จับมือแล้ว-รัฐบาล5พรรค! ปูปึ้ก299เสียง


ชทพ.ชพน.พลังชล มหาชน-ถูกหวย มาร์ค-เทือกออก พร้อม19กก.ปชป. เปิดโผรมต.พท. ขุนค้อนปธ.สภา “โกวิท”คุมมั่นคง


ตั้งรัฐบาล – น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร จับมือฟอร์มทีมรัฐบาล 5 พรรค ประกอบด้วยเพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พลังชล และมหาชน ด้วยจำนวนส.ส. 299 คน ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค

ว่าที่นายกฯ หญิง”ยิ่งลักษณ์”เดินหน้าตั้งรัฐ บาล 299 เสียง ผนึกชาติไทยพัฒนา-ชาติพัฒนาฯ-พลังชล-มหาชน ย้ำชัดอีกไม่เอาภูมิใจไทย ปิดประตูงูเห่าสมศักดิ์-สรอรรถ ประกาศปรองดองเป็นภารกิจเร่งด่วน และแก้ปัญหาให้กับประชาชน “มาร์ค”ลาออกหัวหน้าปชป.รับผิดชอบพาพรรคแพ้เลือกตั้ง กก.บห. ต้องออกด้วยทั้งชุด “ขุนค้อน”มาแรงนั่งประธานสภา ทาบ”โกวิท วัฒนะ”รองนายกฯความมั่นคง ควบดูแลตร. “นิวัฒน์ธำรง”เลขาฯนายกฯ “เติ้ง” ต่อรองขอคุมกระทรวงเดิม พลังชลไม่อ้อมค้อมบอกชอบงานกีฬา-ท่องเที่ยว สื่อนอกพร้อมใจประโคมข่าวชัยชนะเพื่อไทย ชัยชนะทักษิณ และนายกฯหญิงคนแรกของไทย

กองเชียร์ปลอบใจ”มาร์ค”

เมื่อ เวลา 09.30 น. วันที่ 4 ก.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกจากบ้านในซอยสุขุมวิท 31 ด้วยรถฟอร์ด เอฟเวอ เรสต์ ฌฌ 1777 กรุงเทพฯ มายังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อมาถึงได้เข้าพูดคุยกับนางอาภรณ์ รองเงิน รองผอ.พรรค และนายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ส.ส.กทม. โดยนำสมุดรายชื่อและรูปผู้สมัครของพรรคมาดู จากนั้นโทรศัพท์ตรวจสอบผลคะแนนอย่างเป็นทางการด้วยสีหน้าปกติ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรค เข้ามาลูบแขนเพื่อปลอบโยนที่พรรคพ่ายแพ้เลือกตั้ง จากนั้นนายอภิสิทธิ์เดินทักทายเจ้าหน้าที่พรรคที่มามอบแจกันดอกไม้ให้กำลัง ใจ

เวลา 10.40 น. นายอภิสิทธิ์แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ที่ห้องแถลงข่าวของพรรคด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีว่า ขอถือโอกาสนี้เรียนประชา ชนทุกคน เมื่อคืนที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณประชา ชนจำนวนมากที่ให้กำลังใจตนและพรรค โดย เฉพาะผู้ที่ให้การสนับสนุนพรรคในการเลือกตั้ง ตนยังทำหน้าที่ส.ส.และเป็นสมาชิกพรรค ถ้า กกต.รับรองผลการเลืยกตั้งเรียบร้อย ถือเป็นหน้า ที่ที่จะเดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาชนอย่างเต็มความสามารถต่อไป โดยเฉพาะจุดยืนที่ประกาศไว้เมื่อวันที่ 3 ก.ค. คือต้องการเห็นบ้านเมืองสงบ จะเป็นฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ให้บ้านเมืองมีความสามัคคี แต่จะคัดค้านอย่างถึงที่สุดหากข้อเสนอใดทำลายหลักของบ้านเมือง ทำลายหลักนิติรัฐ

แถลงลาออกหัวหน้าปชป.

“ในฐานะหัว หน้าพรรค นำพรรคลงสู่สนามเลือกตั้งครั้งนี้ และเมื่อเทียบเคียงปี 2550 พบว่าพรรคได้คะแนนเสียงน้อยลง ได้ที่นั่งน้อยลง ผมคิดว่าการเป็นผู้นำที่ดีขององค์กรต้องแสดงความรับผิดชอบ วันนี้ผมได้ตัดสินใจจะลาออกจากหัวหน้าพรรค และเป็นหน้าที่ของพรรคซึ่งมีข้อบังคับและกระบวนการชัดเจนอยู่แล้วที่จะจัด ประ ชุมใหญ่ภายใน 90 วัน ผมขอขอบคุณสมาชิก ผู้สนับสนุนพรรค เพื่อนส.ส. เจ้าหน้าที่พรรคทุกคนที่ได้เหน็ดเหนื่อยให้การสนับสนุนการทำงานอย่างดีมา ตลอด ขอย้ำว่าผมยังเดินหน้าทำงานให้ประชาชนต่อไป แต่เป็นเรื่องของสมาชิกพรรคที่จะทบทวนแนวทางต่างๆ ของพรรคในช่วงที่ผ่านมาเพื่อเดินหน้าอย่างดีที่สุดสำหรับพรรค สำหรับบ้านเมือง ประเทศชาติ ผมขอขอบคุณสมาชิกทุกคนและประชาชนอีกครั้งสำหรับกำลังใจ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

กก.บห.พรรคพ้นสภาพไปด้วย

ผู้ สื่อข่าวถามว่าหากที่ประชุมใหญ่ของพรรคเสนอให้กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค จะรับหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ไม่ตอบ แต่เดินลงจากโพ เดียมแถลงข่าวทันที เมื่อพยายามถามว่าคณะกรรมการบริหารพรรคทั้ง 19 คน จะพ้นจากตำแหน่งด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “พ้นครับ” เมื่อถามว่ามีโอกาสกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ เพียงแต่ยิ้ม ก่อนตอบว่า อยู่ที่สมาชิกพรรค

จากนั้นนายอภิสิทธิ์เดิน กลับไปยังอาคาร 100 ปี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ด้วยสีหน้าผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งนี้ มีแกนนำพรรคหลายคนเข้ามาพูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ หลังทราบข่าวเรื่องการลาออก เช่น น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ นายวิทยา แก้วภราดัย นายกษิต ภิรมย์ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นายอิสรา สุนทรวัฒน์ และเมื่อนายอภิสิทธิ์เจอหน้านายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ได้แจ้งทันทีว่าแถลงข่าวลาออกแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนแถลงข่าว นายอภิ สิทธิ์พยายามโทรศัพท์แจ้งการตัดสินใจดังกล่าวต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค แต่นายชวนไม่ได้รับสาย

อภิรักษ์-กรณ์ชื่อโผแคนดิเดต

จาก นั้น 11.20 น. นายอภิสิทธิ์ออกจากพรรคโดยแจ้งว่าจะกลับไปพักผ่อนที่บ้าน วันที่ 5 ก.ค. จะเข้าไปยังทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากมีภารกิจอยู่ ซึ่งก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะขึ้นรถมีสมาชิกพรรคหลายคนเดินมาส่งและโผเข้ากอด บางคนถึงกับร่ำไห้

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์เปิดเผยว่า หลังจากผลเอ็กซิทโพลออกมา นายอภิสิทธิ์รวบรวมผลเอ็กซิทโพลทั้งหมดมานั่งเปรียบเทียบกัน และบอกกับแกนนำพรรคที่ร่วมลุ้นผลเลือกตั้ง ว่า แม้ว่าผลเอ็กซิทโพล จะไม่น่าเชื่อถือ แต่หากเจาะลงไปดูเฉพาะประชาธิปัตย์ พบว่าส่วนใหญ่จำนวนส.ส.อยู่ในช่วง 140-150 เสียง ไม่มีเคลื่อนไหวขึ้นลงเหมือนเพื่อไทย และเมื่อผล ออกมาค่อนข้างชัดเจนว่าประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้งอย่างหลุดลุ่ย แกนนำหลายคนต่างเข้าใจกันดีว่านายอภิสิทธิ์ต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แกนนำบางส่วนหารือกันว่า กรรมการบริหารพรรคน่าจะร่วมกันแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการรักษาผู้นำพรรคให้อยู่กับพรรคต่อไป ทั้งนี้ มีการพูดคุยกับนายกรณ์ จาติกวณิช และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่หลายฝ่ายมองว่ามีความเหมาะเป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรค แต่บุคคลทั้งสองต่างยืนยันว่ายังสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ต่อไป

แกนนำดัน”มาร์ค”คัมแบ๊ก

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า แกนนำพรรคนัดหารือกันช่วงสายวันเดียวกันนี้เพื่อแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว แต่นายอภิสิทธิ์ชิงแถลงลาออกเสียก่อน โดยไม่ได้แจ้งให้แกนนำพรรคคนใดทราบ เมื่อลาออกแล้วทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อบังคับพรรค คือต้องนัดประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อคัดเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหาร พรรคชุดใหม่ การประชุมครั้งนั้นจะมีผู้เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์กลับเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค อีกครั้ง ซึ่งแกนนำพรรคเชื่อว่านายอภิสิทธิ์ยังมีใจนักสู้ไม่ตัดสินใจทิ้งพรรค และจะรับเป็นหัวหน้าพรรคนำพรรคสู้ศึกอีก 1 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของการตั้งรัฐบาลเพื่อไทย ประชาธิปัตย์จะเปิดให้รัฐบาลใหม่ได้ทำ งานในช่วงฮันนีมูน แต่เชื่อว่าเหตุการณ์จะเริ่มตึงเครียดช่วงเดือนธ.ค. ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ประกาศว่าจะกลับมา โดยเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณ พยายามจะเอาเงิน 4.6 หมื่นล้านบาทคืนให้ได้ โดยใช้เงื่อนไขที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ และกอง ทัพมีส่วนสั่งฆ่าประชาชนมาแลกเปลี่ยน

สำหรับ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดปัจจุบันที่พ้นตำแหน่งไปพร้อมกับนาย อภิสิทธิ์ ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ นายกรณ์ จาติกวณิช นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายธีระ สลักเพชร รองเลขาธิการพรรค น.พ. บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นายทะเบียนพรรค ขณะที่กรรมการบริหารพรรค ได้แก่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสาธิต ปิตุเตชะ และนายวิรัช ร่มเย็น ส่วนนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ลาออกจากรองเลขา ธิการพรรคและเหรัญญิกพรรคก่อนหน้านี้แล้ว

นาย ชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ที่บ้านจ.ตรัง กรณีนายอภิสิทธิ์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า นายอภิสิทธิ์เป็นคนรักษาคำพูด ไม่พูดจาเหลวไหล พูดอะไรก็ทำอย่างนั้น ส่วนตัวยังมองว่านายอภิสิทธิ์เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป

ประยุทธ์งดสัมภาษณ์

ที่ สำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็นประธานวันสถาปนาสำนักงานตรวจสอบภายในทหารบก ครบ 33 ปี โดยมี พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ รองผบ.ทบ. พล.อ.พิเชษฐ์ วิสัยจร ผู้ช่วยผบ. ทบ.(1) พล.อ.ยุทธศิลป์ โดยชื่นงาม ผู้ช่วยผบ. ทบ.(2) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสธ.ทบ. และนายทหารระดับสูงเข้าร่วมงานพร้อมเพรียง โดยมีสื่อมวลชนจำนวนมากดักรอสัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองหลังจากพรรคเพื่อ ไทยชนะเลือกตั้ง แต่พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบข้อซักถามใดๆ โดยเดินทางกลับสำนักงานทันที มีเพียงเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขานุการกองทัพบก แจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ให้สัมภาษณ์ช่วงนี้ ให้จัดตั้งรัฐบาลเสร็จเรียบร้อยก่อน

ภท.ยอมรับสู้กระแสพท.ไม่ได้

ที่ พรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การที่ประชาชนลงคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทยจำนวนมาก เพื่อให้เข้ามาแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ และประชาชนให้โอกาสและไว้วางใจให้พรรคเป็นอันดับที่ 3 ถือว่าดีมากสำหรับพรรคเล็กอย่างภูมิใจไทย การที่พรรคไม่ได้คะแนนเสียงจากบุรีรัมย์ทั้งจังหวัด ไม่ได้เป็นการล้มเหลว ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พรรคได้รับความไว้วางใจหลายพื้นที่ ต้องยอมรับว่าทุกพรรคไม่ว่าพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่ ไม่สามารถสู้กระแสหลักของเพื่อไทยได้เลย

นาย ศุภชัย กล่าวว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรค ทราบผลคะแนนที่พรรคได้รับแล้วคือ 34 ตำแหน่ง แม้จะต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้คือ 70 ตำแหน่ง แต่พรรคยังยืนยันว่าพร้อมทำหน้าที่ ส.ส.เพื่อรับใช้ประชาชน แม้จะเป็นฝ่ายค้านก็ตาม ทั้งนี้ นายเนวินยอมรับผลคะแนน ไม่เครียด และต้องพูดคุยกันในพรรคเพื่อปรับการทำงาน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นขนาดรมต.ของพรรคทั้ง 3 คนยังสอบตก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้นัดแกนนำพรรค

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีข่าวว่ากลุ่มมัชฌิมาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน จะไปจับขั้วตั้งรัฐบาลกับเพื่อไทยนั้น ยังไม่ทราบและยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคชาติไทยพัฒนา ทั้งนี้การที่เพื่อไทยยิ่งได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนมากเท่าใด ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเพื่อไทยได้รับภาระหนักอึ้ง ต้องทำงานอย่างหนักให้สมกับที่ประชา ชนไว้วางใจ

เติ้งไม่รู้เรื่องพท.ทาบชทพ.

เมื่อ เวลา 10.30 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัว หน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีชาติไทยพัฒนาเข้าร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทยว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เพราะถูกเว้นวรรค 5 ปี ยุ่งเกี่ยวการเมืองไม่ได้ เพื่อไทยคงประสานหัวหน้าพรรค ตนไม่ได้ยุ่ง เท่าที่สอบถามหัวหน้าพรรคทราบว่าเพื่อไทยติดต่อมาตอนเย็นวันที่ 3 ก.ค. ส่วนรายละเอียดไม่ทราบชัดเจน


ลาออก – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรับผิดชอบต่อการได้ส.ส.จำนวนน้อยกว่าเดิม โดยมีผลต่อกก.บห.ยกชุด

เรียกเต็มปากนายกฯยิ่งลักษณ์

“เท่า ที่ดูจากข่าว จะตั้ง 4 พรรค คือ พรรคภูมิใจไทย เอ๊ย! ไม่ใช่ พรรคภูมิใจไทยเอาไว้ทีหลัง นายกฯ ยิ่งลักษณ์ไปออกว่าจับมือกับชาติไทยพัฒนา ผมก็ตกใจ อะไรกัน แต่หัวหน้าพรรคไปต่างประเทศ ผมตามตัวยุ่งทั้งคืน มีการเจรจากันบ้างหรือเปล่า ไม่มี เพียงแต่ผู้ใหญ่ในเพื่อไทยโทร.มาหาว่าเมื่อได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็คงไม่ขัดข้อง แต่ต้องขอมติพรรคอีกครั้ง เลยเป็นข่าวขึ้นมา แล้วคงไปทาบทามอีก 2-3 พรรค แต่ผมไม่เกี่ยว ไม่ได้ชี้แนะ” นายบรรหารกล่าว

ผู้ สื่อข่าวถามว่าชาติไทยพัฒนากับภูมิใจไทยยังเป็นพันธมิตรกันอยู่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าว ว่า ยังเป็นอยู่ แต่ได้บอกกับนายเนวิน ชิดชอบ ว่าต้องได้ 70 ที่นั่ง ไม่งั้นจะมีปัญหาแน่ในการตั้งรัฐบาล เพราะถ้า 70 บวกกับประชาธิปัตย์ 160 ที่นั่ง และชาติไทยพัฒนาอีก 20 ที่นั่ง ทุกอย่างก็จบตั้งรัฐบาลได้ นายเนวินยืนยันมากับตน แต่ทีนี้เหลือแค่ 34 คน มันคล้ายของเดิม ซึ่งได้ 160 บวก 34 เป็น 194 บวกอีก 20 แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฝ่ายโน้นเกิน 250 เสียงไปแล้ว ตั้งรัฐบาลได้แล้ว มันเป็นเดดล็อก

“ทำไม พระเจ้าให้การเมืองเป็นอย่างนี้เหมือนครั้งที่แล้วเมื่อปี 2550 ไม่มีผิด ตำราเดียวกันเลย ไม่รู้ใครเขียนมา ผมสังหรณ์ใจว่าขออย่าให้เป็นอย่างนี้ ขาดก็ขาดไปเลย แต่ในเมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ก็ต้องไปว่ากัน แต่ผมไม่ได้เกี่ยวใดๆ ทั้งสิ้น” นายบรรหาร กล่าว

ลูบหลังเนวินพยายามดึงร่วมรบ.

เมื่อ ถามว่าแสดงว่าไม่ได้เป็นไปตามสัญญาที่ให้ไว้กับภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น ต้องดูช่วงจังหวะเวลา แต่ยังไม่ทิ้ง พยายามดึงภูมิใจไทยไปว่าเขาจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ พูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้ทิ้ง เมื่อถามว่าเพื่อไทยออกแถลงการณ์ย้ำหลายครั้งว่าไม่เอาภูมิใจไทย นายบรรหาร กล่าวว่า บทเรียนมีมาแล้ว มีปัญหาก็พูดคุยเจรจากันได้ ที่ปรองดองกันไม่ได้เพราะปัญหาอย่างนี้ คนที่โกรธกันทะเลาะกัน ถ้าหันหน้าเข้าหากันก็ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น แต่ขึ้นกับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่าตอบรับได้แค่ไหน เราเสนอได้แต่อยู่ที่พรรคแกนนำว่าจะตอบรับแค่ไหน เรายังตอบไม่ได้ ต้องดูว่าทางโน้นจะโอเคหรือไม่ เราก็พูดคุยกันอยู่ ยิ่งตอนนี้เสียงมันไป 290 กว่า มันนิ่งแล้ว

เมื่อถามว่ารัฐบาลเกือบ 300 เสียงจะมั่นคงขนาดไหน นายบรรหาร กล่าวว่า ครั้งที่แล้วประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล 280 เสียง แต่ปัญหาอยู่ที่การคุมลูกพรรคให้อยู่ในสภาเวลาโหวตเรื่องสำคัญ แต่ถ้าจะให้ดีต้องมากกว่า 300 เสียง

หน้าตาครม.ขึ้นกับเพื่อไทย

ต่อ ข้อถามถึงภาพของครม.ชุดใหม่ นายบรร หาร กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นพรรคเสนอนายกันต์ เดอะสตาร์ ดีไหม เรื่องหน้าตาตอบไม่ได้ต้องให้นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคกลับมาก่อน เมื่อถามว่าโฉมหน้าครม.ภายใต้การควบคุมของนายกฯ หญิงจะเป็นอย่างไร นายบรรหาร กล่าวว่า ภาพลักษณ์คงไม่ได้อยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาล เพราะพรรคร่วมรัฐบาลเป็นเพียงซีกหนึ่งเท่านั้น แต่เสี้ยวใหญ่อยู่ที่เพื่อไทยว่าจะจัดกันอย่างไร อยู่ในตำแหน่งเหมาะสมหรือไม่ ตรงนี้สำคัญกว่า เพราะอย่างน้อยเพื่อไทยต้องควบคุมกระทรวงเศรษฐกิจ ไม่ปล่อยพรรคร่วมเอากระทรวงเศรษฐกิจแน่ ถ้ามาปรึกษาตนเป็นการส่วนตัวก็พร้อมแนะนำ แต่ถ้าไม่ปรึกษาก็จบ ตนคงไม่ต้องให้คำแนะนำอะไรมาก เพราะมีซือแป๋เก่งจะตายอยู่ที่โน่น

เมื่อ ถามว่าต้องชูเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลักหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ต้องเอาเรื่องความ ปรองดองเป็นหลัก ถ้าไม่มีตรงนี้เศรษฐกิจก็ไปไม่รอด เดี๋ยวเดินขบวน เดี๋ยวเสื้อสีโน่นสีนี่ออกมา ตนขอให้ทำเรื่องปรองดองก่อนและต้องเดินหน้า อย่าชักช้า มีความจริงใจ

ตกใจมาร์ค-เทือกโทร.มาหา

เมื่อ ถามว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิ การพรรคประชาธิปัตย์ โทรศัพท์มาหาบ้างหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตนจะนัดกินข้าวกับนายสุเทพ 1-2 วันนี้ เพราะบังเอิญวันที่ 2 ก.ค. ร้อยวันพันปีไม่เคยคุยโทรศัพท์กัน แต่วันนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โทร.มาหาทำเอาตกใจหวิดตกเก้าอี้ คุยกันถึงห้าทุ่ม กำลังนอนหลับนายสุเทพโทร.มาอีกทำเอาตนตื่นจากที่นอน จนนอนไม่หลับทั้งคืน ตนให้กำลังใจทุกคนไม่ว่าใครโทร.มาก็ให้กำลังใจทั้งนั้น ขอให้อดทน ได้รับชัยชนะ และตนยังถามนายอภิสิทธิ์ด้วยว่า แล้วนายกฯ ยุบสภาทำไม พวกตนลำบาก ถ้าอยู่จนครบเทอม งบประมาณผ่านสภาก็ค่อยยังชั่ว แต่ต้องมาแก้ไขมาจัดทำงบประมาณกันใหม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์บอกว่าขอให้เห็นใจเพราะไม่ไหวแล้ว

นายบรรหาร กล่าวอีกว่า ขอให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ โดยเฉพาะการปรองดองเป็นเรื่องสำคัญต้องเดินหน้าต่อไป แต่จะปรองดองในรูปใดค่อยมาพูดกันอีกที หากบ้านเมืองไม่มีความ ปรองดองก็ทำอะไรไม่ได้

แต่สายจาก”ทักษิณ”ยังเงียบ

เมื่อ ถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โทรศัพท์มาหาหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่มี โทร. มา 2 ปีมาแล้วไม่เคยพูดกันเลย เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่โทร.มาขอคำแนะนำเลยหรือ นายบรรหาร กล่าวว่า จะมาขอตนทำไม เพราะเขาเซียนอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ลาออกจากหัว หน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายบรรหาร กล่าวว่า ถ้าให้ตนเดา ขอเดาว่าเดี๋ยวประชาธิปัตย์จะมีมติเลือกนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค อีก ลาออกได้ก็กลับเข้ามาใหม่ได้ เพราะประชาธิ ปัตย์หาคนมาแทนลำบาก หรือจะให้นายสุเทพเป็นหัวหน้าพรรคแทนได้หรือไม่ แต่เดาว่าประ ชาธิปัตย์คงมีมติให้นายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัว หน้าพรรคอีก

ทักษิณชี้ภารกิจแรกปรองดอง

วัน เดียวกันที่สนามกอล์ฟมอนโกเมอรี่คลับ เอมิเรตส์ ฮิลล์ ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิ เรตส์(ยูเออี) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย ว่า จริงๆ 300 เสียงก็พอแล้ว ตอนนี้มีเพื่อไทยกับชาติไทยพัฒนา ถ้ารวมชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินเข้าไปด้วยยังเป็นเสียงที่มีเสถียรภาพอยู่ เพราะการที่รัฐบาลมีเสถียรภาพอยู่ที่วินัยของ ส.ส. ถ้ามีวินัยมาประชุมก็โอเค แต่ถ้าไม่มีวินัยถึงมีมากก็แย่

ผู้สื่อ ข่าวถามว่าต้องเพิ่มพรรคเล็กอีกหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องถามทางกทม. ตนอยู่ไกล ที่มาคุยตอนนี้เป็นการเชื่อมต่อเท่านั้น เมื่อส่งไม้ผลัดแล้วตนก็ไม่เกี่ยวแล้ว เมื่อถามว่าภารกิจหลักของรัฐบาลที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ควรมีอะไรบ้าง พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวว่า ภารกิจแรก ส่งเสริมเรื่องความปรองดอง ภารกิจที่ 2 พลิกฟื้นเศรษฐกิจ เริ่มต้นด้วยการลดราคาสินค้า เหมือนที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ประกาศไว้เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ภารกิจปรองดองเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำควบคู่ไปกับฟื้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่ทำทีละอย่าง

ผ่านแล้วผ่านไปไม่มีล้างแค้น

เมื่อ ถามว่าต้องดูแลเรื่องการเมืองเป็นพิเศษหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า การเมืองไม่น่ามีอะไร เมื่อเลือกตั้งเสร็จใหม่ๆ การเมืองน่าจะนิ่ง คงไม่มีอะไรช่วงนี้ มันเปลี่ยนไปจากคราวที่แล้ว ความรุนแรงของการต่อต้านอะไรลดละไปเยอะ อุณหภูมิลดไปเยอะ เมื่อถามว่าประเมินกองทัพด้วยหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ทุกฝ่ายลดไปเยอะ ที่ผ่านมาความพยายามต่อสู้เอาชนะมันเป็นเรื่องธรรมดาของการแข่งขัน เป็นธรรมดาของคนที่ไม่เชื่อว่าตนจะไม่ล้างแค้น จริงๆ ยืนยันได้ว่าเรื่องล้างแค้นไม่มี ความแค้นก็ไม่มี เป็นเรื่องผ่านมาก็ผ่านไป จบไปก็ไม่มีอะไร ใครจะมาคุยมาทักทายอะไรก็ยินดี ไม่ขัดข้อง แต่การทำงานร่วมกันต้องมีองค์ประกอบหลายอย่างตัดสินใจ

ถ้ากลับไทยแล้วไม่สงบ-ไม่กลับ

เมื่อ ถามว่าตอนเพื่อไทยหาเสียงว่าจะพา พ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะยังไม่กลับประเทศไทย ประชา ชนที่เลือกเพื่อไทยจะเข้าใจหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า การเอาตนกลับบ้านเป็นความตั้งใจของคนในเพื่อไทย แต่การกลับไม่กลับต้องไม่ไปซ้ำเติมความขัดแย้ง มันต้องเป็นการดับไฟความขัดแย้งมากกว่า นี่คือสิ่งที่สำคัญ

“ไม่ ใช่ว่าผมบอกว่าจะกลับ มันจะเป็นยังไง จะตีกันช่างมัน ผมอยากกลับ แต่ถ้ากลับไปแล้วไม่เกิดความสงบก็อยู่เมืองนอกต่อได้ ผมก็ไม่ได้เดือดร้อน” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

แนะประคองรบ.รอบ้าน 111

ต่อข้อถามว่าจาก นี้จะวางบทบาทตัวเองอย่าง ไร พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตนคงอยู่ห่างๆ หากรัฐบาลหรือน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องการคำปรึกษา ก็พร้อมให้คำปรึกษา ถ้าไม่อยากปรึกษาตนก็ทำมาหากินไปเรื่อย เดินทางไปเรื่อย เมื่อถามว่าตั้ง ครม.ต้องถามพ.ต.ท.ทักษิณก่อนหรือไม่ พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ไม่ต้องเลย อาจตั้งกันแล้วถามว่ารู้จักคนนั้นคนนี้หรือไม่ เพราะตนรู้จักคนเยอะกว่า อาจให้ข้อมูล แต่การตัดสินใจเป็นเรื่องของน.ส.ยิ่งลักษณ์และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย

เมื่อ ถามว่ายืนยันว่าจะไม่เข้ามายุ่งหรือก้าวก่ายการบริหารงาน พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ไม่ต้องเลย ตนไปทำมาหากินได้เลย ตอนนี้สบายใจแล้ว จบแล้ว สิ่งที่ห่วงชาวบ้านว่าที่ทำงานแล้วไม่เสร็จกลับถูกปฏิวัติ กลับมาตอนนี้มีคนสานต่อแล้ว คนมาดูแลชาวบ้านประชาชนแล้วถือว่ามาสานไม้ต่อแล้ว ถ้าเทียบกันแล้วเขาเก่งกว่าตนหลายอย่าง ละเอียดกว่า รอบคอบกว่า เข้าถึงเทคโนโลยีได้มากกว่า จับประเด็นเก่ง คิดเร็ว และทำงานหนัก ปัญหาอาจมีเรื่ององค์ประกอบของน.ส.ยิ่งลักษณ์มีไม่เท่าตน เพราะพรรคถูกยุบไป 2 รอบ จึงเป็นหน้าที่ต้องประคองไปจนกว่าเดือนพ.ค.ปีหน้า ที่พวก 111 จะได้กลับมาช่วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าที่พรรคเลือกน.ส.ยิ่งลักษณ์มาทำงานไม่ใช่ทางเลือกที่ผิด เพราะเท่าที่ได้รับเสียงตอบรับมากขนาดนี้ก็ถูกเกินครึ่งแล้ว เหลือแค่ทำงานให้ได้เท่านั้น

รายงานข่าวจากคนใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปฮ่องกงเพื่อเจรจาจัดตั้ง รัฐบาลนั้นไม่เป็นความจริง เพราะตั้งแต่วันที่ 3-5 ก.ค. พ.ต.ท.ทักษิณมีนัดให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศหลายสำนัก ทั้งนี้ ตลอดคืนวันที่ 3 ก.ค.มีชาวไทยและต่างประเทศทยอยเข้าพบจนถึงดึก

ยิ่งลักษณ์หารือจับขั้ว 4 พรรค

สำหรับ ความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าเก็บตัวพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน ซอยโยธินพัฒนา 3 ย่านบึงกุ่ม โดยมีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประ เทศจำนวนมากรอติดตามทำข่าว ขณะที่บริเวณหน้าบ้านมีตำรวจสน.ลาดพร้าว มาอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และดูแลความปลอดภัย ช่วงสายผู้บริหารบริษัทเอสซี แอสเสท เข้ามอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดี จากนั้นเวลา 12.00 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมายังโรงแรมเอสซีปาร์ค เพื่อรับประทานอาหาร และหารือกับแกนนำ 4 พรรคการเมือง


ยังอยู่”ดูไบ” – พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินเที่ยวและนัดให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในห้างดูไบมอลล์ นครดูไบ สยบข่าวลือซุ่มบินไปฮ่อง กงเพื่อบัญชาการจัดตั้งรัฐบาล”ยิ่งลักษณ์ 1″ เมื่อวันที่ 4 ก.ค.

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์เตรียมพื้นที่บริเวณลานจอดรถด้านข้างบ้านพักไว้รอง รับสื่อมวลชน โดยนำตู้คอนเทนเนอร์ติดตั้งเครื่องปรับอากาศไว้เป็นที่พักและที่ทำงานสำหรับ สื่อมวลชน

ชัดๆอีกครั้งไม่เอาภูมิใจไทย

ต่อมาเวลา 14.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัม ภาษณ์กรณีนายอภิสิทธิ์ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะเป็นเรื่องภายในประชาธิปัตย์ และถือเป็นเจตนา รมณ์ของนายอภิสิทธิ์

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลใหม่จะไม่มีพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ไม่มีค่ะ”

ปิดประตูงูเห่าสมศักดิ์-สรอรรถ

เมื่อ ถามว่ายืนยันตัวเลขรัฐบาล 299 เสียงใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า จนถึงวันนี้เราจบที่ 4 พรรค ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง และการหารือวันนี้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ได้ยื่นข้อเสนอเรื่องดึงภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาล เราคุยเฉพาะ 4 พรรคเท่านั้น

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหนที่จะดึงกลุ่มนายสม ศักดิ์ เทพสุทิน และนายสรอรรถ กลิ่นประทุม จากภูมิใจไทยเข้าร่วมรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้พรรคพูดเรื่องเจตนา รมณ์และอุดมการณ์ระหว่างเพื่อไทยกับภูมิใจไทยไปแล้ว เมื่อถามว่าการตั้งรัฐบาลพ.ต.ท. ทักษิณ ได้ให้คำปรึกษาหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า ไม่ได้ให้คำปรึกษา

ตั้งรบ. 5 พรรค 299 เสียง

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นที่ห้องพระรามเก้า ชั้น 6 โรงแรมเอสซี ปาร์ค น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมด้วยแกนนำเพื่อไทยนัดหารือแกนนำ 4 พรรค ประกอบด้วย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พลังชล และมหาชน เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ต่อมานายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพายัพ ชินวัตร แกนนำภาคอีสาน นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ทีมเศรษฐกิจ และนายวิทยา บุรณศิริ อดีตเลขา ธิการพรรค เดินทางมาถึง ตามด้วยคณะของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน นำโดยน.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล และร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ ซึ่งพูดคุยกับแกนนำเพื่อไทยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเล็กเหนื่อยจริงๆ เหนื่อยมาก กระแสพรรคใหญ่มาแรงมากจริงๆ

จากนั้นนายเชาว์ มณีวงษ์ หัวหน้าพรรคพลังชล พร้อมด้วยนายวิทยา และนายอิทธิพล คุณปลื้ม เดินทางเข้ามาถึง ตามด้วยพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา และนายธีระ วงศ์สมุทร และนายอภิรัตน์ ศิรินาวิน หัวหน้าพรรคมหาชน ซึ่งเป็นพรรค 1 เสียงที่ได้ร่วมรัฐบาล รวมเสียงส.ส.ทั้งหมด 299 เสียง

จาก นั้นเวลา 12.05 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ร่วมรับประทานอาหารกับแกนนำพรรคต่างๆ ที่ห้องพระราม 9 ชั้น 6 โดยนั่งร่วมโต๊ะกับแกนนำ 5 พรรคด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง เมนูอาหารประกอบด้วยออร์เดิร์ฟ กุ้งทอด หูฉลาม ปลานึ่ง หมี่ผัด ขณะที่ห้องอาหารจีน ชั้น 1 ของโรงแรม แกนนำคนสำคัญของว่าที่พรรคร่วมรัฐบาลมารับประทานอาหารเพื่อร่วมสังเกตการณ์ ประกอบด้วย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายวราเทพ รัตนากร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แกนนำเพื่อไทย และนายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำพลังชล

เปิดแถลงภารกิจเร่งด่วน

หลัง จากรับประทานอาหารเสร็จ น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมด้วยแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พลังชล ขึ้นเวทีแถลงข่าว ยกเว้นแกนนำพรรคมหาชนนั่งอยู่ด้านล่างเวทีกับแกนนำเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์แถลงว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนสำหรับทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนและทุกพรรคการเมืองที่ทำให้การเลือก ตั้งผ่านไปอย่างสมบูรณ์ ตนและแกนนำ 5 พรรค แสดงเจตนารมณ์ที่สอดคล้องกันในการเข้ามาทำงานบริหารประเทศ แก้ไขปัญหาให้พี่น้อง สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือ รอผลของกกต.อย่างเป็นทางการก่อน ลำดับถัดไปแต่ละพรรคที่เราเชิญมาทั้งหมด รวมแล้วเลขสวยอยู่ที่ 299 เสียง คิดว่ามีเสถียร ภาพพอ จากนี้พรรคจะเข้าไปดูเรื่องข้อกฎหมายและข้อบังคับพรรคเพื่อเตรียมแถลงอย่าง เป็นทางการอีกครั้ง

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมือง คือ 1.ทำอย่างไรให้ประเทศชาติก้าวไปสู่ความสามัคคีปรองดอง ทุกพรรคเห็นตรงกันว่าต้องวางนโยบายนี้ในการพูดคุยกับทุกภาคส่วน เบื้องต้นมอบหมายคณะกรรมการอิสระค้นหาและตรวจสอบความจริงเพื่อความ ปรองดอง (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ทำงานร่วมกับคณะทำงานจาก 5 พรรค และทีมคณะกรรมการอิสระที่จะแต่งตั้งเพิ่ม 2.จะจัดงานเฉลิมฉลอง 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 3.พลิกฟื้นเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นโดยเร็ว โดยเฉพาะปัญหาสินค้าและค่าครองชีพ และ 4.ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้กลับคืนมาโดยเร็ว รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ ในการขับเคลื่อนประเทศเดินต่อไป

ให้อิสระกก.ปรองดองทำงาน

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์กล่าวอีกว่า ประเด็นคอร์รัปชั่นเป็นอีกปัจจัยที่เป็นปัญหา ต้องมีแนวทางและนโยบายขจัดเพื่อให้เกิดความโปร่งใส การทำ งานของนักการเมืองสามารถตรวจสอบได้และมีความชัดเจน ตนและพรรคเพื่อไทยจะนำวิสัยทัศน์ที่เคยหาเสียงเมื่อ 1 ก.ค. รวมถึงนโยบายทั้งหมดมาหารือร่วมกับทุกพรรคเพิ่มเติม เป็นแผนการทำงานและฟื้นฟูแก้ปัญหาให้ประชาชน หวังว่าเจตนารมณ์ของ 5 พรรคการเมืองจะมีความมุ่งมั่นในการทำงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะผลักดัน นโยบายความ ปรองดองให้เป็นวาระแห่งชาติหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องทำงานต่อไปเพื่อเร่งรัดเรื่องนี้ ขณะนี้ได้ตอบรับในเรื่องเร่งรัดค้นหาความจริง ส่วนนโยบายปรองดองวันนี้หารือแล้ว ทุกคนเห็นตรงกันและนั่งคุยกันเพื่อให้เข้าใจสอดคล้องในนโยบายตรงกัน ส่วนคณะกรรมการจะต้องทำให้ชัดเจน ภาคการเมืองจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว อยากให้คณะกรรมการทำงานอย่างอิสระ ซึ่งจะทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด พล.ต.สนั่นมีส่วนเริ่มตั้งแต่ต้น คงเข้ามามีส่วนร่วมช่วยผลักดันให้เกิดความปรองดองโดยเร็วที่สุด เบื้องต้นเราอยากให้กรรมการชุดนี้เป็นอิสระและทำงานอย่างเป็นธรรมที่สุด

เลิกประกันราคาใช้รับจำนำข้าว

เมื่อ ถามว่าจะสามารถปรองดองกันได้หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ทุกคนในชาติมีความรักความหวงแหนประเทศชาติ อยากเห็นประเทศก้าวไปข้างหน้า เมื่อถามถึงการจัดตั้งครม.ใช้เวลานาเท่าไหร่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า หลังจากที่ มีการแต่งตั้งจากสภา หลักการอะไรที่เป็นประ โยชน์ต่อประชาชน พรรคไม่มีเจตนายกเลิก แต่จะคงไว้และต้องดูว่าอะไรบ้างที่ควรปรับปรุงให้ดีขึ้นจึงจะเข้าไปแก้ไข โดยหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ต่อข้อถามถึงนโยบายเศรษฐกิจ เรื่องราคาสินค้า รวมถึงนโยบายรับประกันราคาข้าวของรัฐบาลที่แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดสินค้าแต่ละประเภท เช่น ข้าว เราจะนำระบบรับจำนำกลับมา ส่วนผลไม้ต้องดูไปตามฤดูกาล แต่จะทำให้สินค้าเป็นไปตามกลไกของตลาด จะดูตั้งแต่ต้นทุนการผลิตและการผูกขาด และขอเข้าไปทำงานก่อนโดยมีทีมเศรษฐกิจศึกษาเรื่องงบประมาณ ถ้าส่วนใดเป็นงบที่ไม่จำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้จ่ายก็ต้องปรับปรุง แต่สิ่งใดที่ต้องผลักดันเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต้องดำเนินการต่อ

รมต.มีความสามารถตามกระทรวง

เมื่อ ถามถึงโควตารมต.กำหนดสัดส่วนอย่าง ไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นทางการจะชี้แจงเรื่องครม.อีกครั้ง รอให้ประกาศอย่างเป็นทางการก่อน แล้วทุกพรรคคงต้องหารือกันภายใน ส่วนครม.จะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถตรงตามแต่ละกระทรวง เพราะการบริหาร จะดูที่ผลงานเป็นหลัก เมื่อถามว่าการตั้งรมต.ต้องฟังเสียงคนเสื้อแดงด้วยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวย้ำว่า ต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและดูที่ผลการบริหารงาน

เมื่อ ถามว่าการทำงานร่วมกับกองทัพจะเชิญพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาร่วมทำงานด้วยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ขอทีละสเต็ป ตอนนี้เร็วเกินไปที่จะคุยเรื่องเหล่านี้

ไม่มีนโยบายทำเพื่อคนๆเดียว

เมื่อ ถามว่ามั่นใจรัฐบาล 299 เสียงจะมีเสถียร ภาพแค่ไหน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เสียงของเพื่อไทยเกินกึ่งหนึ่งอยู่แล้ว เชื่อว่ามีเสถียรภาพในการบริหารประเทศ แต่เราต้องการผู้มีความรู้ความสามารถมาร่วมกันแสดงเจตนารมณ์เพื่อแก้ปัญหา ประเทศ เมื่อถามถึงแนวทางนิรโทษกรรม น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า พรรคแถลงจุดยืนไปแล้วว่าไม่มี ปล่อยให้คณะกรรมการคอป.ดำเนินการอย่างอิสระ พรรคไม่มีนโยบายทำเพื่อคนๆเดียว

ด้านน.พ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญเข้าร่วมรัฐบาล พรรคยินดีตอบรับคำเชิญด้วยเหตุผล 3 ข้อ 1.เพื่อไทยได้ที่นั่งเกินครึ่งในสภา มีความชอบธรรมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเห็นด้วยที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ 2.พรรคเคยร่วมงานกับไทยรักไทยในอดีต สามารถทำงานร่วมกันได้ 3.มีนโยบายสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ร่วมถึงร่วมแก้ปัญหาเศรษฐกิจร่วมกัน

ขณะที่นายเชาว์ กล่าวว่า เหตุผลที่เข้าร่วมรัฐบาลสอดคล้องกัน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และสร้างความปรองดอง ซึ่งความปรองดองเป็นหัวใจสำคัญในการทำงานเพื่อประเทศชาติ

พลังชลไม่อ้อมค้อมชอบกีฬา

จาก นั้นน.พ.วรรณรัตน์ ให้สัมภาษณ์หลังการแถลงข่าวว่า ครั้งนี้เป็นการหารือจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น ยังไม่ได้พิจารณารายละเอียดการจัดรมต. กระทรวงต่างๆ คงหารือในโอกาสต่อไป ส่วนการต่อสายเพื่อชวนเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ผู้ใหญ่ในเพื่อไทยติดต่อมา ส่วนระยะเวลาจัดตั้งรัฐบาลนั้น คงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่าหลังเลือกตั้ง ในเวลา 1 เดือนต้องเปิดสภา คงจะแต่งตั้งประ ธานสภา รองประธานสภา รวมถึงนายกฯ ส่วนการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้เชื่อว่าการปรองดองจะเกิดขึ้น

นาย เชาว์ ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวพรรคพลังชลสนใจงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬาว่า พลังชลมีความสามารถและประสบการณ์หลายด้าน ทั้งด้านอุตสาหกรรม และการขนส่ง เพียงแต่เรามีประสบการณ์เรื่องกีฬา ขณะนี้นายวิทยา คุณปลื้ม แกนนำพรรค เป็นนายกสมาคมกีฬาด้วย

หนั่นการันตีเสถียรภาพมั่นคง

ผู้ สื่อข่าวถามว่าจำนวนส.ส. 7 คนของพรรคจะต่อรองตำแหน่งรมต.อย่างไร นายเชาว์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุย วันนี้เป็นเพียงการหารือตั้งรัฐบาล พลังชลไม่มีข้อแม้ มีเพียง 1 ข้อที่ต้องทำคือเรื่องความปรองดองสมานฉันท์ ให้ประเทศเดินหน้าไปได้เท่านั้น เมื่อถามว่าเห็นด้วยกับกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ นายเชาว์ กล่าวว่า ต้องดูความหมายว่าหมายถึงใคร หากหมายถึงนิรโทษกรรมของทุกคนที่ทำกรรมต่างๆไว้ ก็เห็นด้วย เพื่อให้บ้านเมืองอยู่ได้ โดยการให้อภัยทาน

ขณะที่พล.ต.สนั่น ให้สัมภาษณ์ว่า เสียงพรรคร่วม 299 เสียงถือว่ามีเสถียรภาพมั่นคง ครม.จะเป็นผู้แทนทั้งหมดก็ไม่เป็นไร เมื่อถามว่าชาติไทยพัฒนาได้กี่กระทรวง พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เมื่อถามว่าพลังชลต้องการดูแลด้านการท่องเที่ยวและกีฬาเหมือนกับชาติไทย พัฒนา พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่รู้เหมือนกัน เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อให้ลำดับถัดไป เลื่อนขึ้นมา โดยเฉพาะนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ แกนนำพรรคที่สอบตกงวดนี้ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เอาไว้คุยกันทีหลัง

ไม่ได้ทิ้งภท.แต่มันจบแล้ว

เมื่อ ถามว่านายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุจะพยายามดึงภูมิใจไทยร่วมรัฐบาลด้วย พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เพื่อไทยประกาศไปแล้ว ปัญหานี้คงไม่ต้องพูดแล้ว อย่างไรก็ตามนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค คงจะไปพูดคุยกับภูมิใจไทยว่ามีความจำเป็นอย่างไร ไม่ได้ทิ้งเพื่อน ไม่ได้ผิดสัญญา นักการเมืองเขาเข้าใจกันดี ทั้งนี้ การนิรโทษกรรมอย่าไปพูดถึงเลย ถ้าปรองดองได้ทุกอย่างในประเทศอะไรก็อภัยกันได้หมด ความเป็นธรรมทั่วถึงกัน การเหลื่อมล้ำอยู่ในเรื่องของการปรองดองทั้งสิ้น ยืนยันว่าเพื่อไทยไม่เสนอนิรโทษกรรมแน่

ต่อข้อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะ มีโอกาสกลับประเทศไทยหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการปรองดองจะพิจารณา ส่วนตัวคิดว่าทุกอย่างต้องเสมอภาค และมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่อยู่ๆจะนิรโทษกรรม เป็นไปไม่ได้

เผยที่มา 1 เสียงมหาชนส้มหล่น

รายงาน ข่าวจากพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า สำหรับ 1 เสียงของมหาชนที่ได้เข้าร่วมรัฐ บาลเพื่อให้เสียงเป็น 299 เสียงนั้น นอกจากจะเป็นตัวเลขที่สวยแล้ว ยังเพิ่มความมั่นคงมากยิ่งขึ้น โดยมีที่มาที่ไปคือพล.ต.สนั่นขอร้องแกนนำเพื่อไทย เนื่องจากมหาชนเป็นพรรคที่พล.ต.สนั่นก่อตั้งขึ้นมา แล้วมอบหมายนายอภิรัต ศิรินาวิน ที่มีความใกล้ชิดสนิทแนบแน่นดูแลรักษาพรรค ขณะที่พล.ต.สนั่นเข้ามาสังกัดชาติไทยพัฒนา ขณะที่นายอภิรัตถือเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เรียนจบปริญญาโท เลือกตั้งที่ผ่านมาก็ทำคะแนนเสียงได้มากจนพรรคได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง เหนือกว่าพรรคที่มีนักการเมืองชื่อดังเป็นหัวหน้าพรรคหลายคน

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับตำแหน่งรมต. ของชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินนั้น น่าจะได้รมต. 1 ตำแหน่ง แต่คงไม่ได้กระทรวงพลังงานที่เคยดูแลอยู่เดิม ทั้งนี้แกนนำพรรคจะต่อรองส่งคนเข้าไปเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจใหญ่ๆ ด้วย

เติ้งต่อรองขอคุมกระทรวงเดิม

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการหารือของแกนนำ 5 พรรคที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค พล.ต.สนั่นเข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่พรรค นานประ มาณ 30 นาที โดยมีนายธีระ วงศ์สมุทร ร่วมหารือด้วย และภายหลังแถลงข่าวร่วมกันน.ส.ยิ่งลักษณ์ นายธีระกลับมาที่พรรคเพื่อรายงานผลการหารือกับแกนนำเพื่อไทยและพรรคร่วม อื่นๆ ต่อนายบรรหาร

รายงานข่าวจากแกนนำชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า ชาติไทยพัฒนาที่มี 19 เสียงขอรมต. กระทรวงเดิมทั้งหมด ได้แก่ รองนายกฯ รมว. เกษตรและสหกรณ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา รมช.คมนาคม นอกจากนี้พล.ต.สนั่นยังต่อรองขอรมช.สาธารณสุขอีก 1 ตำแหน่ง แต่อย่างไรก็ตามการตัดสินใจขึ้นกับพรรคเพื่อไทย เพียงแต่ชาติไทยพัฒนายื่นเงื่อนไขเข้าไปเท่านั้น

หนั่นส่งลูกยอดเป็นรมต.แทน

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า เบื้องต้นแกนนำเพื่อไทยตอบรับให้ตำแหน่งรองนายกฯ รมว.เกษตรฯ และรมช.คมนาคม ขณะที่พล.ต.สนั่นแจ้งกับนายบรรหารว่าจะไม่ขอรับตำแหน่งในรัฐบาลชุดนี้ โดยขอให้นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรชาย ได้โควตาเป็นรมต.แทน ทั้งนี้หากชาติไทยพัฒนาได้ดูแลกระทรวงเกษตรฯอีกครั้ง นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ มีโอกาสนั่งเก้าอี้เดิมต่อไป ส่วนนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค มีแนวโน้มขึ้นเป็นรองนายกฯ อย่างไรก็ตามชาติไทยพัฒนายื่นขอแลกตำแหน่งรองนายกฯ เป็น 2 รมช. รวมโควตาที่ได้คือ 1 รมต.กับ 3 รมช. ขณะนี้อยู่ระหว่างต่อรองกับทางเพื่อไทย

เติ้งส.ส.หดสั่งปรับฮวงจุ้ยพรรค

ผู้ สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากผลเลือกตั้งออกมาชาติไทยพัฒนาได้ส.ส.ลดลง นายบรร หารสั่งปรับฮวงจุ้ยที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนาทั้งหมด โดยถอนต้นปาล์มบริเวณด้านหน้าพระตำหนักเดิมของพระองค์เจ้าอัพพันตรีประชา ที่ตั้งของร้านกาแฟพรรค พร้อมจัดทำพิธีขอขมาในวันที่ 7 ก.ค.นี้ โดยมีความเชื่อตามหลักฮวงจุ้ยว่าต้นปาล์มที่อยู่หน้าอาคารถือเป็นเรื่องไม่ ดี เป็น การขัดขวางสิ่งดีๆ ที่จะเข้ามา อีกทั้งการปลูกไว้ต้นเดียวเปรียบเหมือนปักธูปขนาดใหญ่หน้าบ้าน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง นายบรรหารสั่งปรับฮวงจุ้ยแล้วครั้งหนึ่ง โดยติดตั้งน้ำพุและให้เปิดตลอดเวลา เพื่อนำเรื่องดีๆ มาสู่พรรค รวมทั้งปรับทัศนียภาพโดยรอบ

ขณะที่ รายงานข่าวจากพลังชลที่มี 7 เสียง ระบุว่า พรรคสนใจตำแหน่งรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา โดยอ้างว่าเป็นงานถนัด และแกนนำพรรคเคยดูแลงานกระทรวงนี้ รวมถึงเป็นนโย บายของพรรคที่ใช้หาเสียง

ชพน.ขอพลังงานของเดิม

ทาง ด้านพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ซึ่งน.พ. วรรณรัตน์ นั่งรมว.พลังงานอยู่แล้ว ก็แสดงความจำนงขอดูแลกระทรวงพลังงานต่อไป โดยอยู่ระหว่างเจรจาต่อรองกับทางเพื่อไทย

นิวัฒน์ธำรงจ่อเลขาฯนายกฯ

ใน ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย มีรายงานข่าวว่า ตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ น่าจะเป็นนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล หรือชื่อเดิมนิวัฒน์ บุญทรง อดีตผู้บริหารเครือชินคอร์ป ที่พ.ต.ท.ทักษิณไว้เนื้อเชื่อใจมาก โดยนายนิวัฒน์ธำรงเป็นผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 21 พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งนี้และได้รับเลือกตั้ง

“ขุนค้อน”มาแรงปธ.สภา

สำหรับ ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ชื่อที่มาแรงคือนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตรองประธานสภา เจ้าของฉายา”ขุนค้อน” โดย พ.ต.ท.ทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และแกนนำเพื่อ ไทย ต้องการผู้ที่ไว้วางใจได้ มีความหนักแน่น มั่นคงต่อพรรค และมีชั้นเชิงทันเกมในสภาเพื่อรับมือกับฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายสมศักดิ์มีคุณสมบัติเหล่านี้ ทั้งนี้พ.ต.ท. ทักษิณเคยมีบทเรียนในการตั้งนายชัย ชิดชอบ เป็นประธานสภา เมื่อเกิดงูเห่าภูมิใจไทย นายชัยย้ายไปอยู่กับขั้วประชาธิปัตย์ ทำให้การทำงานและขับเคลื่อนในสภาเสียเปรียบทันที แม้เพื่อไทยจะมีส.ส.มากที่สุดในสภาขณะนั้นก็ตาม

โกวิท วัฒนะคุมมั่นคง-ชัจจ์ยธ.

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า แกนนำเพื่อไทยได้ทาบทามพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตผบ.ตร. และอดีตรองนายกฯ สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และอดีตรมว.มหาดไทย สมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเป็นรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ควบคู่กับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ส่วนรายชื่อบุคคลที่มีโอกาส เป็นรมต.ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แก่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก มีชื่อเป็นแคนดิเดตรมว.มหาดไทย เพราะทั้งหมดต่างทุ่มเทให้กับพรรคในการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะพล.ต.อ.ประชาสามารถนำผู้สมัครได้รับเลือกตั้งยกจังหวัดอุดรฯ อย่างไรก็ตามพล.ต.อ. ประชายังมีลุ้นเป็นรองนายกฯดูแลความมั่นคงเช่นกัน ขณะที่ร.ต.อ.เฉลิมแสดงความจำนงขอเป็นรมว.มหาดไทยอีกครั้ง หลังจากเคยเป็นสมัยรัฐบาลนายสมัคร

พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีตผบช.ก. ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเหมือนปิดทองหลังพระให้กับพรรคมานาน ได้รับรางวัลเป็นรมว.ยุติธรรม

สำ หรับรมว.กลาโหม มีหลายตัวเก็ง อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมคนปัจจุบัน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผบ.สส. พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี อดีตผบ.หน่วยอากาศโยธิน เพื่อนเตรียมทหาร รุ่น 10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. เพื่อนเตรียมทหารของพ.ต.ท.ทักษิณเช่นกัน ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนก.ย.นี้ อย่าง ไรก็ตามตำแหน่งแกนนำเพื่อไทยเห็นตรงกันว่าต้องได้รับการยอมรับทั้งฝ่ายการ เมือง และผบ. เหล่าทัพ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากระทบต่อรัฐบาล อย่างไรมีกระแสข่าวว่าหากตำแหน่งนี้มีปัญหาในการหาผู้เหมาะสม น.ส.ยิ่งลักษณ์อาจควบรมว. กลาโหมเอง โดยใช้ภาพความปรองดองประสานงานกับกองทัพ

โอฬาร-ยงยุทธ-ณัฐวุฒิติดโผ

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกระทรวงเกรดเอ โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงการคลัง นายโอฬาร ไชยประวัติ มีแนวโน้มนั่งรมว. ส่วนรมช.มีชื่อนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ โดดเด่นที่สุด กระทรวงพาณิชย์มีชื่อนายคณวัฒน์ วศินสังวร กระทรวง คมนาคมมีชื่อนายสันติ พร้อมพัฒน์ อดีตรมว. คมนาคม

ขณะที่รม ว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นตัวเก็ง นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค ที่มีความอาวุโสและทุ่มเททำงานหนักให้พรรคมาตลอด จะได้รับตำแหน่งรองนายกฯ ส่วนกระทรวงที่อาจนำคนนอกมารับตำแหน่ง คือ กระทรวงการต่างประเทศ

นอกจากนี้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็มีโอกาสเป็นรมต. ในฐานะตัวแทนคนเสื้อแดง

วัน เดียวกัน นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตแกนนำไทยรักไทย คนสนิทพ.ต.ท.ทักษิณ เปิดบ้านในหมู่บ้านเกศินีวิลล์ให้อวยพรวันคล้ายวันเกิด โดยมีกลุ่มว่าที่ส.ส.ภาคเหนือ อีสานและ ภาคกลางของเพื่อไทย และข้าราชการกระทรวงคมนาคมบางส่วนที่เคยร่วมงานในสมัยเป็นรมว.คมนาคมมาร่วม อวยพร

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s