ลูกชายเศรษฐีจาง


หนังสือ ที่ถูกค้นพบในหีบหนังสือวังจิ่งหยวนกง พระราชวังโบราณกรุงปักกิง หงอิ้งหมิง สมัยราชวงศ์หมิง เขียน บุญศักดิ์ แสง-ระวี แปล ตั้งชื่อหนังสือเป็นไทยว่า..สายธารแห่งปัญญา เรื่องหนึ่งชื่อ คุณชายของเศรษฐีจาง

ชุมชนเมืองซี่ มีถนนหนทางมากมาย รถราสัญจรไปมาคับคั่ง ผู้คนเดินเบียดเสียดเหงื่อไหลไคลย้อย คนเมืองนี้จึงไม่มีเวลาชมเมฆ-สวยบนท้องฟ้า ไม่มีเวลาชมดอกไม้ริมถนน เพราะต่างคนต่างรีบเร่ง

แต่กระนั้น ก็ยังมีคนเมืองซี่บางคน มีเวลาว่างเพราะไม่มีอะไรจะทำ ชาวเมืองซี่รู้จักกันดี

เรียกเขาว่าลูกชายเศรษฐีจาง

คุณ ชายถูกรักถูกตามใจจนเคยตัว อ้าปากก็มีอาหารรสเลิศเข้า ยื่นมือก็ได้เงินได้ทอง ได้เพชรนิลจินดา แต่ไหนแต่ไร เขาไม่เคยขาดแคลนอะไรในชีวิต

แต่ในความไม่ขาดแคลนนั้น คุณชายก็มีสิ่งขาดแคลนอยู่บ้าง เช่นจิตใจที่ขาดความเมตตากรุณา และสำนึกที่จะแสวงหาความก้าวหน้าเต็มความสามารถ

เมื่อใจไม่มีความกรุณา คุณชายจึงไม่เคยคิดช่วยเหลือคนยากจน คุณชายคิดว่าเป็นการหาเรื่องใส่ตัว

คุณชายไม่อยากเรียนหนังสือ หรือฝึกปรือฝีมืออะไรให้เป็นสักอย่าง เขาขี้เกียจแม้กระทั่งจะออกไปชมทิวทัศน์นอกเมือง

แต่ละวันคุณชายจึงเอาแต่จ้องมองอยู่แต่กำแพงและเสาบ้าน เขาวิตกกังวลและรำพึงรำพันอยู่ว่า

“ถ้าฟ้าเกิดถล่มลงมา เสาบ้านจะค้ำยันไหวไหม? กำแพงบ้านอย่าให้มันล้มทับเราได้ ก็จะดี”

คุณ ชายเป็นคนดัง เรื่องที่คุณชายรำพันกลัวฟ้าถล่ม กลับทำให้ดังยิ่งขึ้น ชาวเมืองซี่เอาเรื่องนี้เป็นบทสนทนาทั้งก่อนและหลังอาหาร คุยกันแล้วก็หัวเราะท้องคัดท้องแข็ง

“เราทำงานแทบตาย กลัวเวลาจะไม่พอ” หลายคนพูดเหมือนกัน “แต่ลูกชายเศรษฐีจาง กลับห่วงว่าฟ้าจะถล่ม”

เรื่องนี้เล่าขานกันต่อๆมา จนกลายเป็นนิทานแพร่หลายออกไปกว้างขวาง เล่าลือกันถึงปัจจุบัน

ปราชญ์ รุ่นหลัง เล่านิทานเรื่องนี้ให้ลูกศิษย์ฟัง และวิจารณ์ว่า เป็นเรื่องน่าดีใจ ที่คนเมืองซี่ห่วงแต่เรื่องฟ้าถล่ม เรื่องที่น่ากลัวกว่าก็คือ

ถ้าคนเมืองซี่ว่างไม่มีอะไรจะทำ แล้วเอาเวลาว่างไปฆ่าคน และวางเพลิง

ลูก ศิษย์แสดงความสนใจคำสอนนี้ อาจารย์จึงให้บทเรียนต่อไป…ชีวิตมนุษย์เรา มีเรื่องน่ากลัวที่สุดก็คือว่างเกินไป เพราะอาจจะคิดชั่ว ทำเรื่องเลวๆขึ้นมาได้

แต่ที่น่ากลัวที่สุดอีกอย่าง ก็คือ วุ่นเกินไป คนที่วุ่นเกินไป มักไม่รู้ว่าตัวเองวุ่นเรื่องอะไร

ปราชญ์ให้คำสอนทิ้งท้าย…ชีวิตคนเราถ้าว่างเกินไป ความคิดก็จะฟุ้งซ่าน ถ้าวุ่นเกินไป อุปนิสัยแท้ก็จะไม่ปรากฏ

วิญญูชน พึงใส่ใจในกายและใจตน ทั้งไม่ควรทิ้งความรื่นรมย์จากธรรมชาติ

ผม ฟังข่าวเฮลิคอปเตอร์ตกเป็นลำที่สาม ที่แก่งกระจาน มีทหารตายไปอีก 3 นาย รวมสองลำที่ตกไปก่อน 14 นาย เป็น 17 นาย รู้ข่าวแล้ว ไม่อยากเชื่อว่า นี่คือชีวิตที่สูญเสีย ในป่าเขาลึกลับซับซ้อนชายแดนพม่า

ธรรมชาติป่า เขา ไม่ต่างจากธรรมชาติอื่นๆ คลื่นสึนามิ น้ำป่า พายุ ฯลฯ เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เป็นมหาภัยใหญ่หลวง ทำลายล้างชีวิตมนุษย์ได้มากมาย ป้องกันได้ยาก เกิดขึ้นแล้วตั้งรับอย่างเดียว ทำใจได้อย่างเดียว

แต่ดูเหมือนภัยจากมนุษย์ด้วยกัน จะทำร้ายมนุษย์ด้วยกันได้มากกว่า จากสงคราม จากความขัดแย้งทางการเมือง

ที่ นอร์เวย์ คนว่างคนเดียว ก่อเรื่องร้ายแรง ทั้งระเบิดทำเนียบรัฐบาล ทั้งใช้ปืนกราดยิงคน ข่าวร้ายจากนอร์เวย์ เป็นบทเรียนสอนให้โลกรู้ว่า อย่าปล่อยให้คนว่างมากเกินไป เภทภัยจะมาถึงวันหนึ่งวันใดโดยไม่รู้ตัว

สงครามบางบ้านเมือง เขาว่ากันมานาน เราปล่อยให้คนแก่ขี้เหงาไม่กี่คน ว่างจนเกินไป.

ไทยรัฐออนไลน์
• โดย กิเลน ประลองเชิง
• 26 กรกฎาคม 2554, 05:01 น.

 

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s