หุ้นพุ่ง48จุดรับ “เพื่อไทย”

กรุงเทพฯ : ตลาดหุ้นพุ่ง 48.80 จุด วอลุ่มกว่า 63,000 ล้าน โบรกฯชี้นักลงทุนรับเพื่อไทยชนะเลือกตั้งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จับตาทีมเศรษฐกิจ ด้านปลัดคลังย้ำรัฐบาลเดินหน้างบประมาณสมดุลปี 2558 หวังรักษาวินัยการคลัง

วานนี้ (4 ก.ค.) ตลาดปิดที่ 1,090.28 จุด เพิ่มขึ้น 48.80 จุด คิดเป็น 4.69% มูลค่าการซื้อขาย 63,110.36 ล้านบาท

นางสาวมยุรี โชวิกรานต์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการเลือกตั้งทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวในทิศทางบวก และการที่พรรคเพื่อไทยได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งทำให้ภาพของรัฐบาลชุด นี้มีเสถียรภาพแข็งแกร่ง ส่วนในช่วง 1-2 เดือนของการจัดตั้งรัฐบาลไม่น่ามีปัญหาใดๆ

โดยปัจจัยภายนอกประเทศคลายความกังวลไปมากทั้งปัญหาของกรีซและสหรัฐ อเมริกา ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลง คาดว่านักลงทุนต่างประเทศจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้งไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาท ภาพรวมตลาดน่าจะขึ้นได้ถึง 1,150 จุด แนะนักลงทุนซื้อหุ้นขนาดใหญ่ อาทิ หุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน สื่อสาร และอสังหาริมทรัพย์

นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง เนื่องจากนักลงทุนได้ผ่อนคลายกับหลายๆปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปัญหาหนี้สินของกรีซที่ได้รับเงินช่วยเหลือและ เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มดีขึ้น

สำหรับปัจจัยการเมืองภายในประเทศมองว่าผ่อนคลายลงไปบ้าง หลังพรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งจึงสามารถเป็นแกนนำจัดตั้ง รัฐบาลได้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง และยืนยันที่จะแก้ปัญหาความปรองดองด้วยการใช้คณะกรรมการชุดเดิมของรัฐบาล ก่อนในการศึกษาแนวทาง ส่วนเรื่องนิรโทษกรรมเป็นเรื่องของคณะกรรมการในการปรองดอง (คอป.) ที่จะต้องดูแล โดยแนะนำให้ถือเพื่อรอจังหวะขาย หากจะซื้อให้รอหลังพ้นข่าวดีไปแล้ว

ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังควรจะเป็นที่ยอมรับของ ทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งหวังว่าจะยังคงยึดนโยบายงบประมาณสมดุลใน 5 ปี หรือภายในปี 2558 และยืนยันว่างบประมาณในปี 2555 จะขาดดุลไม่เกิน 350,000 ล้านบาท เพื่อรักษาวินัยทางการเงินการคลัง แต่หากจะมีการกู้เงินเพิ่มจะต้องเป็นการลงทุนในโครงการสำคัญที่ยอมรับได้ และหวังว่ารัฐบาลใหม่จะเลือกบุคคลที่มีความรู้ เป็นที่ยอมรับในทุกระดับมาเป็นรัฐมนตรีว่าการการคลัง

สำหรับกรอบงบประมาณปี 2555 เดิมเป็นงบประมาณขาดดุลไม่เกิน 350,000 ล้านบาท เป็นสัญญาที่รัฐบาลและกระทรวงการคลังยึดตามวินัยการเงินการคลัง หากรัฐบาลชุดใหม่ต้องการเปลี่ยนแปลงคงต้องพิจารณาภาพรวมที่จะเกิดขึ้น และหากรัฐบาลใหม่จะจัดทำงบประมาณไม่สมดุลต่อไปเรื่อยๆ รายจ่ายประจำของรัฐบาลต้องควบคุมได้ ซึ่งปัจจุบันงบรายจ่ายประจำคิดเป็น 70% ของรายจ่ายทั้งหมด

ส่วนการปรับลดภาษีนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต้องพิจารณาจากภาพรวม ทั้งรายได้ของประเทศ การลดรายจ่ายด้านอื่นๆ ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ ซึ่งการที่จะลดภาษีไม่ใช่เกิดขึ้นทันที แต่ต้องดูทั้งโครงสร้างภาษีและต้องหารือในภาพรวม ซึ่งต้องดูข้อเท็จจริงในส่วนรายจ่ายและรายได้ทุกตัวด้วย

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s