มะเร็งอาจกำเริบ โดย กาหลิบ

คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?

เรื่อง มะเร็งอาจกำเริบ

โดย กาหลิบ

http://democracy100percent.blogspot.com/2011/06/blog-post_05.html

มี ข่าวตรงกันหลายสายว่า ขณะนี้ขบวนการล้มเลือกตั้งได้เริ่มต้นปฏิบัติการรอบใหม่กันแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะมีสัญญาณใหม่และการสนับสนุนเงินทองระลอกใหม่ไหลเข้ามา ระเบิดที่เวทีพันธมิตรอาจถือได้ว่าเป็นงานชิ้นแรก ซึ่งเป็นการทดสอบตลาดและทดสอบฝีมือของผู้ปฏิบัติงาน

แต่ภารกิจอันแท้จริงไม่ได้อยู่ที่นั่น

แผนนี้มีการแต่งนิยายประกอบด้วยว่า “ฝ่ายหญิง” เป็น ผู้ส่งสัญญาณครั้งล่าสุดนี้ เพราะเธอได้รับข่าวกรองอันชัดเจนว่าฝ่ายประชาธิปไตยและมวลชนมีคะแนนนำอย่าง มากในการเลือกตั้ง ๓ ก.ค. และเธอก็ไม่มีเจตนาที่จะให้ฝ่ายตรงข้ามได้สำเร็จผลตามนั้น เธอจึงส่งสัญญาณให้คว่ำการเลือกตั้งนั้นเสีย

นี่ คือเรื่องคลาสสิคของการเมืองไทย เราได้เห็นการแบ่งบทละครอย่างนี้มาตั้งแต่เก่าก่อนเหมือนดูมหรสพที่ต้องมี ตัวดีและตัวร้ายในฉากเดียวกัน จะเพื่อความสมดุลทางอารมณ์หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ

สัญญาณอันแท้จริงมีความสมบูรณ์มากกว่านั้น ไม่ใช่เรื่อง “ฝ่ายไหน” หรือ “โดยใคร” แต่ เป็นมติเอกฉันท์แบบผูกขาดของระบอบเดิม ไม่มีการถกเถียงของความเห็น มีแต่การสั่งการด้วยเสียงแผ่วเบาผ่านคนใกล้ชิดที่ไว้วางใจได้ คนๆ นั้นก็ชำนาญการเกมพอที่จะส่งต่อไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้อง และรักษาความลับไปด้วยพร้อมกัน เครือข่ายที่วางไว้ครบถ้วนก็จะเล่นต่อกันไปเหมือนลูกระนาด โดยผู้รับคำสั่งในขั้นต่ำลงไปจะไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นคำสั่งของใคร

ได้แต่เดากันไปเรื่อย ซึ่งก็ทำให้เกิดข่าวลือที่ขัดแย้งกันไปเรื่อยเช่นเดียวกัน

งาน นี้ไม่ได้เกิดตามที่ร่ำลือว่าตรวจสอบข่าวกรองแล้วเกิดเดือดร้อนกันขึ้นมา แต่เป็นความตั้งใจเดิมของผู้วางแผนใหญ่ที่กำหนดขั้นตอนทั้งหมดนี้มาเพื่อ ต้อนวัวควายเข้าคอก

ใช้ คำอย่างนี้มิใช่ดูแคลนอะไรในหมู่พวกกันเอง แต่ต้องการสะท้อนความคิดของฝ่ายเขาว่ามองพวกเราประชาชนเป็นวัวเป็นควายอย่าง ไร เป็นการเตือนความจำกันสักหน่อยว่าฆ่าเขายังฆ่าได้ลงคอและเหี้ยมโหด นับประสาอะไรกับล่อให้เข้ามาติดกับและเชือดทิ้งด้วยวิธีการที่ดูเผินๆ ก็ถูกกฎหมาย

การ ล้มเลือกตั้งเป็นแผนการเดิมที่วางไว้นานแล้ว ในกรณีที่ไม่อาจต้านกระแสเลือกตั้งได้ในขณะนั้น แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งแล้ว ฝ่ายประชาธิปไตยจะเสียเปรียบทุกประตูในการต่อสู้ เพราะเป็นฝ่ายที่ยืนอยู่ในที่โล่ง และยอมตัวเข้าสู่กระบวนการทำงานของ “องค์กรอิสระ” และฝ่ายตุลาการไปเรียบร้อยแล้ว

ยืนในที่โล่งหมายความว่า เขาจะทำร้ายก็ได้ฆ่าก็ได้ หรือเอาสื่อมวลชน NGOs และนักวิชาการฝ่ายตนมาป้ายสีทำลายชื่อเสียงซึ่งเป็นฆ่าในทางเกียรติยศอย่างไรก็ได้

ยอม ตัวเข้าสู่กระบวนการหมายความว่าต่อไปจะอ้างยากว่าการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ โปร่งใส กว่าจะพิสูจน์อะไรได้ฝ่ายเขาก็ได้เข้าป้ายเป็นรัฐบาล และฝ่ายเราก็ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันต่อไปตามสูตรเดิมจนต้องมาตีเกราะเคาะ ไม้เรียกมวลชนมาชุมนุมกัน “กดดัน” ฝ่ายเขาต่อไปอีกเป็นครั้งที่สามหรือที่สี่

ที่ สำคัญคือ ทำให้เราขอความช่วยเหลือจากประชาคมระหว่างประเทศได้น้อยลง เพราะเขาจะนึกว่ากระบวนการเลือกตั้งโปร่งใสเป็นธรรมพอแล้วฝ่ายเราจึงยอมตัว เข้าร่วม หากมาร้องแรกแหกกระเชอทีหลังเข้า เขาก็จะสงเคราะห์ว่าเป็นเรื่องขี้แพ้ชวนตี

นี่ล่ะคือปัญหา

“เขา” รู้ ดีจากประสบการณ์อันยาวนานว่าการเลือกตั้งเป็นกลไกที่ฝ่ายประชาธิปไตยจะได้ ฟื้นตัวสู่อำนาจ เขาจึงเอากลไกนั้นเองเป็นหนามบ่ง ด้วยการใช้กฎหมายและระเบียบทั้งหลาย มัดมือมัดเท้าและส่งตัวเข้าสู่โรงเชือดในเวลาอันควร (สำหรับเขา) ต่อไป

ความสำเร็จแต่ละครั้งของ “เขา” จึงทำให้ฝ่ายที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเสียผู้นำและกำลังพลไปคราวละมากๆ ซึ่งเขาถือว่าเขาได้รับประโยชน์

เคย มีเสียงพูดในวงข้าววงเหล้าสมัยที่เขายังใช้ชีวิตเพลย์บอยว่า การฆ่าหมู่แต่ละครั้งทำให้คนในรุ่นนั้นเกิดความเข็ดขยาดและถอยกรูดไปไม่ต่ำ กว่าสิบปี เพราะฉะนั้นจึง “คุ้ม” ที่จะงัดมาใช้นานๆ ครั้ง

อ่านประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัยแล้วจะรู้ว่า “เขา” ไม่เคยเปลี่ยน โหดเหี้ยมอำมหิตอย่างไรก็อย่างนั้น .

——————————————————————————

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s