“ปู” ไม่พูดเรื่องพี่ชาย ลั่น อีก 9 ปีคนไทยหายจน ลดดีเซล2.2บาทเบนซิน 6-7บาท 1 มค.ปีหน้าลดภาษี

 

 



              
เวทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทย ณ  ราชมังคลากีฬาสถาน ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนัก   เมื่อ เวลา 19.05 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นเวทีปราศรัย  โดยการอ่านตามสคลิปเป็นระยะๆ   ว่า     เรามาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว เป็นโค้งสุดท้ายที่พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่น นำประเทศก้าวไปข้างหน้า พร้อมนำเสนอแนวทางแก้ไปประเทศ แม้จะมีบางคนกล่าวหาว่า ไม่ตนและพรรคไม่ปรารถนาดีต่อประเทศชาติและสถาบัน ซึ่งทำให้รู้สึกปวดร้าว เพราะไม่เป็นความจริง เราไม่ต้องการโต้เถียงทางการเมือง แต่จะใช้สติปัญญา เราไม่เครียดแค้นชิงชัง ใช้ความรักและความเข้าใจในการพัฒนาประเทศ ในวันนี้ขอนำเสนอนโยบายของปี 2010 หรือ พ.ศ.2563 ซึ่งอีก 9 ปี

 

วันนี้ไม่ต้องถามว่าจะทำงานการเมืองทำอย่างไร แต่ต้องถามว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้พี่น้องจะได้ประโยชน์ นั่นคือการเป็นประชาธิปไตย ซึ่งหมายถึงการเคารพเสียงส่วนใหญ่ ให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจว่าจะเลือกใครมาบริหารประเทศ

 

ช่วงเวลา 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ปูเดินทางหลายพันกิโล มีทั้งเหนื่อยและมีความสุข อบอุ่น และได้รับความจริงใจ จากพี่น้องประชาชน เป็นชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป แต่เป็นกำลังใจให้ปูทุกวัน แม้แขนสองข้างจะเหนื่อยจะถูกดึง แต่ถูกดึงด้วยความรัก แม้ผิวจะคล้ำดำ แต่หัวใจพองโตไปด้วยความรัก ปูต้องถือโอกาสกราบขอบคุณพี่น้อง และ ผู้สมัคร ส.ส.ที่ให้ปูได้พบคนทุกเพศทุกวัย ทุกศาสนา ขอบคุณสื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวมาตลอด เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน เราจะได้ร่วมกันตัดสินใจ และร่วมอุดมการณ์กัน จะไม่ทำให้พี่น้องผิดหวัง หากได้รับเลือกเป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทยและปูจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้ทันที และจะไม่ทำให้เสียสถิติความรวดเร็วเมื่อครั้งที่พรรคได้เคยสร้างไว้
สิ่งแรกที่จะทำคือการแก้ปัญหาค่าครองชีพ ด้วยการยกเลิกกองทุนน้ำมัน โดยราคาน้ำมันเบนซิน 95 ลดลง 7.5 บาทต่อลิตร, เบนซิน 91 ลดลง 6.7 บาทต่อลิตร และดีเซล ลดลง 2.2 บาทต่อลิตร เพราะทราบดีว่าราคาน้ำมันเป็นเรื่องใหญ่ เป็นต้นทุนของทุกประเภท จะให้พี่น้องมาแบกภาระได้อย่างไร

นอกจากนั้นจะสำรวจราคาสินค้า ต้นทุนการผลิต ป้องกันการผูกขาด ให้ราคาเป็นธรรมกับผู้ซื้อและผู้ขาย ทั้งไข่ น้ำมันปาล์ม เป็นต้น นอกจากนั้น จะเรียกส่วนราชการทุกส่วน เตรียมเม็ดเงินให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว เริ่มตั้งแต่ระบบการรับประกันสุขภาพ ให้มียาดีรักษาได้ มีโรงพยาบาลทั่วถึง มีการจัดระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ให้รอนานอีกต่อไป

 

พรรคเพื่อไทย มีนโยบายแก้ปัญหายาเสพติด มอบนโยบายเร่งด่วน โดยจะประสานให้ทหารเปิดโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง เพิ่มการตรวจจับโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ความรู้โดยศึกษาธิการ สร้างความร่วมมือกับเพื่อนบ้าน ที่สำคัญเร่งฟื้นฟู สถาปนาประเทศต่างๆ ให้สัมพันธ์กลับคืนมา

 

นอกจากนี้ ในวันที่ 1 ต.ค.ปีนี้ พรรคเพื่อไทยจะเร่งทำการจัดกองทุนตั้งตัวได้ จังหวัดละ 100 ล้านบาท เตรียมสำรวจบัตรเครดิตการ์ดเกษตรกร นำระบบจำนำข้าวกลับมาใช้ในเดือน พ.ย.นี้  จะออกบัตรเครดิดการ์ดพลังงาน ให้ผู้รับจ้างขับมอเตอร์ไซค์วิน ตุ๊กๆ และแท็กซี่ แจกจ่ายคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตพีซี ให้เด็กๆ ออกแบบเขื่อนกั้นทะเล ชวนนานาประเทศร่วมกันแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตร จะทำให้มีเม็ดเงินเหลือเพื่อไปกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอื่น

 

วันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า จะทำการปรับลดภาษีนิติบุคคล ให้เหลือ 23 เปอร์เซ็นต์ ปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น 300 บาท เงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท ออก กฎหมายคืนภาษีผู้ซื้อรถยนต์และบ้านหลังแรก พร้อมจัดสรรเงินทุนให้กองทุนหมู่บ้านชุมชนละ 1 ล้านบาท

 

“มีหลายอย่างที่เราทำพร้อมกัน ยอมรับว่าหนักมาก เพราะเราช้าไป 5 ปี มีสิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือ สร้างความสามัคคีของคนในชาติ จะมอบหมายให้  คณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ ( คอป.)   ที่มี นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ได้ทำงานตรวจสอบความจริงต่อไป และพร้อมจะเพิ่มอำนาจ หน้าที่ให้ คอป. ด้วย และที่สำคัญ ตนและพรรคเพื่อไทยจะไม่เข้าไปแทรกแซงโดยเด็ดขาด ขณะเดียวกันจะเชิญผู้ที่มีความรู้ ในเรื่องกฎหมายมหาชน มาร่วมกันคิดเพื่อหาทางปฏิรูปกฎหมายซึ่งจะทำให้คนไทยได้รับการยอมรับและ เชื่อถือจากนานาประเทศ ก้าวสู่ คำว่า ทรัสต์ และคอนฟิเดนท์ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่ทั่วโลกใช้กัน

 

หากเราทำได้ตามที่วางไว้ ในอีก 9 ปีข้างหน้าจะทำให้ได้เห็นความแข็งแรงของคนไทยในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านเศรษฐกิจ ด้านจิตใจ ด้านสุขภาพ ด้านปัญญา ความก้าวหน้าด้านการเกษตร มีเมืองใหม่กระจายทั่วประเทศ ความเจริญกระจายไปยังจังหวัดต่างๆ มีนักท่องเที่ยวมาไทย 30 ล้านคนต่อปี เป็นเมืองสวรรค์ของชาวต่างชาติ เป็นศูนย์กลางการเงินของเอเชีย เป็นศูนย์กลางผลิตอาหารโลก รวมทั้งศูนย์กลางการบินเอเชีย และยังจะเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาของโลก เชิญชวนชาวพุทธประกอบพิธีกรรมทางศาสนาร่วมกัน แต่ส่งเสริมทุกศาสนา

 

“อีก 9 ปี คนไทยจะหายจน เพราะเราจะมีปัจจัย 4 ครบสมบูรณ์ เพียงแค่ขอโอกาสให้ผู้หญิงคนนี้ได้รับใช้ เพียงขอโอกาสให้ได้ถือธงในการสร้างความปรองดอง และสามัคคีของคนในชาติ ขอโอกาสพลิกฟื้นเศรษฐกิจ นำความภาคภูมิใจของไทยคืนมา เพราะเราบอบช้ำมาถึง 5 ปี ขอโอกาสนำคนไทยร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดี เพื่อถวายเป็นกำลังพระราชหฤทัย ว่าเรารักกัน เราไม่ทะเลาะกันแล้ว ถึงเวลาแล้ว ที่ประเทศจะมีแต่ความสงบ ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ ใช้กฎหมายที่เท่าเทียมกัน มีสามัคคีปรองดอง คนไทยทุกคนจะมีที่ยืนร่วมกันได้ ประเทศไทยจะมีอนาคตที่ยั่งยืน ถึงเวลาที่ประชาชนจะเป็นผู้กำหนดอนาคตประเทศไทย”
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์มติชน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s