บทความแปล: วิกิลีกค์, พรรคประชาธิปัตย์, ฝ่ายวัง และ คดีหมิ่น

อ้างอิง: http://thaipoliticalprisoners.wordpress … e-majeste/

รูปภาพ


บทความแปลโดย: ดวงจำปา

http://www.internetfreedom.us/forum/viewtopic.php?f=2&t=4093

ในซีรี่ย์ของ บทความของวิกิลีกค์, เคเบิ้ลของวิกิลีกค์ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2552,โดย เอกอัครราชฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย นายอีริค จอห์น, ได้กล่าวถึง ข้อหาในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้เพิ่มจำนวนขึ้นมาอย่างเป็นระลอกๆ

ดู เหมือนว่าเขาจะตกตะลึง ในเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นโปรโมเตอร์ใหญ่ ในการกระตือรือร้นให้นำเอากฎหมายเรื่องนี้เข้ามาใช้บังคับ เขาแสดงความเห็นดังนี้:”ผู้นำของพรรคประชาธิปัตย์เป็นจำนวนมาก ที่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในตำแหน่งระดับสูงของทางรัฐบาลนั้น เป็นบุคคลที่อยู่เห็นอะไรและเข้าใจในเรื่องทางสากลโลกมาเยอะ, มีการศึกษาดี แต่กลับกลายเป็นผู้พยายาม จัดการสนับสนุนการกำจัด การเจริญเติบโต ในเรื่องของการแสดงความคิดเห็นในรูปแบบที่เกี่ยวกับการวิจารณ์สถาบันพระมหา กษัตริย์. ไม่ว่าสิ่งที่ได้กระทำในเบื้องต้นเหล่านั้น จะเป็นความเห็นหลักออกมาจากความเชื่อ ของตัวบุคคลเองหรือความได้เปรียบเป็นผลประโยชน์ทางการเมืองหรือทั้งสองอย่าง ก็ยังคงไม่เห็นได้ชัดแจ้ง.”

สิ่งที่เขา (นายอิริค จอห์น – ผู้แปล) อาจจะมองไม่เห็นก็คือ กลุ่มที่เป็นรากมรดก ที่สืบสัมพันธ์มาจากฝ่ายของพระราชสำนัก และข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นใน ปี พ.ศ. 2552 ว่า, ตัวพรรคเองนั้น ก็ยังเป็นหนี้บุญคุณอยู่กับกองทัพบก และ ตัวบุคคลในพรรคเอง ก็ยังถึงขนาด ทั้งกร่างทั้งโอ่ ที่จะฟ้องร้องทุกๆ คน ในเรื่องของคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และ โดยเฉพาะ กลุ่มที่เรียกตนเองว่า “ประชาธิปัตย์ ”(ความหมาย คือ ปกป้องประชาชน – ผู้แปล) ก็ยังกระตือรือร้นอย่างเอาเป็นเอาตายในการปกป้องกฎหมายฉบับนี้ เพื่อเป็นเกราะป้องกันสถาบันพระมหากษัตริย์

เอกอัครราชฑูต จอห์น ก็ยังได้แสดงความคิดเห็นต่อไปว่า ในกรณีของอาจารย์ใจ อึ้งภากรณ์, โดยกล่าวว่า “ตามพิ้นผิวนอกแล้วนั้น ในตามธรรมเนียม คุณใจก็กล่าวโจมตีองค์ประกอบดั้งเดิมของชนชั้นสูงในประเทศไทยโดยทุกรูปแบบ, รวมไปถึงกำลังทางการเมืองทั้งหมดโดยไม่แยกแยะอะไรทั้งสิ้น, ถึงแม้ว่าจะมีความกดดันจาก”อำนาจในสาขาพิเศษ” (อาจจะเปรียบได้กับคำว่า “มือที่มองไม่เห็น” – ผู้แปล) XXXX, การแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการก็ยังไม่โผล่ขึ้นมา จนกระทั่งถึงวันแรกของการปฎิบัติงานเปิดตัวที่ พรรคประชาธิปัตย์ได้เข้ามาเป็นพรรคบริหารรัฐบาลร่วม”

เมื่อ”เพื่อน พ้องของสถาบันพระมหากษัตริย์” ได้เตือนว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกำลังได้รับความเสื่อมอย่างเสียหาย, เอกอัครราชฑูตจอห์น ได้แสดงความเห็นต่อไปว่า :”15 (C) (จากย่อหน้าที่ 15 ส่วนที่ C – ผู้แปล) บริษัทเอกชนของอเมริกันหลายบริษัท ซึ่งมีประสบการณ์ในประเทศไทยอย่างเป็นเวลายาวนาน และมีการติดต่อสัมพันธ์อย่างดีกับบุคคลภายในของทางพระราชสำนัก ได้เข้ามาเพิ่มน้ำหนักความเชื่อถือให้ อย่าง “ฉันท์เพื่อน” เมื่อวันที่ 3-5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับความกังวลถึงการเพิ่มจำนวนการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กระทำการกวาดล้าง, โดยไม่ได้แยกแยะเลยว่า บุคคลเหล่านั้น มีความหมายที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแท้จริง หรือ ในทางตรงกันข้าม บุคคลใด ที่สมควรจะละเลยเพิกเฉยเสีย (แต่กลับถูก ยัดข้อหาทั้งหมด – ผู้แปล), ตอนนี้ กำลังเริ่มกระทำการกระหน่ำการปฎิบัติการกวาดล้าง อย่างน่าเสี่ยงเป็นที่สุดในการทำลายตัวสถาบันพระมหากษัตริย์เอง ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว กฎหมายฉบับนี้ มันก็เป็นกฎหมายที่ปกป้องตัวสถาบันเองอยู่แล้ว, ซึ่งพวกบริษัทเอกชนเหล่านี้มีความรู้สึกว่า การบังคับใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ได้ถูกนำมาปฎิบัติใช้ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดีในหลายทศวรรษที่ผ่านมา.

ความ เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย. องค์มนตรีเปรม ติณสูลานนท์, สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ สิทธิ์ เศวษศิลา ได้ขอบคุณกับ นักธุรกิจชาวอเมริกันคนหนึ่งในเรื่องที่ว่า “เป็นคำแนะนำที่ดีมาก และ เราจะนำไปใช้พิจารณาอย่างจริงจัง.” ปฎิกิริยาที่ได้รับจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในเรื่องแบบเดียวกันกับ นักธุรกิจคนที่สองนั้น กลับกลายเป็นเรื่องในเชิงลบทั้งหมด; บุคคลที่เรียกตนเองว่า “เพื่อนพ้องของสถาบันพระมหากษัตริย์” ได้กล่าวหลังจากนั้นขึ้นว่า “บุคคลเหล่านี้ (สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ – ผู้แปล) ไม่ได้อยู่ในโลกของความเป็นจริงเลย” (บทความจาก Political Prisoners in Thailand ได้เน้นให้เห็นโดยการเพิ่มประโยคนั้น ให้เป็นตัวหนาขึ้น)


ความเห็นของผู้แปล:

เรื่อง นี้แสดงให้เห็นว่า มีการพบปะ (meeting) ระหว่าง เอกอัครราชฑูต จอห์น กับ องค์มนตรีทั้งสามคนนี้ หลายหน เพราะว่า เรื่องนี้ เกิดขึ้นในวันที่ 3 – 5 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งตรงกับ วันอังคาร ถึง วันพฤหัสบดี ไม่ใช่ รายการ breakfast ในวันเสาร์เช้าวันหนึ่ง ที่ได้วิจารณ์ถึงเรื่อง การสืบราชสมบัติของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช

เรื่องนี้ ดิฉันเห็นได้ว่า นักธุรกิจชาวอเมริกันที่อยู่ในประเทศไทย เป็นเวลานาน เขาทราบเรื่องเป็นอย่างดี ในการ “ยัดข้อหา” ในเรื่องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งเกิดขึ้นโดยพรรคประชาธิปัตย์เอง เพื่อสร้างความดีความชอบให้กับทางวัง แต่นักธุรกิจชาวอเมริกันเหล่านี้ เขาดูออกว่า มันเป็น ดาบคมที่สอง ที่กลับนำมาทำลายตัวสถาบันพระมหากษัตริย์เอง

สงสัย ตัวสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์นั้น ปิดหูปิดตาตนเอง ยังอยู่ในโลกความฝัน ตามที่ “เพื่อนพ้องของสถาบันพระมหากษัตริย์” ได้กล่าวไว้

_________________

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s