ก็บริหารชาติบ้านเมือง ด้วยความไม่โปร่งใส ปล่อยให้บรรดาพวกพ้อง ที่เข้ามาร่วมคณะบริหาร ทุจริตคอรัปชั่นอย่างมากมายเหลือหลาย จนคนเขาจับได้ไล่ทัน แถมยังโง่เขลาเบาปัญญา สร้างความขัดแย้งระหว่างชาติ ถึงขั้นลากบ้านเมืองเข้าสู่การสงคราม จนประเทศของเรากลายเป็น ‘ตัวตลก’ ในเวทีโลก
ทำให้เกียรติภูมิของชาติไทย ต้องตกต่ำลงเป็นอันมาก!

ที่น่าอับอายอย่างยิ่ง และพรรคประชาธิปัตย์เลี่ยงไม่กล้าพูดถึง แต่ผมเขียนบทความเขย่าขวัญมาแล้ว คือ การที่นายมาร์ค มุกควาย ถูกลูกพรรคตัวเอง อย่าง พ.อ.วินัย สมพงษ์ ส.ส.บัญชี รายชื่อ ตำหนิเอาตรงๆว่าขาดลักษณะผู้นำ โดยอดีตนายทหารที่สอบได้ที่ 1 จากโรงเรียนนายร้อย และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ใช้คำพูดว่า
  “ลีดเดอร์ชิพ เสียหมด!!”
        นอกจากนั้น ยังถูกคุณชายสุขุมพ้นธ์ บริพัตร ผู้ว่า กทม. สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์คนสำคัญเอง จวกเอาแรงๆ ในการอภิปราย ว่า ขาดจินตนาการในเรื่องเศรษฐกิจ แถมยังให้สัมภาษณ์มติชน กระแทกซ้ำเข้าไปอีกด้วยว่า
ประเทศไทย ไม่ใช่รัฐที่ล้มเหลว หากแต่เป็นรัฐบาล(ประชาธิปัตย์ต่างหาก) ที่ล้มเหลว!
        (ดูบทความตอน นายมาร์ค มุกควาย กับรัฐบาลที่ล้มเหลว!!! (http://vattavan.com/detail.php?cont_id=224)

ถึงขนาดนี้แล้ว ผมก็ไม่รู้ว่า สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังอยู่ในพรรคนั้น เป็นพวกไร้ความคิด หรืออย่างไรกัน? จึงจะฝืนดันเอานายมาร์ค มุกควาย ที่ล้มเหลวในทุกๆด้าน กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง
ไม่คิดกันบ้างเลย หรือว่า…
        นายมาร์คฯนั้น เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้พรรคเก่าแก่ดักดาน ต้องพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง อย่างหมดทางสู้ มาหยกๆนี้เอง!
        น่าแปลกที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ยังพากันงมงายหลับหูหลับตา ราวกับว่าพรรคของตนนั้น ไม่มีคนที่ดีและมีปัญญา หลงเหลืออยู่อีกแล้ว จึงต้องเอาคนที่คุณภาพโลซก ที่กลายเป็นนายกฯตกกะแป๋ง เพราะผู้คนเขาไม่เลือก กลับมาเชิดเป็นผู้นำพรรคอีกครั้ง
ใจคอของพวกคุณ จะให้คนอย่าง นายมาร์ค มุกควาย กลับมาเดินนำพรรคไป อย่างกะโผลกกะเผลกอีกครั้ง หรืออย่างไรกันแน่…
        โถ! …  ‘สิ้นคิด’ กันหรือเปล่า!!?

อย่างไรก็ตาม มุมมองของคนหัวโต ที่เคยร่วมหัวจมท้ายกับประชาธิปัตย์อย่าง สนธิ ลิ้มทองกุล  นั้น แตกต่างออกไปจากผม เพราะเขาออกมา สนับสนุนนายมาร์ค มุกควาย ให้เป็นหัวหน้าพรรคดักดานต่อไป และเว็บ ‘ผู้จัดการ’ ถึงกับพาดหัวในเรื่องนี้ ว่า
“สนธิ” หนุน “มาร์ค” นั่ง ปชป.ต่อเก็บกวาดอุจจาระ!!!

ผมอ่านแล้ว ไม่แน่ใจว่าอีตา “มาร์ค” คนนี้ แกจะทำความสะอาดพรรคดักดาน ให้หายจากความโสมม ได้เหมือนอย่างที่คุณสนธิฯ ตั้งใจเอาไว้
        หรือว่า…
        แกจะถ่ายมูลใหม่ แล้วนำไปล้างของขี้กองเก่า หรือพูดกันตรงไปตรงมา คือ

content/picdata/313/data/fly copy.jpg

จะเอา “ขี้ล้างขี้” เพื่อ เพิ่มความสกปรก-โสโครก ที่กำลังส่งกลิ่นเหม็นอบอวล ในพรรคกาลีของตน ให้ฟุ้งกระจายออกไปอีก จนผู้คนภายนอก ต้องอุดตะหมูก เพราะความเหม็น ที่น่าคลื่นเหียนชวนอาเจียน
        อย่างนั้นใช่ไหม?

ท่านผู้อ่าน คิดว่าอย่างไรครับ!?

………….

หมายเหตุ พอเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว ผมรับรองว่า คงได้เห็นร่องรอยแห่งความกาลี ที่รัฐบาลชุดเก่าทิ้งเอาไว้อีกแยะแน่ๆ และต้องเป็นภาระให้รัฐบาลใหม่
ตามล้าง…ตามเช็ด…กันอีกนาน!

  (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ ตอน  ปฏิบัติการ “ขี้ล้างขี้” ของนายมาร์ค มุกควาย!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม 2554) 

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s