โฉมหน้า-โควตารัฐบาล “ทักษิณ” เพื่อนแท้-งูเห่า-กองทัพ ร่วมหุ้นส่วน “ยิ่งลักษณ์ 1”

วิเคราะห์

คณะรัฐมนตรีคณะที่ 60 ถูกจัดเสร็จแทบจะทันทีที่ปิดหีบเลือกตั้ง

เสียง ของ “ทักษิณ ชินวัตร” ดังก้องข้ามโลกทะเลทราย-สายตรงถึงหู “บรรหาร ศิลปอาชา-สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” และ สนธยา คุณปลื้ม ตั้งแต่ผลเอ็กซิตโพลโผล่หน้าจอโทรทัศน์

หน้าฉากการจัดรัฐบาล มาเร็ว-จบเร็ว ด้วยจำนวน 4 พรรค+1 เสียงของพรรคมหาชน รวม 299 เสียง ล้วนมาจากการ “ดีล” ของ “ทักษิณ”

หลัง ฉากจะมี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์-นายเสนาะ เทียนทอง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เดินสายใต้ดินไว้ล่วงหน้า

แกนนำพรรคเพื่อไทยอธิบาย ปรากฏการณ์-องคาพยพของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ 1” ว่า ผู้จัดการรัฐบาลตัวจริงในการเรียงชื่อพรรค-จัดโผคณะรัฐมนตรี ไม่มีใครกล้าทาบรัศมีกับ “ทักษิณ”

กุนซือ-ที่ปรึกษา-ขุนพล-วัวงาน ที่เคยปฏิบัติการให้ “ทักษิณ” ทั้งใต้ดิน-บนดิน ต้องยุติบทบาทชั่วคราว เพื่อให้ถนน ทุกสาย ทุกโครงสร้างอำนาจ วิ่งไปที่ “ทักษิณ” คนเดียว

หลัก การจัดรัฐบาล-โผรายชื่อคณะรัฐมนตรี ถูกส่งสัญญาณให้พรรค ชาติไทยพัฒนา ฝ่าย “นายบรรหาร ศิลปอาชา” และพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ฝ่ายของ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และพรรคพลังชลของฝ่าย นายสนธยา คุณปลื้ม รับไปปฏิบัติการ มี 3 ข้อ

ข้อแรก สัดส่วน-โควตารัฐมนตรี อยู่ในเกณฑ์ ส.ส. 9-10 คน ต่อตำแหน่งรัฐมนตรี 1 คน

ข้อสอง พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ทั้งพรรคฝ่าย “บรรหาร” และฝ่าย “สุวัจน์” อาจไม่ได้กระทรวงเดิม

ข้อสาม โควตารัฐมนตรีกระทรวงด้านเศรษฐกิจ เป็นของพรรคแกนนำ

ตัวเลข-ภาพคณะรัฐมนตรี 4 พรรค+ 1 เสียงมหาชน จึงถูกแบ่งเป็นโควตาฝ่าย “ทักษิณ” ประมาณ 30 เก้าอี้ จากจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 265 เสียง

ที่เหลืออีก 5 เก้าอี้ จัดสรรให้พรรคร่วมตามหลักการ “ให้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเล็กหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงใหญ่”

แบ่ง ให้พรรคฝ่าย “บรรหาร” ที่ได้จำนวน ส.ส.เข้าสภาผู้แทนราษฎรทั้งสิ้น 19 เสียง ได้ตำแหน่งอย่างน้อย 2 ที่นั่ง และเผื่อตำแหน่งไว้ต่อรองได้ 1 ที่นั่ง

โควตาพรรคฝ่าย “สุวัจน์” ที่ได้ ส.ส. 9 เสียง ได้เก้าอี้รัฐมนตรี 1 ที่นั่ง

โควตาพรรคพลังชล ของฝ่าย “สนธยา” ได้ 1 ที่นั่ง จากจำนวน ส.ส. 7 เสียง

คน ใกล้ชิด “ทักษิณ” บอกว่าการจัดรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” จบในเวลาอันรวดเร็ว เพราะเพื่อไทยได้เสียงเกิน กึ่งหนึ่ง ทำให้ 3 พรรคร่วมที่ดีลไว้ ล่วงหน้า ไม่กล้าต่อรอง

เหตุผลที่ 3 พรรค 3 เซียนการเมือง ทั้ง “บรรหาร-สุวัจน์-สนธยา” ไม่กล้า ต่อรอง เพราะกุนซือ-พี่เลี้ยงฝ่ายเพื่อไทย ยังมี 20 เสียงงูเห่า ในฝ่าย “ภูมิใจไทย” ในสายของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ไว้เป็น “ไพ่ตาย” ในมือ

ในรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ 1” จึงยังไม่มีชื่อ “งูเห่า-ภูมิใจไทย” เข้าประจำการ

ไพ่และงูเห่าภูมิใจไทย จะถูกหยิบมาเล่นกลการเมือง ในขั้นตอนต่อไป ต่างกรรม-ต่างวาระ

แผนการใช้ “ตัวสำรอง-บริการเสริม” จะถูกใช้ในยามโหวตกฎหมายและวาระที่จำเป็น-เร่งด่วน

วาระ แรก หากเสียงในสภาผู้แทนฯ ขาด-เหลือ รัฐบาลก็จะทดสอบการใช้บริการเสริมจาก “กลุ่มสมศักดิ์” ที่สแตนด์บายรอให้บริการด้วยความยินดียิ่ง

วาระถัด ไป หากพวก “งูเห่า” เข้า ให้บริการเสริม ลงมือ โหวตไปใน ทิศทางเดียวกับรัฐบาลก็จะถูกขับออก จาก “ภูมิใจไทย” และไปสังกัด “กลุ่มมัชฌิมา” ที่ตั้งหลักรอไว้แล้วล่วงหน้า

วาระที่รัฐบาล 299 เสียง อาจต้องใช้บริการ “งูเห่า” ก่อนเวลาอันควร คือวาระ “ใบแดง-อันตราย” ที่อาจถูกสั่งตายมาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่งตรงถึงฝ่ายรัฐบาล ประมาณ 20 ใบ

หากสมมติฐานพรรคตัวการ รวมกับ 4 พรรคร่วม มีตัวเลขฐาน 299 เสียง แบ่งไปเป็นรัฐมนตรี 35 เสียง บวกกับใบแดง 20 เสียง

ทำให้เสียงของ “งูเห่า” สำคัญและจำเป็นมากยิ่งขึ้น เพราะเสียงของฝ่ายรัฐบาล จะต่ำกว่าขั้น “ปริ่มน้ำ” ทันที

หากสมมติฐานการเมือง “ชุดใบแดง” เกิดขึ้นเร็ว ฝ่ายเพื่อไทยจะต้องพิจารณารับ “งูเห่า” ไว้ร่วมวง เป็นวาระเร่งด่วน

บริการของ “สมศักดิ์” จึงต้องสแตนด์บาย 24 ชั่วโมง เพื่อเปลี่ยนสถานะจากกลุ่มบริการเสริม เป็นบริการหลัก ในรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ 2”

โฉม หน้า-โควตา คณะรัฐมนตรี “ยิ่งลักษณ์ 1” นอกจากมีหุ้นสามัญจาก 4 พรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ยังต้องแบ่งโควตาให้กับ “หุ้นผู้มีอุปการคุณ” อีกอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง

เป็นตำแหน่งที่ทุกโครงสร้างอำนาจ ทั้งใน-นอกสภาผู้แทนราษฎร เฝ้าจับตา ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง

ชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ของกองทัพ จึงถูกเอ่ยถึงทั้งในเพื่อไทยและในบ้านใหญ่ที่นครดูไบ

โควตา “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม” จึงถูกจัดอยู่ในตาราง “หุ้นผู้มีอุปการคุณ” ที่มีเงื่อนไขไว้ล่วงหน้า ว่าฝ่าย “กองทัพและเครือข่าย” เป็นฝ่ายจัดหามานำเสนอ

เสียงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ให้ความหมายว่า “พรรคการเมืองไหนชนะการเลือกตั้ง ก็ควรได้จัดตั้งรัฐบาลและให้คำมั่นว่ากองทัพจะไม่ยุ่งในการจัดตั้งรัฐบาล” ถูก “ทักษิณ” ตีความว่าเป็น “สัญญาณบวก”

รวมกับสัญญาณคณะกรรมการ อิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ที่มีท่าที “ตอบรับ” ข้อความที่ “ทักษิณ” ส่งผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ทุกช่อง ทำนองว่า ยินดีใช้บริการ

ยิ่งทำให้การเดินหน้าของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ 1” รุดหน้ารวดเร็ว

ที่ เหลือคือการจัดโฉมหน้า-ทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ที่ “ทักษิณ” เลือกชื่อไว้ในมือ แบบนอนมา อาทิ นายโอฬาร ไชยประวัติ-นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์-นายพิชัย นริพทะพันธ์

โฉมหน้าทีมรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเป็นภาพของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก

โควตารัฐมนตรี-สายเสื้อแดง อยู่ในมือของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช.

ตำแหน่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีแกนนำ 2 ราย อยู่ในข่ายใกล้เก้าอี้ที่สุด คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และ นายอภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

จากนี้ไป 299 เสียง คือ ฉันทานุมัติให้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรี ภายใต้เงาและเสียงของ “ทักษิณ ชินวัตร” อีกครั้ง

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s