ส.ส.หน้าใหม่เผยกลยุทธ์ล้มช้าง

รายงานพิเศษ


1.สมมุติ เบ็ญจลักษณ์

2.สหรัฐ กุลศรี

3.โกศล ปัทมะ

เลือกตั้ง 3 ก.ค. ที่ผ่านมา เกิดประวัติศาสตร์การเมืองหลายหน้า

นอกจากมีอดีตส.ส.สอบตกหลายรายแล้ว ในหลายเขตก็เกิดเหตุการณ์ “ล้มช้าง”

บรรดาส.ส.หน้าใหม่เหล่านี้ มีกลยุทธ์หาเสียงอย่างไรถึงฝ่าด่านหินเข้าไปปักธงได้

1.สมมุติ เบ็ญจลักษณ์

ว่าที่ส.ส.ปัตตานี เขต 4 พรรคภูมิใจไทย

เอาชนะ มุข สุไลมาน จากมาตุภูมิ และ ซาตา อาแวกือจิ จากประชาธิปัตย์ เข้าป้ายชนิดม้านอกสายตา

ตระ กูลเบ็ญจลักษณ์ เป็นตระกูลการเมือง คุณปู่ผม (วิไล เบ็ญจลักษณ์) เป็นส.ส. 4 สมัย คุณพ่อ (แวซอเฮาะ เบ็ญจลักษณ์) เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปัตตานี 6 สมัย ส่วนผมเป็นรองนายก อบจ. ครอบครัว ผมมีความผูกพันกับประชาชน นำไปสู่แรงบันดาลใจให้ลงสมัครผู้แทน

ก่อนลงสมัครส.ส. เตรียมตัวทำการบ้านศึกษาเป็นเวลาปีกว่า จึงตัดสินใจสงสมัคร มีการสำรวจพบความสัมพันธ์ของ ส.ส.กับประชาชนอยู่ในระดับที่ห่าง สะท้อนให้เห็นว่าถ้าเราเข้าไปสร้างความสัมพันธ์ที่ดี รับรู้ปัญหา เห็นสภาพสังคม น่าจะนำไปสู่การยอมรับและได้รับความไว้วางใจ

ยุทธศาสตร์ ที่ใช้ในการรณรงค์หาเสียง ผมใช้ทฤษฎี 3 เขต คือ เขตเรา เขตเป็นกลาง เขตเขา เราต้องวิเคราะห์ให้ได้ ส่วนยุทธวิธีที่ใช้คือ ด้านลึก เช่น การจัดตั้งแกนนำ และด้านกว้าง เช่น โปสเตอร์ การปราศรัย

คิดว่า ประชาชนเลือกผมเข้ามาด้วยเหตุผล 2 อย่างรวมกัน คือ เลือกตัวบุคคลและพรรค สะท้อนให้เห็นว่าพูดแล้วทำ ส่วนนโยบายของพรรคสามารถนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

ถึงแม้ จะเป็นส.ส. คนเดียว พรรคเดียวที่ภาคใต้ ผมก็ยังเห็นว่าถ้ามีกันหลายคนแต่ไม่ได้ทำหน้าที่ สู้มีคนเดียวดีกว่า เกิดประโยชน์มากกว่า ฉะนั้นจึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาในการทำงาน ถ้าเราได้ทำหน้าที่

2.สหรัฐ กุลศรี

ว่าที่ส.ส.สุพรรณบุรี เขต 5 พรรคเพื่อไทย

ปักธงให้กับพรรคเพื่อไทยได้แจ้งเกิดที่เมืองบรรหารบุรี เมืองหลวงของพรรคชาติไทยพัฒนา

ผม เริ่มต้นทางการเมืองด้วยการสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แล้วเปลี่ยนใจมาเข้าพรรคไทยรักไทย เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ขอร้อง ผมก็คิดตลอดว่าเราลงมาเล่นการเมืองเพื่อใคร ถ้าเพื่อประชาชน เมื่อประชาชนขอร้องก็ต้องยอมรับคำขอร้องจึงเปลี่ยนมาอยู่ไทยรักไทยและมาเป็น เพื่อไทยในปัจจุบัน

ผมลงสมัครส.ส. มาแล้ว 4 ครั้ง ในเขต อ.เดิมบางนางบวช บ้านเกิด ตั้งแต่เป็นพื้นที่เขต 6 มาเป็นเขต 2 และเขต 5 ในปัจจุบัน เพิ่งมาสมหวังในครั้งนี้

ผมลงพื้นที่หาเสียงตั้งแต่ปี 2540 เข้าถึงชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ให้คำปรึกษาชาวบ้านในเรื่องกฎหมายตลอด เพราะมีอาชีพทนาย ความ และเพราะผมเป็นลูกชาวนาจึงเข้าใจความเป็นอยู่ ความทุกข์ร้อนของชาวบ้าน

แนวทางการหาเสียงคือเราเดินชนชาวบ้าน เข้าหาชาว บ้าน ลงสมัครไม่ได้ครั้งนี้ครั้งหน้าก็ต้องได้ เดินตลอด ได้ไม่ได้ไม่เป็นไร สู้ต่อ เข้าหาชาวบ้านตลอด เปรียบเสมือนคนครอบครัวเดียวกัน ไม่เคยดูถูกคนเพราะทุกคนเป็นคนดีทั้งหมด


4.หนูแดง วรรณกางซ้าย

5.บุญเลิศ ไพรินทร์

6.สุรชาติ เทียนทอง

ไป หาเสียง รู้ว่าเขาไม่ชอบ เขาดูถูกสารพัด ถ่มน้ำลายใส่ก็มี พูดเสียดสีก็มี แต่เรายึดว่าเราเสมอต้นเสมอปลายตลอด ชอบเรา ไม่ชอบเราก็ไม่ว่าแต่สักวันคงเห็นความดีเราบ้าง

เรามุมานะ ชาวบ้านกินอะไร เราก็กินได้หมด ปลาร้า น้ำพริก เราเป็นลูกชาวบ้านชาวนา กินอยู่ง่ายจึงเข้าถึงชาวบ้านได้ง่ายขึ้น เรียกว่า ติดดิน วันนี้สมใจได้เป็นส.ส. ดีใจมากที่สุดที่วันนี้มาถึง ผมว่าผมโอกาสดีที่มีวันนี้กับนโยบายดีๆ ของพรรคเพื่อไทยที่เข้าถึงประชาชนแบบสุดๆ

3.โกศล ปัทมะ

ว่าที่ส.ส.เขต 5 นครราชสีมา

แจ้งเกิดด้วยการฝ่าด่านหินอย่าง ภิรมย์ พลวิเศษ มือขวา บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย เจ้าของพื้นที่

ผม เริ่มทำพื้นที่อย่างจริงจังตั้งแต่เดือน ส.ค. 2553 ลงพื้นที่อาทิตย์ละ 3-4 วัน อีก 3 วันอยู่กรุงเทพฯ พอยุบสภาก็ลงพื้นที่ทุกวัน ลงพื้นที่ผมเน้นพบปะกับกลุ่มเกษตรกร ชาว ไร่ ชาวนา เพื่อรับฟังปัญหาจากชุมชนนำมาหาทางแก้ไข ปรับปรุง

ผมเชื่อว่าครั้ง นี้เราชนะเพราะกระแสและนโยบายของพรรค ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นนโยบายที่ทำได้จริง ตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ที่โดนใจชาวบ้านคือ เรื่องแหล่งน้ำ 25 ลุ่มน้ำ แก้น้ำท่วม น้ำแล้ง นโยบาย 30 บาท รักษาทุกโรคได้จริง ราคาข้าว เบี้ยคนสูงอายุ และกองทุนหมู่บ้าน อย่างเรื่องบัตรเครดิตเกษตรกร ชาวบ้านยังไม่เข้าใจว่าดีอย่างไร ขณะที่ผมก็ไม่มีรายละเอียดอธิบาย

นอกจากนี้ อ.บัวใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเป็นอ.สีดา บ้านเกิด พ่อผมเป็นครูประชาบาลอยู่ในพื้นที่ พี่ชายผมก็เป็นอดีตส.จ. ปัจจุบันหลานก็เป็นส.จ. จึงได้เสียงสนับสนุนจากเครือญาติในส่วนนี้ด้วย

ลงครั้งแรกโพลพรรคผม ได้ 50% จากนั้นผมเดินเคาะประตูบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ แต่เป็นฤดูเก็บเกี่ยวเจอแต่ผู้เฒ่า ผู้แก่ บ่ายแก่ๆ ผมจึงเดินอีกครั้ง และเน้นปราศรัยย่อยตามหมู่บ้าน วันละ 6-10 จุด ใช้รถโมบายแห่ ได้รับความสนใจไม่เท่าไหร่ แต่ช่วงหลังๆ ชาวบ้านเริ่มสนใจเพราะข้าวของแพง เขาอยากรู้ว่าเราจะแก้อย่างไร พอวันที่ 25 มิ.ย. คะแนนผมขึ้นเป็น 75-76%

3 วันสุดท้าย มีการแจกเงินแบบปูพรม และวันที่ 1 ก.ค. อาสาสมัครของผมตกรถหาเสียงตาย ผมเลยท้อ หยุดหาเสียง เลือกตั้ง วันที่ 3 ก.ค. ผมกลับกรุงเทพฯ เลย ถึงปากช่องแกนนำพรรคโทร.แจ้งผมว่าเอ็กซิทโพล ผมชนะ 2 หมื่นคะแนน แต่ผมยังไม่เชื่อ กลับมาถึงกรุงเทพฯ ปิดหีบเลือกตั้ง ผมก็เช็กทีละหน่วย พบว่าหน่วยที่แพ้เขาเราแพ้ไม่กี่คะแนน แต่หน่วยที่ชนะเราชนะเยอะ

4.หนูแดง วรรณกางซ้าย

ว่าที่ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 7 พรรคเพื่อไทย

ขึ้นทำเนียบแจ๊กผู้ฆ่ายักษ์ หลังตีแตกเมืองหลวงพรรคภูมิใจไทยคาสนามบุรีรัมย์ของ เนวิน ชิดชอบ

ดีใจ มากที่ชนะเลือกตั้งในพื้นที่จ.บุรีรัมย์ ชนะเจ้าของพื้นที่เดิมอย่างพรรคภูมิใจไทยถึง 16,000 คะแนน เรียกได้ว่าชนะขาดลอยในทุกหน่วยเลือกตั้ง ยกเว้น 1 ตำบลของ อ.ปะคำ

กลยุทธ์ ครั้งนี้เพราะผมลงพื้นที่ นำนโยบายพรรคไปปราศรัยหาเสียงให้ประชาชนทราบ พบปะประชาชนทุกหมู่บ้าน พร้อมจัดปราศรัยครั้งแรกในนามพรรคเพื่อไทย

ชัย ชนะที่ได้มา มาจากนโยบายพรรค การทำงานและฐานเสียงเดิมของผมเมื่อครั้งลงสมัครในนามพรรคเพื่อแผ่นดินครั้ง ก่อน นอกจากนั้นเป็นเรื่องกระแส พ.ต.ท.ทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ บวกกับคนเสื้อแดง

คะแนนเสียงอีกส่วนมาจากลูกศิษย์และคนที่นับถือ ผมเคยเป็นอาจารย์มากว่า 30 ปี มีประชาชนเคารพนับถืออยู่บ้าง

ก่อน ลงสมัคร นายสมชายและนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ มาพูดคุยด้วย ทำให้ผมตัดสินใจลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยซึ่งมีภาพของพรรคชาวนา ทำเพื่อคนยากจน

พรรคเพื่อไทยได้ส.ส. 2 คนในบุรีรัมย์ เพราะคนที่นี่เขาตื่นตัว ไม่อยากได้ผู้มีอิทธิพลเข้ามาครอบงำ อีกทั้งการหาเสียงก็ค่อนข้างดุเดือด มีการใช้อำนาจและอิทธิพลต่างๆ กดดันข้าราชการและผู้นำชุมชน

ชัยชนะครั้งนี้เรียกได้ว่า ดีใจที่สุดที่ชนะอิทธิพลต่างๆ เหล่านี้มาได้ จากนี้ผมจะทำงานตามนโยบายที่ให้ไว้ ให้เป็นความหวังของชาวบ้านและประชาชนทั่วไป

5.บุญเลิศ ไพรินทร์

ว่าที่ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์

อดีตเคยโด่งดังจากฉายา “โหรส.ว.” ล่าสุดกลับมามีชื่อเสียงอีกรอบ ในฐานะผู้ล้มคนดังตระกูล “ฉายแสง”

ผม เป็นลูกชาวนา แต่ก็ไต่เต้าทำงานในสายข้าราชการ ก.พ. เคยเป็นอาจารย์พิเศษ แต่เพราะสนใจการเมืองเลยลาออกจากราชการมาลงสมัคร ส.ว.ฉะเชิงเทรา และได้รับเลือกเมื่อปี 2543

สนามเลือกตั้งครั้งนี้ คนใกล้ชิดของผมหลายคน ทั้งพล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ เขต 4 ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ นายพินิจ จารุสมบัติ แกนนำพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และนางพรรณี จารุสมบัติ เห็นว่าเหมาะสม จึงมาขอให้ลงสมัคร

ตอนแรกรู้สึกว่าตัวเองแก่ แต่พอถูกขอร้องบ่อยๆ ก็ปฏิเสธไม่ได้

ผม เคยดูดวงตัวเองและประกาศผ่านสื่อว่า ครั้งนี้จะมีโอกาสได้รับเลือกเป็นส.ส. แต่ปรากฏว่าคนทั่วไปพากันหัวเราะ เพราะไม่เห็นแววว่าจะโค่น นางฐิติมา ฉายแสง เจ้าของพื้นที่เดิมได้อย่างไร

แต่สุดท้ายก็ทำได้ เลยตั้งใจจะเขียนหนังสือบอกเล่าให้คนทั่วไปทราบ

ช่วง หาเสียง ทำงานหนักมากเพราะคู่แข่งเป็นเจ้าของพื้นที่ มีนักการเมืองท้องถิ่นสนับสนุน เราต้องลงพื้นที่ทุกวัน แจกแผ่นพับแนะนำตัวตลอด เดินสายอย่างหนักจนมีปัญหาปวดเข่าเลยทีเดียว

ฐาน เสียงของผม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์เดิม ซึ่งชื่นชอบนโยบายต่างๆ ทั้งประกันราคาข้าว เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเรียนฟรี 15 ปี กับกลุ่มที่ศรัทธาในตัวผมเป็นการส่วนตัว

ทั้ง 2 กลุ่มนี้มีจำนวนใกล้เคียงกัน สังเกตได้จากคะแนนที่ได้จากระบบบัญชีรายชื่อ เฉพาะเขต 1 ฉะเชิงเทรา และระบบเขตที่มีความใกล้เคียงกันมาก

สาเหตุ ที่ได้เป็นส.ส. น่าจะมาจากชาวบ้านต้องการเห็นการเปลี่ยน แปลงทางการเมือง และคงชื่นชอบกับจุดขายของผมในเรื่อง ความซื่อสัตย์ พอทราบผลเลือกตั้ง ชาวบ้านต่างยินดีและกล่าวว่า ดีใจ ที่ผ่านมาอึดอัดกับการเมืองในจังหวัดนี้

จากนี้ผมต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เน้นการออกกฎหมายและตรวจสอบรัฐบาลและผู้แทนด้วยกัน ที่ผ่านมามีการโดดประชุมสภากันบ่อยมาก โดยเตรียมตั้งศูนย์ตรวจสอบในเร็วๆ นี้

สำหรับดวงการเมืองจากนี้ ผมดูดวงดาวแล้วเชื่อว่าการเมืองจะเริ่มดีขึ้น แต่ยังมีเงื่อนไขนำไปสู่การปฏิวัติเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างฉับพลันได้เสมอ

ฉะนั้น ขอเตือนรัฐบาลว่าอย่าประมาท อย่าสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนไม่พอใจ

6.สุรชาติ เทียนทอง

ว่าที่ส.ส.กทม. เขต 11 พรรคเพื่อไทย

โค่น สกลธี ภัททิยกุล แชมป์เก่าจากพรรคประชาธิปัตย์ และ “ผึ้ง” ศุภมาส อิศรภักดี เจ้าของพื้นที่เดิมอีกคนลงได้สำเร็จ หลังจากสอบตกจากการเลือกตั้งในนามพรรคประชาราช ครั้งที่แล้ว

รู้สึก ดีใจที่ชนะเลือกตั้งในเขตที่เรียกว่าช้างชนช้าง และชนะเจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนหน้านี้ผมทำงานการเมืองมาตลอด จนมาลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งแรก ในนามพรรคประชาราช เมื่อปี 2550 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ยังลงพื้นที่ทำงานการเมืองอย่างต่อเนื่องตลอด 7 ปีที่ผ่านมา

เมื่อได้รับเลือกเข้ามาจึงถือว่าเป็นหนี้บุญคุณประชาชนชาวหลักสี่-ดอนเมือง เพราะเป็นชัยชนะที่ได้มาอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

คุณ พ่อผม (เสนาะ เทียนทอง) ได้แสดง ความยินดีและภูมิใจที่ตระกูลเทียนทอง ผ่านการพิสูจน์จาก คนกรุงเทพฯ เทียนทองเป็นตระกูลการเมืองที่พร้อมรับใช้ประชาชน ยินดีทำงานได้ทุกที่ ไม่ใช่เฉพาะจะทำงานเฉพาะที่ จ.สระแก้ว

สำหรับการหาเสียงที่ผ่านมา ผมไม่ได้ใช้กลยุทธ์อะไรเป็นพิเศษ แต่เน้นนำเสนอนโยบายของพรรคเพื่อไทยกับประชาชนในการแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ สังคม ให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมา การแก้ปัญหาให้กับประชาชนไม่ได้ดีขึ้น ทำให้ประชาชนอยากเปลี่ยนแปลง

ส่วน อุปสรรคในการหาเสียงครั้งนี้ แม้พื้นที่นี้จะสู้กันอย่างเข้มข้น แต่ไม่มีอะไรรุนแรง เพราะผู้สมัครก็เป็นเพื่อนกัน ยกเว้นแต่ปัญหาเรื่องการซื้อเสียง ซึ่งผมไม่ขอพูดถึงเพราะผ่านไปแล้ว

ต้อง ยอมรับว่าชัยชนะครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากกระแสของพรรคเพื่อไทย และกระแสของนางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี มาแรง และเป็นตัวช่วยหนึ่ง เพราะประชาชนอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมือง

นโยบายของพรรคที่ทำมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พิสูจน์ให้เห็นว่าทำได้จริง และถูกใจประชาชน

1 Comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

One response to “ส.ส.หน้าใหม่เผยกลยุทธ์ล้มช้าง

  1. Nice post. Opt to let you know that you have this kind of brilliant write-up. I will be planning to talk about this along with my friend along with professors. And this is what i have been trying to find!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s