อีกครั้งกับ 2489 โมเดล

โดยคุณ แป๊ะยิ้มแห่ง  http://www.internetfreedom.us/forum/viewtopic.php?f=2&t=3578

พินิจพิจารณาให้ดีๆ
โบอิ้งที่เยอรมัน กับ แบล็กฮอว์กดาวน์ ที่แก่งกระจาน มันเกี่ยวข้องกัน
เป็นมหกรรมการ “เตะตัดขาผู้ยิ่งใหญ่คนใหม่”
2489 โมเดล นำกลับมาใช้อีกครั้ง งวดนี้ไม่มีคนตาย แต่อาจมีคนติดคุกฝรั่ง
บางคนก็อาจจะต้อง “จุกแอ๊ก แป๊กอยู่ต่างแดน” …?
………..แดง…………พวกเราอย่าหลงทาง อย่าให้ราคา อย่าใส่ใจนัก
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเรา……………
อย่าคิดว่ากรรมตามสนองทหารหมา ทบ.
เพราะ “กรรม” นั้น แท้จริงนั้นมันคือ “การกระทำ”
เราอาจต้องถามว่า…ใครเป็นคนทำ…
ทบ. มันเป็นแค่ “ลูกน้อง” เท่านั้น ทบ. นั้นมันมี “พระ + อาจารย์”
เกิดอะไรขึ้นกับ “ลูกน้อง” จนทำให้ต้อง ร่วงผล็อย ถึง 3 ลำ
ลูกน้อง คงต้องไปฟ้อง “พระ + อาจารย์” วิ่งหา ให้ช่วยปกป้อง
ทบ.ลูกน้อง คงต้องรู้สึก “เกลียด” คนที่ตัวเองคิดว่าเป็นผู้ “ทำให้พวกกูตาย”
มันก็แค่เกมส์…ยืมมีดฆ่าคน… สร้างฉากฆ่าลูกน้องตัวเองเพื่อทำลายกัน แค่นั้น
เพียงแต่งวดนี้พวกเขาไม่ใช้บริการ .45 แต่หันมาใช้บริการ โบอิ้ง แทน…
พม่ากับกระเหรี่ยงกลายเป็นผู้ “ซวยตลอดปี”
ส่วนทหารที่ตายมันก็เป็นได้แค่…พวกโง่ที่สมควรตาย…เท่านั้น
ทหารตายทำให้แดงดีใจ สะใจ ไม่คิดอะไรอื่น
และทำให้ทหารที่ไม่เข้าใจเหตุการณ์ เกิดอาการไม่พอใจ “เสี่ย”
“เสี่ย” กำลังเพลี้ยงพล้ำ เพราะถูก “รุมกินโต๊ะ” มาหลายปี แต่นัดนี้เจอ “จัดหนัก”
ช่วยไม่ได้… ก็เพราะบางครั้งอยากทำตัว “ไม่ดี” เองด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม งานนี้ไม่เกี่ยวกับแดง เพียงแค่พวกเขาเตะตัดแข้งตัดขากันเอง เท่านั้น
เราอย่าไปสนใจมากนัก…แค่ดูด้วยหางตาไว้บ้าง รอให้พวกเขากัดกันให้งอมพระรามก่อน
แล้วค่อยกระทืบซ้ำตอน “สุนัขลำบาก” ก็พอ…
อ้อ…งานนี้ “พระ + อาจารย์ , เปรมิกา , ฤาษีเขายายเที่ยง แอบยิ้มกันแก้มปริเลย…ฮ่า ฮ่า ฮ่า
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

เกมส์อันตราย 2489 โมเดล

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

ประวัติ ศาสตร์สังคมมนุษย์นั้น มักมีเหตุการณ์วนเวียนย้อนย้ำซ้ำรอยเก่า เหมือนกงล้อเกวียนที่หมุนวนเวียนไปไม่จบสิ้น หากลองรำลึกถึงอดีตแบบสุขุม ไม่หลงระเริงลืมตัวไปกับโลกปัจจุบัน เพ่งมองและครุ่นคิดอย่างมีสติ เรามักจะได้ข้อคิดสัจธรรมจากรอยกงล้อเกวียนเหล่านั้น เพราะแม้กระทั่งแต่รอยเกวียนเล่มหน้าที่ติดหล่มยังเป็นอุทาหรณ์สอนใจสำหรับ เกวียนเล่มหลังให้ระมัดระวังภัยอันตรายของเส้นทางที่เดินไปได้ ฉันใดก็ฉันนั้น ประวัติศาสตร์การเมืองไทยหากเพ่งมองศึกษาอย่างมีสติ ก็จะสามารถหาวิธีป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

แรกเริ่มเดิมที ของข้อเขียนบทความข้างถนนของข้าพเจ้าบทนี้ มีสิ่งกระตุ้นเร้ามาจากนิยาย Hi’s อันลือลั่นในโลกไซเบอร์เมืองไทย เรื่องราวน้ำเน่าของเจ้าของและบริวารของเจ้าของโรงงานปลากระป๋องแห่งหนึ่งใน จินตนาการ เมื่ออ่านนิยายเรื่องนั้นได้แค่ตอนเดียว ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า ใครแต่ง เพื่อจุดประสงค์อันใด แต่ก็หามีคำตอบอันชัดเจนจากผู้ใดไม่ จนเวลาเนิ่นนานผ่านไป เมื่อมีเหตุ…โทรเลขในวิกิลีกส์ วู้ดดี้แย่งหมากิน (บางคนบอกว่าชิงหมาเกิด) จดหมายจากป๋า คำเตือนจากตุ๊กตาบรรพต 17 แป้งมันที่ฝรั่งเศส โบอิ้งที่เยอรมัน แบล็กฮอว์กดาวน์ที่แก่งกระจาน มันทำให้ข้าพเจ้าตัดสินใจนำบทความนี้มาโพสต์อีกครั้ง โดยยังอาศัยเค้าโครงเรื่องจาก ตำนานๆ ของอาจารย์ชีพ ชูชัย เหมือนเดิม

เสียง กัมปนาทแผดก้องของปืนขนาด 11 มม. นัดหนึ่งซึ่งดังขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 นับได้ว่าเป็นเสียงที่กระตุ้นให้ควายเทียมเกวียนสมบูรณาญาสิทธิราชเล่มนั้น สะดุ้งกระโจนลากเกวียนเล่มเก่าคร่ำครึ ซึ่งตกหลุมหล่มโคลนมตั้งแต่ปี 2475 ให้โจนทะยานขึ้นมาจนได้ แม้เกวียนจะชำรุดเสียหาย แต่ยังมีคนบางส่วนที่ยังหลงใหล ติดใจในความสวยคลาสสิคเชื่องช้านวยนาดของเกวียนเล่มนั้นอยู่ พวกเขาได้พยายามช่วยกันซ่อมแซม แปะปะทองคำเปลว ทาสี เปลี่ยนหุ่น เปลี่ยนวัสดุประกอบ จนเกวียนเล่มนั้นดูดีแข็งแรงขึ้น แล้วช่วยกันเข็นลากเกวียนเล่มนั้นกลับมาใช้ใหม่ แม้มันจะไม่วิ่งฉิวแข่งได้กับโฟล์คเต่าเยอรมันในยุคเดียวกัน แต่เกวียนรีบิวต์เล่มนั้นก็พาตัวมันเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ ผ่านเส้นทางขรุขระมาได้โดยอาศัยวิธีซ่อมไปใช้ไป แปะปะวาทะกรรมทองคำเปลวหลอกลวงว่านี่เป็นพาหนะของผู้มีบุญญา นี่เป็นพาหนะของเทวดา พวกเขาสามารถร่ายมนต์สะกดหลอกลวงบทนั้นฝ่ากาลเวลามาจนถึงกว่า 60 ปี

นาย ปรีดี พนมยงค์ นักการเมืองไทยหัวก้าวหน้า ผู้ซึ่งเขียนประกาศของคณะราษฎร ด้วยถ้อยคำที่ดุเดือดเลือดพล่าน เล่นงานเกวียนศักดินาจนล้มกลิ้งล้มหงาย กระเด็นไปตกในหลุมหล่มโคลนโหนไม่ขึ้น คนในเกวียนเล่มนั้นหัวร้างข้างแตกถลอกปอกเปิกไปตามๆ กันตั้งแต่ปี 2475 ต้องมีชีวิตที่พลิกผันไปทันทีที่สิ้นเสียงปืน 11 มม. กระบอกนั้น ทั้งที่อีกเพียง 4 วัน ครอบครัวอันอบอุ่นของล้นเกล้าในหลวงอานันฯ ที่มีพระราชชนนีและน้องชาย ก็จะเสด็จกลับไปเรียนต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กันแล้ว นายปรีดีฯ ถูกกล่าวหาต้องคดีพัวพันว่าอยู่เบื้องหลังการลอบปลงพระชนม์ในหลวงอานันฯ ทันที ทั้งที่เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2489 เขาเพิ่งเข้าเฝ้าในหลวงอานันฯ และวันที่ 8 มิถุนายน 2489 เขาก็เพิ่งจะได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งจากพระองค์ท่าน และในค่ำคืนก่อนที่จะมีเสียงปืนในตอนเช้านั้น นายปรีดีฯ ก็เพิ่งจะไปเข้าเฝ้าเพราะห่วงใยที่พระองค์ทรงมีพระอาการประชวร จากโรคท้องผูก …ฤานี่จะเป็นจุดอ่อนของเขา…ที่ใกล้ชิดเกินไป…

นาย ปรีดีฯ ทำอะไรไม่ถูก ทุกอย่างดูทำให้กลายเป็นปริศนาไปหมด เมื่อมีการกล่าวหาว่านายปรีดีฯ เป็นคนบงการในการลอบปลงพระชนม์ในหลวงอานันฯ เมื่อมีการออกหมายจับ นายปรีดีฯ ที่รู้ดีว่าหากอยู่ก็ไม่รอดแน่จึงต้องหลบหนีออกนอกประเทศ เรือเอกวัชระชัย ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนลงมือยิงทั้งที่ยืนยันว่าขณะเกิดเหตุตัวเองยังเดิน ช้อปปิ้งอยู่แถวบางลำพู ก็ต้องพลอยหลบหนีออกนอกประเทศไปด้วย นายชิต นายเฉลียว นายบุศย์ ถูกจับไปกักขัง มีการพิจารณาคดีกันอยู่นานเกือบ 8 ปี จึงมีคำพิพากษาของศาลให้ประหารชีวิต เพราะศาลท่านเชื่อว่าทั้งสามคนเป็นผู้กระทำผิด แม้จะมีความสงสัยมากมายในหมู่สาธารณชน ในเรื่องความจริงในคำพิพากษา และถึงแม้ว่าวันเวลาจะเคลื่อนผ่านมานานเพียงใด คำถามเพราะความสงสัยก็ยังคงแขวนติดป้ายเอาไว้ที่หน้าชื่อบุคคลเหล่านั้นทุก คน ตลอดมา… พวกเขาผิดจริงหรือ…?

ความจริงแล้วล้นเกล้า รัชกาลที่ 8 จะสวรรคตเพราะเหตุใด อย่างไร ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ควรพิสูจน์กันไปให้ยุติ หมดเรื่องหมดราวหายสงสัยกันได้ เรื่องจะจบลงอย่างไรประชาชนคนไทยสมัยนั้นก็คงรับได้ ไม่น่าจะมีใครกังวล แต่ “ความจริง”กลับไม่ใช่เป็นเรื่องที่สำคัญ สิ่งที่สำคัญมันกลับกลายเป็น “การฉกฉวยโดยใช้สถานการณ์ให้เป็นโอกาส” การขาดคำอธิบายที่ชวนให้คล้อยตามในกรณีสวรรคตนั้น ได้กลายมาเป็นตัวขับเคลื่อนทิศทางการเมืองไทยให้เคลื่อนที่ไปในช่วงอีก 6 ปี นับจากนั้น …6 ปีเต็มๆ ที่มีการสร้างเรื่อง ช่วงชิงโอกาส ปล่อยข่าว โจมตี ขยายอำนาจ ของกลุ่มศักดินา… โดยมีเครื่องมือสำคัญคือพรรคการเมืองของเหล่าศักดินา “ประชาธิปัตย์” เป็นตัวเดินเกมส์

เหล่าบรรดาเชื้อพระวงศ์ และพลพรรคประชาธิปัตย์ อย่างเช่น นายควง หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ต่างรวมหัวกันใช้ปมปริศนาแห่งความสงสัย ความไม่ชัดเจนของกรณีสวรรคต มาเป็นประโยชน์ในการขยายอำนาจฟื้นฟูระบอบศักดินาขึ้นมาใหม่ หลังจากล้มลงอย่างไม่เป็นท่าเมื่อปี 2475 พวกเขาเข้าต่อรองเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้กลับกลายไปเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายศักดินา เข้าครอบงำสภา เติมท้องพระคลังให้เต็ม โจมตีพวกฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาว่าเป็นพวกล้มล้างระบอบกษัตริย์ เพราะต้องการมีอำนาจ ตัดทอนกำลังอำนาจของฝ่ายประชาธิปไตย ฟื้นฟูระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชใหม่ โดยอาศัยเหตุที่คนไทยทั่วไปไม่เชื่อว่ากษัตริย์หนุ่มพระองค์นี้จะยิงตัวตาย “ต้องมีคนลอบปลงพระชนม์พระองค์ท่านแน่”

พวกเจ้าเชื้อพระวงศ์ทั้ง หลายก็ชมชอบกับความคิดของประชาชนแบบนี้ คึกฤทธิ์ฯ กับ เสนีย์ฯ สองพี่น้องนักกฎหมาย ถึงกับเขียนแสดงความคิดความเห็นว่านายปรีดีฯ อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ และโดยที่ไม่ได้คำนึงถึงความแนบเนียน ในวิธีการสาดโคลน พรรคประชาธิปัตย์ได้จ้างคนให้ปล่อยข่าวเต้า ข่าวลือ ให้แพร่ซุบซิบออกไปว่าปรีดีฯ ฆ่า ร.8 ภรรยาหม่อมเสนีย์ฯ ถึงกับกระซิบข้างหูของทูตสหรัฐว่านายปรีดีฯ ฆ่า ร.8 เชื้อพระวงศ์อาวุโสคนหนึ่งบอกกับทูตอังกฤษว่านายปรีดีฯ เป็นผู้บงการฆ่า ร.8 ตอนแรกทูตต่างๆ ไม่มีใครเชื่อ แต่ต่อมา น.ส.เนื่อง ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยง ก็ได้เที่ยวไปพูดด้วยตัวเองว่าตนก็เชื่อว่าเป็นการลอบปลงพระชนม์ การพยายามช่วยกันพูด โดยมีการอ้างพยาน อ้างหลักฐาน อ้างสิ่งแวดล้อม ช่วยกันพูดจนมีคนเริ่มเชื่อว่า “ปรีดีฯ ฆ่าในหลวง” แล้วหลังเหตุการณ์นั้นเพียงไม่กี่วัน ในโรงหนังเฉลิมกรุง สส. ของพรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่งก็ไปร้องตะโกนในขณะที่มีคนเต็มโรงว่า “ปรีดีฯ ฆ่าในหลวง”

การสิ้นพระชนม์ของในหลวง ร.8 ได้ทำให้สถาบันกษัตริย์ของไทยกลับมาดูโดดเด่นเป็นข่าวขึ้นมาในทันที มีการเสนอข่าวในเรื่องนี้และเรื่องที่เกี่ยวข้องสืบเนื่องกันต่อมาในสื่อทุก ประเภท ทุกวัน โหมประโคมข่าวกันขนานใหญ่ “ความสงสารพระองค์ท่านอย่างจับใจ” ได้ทำให้วิกฤติของเหตุการณ์พลิกเปลี่ยน ราชสำนักได้มีโอกาสมากขึ้นในการแสดงให้เห็นความสูงส่งน่าเลื่อมใสของสถาบัน กษัตริย์ อันเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ระบอบกษัตริย์ที่ดูซบเซาไปก่อนหน้านั้นกลับฟื้นคืนชีพ โด่งดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง “แม้แต่คนในชนบทก็ยังทราบเรื่องราวของกษัตริย์” ข่าวที่ว่าระบอบกษัตริย์ถูกนายปรีดีฯ กับพวก พยายามล้มล้าง ดังไปทั่วประเทศ

ในบรรดาผู้ที่ถูกเรียกให้ไปที่ห้องบรรทม ชั้น 2 พระที่นั่งบรมพิมาน ในวันเกิดเหตุนั้น ดูแล้วมีน้อยคนนักที่จะรู้เรื่องการจัดการเกี่ยวกับพระศพของกษัตริย์ เลยไม่มีใครกล้าทำอะไร เพราะกลัวจะทำผิด พระองค์เจ้ารังสิต ทำหน้าตาเคร่งเครียดไม่ยอมให้คณะแพทย์เข้าตรวจชันสูตรพระศพ บอกว่าต้องเป็นพระเถระผู้ใหญ่ระดับสูงเท่านั้นที่จะสามารถถูกต้องพระศพของ กษัตริย์ได้ ในวันนั้นแม้แต่นายปรีดีฯ เองก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงต้องทำไปตามที่พระองค์เจ้ารังสิตพูด ทั้งที่โดยปกตินั้นก็ไม่ถูกกัน ซึ่งพระองค์เจ้ารังสิตนี้นั้น เคยถูกจอมพล ป. สั่งประหารมาแล้ว เพราะมีพยานหลักฐานว่าพยายามจะล้มจอมพล ป. แต่ครั้งนั้นก็มีการยกโทษให้ เคยมีคนพูดกันไว้ว่า …ถ้าจอมพล ป. ประหารพระองค์เจ้ารังสิตเสียตั้งแต่ตอนนั้น ประเทศไทยคงจะไม่วุ่นวายมาจนถึงทุกวันนี้…

พระบรมศพของในหลวง ร.8 ตั้งบำเพ็ญพระราชพิธี 100 วัน ส่งผลในการประทับสถาบันกษัตริย์ให้เข้าไปอยู่ในใจของคนไทยมากขึ้น หลังจากที่นับตั้งแต่ประมาณปี 2473 เป็นต้นมาไม่มีโอกาสได้กระทำเช่นนั้นเลย ระหว่างระยะเวลาของงานสวดพระศพก็มีการอนุญาตให้ผลัดเปลี่ยนกันรับเป็นเจ้า ภาพ มีการเปิดให้ประชาชนเข้าเคารพพระศพในวันอาทิตย์ ซึ่งประชาชนนั้นต้อง ต่อแถวเดินผ่านท้องพระโรงที่สามารถมองเห็นในหลวง ร.9 ผู้ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่กับสมเด็จพระราชชนนี เฝ้าเคารพพระศพอยู่ทุกวัน เป็นความปลาบปลื้มและเป็นการแสดงความสูงส่งอย่างหาที่สุดมิได้ มีการพิมพ์หนังสือแจกในงานพระศพด้วย เป็นหนังสือเรื่อง “ตำนานไตรภูมิพระร่วง” ย้ำเตือนให้คนไทยได้รำลึกถึง “จากพระพุทธเจ้าสู่กรุงสุโขทัยมาจนถึงราชวงศ์จักรี” โดยไม่มีการพูดถึงกรุงศรีอยุธยา” แต่อย่างใด

11 สิงหาคม มีการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเพื่อให้ในหลวง ร.8 ได้ทรงเป็นกษัตริย์ที่สมบูรณ์ในราชวงศ์จักรี เป็นการประกอบพระราชพิธีให้พระองค์หลังจากที่พระองค์ทรงสวรรคตไปแล้ว แต่หลังจากพิธีพระศพของพระองค์ ได้มีบุคคลกลุ่มหนึ่งประโคมโหมปล่อยข่าวว่าปรีดีฯ ฆ่าในหลวง ร.8 กระพือข่าวกันถึงกับว่า ในหลวงพระองค์ใหม่คือ ร.9 ก็ถูกปองร้าย ทรงตกอยู่ในอันตรายด้วย เป็นการช่วยเสริมข่าวให้เรื่องในหลวง ร.8 ถูกลอบปลงพระชนม์เป็นจริงมากขึ้นไปอีก และแล้วในวันที่ 19 สิงหาคม ในหลวง ร.9 กับสมเด็จพระราชชนนี ก็เสด็จกลับสวิตเซอร์แลนด์

ในเช้าวันที่ ในหลวง ร.9 กับสมเด็จพระราชชนนีกำลังจะเสด็จขึ้นเครื่องบินกลับไปสวิตซ์เซอร์แลนด์ มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งตรงเข้าไปที่รถลีมูซีนที่พระองค์ประทับอยู่ แล้วยื่นสิ่งของอะไรบางอย่างให้กับพระองค์ ในหลวง ร.9 ได้ทรงเล่าให้ฟังในภายหลังต่อมาว่าสิ่งนั้นเป็น ขนมทำเอง มีรสอร่อย “อันนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าคนไทยไม่มีทางคิดทำร้ายพระราชวงศ์ ใครอยากจะทำร้าย นอกจากนักการเมืองผู้ชั่วร้าย”

“จากพระองค์เจ้ารังสิตถึงเปรม – จากปรีดีถึงทักษิณ” เมื่อเห็น “นิยาย HI’s โทรเลขวิกิลีกส์ วูดดี้แย่งหมากิน จดหมายจากป๋า บรรพต 17 นปช.แดงทั้งแผ่นดิน แป้งมันฝรั่งเศส โบอิ้งเยอรมัน แบล็กฮอว์กดาวน์ มันทำให้ข้าพเจ้าเกิดความรู้สึก “เสียวไส้” ขึ้นมา อยากฝากถึงคนไทย..ขอให้ระวัง “เกมส์อันตราย 2489 โมเดล” ไว้ให้ดี ขอภาวนาอย่าให้มี “ปรีดีฯ 2” อีกเลย แม้เราจะเชื่อว่า พ.ศ. นี้ประชาชนคนไทยตาสว่างมากแล้วก็ตาม แต่เกมส์อำนาจมันไม่เคยปราณีใคร ตุลาโมเดลนั้นข้าพเจ้าดูแล้วไม่น่าห่วง คนไทยรู้ทันแล้ว แต่ 2489 โมเดล คนไทยและพวกเรารู้กันบ้างหรือเปล่า…?

แม้วันนี้ข้าพเจ้าจะค่อน ข้างเชื่อว่า ไม่มีเสียงปืนชนิดไหน ไม่ว่าจะเป็น 11 มม. เอ็ม 16 หรือทราโว่ จะสามารถส่งเสียงแผดก้อง กระตุ้นต่อมตกใจของควายแก่เทียมเกวียนเก่า จนถึงกับทำให้มันตกใจมีแรงฮึดกระตุกกระชากลากดึงเกวียนติดหล่มเล่มเก่าให้ ขึ้นจากหลุมโคลนที่เกวียนตกลงไปตั้งแต่ปี 2549 ได้อีกแล้วก็ตาม แต่นั่นก็คงเป็นแค่ความคิดของข้าพเจ้าเพียงคนเดียว ไม่ทราบว่าคนไทยส่วนอื่นจะคิดเหมือนกับข้าพเจ้าไหม แม้จะรู้ว่าทุกวันนี้ทองคำเปลวที่แปะปะเล่มเกวียนนั้นไว้จะหลุดลอก สีที่เคยดูสวยสดซึ่งฉาบทาเกวียนเอาไว้บัดนี้จะซีดจางไปมากแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังมีความพยายามซ่อมแซมเกวียนเล่มนั้นอยู่อีกมิใช่หรือ “คณะ 11 โดยพระองค์เจ้ารังสิต” ในสมัยนั้นกับ “คณะ 11 โดยพลเอกเปรม” ในสมัยนี้ มันคงไม่น่าจะต่างอะไรกันนักหรอก…ใช่ไหม?

%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%

_________________
วิหคเสรี

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s