กะหร่าง-กะเหรี่ยง ผืนป่าแก่งกระจาน

Pic_187999

ชายแดนไทย-พม่า…ด้านอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชนกลุ่มน้อยที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่แถบนี้ มีทั้งชาวกะหร่าง และกะเหรี่ยง ซึ่งต่างคนต่างก็มีวิถีชีวิตที่ต่างกัน

ตามแนวตะเข็บชายแดน…ประจวบฯ เพชรบุรี ต่อเนื่องไปราชบุรี กาญจนบุรี ชีวิตความเป็นอยู่ชนกลุ่มน้อยก็จะทำไร่เลื่อนลอยไป

เรื่อย แล้วก็สร้างเป็นยุ้งฉางเอาไว้เป็นจุดๆ…เพื่อเอาไว้เก็บผลผลิต

“พวกเขาจะรู้กันว่า…เดินไปข้างหน้าเท่าไหร่ แค่ไหนถึงจะมียุ้งฉางเก็บอาหารที่ว่านี้ ไปถึงก็เอามากินได้”

ผู้สันทัดกรณีแนวชายแดนไทยพม่า ผืนป่าแก่งกระจาน ให้ข้อมูลและบอกว่า คนกลุ่มนี้นอกจากปลูกพืชไร่เอาไว้เลี้ยงตัวเอง ครอบครัวแล้ว ยังปลูกพืชเอาไว้ขายเชิงธุรกิจ ประเด็นน่าสนใจคือการปลูกฝิ่น กัญชา ที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ เผาทำลายไปแล้ว

“ช่วงที่พบปริมาณไม่เยอะ แต่ก็มีปลูกแซมกับพืชไร่ทั่วไป แล้วก่อนหน้านี้ราว 10 ปีที่แล้ว…ก็มีการกวาดล้างชนกลุ่มน้อย ครั้งนั้นเราสูญเสีย ตชด. 4 นาย และเป็นที่รู้กันว่า…ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้

มุมหนึ่งดำรงคงอยู่เพื่อความอยู่รอด แต่อีกฟากหนึ่งก็ต้องสู้รบตบมือกับกองกำลังฝั่งพม่า”

ตลอดแนวชายแดนทั้งฝั่งพม่าฝั่งไทยจะมีฐานทหารตั้งประจันหน้ากันอยู่ตลอดแนว หลายสิบจุด ล่าสุดฝั่งพม่าตั้งเพิ่มอีก 2-3 จุด ฝั่งเราก็กำลังจะตั้งเพิ่ม ยันกันเอาไว้ไม่ให้มีการบุกรุกเข้ามาในดินแดนไทย

หนึ่งในจุดสำคัญ…ฐานเขาไม้แดง 995 ตรงข้าม ต.ห้วย-แม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ฝั่งไทย พื้นที่ที่แบล็กฮอว์กตก

บริเวณนี้ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ ภูเขาสลับซับซ้อนขนาดไหน?

เพราะขนาดแบล็กฮอว์กที่มีสมรรถนะเทคโนโลยีทันสมัย ก็ยังไม่อาจฝ่าไปได้

เท่าที่รู้…แบล็กฮอว์ก ถ้าร่วงที่ความสูงไม่เกินตึก 3 ชั้นคนในห้องโดยสารก็น่าจะปลอดภัย ตัวเครื่องไม่ระเบิด การบิน…ขึ้น ลง ทำในแนวดิ่งได้ แล้วก็ยังบินลอยนิ่งๆอยู่ได้ ผ่าหมอกได้ แล้วยังมีเลเซอร์นำทาง จับได้ว่าข้างหน้าจะมีสิ่งกีดขวาง ภูเขาอยู่ตรงหน้าก็ยกตัวหนี หลบหลีกได้

ในภาพใหญ่ความเคลื่อนไหวของชนกลุ่มน้อยแนวชายแดน

ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศ เกรงกันว่าถ้าปล่อยเอาไว้ ให้เดินทางเคลื่อนย้าย ถางป่า…เป็นพื้นที่โล่งเพื่อเพาะปลูกไปเรื่อยๆอย่างนี้ ป่าผืนนี้เป็นป่าต้นน้ำเพชรบุรี…ปราณบุรี ถ้าถูกทำลาย ก็จะมีผลต่อเนื่องระยะยาว

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเปิดโครงการผลักดันชนกลุ่มน้อยให้ออกนอก พื้นที่มาระยะหนึ่งแล้ว เพื่อไม่ให้ทำลายป่า มีทั้งการจับได้ ยึดของกลางเป็นอาวุธปืนบ้าง เครื่องมือล่าสัตว์บ้าง รื้อสิ่งปลูกสร้างไปได้  กว่า 100 จุด…เหลืออีก 50 จุดที่ยังต้องดำเนินการต่อ

การสนธิกำลังเข้ากวาดล้างตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ปัญหาที่พบหลักๆคือการตัดไม้ทำลายป่า ถัดมาก็คือการเข้ามาล่าสัตว์ป่า โดยเฉพาะเสือโคร่ง…มีกลุ่มขบวนการซื้อขาย และสุดท้ายเรื่องความมั่นคง

ปัญหามีว่า…เมื่อผลักดันออกไปได้แล้ว ก็จะกลับเข้ามาใหม่ แม้ว่าจะเผาทำลายสิ่งปลูกสร้างไป ชนกลุ่มน้อยก็ยังย้อนกลับมาอยู่อาศัยอีกเหมือนเดิม
ส่วนสถานการณ์ยาเสพติด ในพื้นที่อาจจะมีไม่มาก เพราะมีการปลูกกระจายไปเป็นวงกว้าง ส่วนเส้นทางการขาย เท่าที่รู้มา…ปลายทางจะอยู่ที่สวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เพราะง่ายต่อการขนส่ง เดินทาง

บรรยากาศแนวชายแดนฝั่งพม่าบริเวณนี้ น้อยคนนักที่จะรู้ความเคลื่อนไหวชนกลุ่มน้อยกลุ่มไหนมีอิทธิพลมากน้อย…กอง กำลังทหารพม่าดูแลพื้นที่ได้เต็มรูปแบบหรือไม่? เท่าที่ทราบก็รู้เพียงแค่ว่า กลุ่มกะหร่าง…และกะเหรี่ยงที่ว่านี้แหละ ที่เดินทางข้ามไปข้ามมา ปักหลักหากิน อยู่อาศัย

นับจากฐานต่อฐานที่ตั้งหน่วยทหาร ระยะทางห่างกันไม่ใช่น้อยๆ แต่ชนกลุ่มน้อยเชี่ยวชาญพื้นที่มาก จะไปไหนมาไหนก็ใช้เวลาเดินทางไม่นาน

ผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวแนวชายแดนไทยพม่า คงรู้อยู่แล้วว่า…ปัญหาชนกลุ่มน้อยเป็นเรื่องยากที่จะแก้ได้ เพราะภูมิประเทศบริเวณพรมแดนไทย-พม่า ส่วนใหญ่เป็นถิ่นทุรกันดาร อยู่ห่างไกลจากการควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย จึงเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมกับพวกชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆเข้ามาอยู่อาศัย

ชนกลุ่มน้อยบางส่วนเข้ามาอาศัยอยู่ในเขตแดนไทย นอกจากนี้ในส่วนที่อยู่ในเขตพม่า เมื่อถูกทหารรัฐบาลพม่าปราบปราม ก็หนีเล็ดลอดเข้ามาในเขตของไทย บางกลุ่มได้ตั้งด่านเก็บภาษีเถื่อนตามพรมแดนไทย…พม่า บ้างก็…ลักลอบค้ายาเสพติด และสินค้าหนีภาษี

“พฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้สุ้มเสียงฝั่งพม่าก็แคลงใจว่า ฝ่ายไทยให้การสนับสนุน ให้ที่พักพิงแก่ชนกลุ่มน้อยในพม่า

ส่วนฝั่งเราก็คิดเหมือนกันว่า ความเคลื่อนไหวบางเรื่อง นับรวมไปถึงปัญหายาเสพติด ถ้าฝั่งโน้นไม่รู้ไม่เห็น ขบวนการค้ายาเสพติดก็ไม่น่าจะดำเนินการ ขยายวงกว้างได้ขนาดนี้”

ปลายปีที่แล้วนักวิเคราะห์สถานการณ์ในพม่า ตั้งข้อสังเกตว่า กองกำลังชนกลุ่มน้อยในพม่าหลายกลุ่มกำลังเร่งหาเงินทุนจากการค้ายาเสพติด ค้าไม้สัก และค้าหยก เพื่อนำเงินใช้เตรียมสู้รบ เผื่อถูกกวาดล้างปราบปรามจากรัฐบาลทหารพม่า

ยาเสพติดชนิดสำคัญคือ เมธแอมเฟตามีน หรือ ไอซ์ กองกำลังว้า เดิมทีครองพื้นที่ปลูกฝิ่นส่วนใหญ่ในพม่าก็หันมาตั้งโรงงานผลิตยาไอซ์หลาย แห่งตามแนวชายแดน ซึ่งสอดคล้องกับหน่วยปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ (ดีอีเอ) ที่ระบุว่า กองกำลังว้ามีทหารประจำการราว 20,000 นาย เป็นกองกำลังค้าเฮโรอีน ยาไอซ์

ซึ่งไม่มีใครรู้ได้ว่า…อาณาจักรค้ายาเสพติดของกองกำลังว้า ยิ่งใหญ่แค่ไหน

ผู้สันทัดกรณีแนวชายแดนไทยพม่า ผืนป่าแก่งกระจาน สันนิษฐานอีกว่า ขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณนี้…ถ้าจะมีก็น่าจะมีทั้งสองฝั่ง พื้นที่ป่าต้นน้ำ รกเรื้อ…อาจไม่ได้ตั้งเป็นโรงงาน แต่ปลูกเป็นแค่กระท่อม เพราะชัดเจนว่าที่ผ่านมาแนวตะเข็บตรงนี้ก็เคยเป็นพื้นที่ที่มีการผลิต เฮโรอีนมาก่อน

ธุรกิจอื่นนอกเหนือจากนี้ จะว่าไปแล้วชนกลุ่มน้อยจำนวนไม่น้อยก็ประกอบอาชีพที่สุจริต ปลูกพืช ทำไร่เอาไว้ขาย…ไว้กิน แต่ที่ว่าสุจริตก็เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายประเทศไทย เป็นการถางป่า ทำลายป่า

ต้องย้ำว่า…ปัญหาใหญ่วันนี้ คือไม่อยากให้ชนกลุ่มน้อยบุกรุกทำลายป่าต้นน้ำ พุ่งเป้าไปเฉพาะบางจุดที่ติดชายแดน มีการสร้างยุ้งฉางขนาดใหญ่และตรวจพบชิ้นส่วนอาวุธสงคราม เชื่อได้ว่า…น่าจะเป็นฝีมือกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด

ชนกลุ่มน้อยตามตะเข็บชายแดนไทย…พม่า ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง…จากอดีตจนถึงวันนี้ยังคงยากที่จะหาทางแก้ไขได้อย่างเด็ดขาด.

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ไทรัฐ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s