อยากมุดดิน เติ้งอาย-ชทพ.ยวบ

พท.265ปชป.159 ปาร์ตี้ลิสต์กทม. มาร์คชนะ7หมื่น สรุปใช้สิทธิ์75% บัตรเสีย3.7ล้าน

เผย ยอดผู้ใช้สิทธิ์เลือก ตั้งครั้งนี้35.2 ล้านคนคิดเป็น 74.89 เปอร์เซ็นต์ บัตรเสียทั้ง 2 ระบบถึง 3.7 ล้านใบ ยะลามากสุด ส่วนยอดผู้ใช้สิทธิ์สูงสุดอยู่ที่ลำพูน 88 เปอร์เซ็นต์ ด้าน”เติ้ง”อายอยากมุดแผ่นดินผลเลือกตั้งชทพ.แพ้หลุดลุ่ยแถมสุพรรณฯโดนเจาะ ไป 1 เขต คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก็แพ้ ขณะที่บุรีรัมย์คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทยชนะภูมิใจไทยเกือบครึ่ง ส่วนกทม.นั้นปชป.-พท.สูสีกัน 8 เขต แต่คะแนนพรรคประชาธิปัตย์ชนะไป 7 หมื่นคะแนน แต่ก็ได้เกิน 1.2 ล้านทั้งสองพรรค เพื่อไทยซิวเพิ่มเป็น 265 ปชป.วูบ เหลือ 159

กกต.ปลื้มลำพูนใช้สิทธิ์สูงสุด

เมื่อ เวลา 10.30 น. วันที่ 4 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. แถลงว่า ขณะนี้กกต.กลางกำลังรอโทรสารจากกกต.จังหวัดต่างๆ ที่ทยอยส่งข้อมูลผลการเลือกตั้งเข้ามา โดยจังหวัดที่ยังไม่ได้ส่งข้อมูลมาคือ จ.สุราษฎร์ธานี ระนอง แม่ฮ่องสอน นนทบุรี นครปฐม และตาก เนื่องจากอยู่ระหว่างการเดินทางและมีปัญหาการขนส่งเอกสาร รวมถึง 2 จังหวัดที่มีปัญหาเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวนคือ จ.ตาก และแม่ฮ่องสอน บางพื้นที่การส่งเอกสารต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ เพราะไม่สามารถส่งแฟ็กซ์และไม่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ คาดว่าเช้าวันที่ 5 ก.ค. ทั้งสองจังหวัดจะส่งข้อมูลมายังกกต.กลางได้ ส่วนจังหวัดที่เหลือนั้นคาดว่าค่ำวันเดียวกันนี้ น่าจะได้ข้อสรุปผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

นายสุทธิพล กล่าวว่า ส่วนจังหวัดที่เป็นแชมป์มียอดรวมผู้มาใช้สิทธิ์มากที่สุดคือ จ.ลำพูน ที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต คิดเป็นร้อยละ 88.61 ส่วนบัตรเสียแบบบัญชีรายชื่อมีร้อยละ 5.77 และบัตรเสียแบบแบ่งเขตเลือกมีร้อยละ 5.98 สำหรับประชาชนที่เป็นห่วงว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีบัตรเสียจำนวนมากนั้น จากการตรวจสอบพบว่าบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมีบัตรเสียร้อยละ 5.77 น้อยกว่าบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตที่มีบัตรเสียร้อยละ 5.98

ยะลา-บัตรเสียอ้างอ่านไทยไม่ได้

นาย สุทธิพล กล่าวว่า ส่วนจังหวัดที่มีบัตรเสียมากที่สุดคือ จ.ยะลา บัตรเสียแบบแบ่งเขตร้อยละ 10.37 และบัตรเสียแบบบัญชีรายชื่อร้อยละ 6.77 รองลงมาคือ จ.ปัตตานี มีบัตรเสียแบบแบ่งเขตร้อยละ 9.21 และแบบบัญชีรายชื่อร้อยละ 6.52 รวมทั้งจ.นราธิวาส มีบัตรเสียแบบแบ่งเขตร้อยละ 8.18 แบบบัญชีรายชื่อร้อยละ 6.34 แต่จำนวนบัตรเสียในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ลดลงจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 สาเหตุเกิดจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหลายรายไม่สามารถอ่านภาษาไทยและภาษายาวี ได้ ส่วนเรื่องร้องเรียนคัดค้านการเลือกตั้งจนถึงเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ก.ค. มี 195 เรื่อง แบ่งเป็นเรื่องใส่ร้ายหลอกลวงจูงใจให้เข้าใจผิด 65 เรื่อง ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง 32 เรื่อง แจกเงินให้ทรัพย์สิน 53 เรื่อง เจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็น กลาง 31 เรื่อง การจัดเลี้ยงมหรสพ 14 เรื่อง

นาย สุทธิพล กล่าวชี้แจงกรณีที่มีสื่อมวลชนนำภาพขณะลงพื้นที่หน่วยเลือกตั้งและอำนวยความ สะดวกให้ผู้พิการมาโจมตีว่าเป็นการช่วยลงคะแนนว่า กกต.มีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการและผู้สูงอายุ ภาพดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือผู้พิการที่แขนขาด ซึ่งตัวผู้พิการเองได้ใช้เท้าเซ็นชื่อบนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น แต่การลงคะแนนยังเป็นความลับอยู่ เพราะผู้พิการคนดังกล่าวได้เข้าคูหาลงคะแนนลับด้วยตนเอง จึงต้องชี้แจงว่าการเลือกตั้งยังคงเป็นความลับอยู่ เนื่องจากตนถูกด่าเยอะ และโพสต์ข้อความว่ากกต.ทำผิดกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นความจริง

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว นายสุทธิพล ยังนำภาพนิ่งและภาพวิดีโอมาแสดง เพื่อยืนยันว่าขณะที่ผู้พิการลงคะแนนนั้น นายสุทธิพลไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว

กกต.เลื่อนแถลง-นัดวันนี้แทน

เมื่อ เวลา 15.00 น. ที่สำนักงานกกต. นายไพบูลย์ เหล็กพรหม ผอ.สำนักประชาสัมพันธ์ ชี้แจงกับสื่อมวลชนที่เฝ้ารอหลังจากได้รับแจ้งว่านายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. จะแถลงสรุปยอดรวมการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในช่วงบ่าย ว่า ขอเลื่อนการแถลงข่าวเป็นวันที่ 5 ก.ค. เนื่องจากขณะนี้การรายงานผลการเลือกตั้งของจังหวัดต่างๆ ที่รายงานเข้ามาได้เพียง ร้อยละ 95 ยังไม่ครบ 100% เพราะว่าต้องรอการรายงานจากจ.ระนอง แม่ฮ่องสอน และ ตาก ที่อยู่ระหว่างดำเนินการนำส่ง โดยเฉพาะที่จ.แม่ฮ่องสอน และตาก ที่การส่งผลคะแนนล่าช้าเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย และคาดว่าจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันที่ 5 ก.ค. ทางกกต.จึงจะแถลงข่าวอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจังหวัดที่ส่งข้อมูลเข้ามาครบถ้วนแล้วนั้นก็ยังไม่สามารถเปิดเผย ข้อมูลได้ เช่นกัน

เผยพท.ลิ่ว 265-ปชป.เหลือ 159

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่าผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการล่าสุดนั้น พรรคเพื่อไทย ได้ 265 ที่นั่ง แบ่งเป็นกทม. 10 ที่นั่ง ภาคกลาง 41 ภาคใต้ 0 ภาคเหนือ 49 ภาคอีสาน 104 ปาร์ตี้ลิสต์ 61 ที่นั่ง

พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 159 ที่นั่ง กทม. 23 ที่นั่ง ภาคกลาง 25 ที่นั่ง ภาคใต้ 50 ที่นั่ง ภาคเหนือ 13 ที่นั่ง ภาคอีสาน 4 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 44 ที่นั่ง

พรรคภูมิใจ ไทย 34 ที่นั่ง กทม. 0 ที่นั่ง ภาคเหนือ 13 ที่นั่ง ภาคใต้ 1 ที่นั่ง ภาคเหนือ 2 ที่นั่ง ภาคอีสาน 13 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 5 ที่นั่ง

พรรค ชาติไทยพัฒนา 19 ที่นั่ง กทม. 0 ที่นั่ง ภาคกลาง 11 ที่นั่ง ภาคใต้ 1 ที่นั่ง ภาคเหนือ 2 ที่นั่ง ภาคอีสาน 1 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 4 ที่นั่ง

พรรค ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 7 ที่นั่ง กทม. 0 ที่นั่ง ภาคกลาง 0 ที่นั่ง ภาคใต้ 0 ที่นั่ง ภาคเหนือ 1 ที่นั่ง ภาคอีสาน 4 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 2 ที่นั่ง

พรรคพลังชล 7 ที่นั่ง ภาคกลาง 6 ที่นั่ง ปาร์ตี้ลิสต์ 1 ที่นั่ง

เติ้งอายผลเลือกตั้งอยากมุดดิน

ผู้ สื่อข่าวรายงานจากพรรคชาติไทยพัฒนาว่า หลังจากทราบผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่ง กกต.นับคะแนนได้ไปมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งพรรคชาติไทยพัฒนาได้ส.ส.แบบแบ่งเขต 11 เขต จากที่ส่งผู้สมัครทั้งหมด 168 เขต ส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อได้รับคะแนนเสียง 811,570 เสียง ทำให้ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4 คน ได้แก่ นายชุมพล ศิลปอาชา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง และนายยุทธพล อังกิ นันทน์ นั้น

เมื่อนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ทราบผลการเลือกตั้งถึงกับมีสีหน้าเคร่งเครียด และไม่พอใจ โดยเฉพาะในจังหวัดสุพรรณบุรีที่ต้องเสีย 1 ที่นั่งให้พรรคเพื่อไทย และคะแนนบัญชีรายชื่อไม่ถึงเป้าที่คาดไว้ รวมทั้งส.ส.เขตในอีกหลายจังหวัดที่เป็นตัวเต็งแต่ก็สอบตก

นายบรรหาร ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเคยภาวนาอย่าให้เกิดเหมือนปี 2550 แต่นี่เหมือนกันไม่มีผิด เมื่อปี 2550 พรรคคาดว่าจะได้ 50 ที่นั่ง แต่เหลือ 35 ที่นั่ง คราวนี้พรรคไม่เกี่ยวกับกลุ่มของนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ คิดตั้งเป้าไว้ว่าจะได้ 24 ที่นั่ง แต่ร่วงถึง 12 ที่นั่ง ตัวเต็งๆ ทั้งนั้น ตนแทบเอาหัวมุดแผ่นดิน จ.สุพรรณบุรี ก็โดนเจาะได้อีก 1 คน สิงห์บุรี อุทัยธานี เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และภาคใต้ก็เต็ง ถ้ารวมกับกลุ่มของพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่จะได้ 13 ที่นั่งก็เป็น 25 รวมทั้งของนายประดิษฐ์อีก รวมแล้วต้องได้ถึง 30 ที่นั่ง ตนดีดลูกคิดไม่ผิด แต่ไปติดตรงไหนไม่รู้ สงสัยจับลูกคิดผิด พลิกไปพลิกมาหายไป 12 เสียง ซึ่งมันไม่น่าผิดพลาด ตนจึงโทรศัพท์ไปให้กำลังใจคนที่ไม่ได้ หลายคนบอกว่าไม่ไหว เพราะไม่ใช่แค่พายุ แต่เป็นไต้ฝุ่นมาเลย ก็ได้แต่ทำใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร ทุกพรรคมีปัญหา เห็น ใจพรรคภูมิใจไทยที่ตั้งเป้าจะได้ 70 ที่นั่ง แต่ ได้เพียง 34 ที่นั่ง พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินเหลือแค่ 9 ทุกพรรคหายไปเยอะ

พท.ชนะสุพรรณฯ-บุรีรัมย์

“ทั้งหมด นี้คิดว่าเป็นเพราะกระแสจริงๆ สู้กับกระแสมากกว่า บางพื้นที่เลือกบุคคลให้ แต่ขอลงบัญชีรายชื่อให้พรรคเพื่อไทย แม้แต่พื้นที่สุพรรณบุรี ก็คิดอย่างนี้ แต่เสียดาย รออีก 2 ปีกว่า ผมจะกลับตัวใหม่ ผมจะลุยจ.สุพรรณบุรีทุกหมู่บ้าน ดูว่าจะไปหรือไม่ ผมทำประโยชน์ให้ แก่จ.สุพรรณบุรี มากมายแล้วทำไมเป็นอย่างนี้ เมื่อคืนแทบเอาหัวมุดแผ่นดิน แทบเป็นลม ส่วนเขต 5 ที่หลุดไป ผมเคยบอกแล้วว่าอ่อนตั้งแต่ครั้งที่แล้ว น่าเห็นใจภรรยานายจองชัย เที่ยงธรรม” นายบรรหาร กล่าว

ผู้สื่อข่าว รายงานว่าสำหรับคะแนนเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อในจังหวัดสำคัญๆ พบว่า ที่ จ.สุพรรณบุรี ทั้ง 5 เขต คะแนนปาร์ตี้ลิสต์รวมพบว่าพรรคเพื่อไทยได้ 190,140 คะแนน ชนะพรรคชาติไทพัฒนาที่ได้เพียง 174,837 คะแนน

สำหรับ จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย ได้ 329,520 คะแนน ชนะพรรคภูมิใจไทยที่ได้ 226,500 คะแนน นอกจากนี้ จากการตรวจสอบรายเขตพบว่าคะแนนระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยชนะเกินครึ่ง หลายเขต ทิ้งห่างอีกหลายเขต มีเพียงเขต 1 และเขต 4 เท่านั้นที่พรรคภูมิใจไทยชนะพรรคเพื่อไทย

ภท.ทำใจไม่ได้สอบตกเยอะ

ผู้ สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทยว่า ในวันนี้ไม่มีแกนนำ ส.ส.เข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค ที่มาแถลงข่าวในช่วงเช้าด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ก่อนจะเดินทางกลับทันที ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังแกนนำคนสำคัญ โดยเฉพาะนายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งนายเนวิน กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่มีความเห็น ส่วนแกนนำคนอื่นบางคนปิดโทรศัพท์มือถือ

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้สมาชิกพรรคภูมิใจไทย ยังทำใจไม่ได้กับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น เนื่องจากการทำโพลของพรรคได้ทำโพลตามหลักวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ยังมีโพลจากหน่วยงานราชการ ซึ่งมีความใกล้เคียงกันมากว่าพรรคจะได้ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 70 ที่นั่ง ทำให้แกนนำพรรคระดมสรรพกำลังช่วยกันหาเสียงอย่างมาก แต่เมื่อผลเลือกตั้งออกมาทำให้ทุกคนผิดหวัง โดยเฉพาะอดีตรัฐมนตรีที่สอบตกเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนายศุภชัย โพธิ์สุ นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร และอดีตส.ส.เก่า ทำให้แกนนำเชื่อว่าคนกลุ่มนี้ประมาทเกินไป อีกทั้งยังวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะมีประชาชนใช้สิทธิ์จำนวนมาก ทำให้ตัวเลขผู้ใช้สิทธิ์ไม่ตรงกับผลโพลที่ทำขึ้นก่อนหน้านี้

แม้วหงุดหงิดโพล-ผิดทุกรอบ

ที่ สนามกอล์ฟมอนโกเมอรี่คลับ เอมิเรตส์ ฮิลล์ ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยได้คะแนนน้อย กว่าผลสำรวจของเอ็กซิทโพลว่า โพลผิดทุกรอบ เป็นอย่างนี้ทุกรอบ โพลทุกสำนักต้องหักปากกาทิ้งหลายรอบแล้ว ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ถือว่าผิดเยอะ ครั้งที่แล้วสมัยพรรคพลังประชาชน โพลบอกว่าเราได้ส.ส.กทม. 25 ที่นั่ง แล้วเอ็กซิทโพลบอกอย่างนั้น แต่พอผลเลือกตั้งออกมาเราเหลือ 10 ที่นั่ง

เมื่อ ถามว่าผลโพลที่ผิดเป็นเพราะผิดพลาดทางหลักวิชาการ หรือมีเงื่อนไขอะไรทำให้ผลเลือกตั้งเปลี่ยนไป พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่โพลทุกสำนักผิดหมด ไม่รู้เป็นอย่างไรเพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ อยากไปอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่เคยได้ไปสักที

เมื่อถามว่าเคยระบุว่ามีกระบวน การทุจริตคอร์รัปชั่นในการเลือกตั้งเยอะ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยระบุไว้ว่ามีหลายอย่าง อาทิ เรื่องบัตรเลือกตั้งที่ออกมากับคำอธิบายไม่ตรง ในที่สุดบัตรเสียเยอะมาก ไปดูบัตรเสียได้ เชื่อว่าเป็นบัตรที่กาพรรคเพื่อไทย ทำให้คะแนน ส.ส.หายไปดื้อๆ จำนวน 7-8 คน แต่ไม่เป็นไร ถือว่าแล้วไปแล้ว เป็นการเล่าสู่กันฟังว่ามีกระบวน การอย่างนี้อยู่ การใช้อำนาจรัฐมีอยู่ แต่ไม่อยากพูด เพราะมันจบแล้ว เอาไว้แก้ไขในอนาคต ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล อย่าให้มีอย่างนี้ เพื่อให้ประชาธิปไตยเป็นของประชาชนจริงๆ แต่ครั้งนี้เราเดินหน้า ไม่ถอยหลังแล้ว

เผย 8 เขตกทม.แพ้ชนะแบบสูสี

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่าสำหรับผลคะแนนในระบบเขตที่สูสีกันมาระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย ประกอบด้วย เขต 5 น.ส.ลีลาวดี พรรคเพื่อไทยได้ 38,206 คะแนน, น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ประชาธิปัตย์ 37,528 คะแนน เขต 10 นายชื่นชอบ คงอุดม พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 32,306 คะแนน, นายเฉลิมชัย จีนะวิจารณะ เพื่อไทย 30,596 คะแนน เขต 11 นายสุรชาติ เทียนทอง เพื่อไทย 27,843 คะแนน, นายสกลธี ภัททิยกุล ประชาธิปัตย์ 25,192 คะแนนเขต 16 นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ เพื่อไทย 48,690 คะแนน, นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ประชาธิปัตย์ 47,425 คะแนน เขต 17 นายวิชาญ มีนชัยนันท์ เพื่อไทย 42,450 คะแนน, นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ประชาธิปัตย์ 39,634 คะแนน เขต 18 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เพื่อไทย 39,058 คะแนน, นายสมัย เจริญช่าง ประชาธิปัตย์ 37,910 คะแนนเขต 26 นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ประชาธิปัตย์ 46,910 คะแนน, น.ส.นพสรัญ วรรณศิริกุล เพื่อไทย 45,092 คะแนน เขต 28 พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ ประชาธิปัตย์ 41,272 คะแนน, นายวัน อยู่บำรุง 1 เพื่อไทย 40,192 คะแนน

ปาร์ตี้ลิสต์กทม.-ปชป.ชนะ7หมื่น

ส่วน ผลคะแนน ส.ส. กทม.ในระบบัญชีรายชื่อมีพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่พรรคประชาธิปัตย์ 1,277,669 คะแนน พรรคเพื่อไทย 1,209,508 คะแนน พรรครักประเทศไทย 214,246 คะแนน พรรครักษ์สันติ 83,892 คะแนน และพรรคมาตุภูมิ 12,589 คะแนน

ที่ศาลาว่าการ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงผลคะแนนส.ส.ในพื้นที่กทม.ว่า ประชาชนยังมีความผูกพันกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่หลายเขตเลือกตั้งมีผลโหวตโนและบัตรเสียจำนวนมาก บางพื้นที่สูงถึงร้อยละ 12 น่าจะเป็นคะแนนของคนที่เคยลงให้พรรค ถ้านำคะแนนส่วนนี้มารวมกับคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ก็น่าจะสูงขึ้นมาก แต่ไม่เป็นไร ถือเป็นการตัดสินใจของประชาชน แม้คะแนนในพื้นที่กทม.จะยังมากอยู่ถึง 23 ที่นั่ง แต่ก็ลดลงจากแต่ก่อนที่เคยได้ 27 ที่นั่ง จาก 36 เขตในปี 2550 จากนี้ไปคงจะต้องระมัดระวังมากขึ้น ทำ งานให้หนักขึ้น ไม่ว่าคณะผู้บริหารกทม. ส.ส. ส.ก. และส.ข. ให้ประชาชนเห็นว่าคุ้มค่าแล้วที่เลือกเรามา คิดว่าคนกรุงเทพฯยังมั่นใจ ปชป.อยู่ตลอดไม่ได้ สำหรับรัฐบาลชุดใหม่ แม้ตนจะมาจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่พร้อมจะร่วมงาน ไม่ต้องกังวลว่าจะเล่นการเมือง ขอให้เชื่อใจ ตนทำเพื่อประชาชนและชาวกทม.อยู่แล้ว

จยย.เสื้อแดงวิ่งเย้ยหน้าปชป.

เมื่อ เวลา 12.35 น. หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงความรับผิดชอบที่พรรคได้จำนวนที่นั่งส.ส.น้อยกว่าการเลือกตั้ง เมื่อปี 2550 และได้เดินทางกลับบ้านพักซอยสุขุมวิท 31 ไปในช่วงก่อนเที่ยงแล้วนั้น ขณะที่แกนนำพรรคบางส่วน เจ้าหน้าที่พรรคและสื่อมวลชน ยังปักหลักอยู่เพื่อรอนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ที่มีข่าวจะเข้าที่ทำการพรรคนั้น ปรากฏว่าได้มีกลุ่มมอเตอร์ไซค์พร้อมคนซ้อนท้าย ลักษณะคล้ายเด็กแว้น 10 คัน สวมเสื้อสีแดงและหลากสี ถือธงแดงนปช. ป้ายพ่นสีแดงเบอร์ 1 พร้อมตีนตบ บีบแตรเสียงดังยาวแล่นมาบนถนนเศรษฐศิริ เมื่อผ่านหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ส่งเสียงโห่ร้องและตะโกนคำว่าเบอร์ 1 และเมื่อเคลื่อนผ่านไปสักพักหนึ่งได้ย้อนกลับมาผ่านหน้าที่ทำการพรรคอีก ครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.บางซื่อ ที่อยู่ประจำป้อม 2 นาย นั่งมองดูแต่ไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด

เทือกอารมณ์ค้างไม่เผาเมืองแน่

เวลา 13.20 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ซึ่งเดินทางเข้าที่ทำการพรรคเป็นครั้งแรก หลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยใช้กระบวนการเสื้อแดงซึ่งเป็นมวลชนจัดตั้งได้ผล โดยจัดตั้งทั่วถึงทั้งภาคอีสานและภาคเหนือตอนบน จึงสามารถกุมพระแสงได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ค่อยผิดหวัง เป็นพื้นที่ที่พรรคทำงานยากอยู่แล้ว แต่คิดว่าน่าจะได้มากกว่านั้น เดิมตั้งเป้า 10 คน เอาเข้าจริงเหลือ 4 คนซึ่งถือเป็นปัญหา ภาคเหนือเคยตั้งเป้า 21 คน กลับเหลือแค่ 13 คน แต่ในพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยไม่มีมวลชนจัดตั้งที่แข็งแรง เช่น ภาคใต้และกทม. พรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้คะแนน ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่กรรมการบริหารชุดใหม่ของพรรค ต้องไปทบทวนยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ตนต้องลาออกพร้อมหัวหน้าพรรค ผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ต้องรับผิดชอบตามวัฒนธรรมพรรค

เมื่อ ถามว่ายุทธศาสตร์พรรคที่ใช้ในการเลือกตั้งมีปัญหาหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า โทษใครไม่ได้ มีหลายปัจจัยประกอบกัน แต่มาถึงขั้นนี้ ทุกคนต้องยอมรับ พวกตนเป็นฝ่ายค้านก็ขอให้สบายใจว่า ไม่ลุกขึ้นมาเผาบ้านเผาเมืองเหมือนพวกเสื้อแดงหรือพรรคเพื่อไทย เราไม่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายเพราะมีวัฒนธรรมทางการเมือง จะปฏิบัติตามกติกา เป็นฝ่ายค้านที่แข็งแรง ตรวจสอบรัฐบาลอย่างมีวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ ไม่ใช่ใช้กฎหมู่นอกสภา

ผิดหวังคนไทยไม่เลือกมาร์คคนดี

นาย สุเทพ กล่าวถึงการเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ว่า ต้องจัดประชุมใหญ่ตามข้อบังคับพรรค นอกจากนายกรณ์ จาติกวณิช และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ตนเคยพูดว่าเหมาะสม ยังมีคนอื่นอีก เมื่อถามว่าถ้าเสนอชื่อกรรมการบริหารชุดเดิม จะกลับมารับตำแหน่งหรือไม่ นาย สุเทพกล่าวว่า ถ้าคิดรับแล้ว จะลาออกทำไม ต้องแสดงความรับผิดชอบ แต่นายอภิสิทธิ์มีความเพรียบพร้อมเป็นนายกฯที่ดีของประเทศ แต่เมื่อคนไม่เลือก ต้องยอมรับ นายอภิสิทธิ์เคยแจ้งให้ทราบแล้วว่าจะแถลงลาออกจากหัวหน้าพรรคในวันเดียวกัน นี้

“การแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ที่การจัดตั้ง การตลาด ซึ่งเขาโหมโฆษณาได้ดีมาก เหมือนกับสินค้าตัวใหม่ที่ไม่เคยออกตลาด โฆษณาเพียง 6 สัปดาห์ก็ติดตลาด เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุด” นายสุเทพกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม เอาใจช่วยให้น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯได้นานๆ ทำสิ่งดีๆให้กับบ้านเมือง อย่าเอาตัวอย่างที่ไม่ดีที่พี่ชายทำไว้ มาทำอีก

นายสุเทพ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์การทำโพลที่ผ่านมาว่า โพลที่ออกมาสอดรับกับการโหมกระแสโฆษณาของพ.ต.ท.ทักษิณ ตนออกมาเถียงอยู่เรื่อยๆ แต่เมื่อผลโพลออกมาผิดอย่างนี้ และตนแสดงความรับผิดชอบแล้ว บรรดาหัวหน้าสำนักโพลทั้งหลายควรแสดงความรับผิดชอบด้วยที่ทำให้สังคมสับสน หลงทาง ตนไม่อยากวิจารณ์อะไรมาก เมื่อแพ้แล้วต้องยอมรับ

เซ็งภท.แย่งเสียงปชป.ภาคกลาง

รายงาน ข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่า แกนนำพรรคประเมินถึงเหตุผลการแพ้ครั้งนี้ ว่า เพื่อไทยครองพื้นที่ภาคเหนือและอีสานได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีจำนวนส.ส. จำนวนมาก หากใครได้ส.ส.อีสาน 100 คน ก็สามารถฟันธงได้เลยว่าได้เป็นรัฐบาลอย่างแน่ นอน ทำให้พรรคภูมิใจไทยวางกลยุทธ์เจาะฐานอีสานของพรรคเพื่อไทยให้ได้ แต่เมื่อเข้าไปหาเสียงกลับถูกข้อหาร่วมมือกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สั่งฆ่า ประชาชน 91 ศพ ทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่สามารถเจาะฐานอีสานได้เลย และยังกลับมาแบ่งฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคกลางไปอีก ต่างนึกแค่ว่าต้องการจำนวนเสียงให้มากที่สุด โดยมีเป้าหมายว่าพรรคภูมิใจไทยรวมกับพรรคชาติไทยพัฒนาได้ 100 เสียงก็สามารถต่อรองร่วมรัฐบาลหรือตั้งรัฐบาลเองก็ได้ แต่เพื่อพลาดเป้าก็กลับมาแบ่งฐานของพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้แต่ละพรรคต้องประสบความพ่ายแพ้ให้พรรคเพื่อไทย

รายงานข่าวแจ้ง ว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ประเมินว่าสาเหตุที่ไม่สามารถเจาะอีสานและเหนือได้ เพราะทุกคนต่างจดจำกับการที่ต้อง ต่อสู้กับปัญหาของแพงที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนหลังของรัฐบาลมากกว่าเหตุการณ์ความรุนแรงใน การเผาบ้านเผาเมือง พรรคเชื่อว่าหากไม่มีปัญหา ของแพง คะแนนจะไม่ทิ้งห่างพรรคเพื่อไทยเท่านี้

“ฉายแสง-ตันเจริญ”สอบตกรูด

ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ผลการเลือกตั้งสมาชิก ส.ส.ฉะเชิงเทรา ทั้ง 4 เขต ปรากฏว่า ทั้งตระกูลฉายแสง และตระกูลตันเจริญ พากันสอบตกทั้ง 2 ตระกูล ซึ่งตระกูลฉายแสง 2 พี่น้อง นางฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.เขต 1 พรรคเพื่อไทย พ่ายแพ้แก่นายบุญเลิศ ไพรินทร์ อดีต ส.ว.ฉะเชิงเทรา จากประชาธิปัตย์ ส่วนนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีต ส.ส. เขต 4 พ่ายแพ้แก่ พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ จากพรรคประชาธิปัตย์ เช่นเดียวกับ เขตเลือกตั้งที่ 2 และที่ 3 ตระกูลตันเจริญ ของนายสุชาติ ตันเจริญ ที่มีสองพ่อลูกอดีต ส.ส. คือ เขต 2 ณัชพล ตันเจริญ อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย พ่ายแพ้แก่ นายสมชัย อัศวชัยโสภณ จากเพื่อไทย ส่วนเขต 3 พิเชษฐ์ ตันเจริญ บิดาณัชพล ตันเจริญ จากภูมิใจไทย อดีตส.ส. พ่ายแพ้แก่ นายรส มะลิผล พรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบคะแนนปาร์ตี้ลิสต์พบว่า พรรคเพื่อไทยได้ 160,227 คะแนน พรรคประชาธิปัตย์ 150,315 คะแนน ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้ 16,082 คะแนน

โคราชล้มช้าง-“สมชาย”พ่าย

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 ก.ค. มีการพลิกผันครั้งใหญ่เกิดขึ้นในหลายเขต อาทิ จ.นครราชสีมา เขต 5 นายโกศล ปัทมะ จากพรรคเพื่อไทย โค่นเจ้าของเก้าอี้เดิมคือ นายภิรมย์ พลวิเศษ จากพรรคภูมิใจไทย ลงได้ โดยนายโกศลเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ เป็นน้องชายของนายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัวของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ขณะที่เขต 6 นายสุชาติ ภิญโญ จากพรรคเพื่อไทย อดีตส.จ.แก้งสนามนาง ลูกเขยของเจ้าของโรงงานผลิตไอศกรีมช้างเผือกชื่อดังเมืองโคราชก็โค่นแชมป์ เก่า นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ อดีตส.ส.นครราชสีมา 3 สมัย จากพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ซึ่งเป็นเด็กของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ลงได้

ส่วน เขตเลือกตั้งที่ 11 นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ น้องชายนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ แรมโบ้อีสาน แกนนำนปช. เอาชนะนางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล เจ้าสัวแห่งโรงงานแป้งมันเอี่ยมเฮง อ.เสิงสาง แชมป์เก่าในเขตนี้ได้และเขต 13 นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ อดีตส.จ.ปากช่อง จากเพื่อไทย ก็เอาชนะพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีตส.ส.นครราชสีมา 7 สมัย ที่ย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาสวมเสื้อพรรคมาตุภูมิ ได้เช่นเดียวกัน

แดงนครพนมเขี่ย”ศุภชัย”ลุ่ย

สำหรับ พื้นที่ภาคอีสานที่มีการพลิกล็อกครั้งใหญ่คือ เขต 1 นครพนม ที่นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ “ครูแก้ว” อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ และอดีตส.ส.นครพนม 3 สมัย เจอทั้งกระแสและอิทธิฤทธิ์เสื้อแดงต้องพลาดท่าปราชัยให้นายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ จากพรรคเพื่อไทย หรือที่ชาวอ.ศรีสงคราม เรียกขานกันว่า กำนัน “ยูเอส” ซึ่งเป็นลูกชายนายอิทธิพล เรืองวรบูรณ์ อดีตส.ว.สรรหา ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่ง

นอกจากนี้ ในเขตเลือกตั้ง จ.สุรินทร์ ซึ่งพรรคภูมิใจไทย มั่นใจว่าจะกวาดได้ครบ 8 เขต แต่ปรากฏว่าชนะเพียงเขตเดียว คือ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ขณะที่อดีตส.ส.หลายคนที่ไปสมัครในนามพรรคภูมิใจไทยและชาติไทยพัฒนาสอบตกส่วน ใหญ่ แต่ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยสอบได้ยกแผงในอีก 7 เขต เขต 2 นางปิยะดา มุ่งเจริญพร เขต 3 นายคุณากร ปรีชาชนะชัย เขต 4 นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล เขต 5 นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เขต 6 จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ แกนนำเสื้อแดงสุรินทร์ โค่นนายธีรทัศน์ เตียวเจริญโสภา เขต 7 นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ และเขต 8 นายชูศักดิ์ แอกทอง ที่โค่นนายศุภรักษ์ ควรหา

ใช้สิทธิ์ร้อยละ74.84-บัตรเสียอื้อ

รายงาน ข่าวจากสำนักงานกกต. ถึงผลนับคะแนนเลือกตั้งส.ส.อย่างไม่เป็นทางการ ครบทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ว่า คะแนนจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 35,217,299 คน คิดเป็น 74.89 เปอร์เซ็นต์ มีบัตรเสียแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 2,020,435 ใบ คิดเป็น 5.74 เปอร์เซ็นต์ บัตรเสียแบบบัญชีรายชื่อ 1,711,401 ใบ คิดเป็น 4.86 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบัตรที่ไม่ประสงค์ลงคะแนนหรือโหวตโน แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1,421,219 ใบ คิดเป็น 4.04 เปอร์เซ็นต์ และแบบบัญชีรายชื่อ 972,312 ใบ คิดเป็น 2.76 เปอร์เซ็นต์

มีพรรคการเมือง 11 พรรค ที่ได้ส.ส. ดังนี้ พรรคเพื่อไทย 265 คน จากแบ่งเขต 204 คน บัญชีรายชื่อ 61 คน พรรคประชาธิปัตย์ 159 คน จากแบ่งเขต 115 คน บัญชีรายชื่อ 44 คน พรรคภูมิใจไทย 34 คนจากแบ่งเขต 29 คน บัญชีรายชื่อ 5 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 19 คนจากแบ่งเขต 15 คน บัญชีรายชื่อ 4 คน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน 7 คนจากแบ่งเขต 5 คน บัญชีรายชื่อ 2 คน

พรรค พลังชล(พช.) 7 คน จากแบ่งเขต 6 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน พรรครักประเทศไทย(ร.ป.ท.) 4 คนจากบัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ(มภ.) 2 คนจากแบ่งเขต 1 คน บัญชีรายชื่อ 1 คน พรรคมหาชน(พมช.) 1 คนจากบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่(ปธม.) 1 คนจากบัญชีรายชื่อ และพรรครักษ์สันติ(รส.) ได้ส.ส. 1 คนจากบัญชีรายชื่อ

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s