ปัญหาไม่จบถ้าไม่ยอมรับกติกา

โดย พระพยอม กัลยาโณ

หลายฝ่ายออกมาแสดงความเห็นอยากให้บ้านเมือง เดินต่อไปได้ จึงมีการตั้งโต๊ะเสวนา มีทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายนักวิชาการ และฝ่ายนักธุรกิจ ประเด็นที่พูดกันก็จะเป็นเรื่องหลังจากการเลือกตั้งแล้วบ้านเมืองจะต้องกลับ มาเหมือนเดิม ไม่มีการก่อหวอดก่อม็อบขับไล่กันก่อน คือยอมรับในผลการเลือกตั้ง

ที่สำคัญพรรคการเมืองจะต้องไม่ปล่อยให้ลูกพรรคเข้าร่วมกับม็อบออกมา เคลื่อนไหวกดดันฝ่ายตรงข้าม ซึ่งหมายถึงรัฐบาล จะมาพูดภายหลังอย่างที่แล้วๆมาไม่ได้ว่า “ลูกพรรคเยอะคุมไม่อยู่ หรือเป็นการแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชน” ฉะนั้นจึงต้องควบคุมลูกพรรคตนเองให้ได้ หากคุมไม่ได้ก็ให้ลาออกจากการเป็น ส.ส. ของพรรค ไม่ใช่ปล่อยให้ไปขึ้นเวทีเรียกมวลชนมาถล่มฝ่ายตรงข้าม

อย่าได้ทำกันอย่างที่แล้วๆมา เพราะมันก็มีด้วยกันทั้งสองพรรคไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคเพื่อ ไทย ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าไม่ถูก ไม่ใช่การสู้กันในรัฐสภา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นการเล่นแบบแหกคอก นอกระเบียบ เหยียบกฎในระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างว่าทำในฐานะประชาชน แต่ในเมื่อยังมีอีกสถานะหนึ่งคือเป็น ส.ส. ของพรรคก็ควรจะต้องงด มันจะเป็นการแก้ตัวให้กับกิเลส และแก้ตัวให้กับพรรคพวกของตนเอง ถือว่าเป็นต้นแบบที่ไม่ดี อาตมาเชื่อว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้มันเริ่มมาจาก 1 และก็เป็น 2 เป็น 3-4-5 ตามลำดับ เมื่อมีพรรคที่หนึ่งทำ พรรคที่สองก็ทำบ้าง อ้างว่าพรรคที่หนึ่งทำได้ พวกตนก็ทำได้เช่นกัน และก็มีวาทกรรม มีเวทีที่ตั้งขึ้นมาเพื่อพวกพ้องตัวเองได้เช่นเดียวกัน และยังจะหาท่อน้ำเลี้ยงมาใช้ในการต่อสู้ได้เหมือนกัน

ดังนั้น พรรคการเมืองจึงต้องไม่ยอมให้ลูกพรรคไปขึ้นเวทีไหน ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก อย่ายอมให้ลูกน้องออกไปใช้วิชามารนอกทำเนียบนอกสภา เล่นกันตามท้องถนน ปิดถนน เพราะเรื่องอย่างนี้พอปล่อยให้ออกไปพูดกันมากๆเข้าก็จะมีคนคล้อยตาม คนพูดเองก็มัน สุดท้ายกลายเป็นการสร้างความแตกแยกกันระหว่างคนในสังคม โกรธกันแค้นกันอยากจะเอาคืนกันและกัน บ้านเมืองก็เลยสงบไม่ได้

สำหรับประชาชนก็ควรจะรู้ว่าหากใครที่เล่นนอกกฎนอกกติกา เราไม่ควรไปสนใจ เพราะจะทำให้ได้ใจ คิดกำเริบเสิบสาน คิดว่าทำถูก เพราะมีคนให้การสนับสนุน มันก็เป็นเพียงแค่ถูกใจพวกตัว ถูกใจสีตัว ถูกใจข้างตัวเท่านั้น แต่ประเทศเสียหาย เพราะมันไม่ถูกตามระเบียบแบบแผนที่บ้านเมืองควรจะได้รับความสงบ ได้รับความก้าวหน้า

เพราะฉะนั้นถึงเราจะแพ้แบบรู้กันอยู่ว่ามันเป็นวิชามาร แต่ก็จำต้องยอมไม่เลือกที่จะไปทะเลาะกับเขาอย่างเด็ดขาด เพราะทะเลาะไปก็มีแต่ความขัดแย้ง ไม่มีอะไรดีขึ้น

อีกเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ต้องยอมรับผลของการเลือกตั้ง หากใครแพ้แล้วยังอยากจะมีอำนาจ อยากจะได้เป็นรัฐบาล ไม่ยอมแพ้ อย่างที่เขาบอกว่าหวังพึ่งอำนาจพิเศษ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ยุ่งกันอีกประเทศไทย ไม่สงสารประเทศกันบ้างหรือที่ทำกันอย่างนี้ อย่าได้ฝืนกระแสประชาชน อย่าได้อยากมีอำนาจจนลืมความถูกต้อง ถ้าคิดได้อย่างนี้แล้วก็ขอให้ตัดสินใจมาท่องคาถาที่ว่า

“ยอมหยุดเย็น ยอมไม่เป็นมันก็เย็นไม่ได้”

บางคนพูดสวนทันทีว่าจะยอมให้คนชั่วได้อย่างไร การที่ไปอ้างว่าคนอื่นชั่วแล้วคิดว่าตัวเองดีที่สุดจะเป็นสิ่งที่ทำให้เหลิง ไปมองคนอื่นว่าชั่วแบบชนิดที่ไม่เห็นเขาเป็นคนก็เลยยิ่งทำให้เป็นการสร้าง ความแตกแยก และการพยายามใช้สำนวน ใช้โวหารอะไรในทำนองที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามดูไม่ดี ไม่ว่าจะคำว่า “ถอนพิษ” หรืออะไรก็ตามไม่เป็นการสร้างแนวทางปรองดองแน่นอน และสิ่งที่ต้องการจะถอนหากมันมีรากที่ลึกและมีคนไม่อยากให้ถอนก็จะเป็นสร้าง ความบรรลัยไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ฉะนั้นจึงขอให้ทุกฝ่ายระมัดระวังคำว่าคนแพ้แต่พรรคไม่แพ้กันไว้ด้วย เพราะจะทำให้ปัญหาไม่จบ และประเทศไทยก็จะก้าวต่อไปอย่างยากลำบากแน่นอน ไม่ว่าจะด้านประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ สังคม และเรื่องอื่นๆ ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะยอมให้กันบ้าง

เจริญพร

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 7 ฉบับ 317 วันที่ 2 – 8 กรกฏาคม 2554  พ.ศ. 2554 หน้า 25 คอลัมน์ พระพยอมวันนี้ โดย พระพยอ

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s