พลิกแฟ้มคดีการเมือง ค้างเติ่งในมือ”ดีเอสไอ” เสร็จ 91 คดี อยู่ระหว่างสอบสวน 167 คดี


กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ สรุปจำนวนคดีพิเศษที่เกี่ยวเนื่องกับการเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการสอบสวน ณ เดือนกรกฎาคม 2554 ที่เกี่ยวพันกับนักการเมือง และกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง

คดีเหล่านี้ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากอยู่ในช่วงการเมืองกำลังเปลี่ยนขั้ว ว่าจะลงเอยในชั้นดีเอสไออย่างไรเมื่ออำนาจการบริหารเปลี่ยนมือ

สำหรับคดีต่างๆ ที่อยู่ในแฟ้มการสรุปของดีเอสไอล่าสุดนี้ ปรากฏว่ามีคดีที่เกิดจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จ การแห่งชาติ (นปช.) มากถึง 258 คดี แบ่งเป็นประเภทคดีการก่อการร้าย และเหตุร้ายต่างๆ 147 คดี คดีการขู่บังคับให้รัฐบาลกระทำการใดๆ 22 คดี คดีการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ 69 คดี และคดีการกระทำต่ออาวุธ/ยุทธภัณฑ์ของราชการ 20 คดี

สำหรับประเภทคดีการก่อการร้าย และเหตุร้ายต่างๆ 147 คดี เช่น คดีพิเศษที่ 18/53 มีผู้ต้องหาจำนวน 25 คน (ไม่รวม พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ที่เสียชีวิตแล้ว) อาทิ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายการุณ โหสกุล นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายวีระ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายขวัญชัย สาราคำ นายพายัพ ปั้นเกตุ นายนิสิต สินธุไพร ฯลฯ มีจำนวนผู้ต้องหาที่จับกุมได้/มอบตัว 23 คน ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี 2 คน (พ.ต.ท.ทักษิณ, นายอริสมันต์) ดีเอสไอสอบสวนเสร็จแล้วมีความเห็นสั่งฟ้องและส่งสำนวนให้อัยการ และอัยการได้สั่งฟ้องเมื่อ 11 สิงหาคม 2553

นอกจากนี้ มีคดีการก่อการร้าย คดีพิเศษที่ 62/2553 มีจำนวนผู้ต้องหาที่จับกุมได้/มอบตัว 8 คน และผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี 5 คน อาทิ นายวิเชียร ขาวขำ นายมงคล สาระพัน นายอรรณพ แซ่ตัน นายอารี ไกรนรา ฯลฯ คดีนี้ดีเอสไอได้สอบสวนเสร็จและมีความเห็นสั่งฟ้อง และอัยการได้สั่งฟ้องโดยให้ศาลพิจารณารวมฟ้องเป็นคดีเดียวกันกับคดีพิเศษที่ 18/53

ในจำนวน 258 คดีนี้ เป็นคดีที่จับกุมผู้ต้องหาได้ 58 คดี เป็นคดีที่รู้ตัวผู้กระทำผิด แต่จับกุมไม่ได้ 21 คดี และเป็นคดีที่ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำผิด 179 คดี

คดีทั้งหมดนี้ ดีเอสไอได้ทำการสอบสวนเสร็จแล้ว 91 คดี และอยู่ระหว่างสอบสวน 167 คดี

จำนวนคดีเหล่านี้ มีทั้งคดีวางเพลิง รวม 62 คดี แบ่งเป็นเหตุเกิดในพื้นที่ กทม. 49 คดี และเหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ 13 คดี โดยเป็นคดีที่จับกุมผู้ต้องหาได้ ทั้งที่เกิดเหตุใน กทม./ตจว. จำนวน 14 คดี ดีเอสไอสอบสวนเสร็จแล้วและมีความเห็นสั่งฟ้องเสนอพนักงานอัยการ และพนักงานอัยการสั่งฟ้องทุกคดี ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล, คดีก่อเหตุร้าย/ก่อวินาศกรรม รวม 64 คดี โดยเหตุเกิดในพื้นที่ กทม. 53 คดี และเกิดในพื้นที่จังหวัดอื่น 11 คดี (ปทุมธานี 3 คดี/ สมุทรปราการ 1 คดี/ พระนครศรีอยุธยา 1 คดี/ นนทบุรี 6 คดี)

โดยมีจำนวนผู้ต้องหาทั้งหมด 642 คน จับกุมได้ 274 คน หลบหนีหมายจับ 366 คน (รู้ชื่อสกุล 74 คน และตามภาพถ่าย 292 คน) และเสียชีวิต 2 คน คือ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และนายสมัย วงศ์สุวรรณ เจ้าของห้องพักที่เกิดเหตุระเบิด ที่อยู่ ต.บ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่

สำหรับการสอบสวนคดีที่มีผู้เสียชีวิต รวม 89 ราย ดีเอสไอได้สรุปเป็นกรณีที่มีพฤติการณ์และพยานหลักฐานพอที่จะอ้างได้ว่า เป็นกรณีที่ความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จำนวน 13 ราย, เป็นกรณีที่มีพฤติการณ์และพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่า เป็นกรณีที่ความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของกลุ่ม นปช. จำนวน 12 ราย และเป็นกรณีที่ยังไม่มีพยานหลักฐานว่า เกิดจากการกระทำของฝ่ายใด รวม 64 ราย

ดีเอสไอยังมีคดีพิเศษอื่นที่เกี่ยวพันกับการเมืองอีกจำนวน 29 คดี อาทิ คดีพิเศษที่ 101/53 เป็นคดีที่ ศอรส. (ศอฉ.) ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มบุคคลที่กระทำการอันมีลักษณะหมิ่นสถาบัน โดยการเผยแพร่ภาพและข้อความทั้งทางตรงและบนระบบอินเตอร์เน็ต เหตุเกิดระหว่าง 19 กันยายน 2549-3 พฤษภาคม 2553 ต่อเนื่องตลอดมาทั้งในและนอกราชอาณาจักร โดยผู้ถูกกล่าวหา/ผู้ต้องหา คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับพวกรวม 39 คน

(เน้นข้อความตรงนี้) คดีนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างการวิเคราะห์เชื่อมโยงการกระทำของบุคคล/กลุ่มบุคคล โดยอาศัยพยานหลักฐานที่ได้จากการสืบสวนสอบสวน

คดีพิเศษที่ 399/53 เป็นคดีที่นายใจ อึ้งภากรณ์ ได้กระทำการเขียนบทความที่มีเนื้อหาหมิ่นสถาบัน อันเข้าข่ายเป็นความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 และเผยแพร่ในเว็บไซต์ เหตุเกิดเมื่อ 29 ตุลาคม 2552 ซึ่งผลการดำเนินการของดีเอสไอขณะนี้ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และดำเนินการตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา ขอสอบสวนปากคำผู้จดทะเบียนเว็บไซต์และเจ้าของบล็อกที่ลงบทความเผยแพร่ และได้ดำเนินการส่งข้อเท็จจริงประกอบการขอความร่วมมือระหว่างประเทศเพิ่ม เติมไปยังอัยการ และส่ง e-mail ขอความร่วมมือไปยังเจ้าของเว็บไซต์

คดีพิเศษที่ 410/53

นายจักรภพ เพ็ญแข ได้กระทำการกล่าวปาฐกถาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีเนื้อหาบางตอนเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ตาม ป.อาญา มาตรา 112 เหตุเกิด 10 พฤศจิกายน 2550 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา (รับมอบสำนวนการสอบสวนจาก สตช.) ผลการดำเนินการ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน และดำเนินการตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา

 

คดีพิเศษ 502/53

นายวีระ มุสิกพงศ์ ได้ขึ้นปราศรัยบทเวทีของ นปช.ที่บริเวณท้องสนามหลวง โดยมีเนื้อหาบางตอนเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ตาม ป.อาญา มาตรา 112 เหตุเกิด 6 พฤษภาคม 2551 ที่กรุงเทพฯ (รับมอบสำนวนการสอบสวนจาก สตช.) ผลการดำเนินการ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

คดีพิเศษ 19/54

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลดอยสะเก็ด โดยมีข้อความบางช่วงบางตอน เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ตาม ป.อาญา มาตรา 112 เหตุเกิด 11 กันยายน 2553 ณ สนามกีฬาเทศบาลตำบลดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ (รับมอบสำนวนการสอบสวนจาก สตช.) ผลดำเนินการ ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ/มีการแจ้งข้อหา และสอบสวนปากคำที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาให้การสารภาพชั้นสอบสวน

คดีพิเศษ 45/54

นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้กล่าวคำปราศรัยในการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช. ณ สนามกีฬาสมโภชน์ 700 ปี จ.เชียงใหม่ โดยมีเนื้อหาบางตอน อาจเข้าลักษณะหมิ่นสถาบัน เหตุเกิด 22 มีนาคม 2552 ที่ จ.เชียงใหม่ (รับมอบสำนวนการสอบสวนจาก สตช.) ผลการดำเนินการ สอบสวนปากคำผู้เกี่ยวข้อง 6 ปาก และผู้กล่าวหาขอให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานเพิ่มเติม 5 ปาก ขณะนี้อยู่ระหว่างนัดหมาย

คดีพิเศษ 53/54

นายจตุพร พรหมพันธุ์ กับพวก กระทำการเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน เหตุเกิด 10 เมษายน 2554 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผลการดำเนินการ ประชุมพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทางคดี และออกหมายเรียกผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา

คดีพิเศษ 76/54

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ กล่าวปราศรัยต่อผู้ชุมนุมที่หมู่บ้านดงทรายทอง ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีข้อความบางช่วงบางตอน เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน ตาม ป.อาญา มาตรา 112 เหตุเกิด 29 ตุลาคม 2553 ที่ จ.อุดรธานี ผลการดำเนินการ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน

 

คดีพิเศษ 43/54

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แจกคำแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนต่างประเทศเป็นภาษาอังกฤษ ผลการดำเนินการ อยู่ระหว่างการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา และดำเนินการติดต่อสำนักข่าวเอเอฟพี เพื่อขอข้อมูลและสอบสวนปากคำ

คดีพิเศษ 44/54

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้กระทำการวิดีโอลิงก์เข้ามาในบริเวณที่มีการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช. ณ สนามกีฬาสมโภชน์ 700 ปี จ.เชียงใหม่ มีเนื้อหาบางช่วงตอนอาจเข้าข่ายหมิ่นสถาบัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2552 ที่ จ.เชียงใหม่ ผลการดำเนินการ สอบสวนปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้ว 6 ปาก (รอสอบสวนปากคำพยานอีก 2 ปาก คือ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม และ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี)

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์มติชน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s