ปูดภาพลับฝึกชายชุดดำในร.11 แฉกลางศาลแต่งทหารพรานบอมบ์ห้าง

ผู้อ้างตัวว่าเป็น”ทหารแตงโม” ได้ถ่ายภาพไว้ได้ในค่ายทหารราบที่ 11 เป็นภาพการฝึกยุทธวิธีรบในเมืองให้ชายที่แต่งเป็นชุดดำ ใน 3 ภาพบน โดยอ้างว่าเป็นการฝึกเล่นBB GUN ก่อนลงมือปฏิบัติการในช่วงการชุมนุม 10 เมษายน -19 พฤษภาคม 2553

“ที่ราบ 11 บางเขน จะมีสนามฝึก กลุ่ม บีบี กัน มีมาหลายปีแล้ว แต่ช่วงที่เกิดเหตุการณ์สลายแดงที่แยกคอกวัว ปรากฏว่าไอ้เทือกนำลูกน้องจากสุราษฎร์ มาฝึก บีบีกัน ประมาณ 20 คน ฝึกอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ แต่ไม่มีใครเอะใจ พอมาเกิดเหตุการณ์ชายชุดดำที่ไอ้เทือกออกมายืนยันเป็นกระต่ายขาเดียวว่า เป็นคนยิง จนท.และกลุ่มเสื้อแดง พร้อมมีหลักฐานรูปถ่าย ก็เลยทำให้พวกนายพลบางคน เริ่มคิดออกว่า แผนนี้ลึกซึ้งมาก” ทหารแตงโมที่ไม่เปิดเผยนามระบุที่มาของภาพ

“ดูแล้ว มันก็เป็นไปได้ เพราะการฝึก บีบีกัน มันเป็นลักษณะแบบล่าสังหาร ปืนก็เหมือนกับของจริงทุกอย่าง ดังนั้นถ้าลงมือปฎิบัติการจริง ก็เพียงแต่เอาปืนของจริงให้มันไปคนละกระบอก มันก็เอาไปใช้ได้เลย ซึ่งตอนนั้นมันจะเอาซักกี่กระบอกก็ได้ ขนาดเอามาโชว์เป็นสิบๆกระบอกที่หาว่ายึดมาจากคนเสื้อแดงมันยังทำได้ และน่าจะเป็นปืนล๊อทที่เอามาโชว์ให้บรรดาทูตต่างประเทศที่ ราบ 11 ด้วย “ทหารแตงโมเผย

แต่ไม่ได้บอกว่ารายนี้คือใคร แต่ได้ให้ความเห็นว่า “เรื่องนี้ถ้ารัฐบาลใหม่สั่งให้สันติบาล ดีเอสไอคนใหม่ สืบสวนให้ดี จนสามารถลากคอชายชุดดำออกมาซักตัว รับรองเรื่องแตกแน่ เสร็จแน่ จะไปขุดรูอยู่ไหนก็คงไม่รอด”

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เมื่อ 19 ก.ค.54 ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ห้องพิจารณาคดี 501 มีการสืบพยานโจทก์ในคดีเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ คดีหมายเลขดำที่ อ.2478/2553 ซึ่งพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นาย สายชล แพบัว อายุ 28 ปีอาชีพรับจ้าง และนายพินิจ จันทร์ณรงค์ อายุ 26 ปี อาชีพรับจ้าง ในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร่วมกันเผาทรัพย์โรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าของผู้อื่นเป็นเหตุให้บุคคล อื่นถึงแก่ความตาย

โดยมีการสืบพยานโจทก์ 3 ปาก ได้แก่ นายธีรพงษ์ เมธาพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายก่อสร้างของห้างเซ็น , นางนงเยาว์ ฟูพรรณ เลขานุการผู้จัดการห้างเซ็น สาขาราชประสงค์ และนายชูพันธ์ อนงค์จรรยา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายอาคารและสถานที่ ของห้างเซ็นทรัลเวิลด์

นายชูพันธ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายอาคารและสถานที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นพยานคนเดียวในวันนี้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เบิกความว่า ในวันที่ 19 พ.ค.53 เวลาประมาณบ่ายโมงได้ประจำการอยู่ที่ลานจอดรถใต้ดินชั้นบี1 บริเวณห้องเก็บอุปกรณ์ดับเพลิง และทราบข่าวว่า แกนนำ นปช.ได้ประกาศสลายการชุมนุม เข้ามอบตัวแล้ว จากนั้นประมาณ 10 นาทีก็ได้รับแจ้งว่าฝั่งห้างเซ็นถูกไฟไหม้ จึงนำหน่วยผจญเพลิง 5 คน ไปช่วยเสริมกำลังดับไฟที่ห้างเซ็น ระหว่างทางเห็นมีการนำยางรถยนต์มาเผาบริเวณถนนราชดำริหลายจุด ทั้งยังมีการนำกระดาษมาสุมเป็นกองเล็กๆ เผาอยู่หน้าประตูห้างเซ็นทรัลเวิลด์ มีการทุบกระจกร้าน Adidas ด้วย เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุได้ไปสมทบกับทีมของทางห้างเซ็นช่วยกันดับไฟ เสร็จแล้วจึงถอนตัวออกมา

จากนั้นได้รับแจ้งอีกว่า บริเวณประตูถนนพระราม 1 ถูกทุบและเผา เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าสปริงเกอร์ทั้งหมดทำงาน กระจายน้ำในการดับไฟแล้ว แม้ตัวอาคารจะโดนตัดไฟเนื่องจากมีคำสั่ง ศอฉ.มาก่อนหน้าหลายสัปดาห์แล้วก็ตาม

ผู้ช่วยผู้จัดการฯ เบิกความต่อว่า จากนั้นได้เห็นคนที่บุกรุกเข้ามาในห้างประมาณ 5-6 คน จึงร่วมกับ รปภ.ภายในห้างเชิญตัวออก พร้อมกำชับกับชายคนหนึ่งในนั้นว่า “ขอร้องอย่าซ้ำเติมกันเลย ทางห้างเสียหายเยอะแล้ว” ซึ่งทั้งหมดก็ยอมออกโดยดี จากนั้นเจ้าหน้าที่ของห้างได้รวมกลุ่มกันบริเวณดังกล่าวประมาณ 50 คนเพื่อเฝ้าดูสถานการณ์

ขณะเดียวกันเริ่มเห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่ในตัวห้างเซ็น เมื่อไปดูพบเห็นคนนำถังแก๊สโยนเข้าไปในอาคาร โดยกลุ่มผู้กระทำการ 3-4 คน คนใส่หมวกไหมพรมปกปิดใบหน้า จากนั้นไม่นานมีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ประมาณ 40-50 คน เดินเข้ามาบริเวณหน้าประตูอีกด้านหนึ่งบางคนถือไม้ ถืออิฐ ขว้างเข้ามา บางคนยิงหนังสติ๊กเข้ามาใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของห้าง แต่ไม่ได้เข้ามาภายในอาคาร กระทั่งมีกลุ่มชายชุดดำ แต่งกายคล้ายทหารพรานจำนวนหนึ่งแหวกฝูงชนขึ้นมาแล้วขว้างระเบิดลูกเกลี้ยง เข้ามาภายในบริเวณที่เจ้าหน้าที่ห้างยืนอยู่ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 8-9 คน และนำส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ คดีเผา CTW ยังมีผู้ต้องหาอีก 2 คน ซึ่งเป็นเยาวชน และศาลเยาวชนนัดสืบพยานโจทก์ในอีกส่วนคดีของนายสายชล และนายพินิจ อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2553 สืบพยานไปแล้ว 5 ปาก รวมเป็น 8 ปาก

ในคำฟ้องคดีระบุว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองกับพวก ร่วมกันชุมนุมและมั่วสุมกันบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ในช่วงที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง โดยพวกจำเลยได้เข้าไปในบริเวณอาคารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แล้วใช้กำลังทำลายบานกระจกผนังอาคาร บานกระจกประตู อาคารเซ็นทาวเวอร์ อาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณห้างสรรพสินค้าดังกล่าวจนแตกเสียหายและยังเป็นการกีด ขวางการจราจร ขัดขวางต่อการประกอบกิจการของห้าง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเสียหายและเกรงกลัวอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน

นอกจากนี้ จำเลยทั้งสองกับพวก ยังได้ร่วมกันเข้าไปภายในบริเวณอาคารเซ็นทาวเวอร์และอาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นทรัพย์โรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหา กษัตริย์ แล้วพวกจำเลยได้ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ เผาอาคารเซ็นทาวเวอร์และไฟไหม้เผาทรัพย์สินต่างๆของผู้เสียหายที่ 1 ถึงผู้เสียหายที่ 270 รวมค่าเสียหายจำนวน 8,890,578,649.61 บาท และยังเป็นเหตุให้นายกิติพงษ์หรือกิตติพงษ์ สมสุขที่อยู่ภายในอาคารดังกล่าวถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่แขวง- เขตปทุมวัน กทม.

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s