นักแสดง-นักเล่าข่าว

จากคลิป‘นิรุตติ์’ถึงเฟซบุ๊ค‘กนก’

ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวขนาดกลางๆแต่ถูกขยายเป็นข่าวใหญ่ผ่านทางสื่อมัลติมีเดียค่ายหนึ่ง ซึ่งคนในสังคมค่อนข้างรับรู้ชัดเจนว่าเชียร์การเมืองฝ่ายใด โดยมักจะอวดอ้างว่าเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะคนอ่านข่าวเล่าข่าวบางคนที่เก็บอาการไว้ไม่ค่อยอยู่ให้ผู้ชมทางหน้า จอได้เห็นอยู่เสมอ และมักจะใส่อารมณ์โดยแสดงออกทางภาษากายอยู่บ่อยครั้ง ได้นำคลิปการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเมืองของนายนิรุ ตติ์ ศิริจรรยา นักแสดงชื่อดัง ซึ่งถูกเปิดเผยโดยผู้ใช้นามแฝงว่า nowheremanmofo ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบ มาขยายวงให้กว้างขึ้น

เนื้อหาในคลิปเป็นการแอบถ่าย.. มีเสียงชายคนหนึ่งเอ่ยถามไปยังนักแสดงรุ่นใหญ่ว่ารู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับ เรื่องการเมืองในช่วงเลือกตั้ง? ซึ่งเขาได้แสดงความคิดเห็นในทำนองว่ารู้สึกเบื่อหน่าย..

“..เลือกเข้ามาจะไปเลือกอะไรใคร กลับเข้ามาก็หน้าเดิมๆทั้งนั้น ..พวกที่ยุแหย่ยุยงคนให้เอาน้ำมันมาคนละลิตร..แล้วก็มาเผาบ้านเมืองกัน เกิดความเดือดร้อนกัน ..”

ทันทีที่มีการโพสต์คลิปนี้และมีการขยายวงข่าว ทำให้มีผู้เข้าชมมากขึ้นทางสื่อออนไลน์ นายนิรุตติ์ต้องออกมายืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องในการโพสต์นำไปเผยแพร่ และในระหว่างพูดคุยไม่ทราบว่าถูกแอบบันทึกไว้

โดยนายนิรุตติ์ได้กล่าวว่า สิ่งที่ปรากฏในคลิปเป็นความคิดเห็นกว้างๆของเขา และยืนยันในความเป็นกลาง

“อยากให้คนอื่นๆได้รับฟังคำวิจารณ์บ้าง..สำหรับเรื่องการเลือกตั้งผมคง พูดอะไรที่ไม่เป็นกลางไม่ได้ ตามความรู้สึกของผม คุณจะชอบใครรักใครก็ได้ จะเลือกใครก็ได้ แต่อย่าใช้ความรู้สึกชอบเพียงอย่างเดียวในการเลือก”

จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ความเห็นของนายนิรุตติ์ก็ต้องถือว่าเป็นความคิดเห็นของนักแสดงคนหนึ่งที่อาจ เหมือนหรือแตกต่างกับความเห็นของดารานักร้องนักแสดงหรือประชาชนคนอื่นๆได้ เช่นกัน เพราะคนไทยทุกคนหรือแม้แต่ดารานักร้องนักแสดงล้วนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดง ความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้

ประเด็นที่น่าฉุกคิดคือ.. ทำไมความคิดเห็นของนายนิรุตต์จึงถูก “นำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง” โดยสื่อมวลชนมืออาชีพเสียเอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ แทบจะทันทีที่มีการเผยแพร่ทางโลกไซเบอร์ โดยนายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรรายการโทรทัศน์เครือเนชั่น ได้นำมาขยายวง เริ่มต้นก็ยังพอแนบเนียนไปกับเหตุการณ์ว่าทำไมปล่อยให้คลิปหลุด แต่แล้วก็เก็บอาการไม่อยู่ โดยตั้งถามคำถามชี้นำนายนิรุตติ์ว่า “คุณนิรุตติ์ยังยืนยันแนวความเห็นที่ปรากฏอยู่ในคลิปไหม? (กรณีมีการเผาบ้านเผาเมือง)”

เป็นความพยายามอีกครั้งของนายกนกหรือไม่ที่จงใจลากนายนิรุตติ์ไปเป็นพรี เซ็นเตอร์เลือกข้างทางการเมืองฟรีๆ นายกนกกำลังฉวยโอกาสใช้นักแสดงมืออาชีพเป็นเครื่องมือทางการเมือง แปลง “ความคิดเห็น” ของดารานักแสดงคนหนึ่ง ชักจูงให้คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็น “ข้อเท็จจริง” หรือไม่?

เพราะคำพูดในคลิปมีเนื้อหาเฉพาะที่ตัดออกมาสั้นๆในคลิปนั้น ชัดเจนว่ามีคุณมีโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทางการเมืองอย่างชัดเจน ทั้งที่เป็นเพียง “ความคิดเห็น” ทางการเมืองของคนคนหนึ่งเท่านั้น

“คนพูด” ไม่ทราบว่าจะถูกนำไปโพสต์

“คนนำไปโพสต์” (อ้างว่า) ไม่ได้ตั้งใจเอาไปโพสต์ ทำไปเพราะชื่นชอบ

แต่ “คนที่ (ชอบอวดอ้างว่า) เป็นสื่อมืออาชีพ” นี่สิ! เขารู้ เขาตั้งใจหรือไม่?

ความคิดเห็นของนักแสดงรุ่นใหญ่มีความแตกต่างกันอย่างไรกับเนื้อหาในเฟซ บุ๊คของนายกนก ซึ่งมักจะวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลอย่างเผ็ดร้อนตลอดมาในเฟซบุ๊ค “Kanok Ratwongsakul” ของเขา ย่อมแสดงให้เห็นชัดว่าเขายืนอยู่ตรงไหน ฝ่ายไหน

ตัวอย่างในหัวข้อ “อย่าให้พวกเผาเมืองยึดประเทศไทย” มีเนื้อหาระบุว่า

“..ต่อสู้ตามระบอบ แพ้ในสภาแล้วจึงออกมายึดถนน ยึดสี่แยก โจมตีองคมนตรี มีบางคนจาบจ้วงสถาบันบนเวทีชุมนุม ประจวบเหมาะกับมีเว็บไซต์ลบหลู่สถาบันมากมาย มีใบปลิวอ่านผวนคำกลับมาก็เห็นชัดเจนว่าด่าทอสถาบันรุนแรง! ชายชุดดำฆ่าทหาร! ลอบยิงเอ็ม 79 ฆ่าตำรวจ ประชาชน

ไม่น่าเชื่อว่า 2 เหตุการณ์ทำลายชาติใน 2 ปีที่ผ่านมา กำลังผ่านไปเหมือนเกิดอัคคีภัยธรรมดาๆ ลำพังแค่แกนนำราว 20 คนที่ยุให้คนเผาบ้านเผาเมือง..กำลังจะได้เป็น ส.ส. ก็ยากจะทำใจแล้ว แต่นี่..เรากำลังจะได้รัฐบาล ได้นายกฯ ที่รู้ทั้งรู้ว่าเขาทำเพื่อคนคนเดียว เพื่อคนในตระกูลเดียวเท่านั้น?!?”

อาจไม่มีความแตกต่างระหว่าง “คลิปหลุดนิรุตติ์” กับ “บันทึกเฟซบุ๊คกนก” เพราะต่างก็เป็นการแสดงความคิดเห็นที่ทุกคนมีสิทธิพูดหรือแสดงออก

แต่ที่แตกต่างกันคือ ในขณะที่คลิปของนิรุตติ์เป็นการแสดงความคิดเห็นที่หลุดออกไปโดยเจ้าตัวไม่ ได้ตั้งใจ แต่การนำคลิปไปขยายเป็นเครื่องมือทางการเมืองด้วยความเป็นสื่อมวลชนอาชีพ นั้น ทำโดยเจตนาและมีอคติหรือไม่

จะเหมือนกับครั้งนั้นที่นายกนกโหมจุดกระแสคำว่า “อย่ามาเหวง” ขึ้นในสังคมออนไลน์เพื่อลดความน่าเชื่อถือของคนเสื้อแดงในช่วงเดือนเมษา-พฤษ ภา 2553 และดูเหมือนจะได้ผลในช่วงเวลานั้น

หากสังคมยอมปล่อยให้การแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของดารานักแสดงที่นั่งคุย กันสองคนในที่ส่วนตัวกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดี และถูกนำไปขยายผลในการกล่าวหาทางการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างไรก็ได้โดยสื่อมวล ชนที่ไร้จรรยาบรรณ ลองจินตนาการดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น และเชื่อจริงๆหรือว่าดารานักแสดงคนอื่นๆจะมีความคิดเห็นทางการเมืองแบบเดียว กับนายนิรุตติ์?

เบิร์ด ธงไชย, โน้ส อุดม, บี้ เดอะ สตาร์ ฯลฯ ใครต่อใครที่ต้องอยู่ในอาชีพที่ให้รู้ว่าเลือกข้างไม่ได้ เขาจะกล้าบอกมั้ยว่าคิดเหมือนหรือคิดต่างจากนิรุตติ์

ยังไม่นับสมบัติ เมทะนี, แซม ยุรนันท์, บรู๊ค ดนุพร, โด่ง อรรถชัย, กล้วย เชิญยิ้ม, นาถยา แดงบุหงา, อี้ แทนคุณ, ตั้ว ศรัณยู ฯลฯ ที่เขาเหล่านี้แสดงตัวชัดเจนกันหมดแล้ว

แม้แต่ล่าสุด 5 องค์กรธุรกิจและ 2 เครือข่ายองค์กรสื่อ (สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ) ยังต้องออกมาร่วมกันแถลงการณ์เรื่อง “ก้าวข้ามความรุนแรงสู่สังคมปรองดอง” โดยเสนอข้อเรียกร้องไปยังพรรคการเมืองและนักการเมืองให้ยอมรับผลเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้

ทั้งที่ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเครือข่ายองค์กรสื่อเหล่านี้ไม่เคย ประกาศตนต่อต้านการรัฐประหาร 2549 เลย ตรงกันข้ามยังแสดงท่าทีออกนอกหน้าอย่างชื่นชม และโดดเข้าไปรับตำแหน่งจากการแต่งตั้งจากคณะรัฐประหารเสียด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ตาม หากมองโลกในแง่ดี ต้องยอมรับว่าการคิดกลับตัวกลับใจได้ในวันนี้ แม้อาจจะสายเกินไปบ้างก็ดีกว่าไม่คิดจะทำอะไรเลย

สมาคมองค์กรสื่อได้แสดงท่าทีและประกาศออกมาเป็นทางการแล้วเพื่อก้าวไปสู่ความปรองดอง

มีแต่พวกนักเล่าข่าวมืออาชีพจำพวกผีเจาะปากมาพูดไม่กี่ร่างเท่านั้นที่คอยแต่จะสร้างความร้าวฉาน และไม่ยอมไปผุดไปเกิดเสียที!

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s