อุดมการณ์ราษฎร์ประสงค์ โดย กาหลิบ

http://democracy100percent.blogspot.com/

คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?

เรื่อง อุดมการณ์ราษฎร์ประสงค์

โดย กาหลิบ

หลังการฆาตกรรมประชาชนในบริเวณแยกราชประสงค์เมื่อ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ จนประชาชนได้เปลี่ยนชื่อสถานที่นั้นในใจจาก “ราชประสงค์” มาเป็น “ราษฎร์ประสงค์” ไป แล้ว ฐานะของสถานที่นั้นก็ไม่เหมือนเดิมอีก ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของราษฎร์ประสงค์เกิดขึ้นมากลางเมือง จะมีคนไทยอีกหลายรุ่นหลายสมัยควานหาความหมายและความลึกซึ้งของราษฎร์ประสงค์ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับถนนราชดำเนินและอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาก่อน

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจเล่นเกมการเมืองกับเรื่องนี้และในบริเวณนี้ โดยไปตั้งเวทีปราศรัยทางการเมืองและอ้างว่าจะเผย “ความจริง” เกี่ยว กับเหตุการณ์นี้ สิ่งแรกที่เกิดขึ้น โดยยังไม่ต้องพูดอะไรแม้แต่คำเดียว ก็คือปลุกเร้าความโกรธแค้นชิงชังให้กับเพื่อนฝูงและญาติพี่น้องร่วม อุดมการณ์ของผู้สูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ ณ ราษฎร์ประสงค์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๓ สักขีพยานทุกท่านรู้ความจริงอยู่เต็มอกเพราะเขาเผชิญภัยมาด้วยตนเอง เขาไม่ต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังการนองเลือดครั้งนั้นมา สรุปเหตุการณ์ที่ตรงข้ามกับสิ่งที่เขารู้และประจักษ์แจ้งอยู่ในใจ

การกระทำเช่นนั้นย่อมสร้างความรู้สึกว่าถูกเหยียดหยาม ดูถูก และกดหัวประชาชนหนักขึ้นไปอีก

ประชาธิปัตย์ทำเพราะต้องการยั่วยุให้เกิดปะทะกลางเมือง หรือเพราะได้ “เตรียมเหตุการณ์” เพิ่ม สีสันเอาไว้แล้วอย่างไรเราคงไม่รู้ได้ ฝ่ายประชาธิปไตยเองก็คงมีสติมากพอที่จะไม่ติดเบ็ดล่อตื้นๆ สิ่งที่หลายคนกลัวเกรงก็คงจะไม่เกิดขึ้นจากฝ่ายเสื้อแดง แต่น่าจะเป็นการจัดการของฝ่ายตรงข้ามมากกว่า

ประเด็น คือ เพียงประกาศว่าจะไปตีความประวัติศาสตร์หมาดๆ ของราษฎร์ประสงค์เสียใหม่ โดยไม่มีความสำนึกใดๆ ในอาชญากรรมที่ได้เกิดขึ้นต่อประชาชนบริสุทธิ์เลยนั้น ก็เท่ากับประกาศสงครามทางความคิดกับประชาชนแล้ว

ประ ชาธิปัตย์จะรู้หรือไม่รู้ รู้แล้วจะสนใจหรือไม่ คงไม่สำคัญ ความสำคัญอยู่ที่คนที่อยู่เหนือพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นไปรู้หรือไม่ว่าตัว กำลังเล่นกับอะไร

ธรรมดาหมีที่จำศีลอยู่ในถ้ำจะอยู่เงียบๆ โดยไม่รบกวนรังควาญใคร แต่มีพลังมหาศาลถ้าต้องใช้

หลายสิบปีมานี้ “เขา” ก็ บริหารป่าได้ดี สร้างสิ่งแวดล้อมที่ทำให้หมีรู้สึกว่าจำศีลอยู่ต่อไปได้ ไม่ต้องทับเส้นกับสัตว์โลกประเภทอื่นๆ จนต้องประลองกำลังกัน แต่กรรมชั่วที่ได้สั่งสมไว้หลายสิบปีกลับทำให้ตามืดสนิท และเริ่มทำอะไรที่ทำให้หมีไม่อาจจำศีลอยู่ต่อไปได้ จนต้องเดินงุ่นง่านออกมา

เขาก็สั่งยิงหมี ทำร้ายหมี จนหมีต้องแสดงพลังอำนาจออกมาให้เป็นที่ประจักษ์

การบริหารป่าของ “เขา” ที่ รวมถึงการสั่งนายพรานให้ยิงหรือให้หยุดยิง จัดหาอาวุธให้กับพรานที่เป็นพรรคพวกของเขาอย่างพอเพียง และสร้างหลุมขวากเอาไว้ประหัตประหารกัน ล้มเหลวอย่างเห็นได้ชัดในห้วงเวลาที่ผ่านมา

“เขา” จึง หยุดความรุนแรงไม่ได้ และต้องแอบสั่งการเงียบๆ อยู่ท่ามกลางพรานชั่วทั้งหลายที่เข้ามาสอพลอตอแหลว่าจะปราบหมีได้ด้วยวิธี การต่างๆ จนทำให้ป่าทั้งป่าลุกฮือขึ้น

แล้วก็ไม่ส่งสัญญาณให้รักษาสถานภาพเดิม (status quo) ไว้ ปล่อยให้ลูกหาบที่เป็นพรานระดับต่ำออกมาอวดศักดาซ้ำเติมความรู้สึกของฝ่ายที่ถูกรังแกทำร้าย

ถ้าท่าทีอย่างนี้เรียกว่าปรองดอง สัตว์นรกในขุมที่ลึกที่สุดก็เป็นตัวแทนของอำนาจเก่ามาร่วมแห่ปรองดองกับเขาได้

อุดมการณ์ ราษฎร์ประสงค์ตั้งอยู่บนความเชื่อมั่นในความดีงามของมนุษย์ มนุษย์ผู้เป็นประชาชนที่เท่าเทียมกัน มนุษย์ผู้เป็นประชาชนที่เคารพในสิทธิและเสรีภาพของตนเองและผู้อื่น และมนุษย์ที่เรียกหาความยุติธรรมและความเป็นธรรมทางสังคม การสูญเสียชีวิต อวัยวะ และจิตใจจะได้มาซึ่งความงามของสังคมมนุษย์ที่เราเรียกกันว่าประชาธิปไตย

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ “ราษฎร์” ประสงค์

จึงต้องขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่เอา “เกม” มาเล่นกลางเมือง และเอา “ระบอบ” ทั้งระบอบมาเป็นเดิมพันเพียงเพราะราชประสงค์.

————————————————————————–

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s