แขวนปู…ปฏิบัติการ..ยื้อ“ยั่ว ยุบ ยึด”?

“ผมมองว่าสิ่งที่ กกต. แสดงออกมาในครั้งนี้มีเลศนัยทาง การเมืองพอสมควร เชื่อว่า น่าจะมีการสั่งการจากมือที่มองไม่เห็นให้เดินเกมเช่นนี้ เพื่อหวังสกัดกั้นไม่ให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งเป็นการหาเรื่องให้คนในประเทศต้องรบกัน”

นายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ส.ส. งวดแรกได้เพียง 358 คน เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา อีกทั้งยังไม่รับรองการเป็น ส.ส. ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน ที่มีชื่อเป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อรวมทั้งสิ้น 11 คนในครั้งนี้

นายอัษฎางค์ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าประเทศไทยไม่ใช่ประเทศที่ปกครองด้วย ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่เป็นประเทศที่ยังเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ หรือประชาธิปไตยแบบเบ็ดเสร็จ ก่อนหน้านี้มี กกต. ออกมาพูดว่าการรับรอง ส.ส. ไม่น่าจะมีปัญหาและจะพิจารณารับรองไปก่อนเพื่อให้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้ หลังจากนั้นค่อยมาสอบสวนหรือสอยภายหลังหากพบว่ามีการทุจริต

รัฐประหารทางกฎหมาย!

นาย อัษฎางค์เตือนว่า หากสถานการณ์เป็นอย่างนี้ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศชาติฉิบหาย หายนะ และเจ๊งในที่สุดแน่นอน เพราะกลุ่ม นปช. และประชาชนที่สนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านทั่วประเทศ และจะมีการเคลื่อนไหวใต้ดินมากขึ้น ตรงนี้น่าเป็นห่วงมาก อย่างไรก็ ตาม จะรอดูว่าวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ กกต. จะรับรอง ส.ส. ได้เกิน 475 คน หรือ 95% เพื่อให้สามารถเปิดประชุมสภาในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ได้หรือไม่ ถ้ายังประกาศรับรองไม่ถึง 95% แสดงว่า กกต. มีเจตนาจะสกัดกั้นไม่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างชัดเจน

เช่นเดียวกับสำนักข่าวเอ พีรายงานการประกาศไม่รับรองการเป็น ส.ส. ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า อาจทำให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่บนท้องถนนจากกลุ่มผู้สนับสนุน และจุดชนวนกระแสการเมืองให้วุ่นวายรอบใหม่ ที่ผ่านมาประเทศไทยถือว่ามีประชาธิปไตยที่เปราะบางอยู่แล้ว แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะมองในแง่ดีและพยายามลด กระแสการถูกแขวนจาก กกต. ว่า กกต. จะให้ความ ยุติธรรมแก่เธอและพรรคเพื่อไทย การถูกเลื่อนการรับรองเป็นเพียงกระบวนการตรวจสอบปรกติ

ส่วนการถูกร้อง เรียนกรณีสโลแกนบนป้ายหาเสียง “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงว่าเป็นเพียงแนวความคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณที่แนะนำเท่านั้น แต่การตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่ตนเองและพรรค

นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิจัยประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กลับเห็นว่า กกต. กำลังเริ่มการรัฐประหารทางกฎหมายรอบใหม่กับกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณ และขวางไม่ให้พรรคเพื่อไทยขึ้นสู่อำนาจ การกระทำดังกล่าวอาจทำให้เกิดกระแสไม่ยอมรับจากกลุ่มสนับสนุนพรรคเพื่อไทย และอาจจบลงด้วยวิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อได้

“เติ้ง” เตือนเกิดสุญญากาศ

นาย บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) มองในแง่ดีว่าต้องให้เวลาและโอกาส กกต. พิจารณาให้ถี่ถ้วน แต่อยากฝากให้ กกต. เร่งรัดพิจารณาให้สามารถเปิดสภาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะในอดีตที่ผ่านมาเมื่อมีปัญหาร้องเรียน กกต. จะปล่อยไปก่อนแล้วค่อยมาสอยกันทีหลังเพื่อให้เปิดสภาได้ ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่ทำกันมา เพราะประชาชนอยากให้มีรัฐบาลใหม่ อีกทั้งไม่ให้เกิดช่องว่างการเปลี่ยนรัฐบาลด้วย

อย่างไรก็ตาม นายบรรหารไม่คิดว่าการไม่รับรอง น.ส.ยิ่งลักษณ์เกี่ยวกับคดีให้การเท็จในศาล กรณีคดีซุกหุ้น 46,000 ล้านบาทของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร แต่น่าจะเป็นเรื่องอื่นมากกว่า

“คงไม่มีอะไร อย่าไปตกใจก่อน บ้านเมืองวุ่นวายมากพอสมควรแล้ว ควรเดินหน้าต่อไป พูดกันแล้วว่าเมื่อมีการยุบสภาเพราะต้องการมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งคงมีอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นจะชะงักหมดเลย”

ไม่เคยแขวนปาร์ตี้ลิสต์

นาย พีรพันธุ์ พาลุสุข ว่าที่ ส.ส.ยโสธร ในฐานะนักกฎหมายพรรคเพื่อไทย เชื่อว่า กกต. จะรับรองทั้งหมด แต่ถือเป็นครั้งแรกที่แขวนชื่อทั้ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์และ ส.ส.เขต จึงอาจทำให้เกิด ข้อถกเถียงในผลทางกฎหมายขึ้น เพราะระบบปาร์ตี้ลิสต์เป็นระบบปิดที่จะเลื่อนคนขึ้นมาแทนคนที่หายไป การจะให้ใบเหลืองหรือใบแดงจึงไม่น่าจะทำได้ เพราะประชาชนเป็นคนเลือกทั้งบัญชี

“ถ้า กกต. ไม่รับรองผู้สมัครคนใดคนหนึ่งในบัญชีระบบปาร์ตี้ลิสต์จะเดินต่อไปไม่ได้ มันจะนิ่ง การรับรองต้องรับรองทั้งหมด การให้ใบเหลืองทำให้ผู้สมัครคนใดคนหนึ่งหายไปยังไม่เคยปรากฏมาก่อน ระบบปาร์ตี้ลิสต์ไม่เหมือนระบบเขต ถ้า กกต. เห็นว่าว่าที่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์คนใดทำผิดกฎหมายเลือกตั้งก็ต้องใช้วิธีดำเนินคดีตามกฎหมาย เลือกตั้งเป็นรายบุคคล แต่ต้องรับรองก่อนแล้วให้ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์คนนั้นไปสู้คดี หากไม่รับรองคนใดคนหนึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อรายชื่อกับคนส่วนที่เหลือ”

ส่วน นายธีระ สุธีวรางกูร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ (นิติศาสตร์เพื่อราษฎร) ให้ความเห็นว่า ถ้าพูดตามหลัก กกต. มีอำนาจหน้าที่ในการประกาศหรือไม่ประกาศ แต่ปัญหาคือ กกต. ไม่แถลงให้เป็นเรื่องเป็นราวว่าแขวนเพราะอะไร เขียนออกมาเป็นข้อๆให้ชัดเจน ประชาชนจะได้เห็นว่า กกต. มีเหตุอันสมควรที่แขวน ไว้ชั่วคราวหรือไม่ กกต. จะอมพะนำไม่ได้ เพราะ คนที่ถูกแขวนเป็นบุคคลที่มีความสำคัญทั้งนั้น

“ถ้า เห็นว่าเหตุที่ร้องเรียนมาไม่เป็นความจริง หรือไม่เข้าข้อกฎหมาย แล้วประกาศรับรองมันก็ไม่เกิดความสับสน เพราะฉะนั้นทุกคนต้องอยู่ในอารมณ์ที่มีสติ”

“สดศรี” ยันไม่มีการกลั่นแกล้ง

ด้าน นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง ชี้แจงกรณีแขวนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคประชาธิปัตย์ ว่าเพราะมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับนโยบายของพรรค ส่วนกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องพิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการหาเสียง ไม่เกี่ยวกับเรื่องผัดหมี่ เพราะ กกต. ลงมติแล้วว่าไม่มีความผิด โดยจะพิจารณารับรองความเป็น ส.ส. อีกครั้งในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ยืนยันไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งหรือถูกการเมืองล็อบบี้ และไม่กลัวกลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมกดดันด้วย

ขณะที่นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวว่า มีผู้ร้องพรรคการ เมืองว่ามีการดำเนินการขัดกฎหมายเลือกตั้งจำนวนมาก จึงเห็นว่าควรชะลอการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้ง 500 คน แต่เมื่อมีมติรับรอง ส.ส. 358 คนก็ยอมรับ ทั้งที่มีความเห็นว่าควรสอบสวนให้ชัดเจน เพราะพรรคการเมืองมีเหตุอันสงสัย แต่มั่นใจว่าจะประกาศผลได้ภายใน 30 วัน ทันเปิดประชุมสภา

สำหรับราย ชื่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 16 คนที่ถูกแขวน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 11 คน ได้แก่ 1.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2.นายจตุพร พรหมพันธุ์ 3.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 4.พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย 5.นพ.เหวง โตจิราการ 6.นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย 7.นายพายัพ ปั้นเกตุ 8.นายพิชิต ชื่นบาน 9.นายก่อแก้ว พิกุลทอง 10.น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก และ 11.นายวิเชียร ขาวขำ

พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน ได้แก่ 1.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 2.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และ 3.นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู พรรคภูมิใจไทย 1 คนคือ นายชัย ชิดชอบ และพรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คนคือ นางพัชรินทร์ มั่นปาน

เสียงแตกแขวน “ปู-มาร์ค”

อย่าง ไรก็ตาม มีรายงานว่าครั้งแรกนั้น กกต. มีเสียงไม่เป็นเอกฉันท์ โดยนายวิสุทธิ์ โพธิแท่น เป็น กกต. รายเดียวที่ยืนยันว่าเมื่อมีการร้องเรียน จากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ขอให้พิจารณายุบทั้ง 5 พรรคการเมืองใหญ่ค้างอยู่ก็ไม่ควรประกาศบัญชีรายชื่อใดเลย แต่ กกต. อีก 4 คนเห็นต่างกันว่าควรประกาศไปก่อน รวมทั้งกรณีของนายจตุพรน่าจะเป็นไปตามที่ฝ่ายบริหารการเลือกตั้งเสนอไว้ คือประกาศก่อน แล้วยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนภายหลัง

ส่วนกรณีของนาย อภิสิทธิ์ ซึ่งมีการร้องคัด ค้านเรื่องขนมครก และ น.ส.ยิ่งลักษณ์เรื่องผัดหมี่ นั้น กกต. มีเสียงแตกเป็น 2 ส่วน โดยนายสมชัย จึงประเสริฐ และนางสดศรี สัตยธรรม เห็นควรให้ประกาศ ขณะที่นายอภิชาต สุขัคคานนท์ และนายวิสุทธิ์ โพธิแท่น ยืนยันว่าไม่ควรประกาศ สุดท้ายเสียงที่ตัดสินใจภายหลังคือนายประพันธ์ นัยโกวิท เห็นว่ายังไม่ควรประกาศชื่อทั้ง 2 คน

กกต. กับตุลาการภิวัฒน์

อย่าง ไรก็ตาม ปัญหาของ กกต. ไม่ได้อยู่ที่การรับรอง ส.ส. ได้เพียง 358 คน หรือแขวน 16 ว่าที่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เท่านั้น แต่ กกต. ยังถูกตั้งคำถามถึงความเป็นกลางและความโปร่งใส รวมถึงการทำงานที่ล่าช้า อย่างโพลสำรวจที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่า กกต. จะมีความเป็นกลาง โดยเฉพาะกรณีคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง กกต. มีความขัดแย้งกันอย่างชัดเจน และนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ

ขณะ ที่ก่อนหน้าการเลือกตั้ง กกต. ถูกจับตามองว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการสกัดพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นกระแสข่าวการลาออกของ กกต. จนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ หรือการเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีผู้เสียสิทธิไม่ได้เลือกตั้งจำนวนมาก

แม้ แต่การเลือกตั้งวันที่ 3 กรกฎาคม ที่จนถึงวันนี้ กกต. ยังไม่สามารถรับรอง ส.ส. ได้ 95% จึงยังไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ แม้ กกต. จะมีเวลา 30 วัน คือก่อนวันที่ 1 สิงหาคมก็ตาม แต่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะการทำงานที่ล่าช้า กลัวความผิด หรือมีใบสั่งอะไรซ่อนเร้นอยู่หรือไม่

เนื่องจากใบเหลือง ใบแดงของ กกต. นั้นยิ่งกว่าอำนาจ “ตุลาการภิวัฒน์” ที่เคยทำให้พรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนถูกยุบมาแล้ว เพราะเป็นการใช้อำนาจของ กกต. เพียง 5 คนเท่านั้น เพียงแค่ “เชื่อว่า” นักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดทุจริตการเลือกตั้งก็สามารถให้ใบเหลือง ใบแดง หรือส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมืองได้

จึงไม่แปลก ที่นักวิชาการมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์จะระบุว่า “กกต. กำลังเริ่มการรัฐประหารทางกฎหมายรอบใหม่กับกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณ”

พันธมิตรฯไล่บี้ กกต.

ขณะ เดียวกันมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการสร้างเงื่อนไขเพื่อล้มรัฐบาลใหม่ หรือไม่กรณี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ยื่นหนังสือถึง กกต. คัดค้านไม่ให้มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง และขอให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยอ้างว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมาไม่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 72 และระเบียบของ กกต. เพราะมีประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งกว่า 2 ล้านคนที่ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ทั้งนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆเป็นแบบประชานิยม ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมาย เพราะเป็นการสัญญาว่าจะให้ รวมถึงมีชื่อผู้ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งเข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรคการ เมืองเป็นจำนวนมาก และครั้งนี้พบว่าบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตมี จำนวนไม่เท่ากันอีกด้วย

นอกจากนี้ พล.ต.จำลองยังได้ยื่นหนังสือฟ้อง กกต. ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบในการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งด้วย

ขณะ ที่นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการด้าน ประวัติศาสตร์ ตั้งข้อสังเกตตอนหนึ่งในการปาฐกถาเรื่อง “ปฏิรูปสังคมไทยหลังการเลือกตั้ง : บท บาทชนชั้นนำและการเมืองภาคประชาชน” ว่ากลุ่มชนชั้นนำยังเห็นว่าสิ่งที่เกิดขณะนี้เป็นการต่อสู้ทางการเมืองแบบ เดิม เป็นการต่อสู้กับกลุ่มทักษิณ โดยมองไม่เห็นว่าการเมืองวันนี้ลึกกว่าเรื่องของทักษิณมากแล้ว แต่ผลการเลือกตั้งทำให้ชนชั้นนำมีทางเลือกแค่ 2 ทางคือ

หนึ่ง รอจังหวะที่เหมาะสมในอนาคตในการล้มรัฐบาล จะใช้วิธีตุลาการภิวัฒน์หรือให้ใบแดงก็แล้วแต่ เพราะรู้ดีว่าจะอยู่โดยอำนาจรัฐประหารตลอดไปไม่ได้

สอง ปรับปรุงตัวเองให้เข้ามาอยู่ในการเมืองระบบเลือกตั้ง โดยต้องมีเอกภาพในภาวะการนำพอสมควร ซึ่งตอนนี้ไม่มี

ยุทธการหักก้ามปู

ดัง นั้น การที่ 5 กกต. แขวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงเหมือนการท้าทาย 15 ล้านเสียงของประชาชน ขณะเดียวกันเหมือนเป็นการทดสอบอำนาจครั้งสำคัญระหว่างพลังของประชาชนกับ “มือที่มองไม่เห็น” ว่าจะกล้า “หักก้ามปู” ไม่ให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ได้เป็น ส.ส. เลยหรือไม่ ซึ่งเหมือนการจุดชนวนระเบิดใส่พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงให้ออกมาเคลื่อนไหว ต่อต้าน

การพยายามยื้อไม่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีให้นานที่สุดจึงเหมือนการ “ยั่ว ยุบ ยึด” เพื่อให้กองทัพใช้เป็นข้ออ้างในการยึดอำนาจอีกครั้ง

ปัญหาจึงอยู่ที่ “มือที่มองไม่เห็น” จะกล้า “หักก้ามปู” และพร้อมจะรับมือกับแผ่นดินที่จะลุกเป็นไฟหรือไม่เท่านั้น!

ที่ มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 7 ฉบับที่ 319 วันที่ 16 – 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 หน้า 16 – 17 คอลัมน์ เรื่องจากปก โดย ทีมข่าวรายวัน

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s