เลือดนอร์เวย์ โดย กาหลิบ

http://democracy100percent.blogspot.com/

คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?

เรื่อง เลือดนอร์เวย์

โดย กาหลิบ

 

 

ตกใจ กันไปทั่วโลกเมื่อเลือดชาวนอร์เวย์กระจายไปทั่วกรุงออสโลและในค่ายเยาวชนบน เกาะยูโทย่า เมื่อฆาตกรบุกเดี่ยวออกอาละวาดกราดปืนกลใส่ร่างผู้คนราวกับเป็นผักปลา

หากสุดท้ายพิสูจน์ได้ว่างานนี้เกิดจากน้ำมือคนๆ เดียวที่กำลังรับสารภาพและกระเหี้ยนกระหือรือที่จะอธิบาย “ผลงาน” ของ ตนต่อตำรวจ โศกนาฏกรรมครั้งนี้จะกลายเป็นการสังหารหมู่โดยฆาตกรรายเดียวครั้งใหญ่ที่สุด ในประวัติศาสตร์โลก (ไม่นับรวมการฆ่าในสงคราม)

เพราะ ตามหลักฐานและคำสารภาพ แอนเดอร์ส แบร์ริ่ง บรีวิค วัย ๓๒ ปี ชาวนอร์เวย์ คือผู้ปฏิบัติโหดทั้งสองครั้งนี้ ได้แก่ การถล่มระเบิดใส่ที่ทำการรัฐบาลในกรุงออสโลที่ฆ่าคนไป ๗ คนและการกราดกระสุนใส่คนบนเกาะจนมีผู้เสียชีวิต (เท่าที่นับได้) อีก ๘๖ คน จนนับรวมทั้งสิ้นแล้ว ๙๓ ศพ

สถิติ จะบันทึกกันอย่างไรก็ช่างเถิด ความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็ทำให้คนนอร์เวย์ใจหายอย่างกู่ไม่กลับไปแล้ว สมาชิกสำคัญในกลุ่มสแกนดิเนเวียประเทศนี้เขาถือตนเองและได้รับการยอมรับจาก โลกส่วนใหญ่ว่า มาตรฐานทางสังคมและศักดิ์ศรีของมนุษย์สูงส่งกว่าที่อื่นๆ โดยเฉพาะความเป็นเสรีของบุคคลและความเป็นสังคมนิยม (โดยเฉพาะความเป็นรัฐสวัสดิการ) ของรัฐ เมื่อเกิดเหตุสะดุดจนล้มคว่ำอย่างนี้ก็ถึงกับต้องนิ่งตะลึงงันไปตามกัน

การ ฆ่านั้นไม่ได้น่าสะเทือนใจในวิธีฆ่า ที่กราดใส่ทั้งบนบกและคนที่ผวาหนีลงน้ำไปเท่านั้น แต่ยังสำคัญที่เหตุผลแห่งการฆ่า บรีวิคให้การกับตำรวจอย่างหน้าชื่นตาบานว่า เขาวางแผนปฏิบัติการเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว และสะสมไว้ล่วงหน้าทั้งปืนพกและปืนกลอัตโนมัติ เหตุแห่งการฆ่าคือความคิดที่เขาปักใจว่าถูกต้องในทางศาสนา เขาเชื่อว่า พระเจ้าต้องการจะล้าง “ความผิด” ใน โลกใบนี้ และความผิดที่เขาตัดสินตามความหมกมุ่นของตัวเอง ก็คือการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหลายอย่างที่เกิดจากการชี้นำและนโยบายพรรคแรง งาน ไม่ว่าจะเป็นการยอมให้คนต่างผิวพรรณเข้ามาลี้ภัยในนอร์เวย์ การให้สิทธิทางสวัสดิการกับคนว่างงานซึ่งเป็น “สวะ” ในทัศนะของเขา และอื่นๆ อีกมาก

ค่ายเยาวชนที่เขาฆ่าทุกคนที่ขวางหน้าคือหนึ่งในโครงการผลิตยุวชนของพรรคแรงงาน ซึ่งอาจเติบโตขึ้นเป็นนักการเมืองระดับชาติในอนาคต

อาคารที่เขาถล่มระเบิดก็คืออาคารที่คนของรัฐบาลทำงานและใช้บริหารนอร์เวย์ตามนโยบายที่เขาต่อต้านอย่างรุนแรง

สรุป แล้วบรีวิคเชื่อมั่นว่าการกระทำของเขาคือคุณธรรมอันสูงส่งและจำเป็น เขาให้การชัดว่าเขายินดีที่จะรับโทษจำคุกสูงสุด ๒๑ ปีหรือโทษใดๆ ก็ตามที่รัฐบาลจะมอบให้กับเขา เพราะเขาได้ทำงานที่เขาตั้งใจจะทำเรียบร้อยและภารกิจก็สิ้นสุดลงแล้ว

ฟังแล้วก็รู้สึกเยียบเย็นในความเห็นที่แตกต่างกันของมนุษย์ที่ก่อผลได้ถึงขนาดนี้

กรณีนี้ทำให้จิตประหวัดถึงเมืองไทยที่กำลัง “ปรองดอง” กัน เพื่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้ วิธีคิดของคนไทยอาจไม่สุดโต่งรุนแรงเหมือนเขาและคนที่จะไปไกลถึงขนาดบรีวิ คอาจจะมีไม่กี่คนในวัฒนธรรมไทย แต่ความขัดแย้งอันลึกซึ้งที่ยังดำรงอยู่ทำให้เราประมาทไม่ได้ว่าเรื่องแบบ นี้ไม่มีวันเกิดขึ้นในเมืองไทย

ใคร นึกว่านอร์เวย์ไม่ใช่ไทย และไทยมิใช่นอร์เวย์ จะอธิบายกระสุนปืนที่สาดใส่ร่างมนุษย์ทั้งชายและหญิง คนแก่ และเยาวชนเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๒ เป็นต้นมาหลายครั้งอย่างไร

บรีวิคบ้าศาสนาและอ้างพระเจ้ามากระทำการฆาตกรรม

ผู้บงการไทยก็อ้างความมั่นคงและความรักในสถาบันฯ มาฆ่าคนบริสุทธิ์

ไม่แตกต่างกันเลย

เมื่อความเป็นธรรม ความยุติธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทำท่าจะถูกฝังกลบภายใต้ป้ายที่เขียนว่า “ปรองดอง” แรง ขับดันบางอย่างในขบวนประชาธิปไตยก็ถูกกดทับไว้ด้วยน้ำหนักอันมหาศาลของผล ประโยชน์ทางการเมือง โดยไม่แน่ใจเลยว่าเขาจะนำผลปรองดองเหล่านั้นมาแก้ผิดให้กลายเป็นถูกได้อย่าง ไร

ถ้าปรองดองกันจนเสียหลักประชาธิปไตย ก็ต้องช่วยระวังมิให้บรีวิคไทยเกิดขึ้นได้ด้วย.

—————————————————————————–

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s