เศรษฐกิจคู่การเมือง โดย กาหลิบ

http://democracy100percent.blogspot.com/

คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?

เรื่อง เศรษฐกิจคู่การเมือง

โดย กาหลิบ

นี่คือระยะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และเป็นการจัดตามกรอบความคิดเดิมคือ “รัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เรา จึงได้ยินเสียงแปลกๆ จากมุมเล็กมุมน้อยของสังคมในลักษณะชี้นำและขีดวงการเดินของผู้ที่จะเข้ามาทำ หน้าที่บริหารบ้านเมืองตามผลการเลือกตั้งจากประชาชน

เสียง แปลกๆ พวกนี้คือส่วนหนึ่งของข้อจำกัดทางการเมืองไทยในปัจจุบันและเป็นภาพสะท้อนที่ ดีถึงปัญหาที่ใหญ่โตกว่านั้นสำหรับคนที่ยังมองอะไรไม่เห็น

การตีกรอบอย่างหนึ่งคือการโน้มน้าวชวนเชื่อผ่านสื่อกระแสหลัก รวมแม้กระทั่งกลไกภายในของ “เสื้อแดง” เองว่า รัฐบาลใหม่ควรมุ่งงาน “เศรษฐกิจ” ของชาติเพียงอย่างเดียวก่อน และอย่าไปแตะต้อง กับ “การเมือง” ในระยะนี้

ว่า แล้วก็ชวนกันถกเถียงในเรื่องค่าแรงขั้นต่ำบ้าง บัตรเครดิตชาวนาบ้าง บัตรประจำตัวประชาชนของเด็กๆ บ้าง โดยอ้างว่าเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอในระหว่างหาเสียง จึงต้องนำมาสัมมนากัน

การ ถกเถียงเรื่องนโยบายเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้อง เพราะนโยบายของรัฐบาลย่อมกระทบต่อคนไทยเป็นจำนวนหลายสิบล้านคน ความเป็นประชาธิปไตยอย่างหนึ่งคือการเคารพในสิทธิที่อาจถูกกระทบได้ จากนโยบายใหม่ๆ ไม่ว่าผลกระทบทางบวกหรือทางลบ

แต่ พร้อมกับการถกเถียงทางนโยบายเศรษฐกิจและสังคมนั้น ต้องมีสำนึกอยู่เสมอว่าการเมืองในปัจจุบันยังอยู่ในวงจรอุบาทว์อย่างโงหัว ไม่ขึ้นอยู่ หากไม่ถกเถียงในปัญหาการเมืองไปพร้อมกันแล้วจะพบว่าปัญหาการเมืองเหล่านั้น จะย้อนกลับมาเป็นมารผจญจนไม่สามารถดำเนินนโยบายของรัฐบาลได้อย่างราบรื่นและ มีประสิทธิภาพ

“การเมือง” ใน ความหมายนี้ เราต้องชี้ถึงปัญหาหลายอย่างที่ครอบงำทั้งชาติอยู่ เช่น รัฐธรรมนูญที่ยังคงประกันสิทธิของชนชั้นนำในการแทรกแซงและบ่อนทำลายรัฐบาล ของประชาชนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่มีเจตนาลดทอนความเข้มแข็งของระบบรัฐสภาด้วยวิธีทำลายวินัยพรรค มีองค์กรอิสระต่างๆ ที่ทำหน้าที่เสมือนพรรคการเมืองที่เลือกฝักฝ่ายและดูจะเป็นเครื่องมือในการ ทำลายประชาธิปไตยในบ้านเมืองอย่างเป็นระบบ เป็นต้น

ประเด็น “การเมือง” ซึ่งยังมีอีกมากเหล่านี้ คือเครื่องมือที่ “อำนาจเก่า” เคย ใช้ในการทำลายล้างรัฐบาลของประชาชนมาแล้วอย่างได้ผล และแนวโน้มก็ยังจะใช้ต่อไปอีกจนกว่าเขาจะเชื่อว่าประชาชนกลับคืนสู่การถูก ควบคุมอย่างสมบูรณ์

เมื่อบรรยากาศเป็นเช่นนี้ เราจะก้มหน้าก้มตาทำงานบริหารชาติ โดยไม่แก้ปัญหาในระดับความเป็นความตายของเราเสียก่อนได้หรือ?

รัฐบาล ใหม่ต้องเงยหน้าอย่างองอาจ ประกาศกับสังคมอย่างมั่นใจเลยว่าจะบริหารเศรษฐกิจกับการเมืองไปพร้อมกัน รวมทั้งงานทางสังคมที่จะไม่แยกส่วนหรือจัดลำดับการทำงานตามใจนายหน้าผู้หา กินอยู่กับอำนาจในระบอบเก่า

หลักการที่เห็นพูดๆ กันว่า เศรษฐกิจก่อนการเมืองทีหลังนั้น เป็นความไร้เดียงสาของคนที่นึกว่าเขา “ยอม” เราแล้วจริง

ถ้าพูดกันให้ถึงแก่นก็ต้องสงเคราะห์ว่าทัศนะอย่างนี้คือความไม่รับผิดชอบทางการเมืองของผู้ที่ได้รับเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมากเด็ดขาด

รู้ ล่ะว่าอยากเป็นรัฐบาล และอยากแสดงฝีมือเหมือนสมัยไทยรักไทยให้มันกระฉูด ลัทธิดาราในวงการเมืองจะได้หวนกลับมาอีกครั้งเมื่อประชาชนเซ็งแซ่สรรเสริญ เหมือนก่อนรัฐประหาร แต่อย่าลืมโดยเด็ดขาดว่าระบอบการเมืองที่แวดล้อมรัฐบาลนี้อยู่มิได้ถูกออก แบบมาเพื่อเรา

อำนาจแท้จริงถูกกำหนดและอำพรางเอาไว้เป็นปุ่มอำนาจของ “เขา” ทั้งสิ้น

ถ้าไม่แก้ปัญหาการเมืองควบคู่ไปด้วยก็เตรียมลี้ภัยกันอีกรอบหนึ่งได้

เพราะของบางอย่างอาจเสื่อมทรุดลงไปบ้าง แต่ยังมีตัวอยู่.

—————————————————————————

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s