นัดฟังมาร์คราชประสงค์ แต่งชุดผี

นปช.สั่งเฝ้าคูหา ล่วงหน้าบางกะปิ ‘อภิสิทธิ์’โวยปูลั่น จี้เบรกแดงป่วน!


เจออีก – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำนั่งรถออกหาเสียงในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ปรากฏว่ามีคนเสื้อแดงชูป้ายต่อต้านตลอด 2 ข้างทางทั่วจังหวัด เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.

‘มาร์ค’หาเสียงที่ปาก น้ำ เจอเสื้อแดงตามราวีจนเกิดชุลมุนกับกองเชียร์ปชป. ต้องเลิกหาเสียงก่อนกำหนด โวยลั่น ‘ยิ่งลักษณ์’ อยากเห็นภาวะผู้นำ ช่วยห้ามคนเสื้อแดงมาขัดขวางการหาเสียงด้วย ประกาศเดินหน้าแน่นอนปราศรัยที่ราชประสงค์ เขียนเฟซบุ๊กตอน 5 โต้ตอบข้อหา ‘ดีแต่พูด’ ฟุ้งตัวเองผลงานดี เศรษฐกิจเติบโตอันดับ 2 ของอาเซียน การว่างงานต่ำมาก เย้ยกลับยุคแม้วมีนโยบายล้มเหลวหรือดีแต่พูดมากมาย มีจริงก็แต่การชวนคนเผาเมือง ทางด้านนปช.จัดทำบุญที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ครบรอบ 1 ปี 1 เดือนการสลายชุมนุม ‘ธิดา’โวยเวทีราชประสงค์ของมาร์คจะเป็นการเหยียบย่ำวีรชนคนตาย ทางกลุ่มบ.ก.ลายจุดทำท่าแพลงกิ้งหมู่ที่ราชประสงค์ ประกาศแต่งชุดผีไปฟังอภิสิทธิ์ปราศรัยที่ราชประสงค์ 23 มิ.ย.นี้

มาร์คบุกปากน้ำ-เจอแดงอื้อ

เมื่อ เวลา 07.00 น. วันที่ 19 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอิสรา สุนทรวัฒน์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่จ.สมุทรปราการ หาเสียงช่วยนางสรชา วีรชาติพัฒนา ผู้สมัครเขต 2 สมุทรปราการ พรรคประชาธิปัตย์ โดยเริ่มต้นขึ้นรถแห่หาเสียงจากถนนสุขุมวิท ไปยังชุมชนซอยวัดด่าน ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นตลาดใหญ่ที่ประชาชนกำลังจับจ่ายใช้สอยกันอยู่จำนวน มาก ได้รับความสนใจจากกองเชียร์ของพรรคประชาธิปัตย์จำนวนมาก ขณะเดียวกัน ก็มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 30 คน มายืนตะโกนด่าว่าและในมือถือช่อดอกไม้จันทน์ พร้อมชูป้าย “ดีแต่พูด ดีแต่กู้” “ชายชุดดำมันชั่วถึงฆ่าคนไทย” “ใครกันแน่ที่เผาบ้านเผาเมือง” เป็น ต้น โดยกองเชียร์ของเบอร์ 10 ประชาธิปัตย์ กับเบอร์ 1 เพื่อไทย ตะโกนแข่งกันคนละฟากถนน โดยไม่มีเหตุกระทบกระทั่งแต่อย่างใด นอกจากครั้งหนึ่ง มีคนปาหลอดไฟมากระทบข้างรถหาเสียง แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

กองเชียร์เตะถีบกันชุลมุน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทางหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ จะเจอรถจักรยานยนต์และรถยนต์โบกเสื้อแดง และชูสัญลักษณ์เบอร์ 1 เป็นระยะ พร้อมส่งเสียงรบกวนการหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ กระทั่งไปถึงตลาดสำโรงเหนือ ตรงข้ามกับห้างอิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง กองเชียร์สองฝ่ายก็ลงมือถีบกันจนเกิดชุลมุนกันอยู่ครู่หนึ่ง เนื่องจากปัดป้ายไปโดนหน้ากัน ก่อนจะถูกกันตัวออกไป ซึ่งตำรวจท้องที่ได้ขอร้องให้นายอภิสิทธิ์ออกจากจุดดังกล่าว เพราะมีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 200 คน รอดักอยู่ พร้อมชูมือทาสีแดง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ยอมเคลื่อนออกไปตามคำแนะนำ

เวลา 11.15 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และนายสมัย เจริญช่าง ผู้สมัครส.ส.เขต 6 หนองจอก มีนบุรี เดินทางไปยังตลาดนัดนิมิตใหม่เพื่อปราศรัยย่อย โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวปราศรัยในระหว่างที่มีชายหญิงสวมเสื้อแดง ยืนชูป้าย “อย่าดีแต่พูด” ว่า ท่านที่กำลังชูป้ายอยู่นั้น ขอให้ทราบว่าประเทศไทยเราเป็นประชาธิปไตย กรุณาถอยกลับไปที่บ้านได้หรือไม่ เพราะคนเขาเบื่อแล้ว และถ้าอยากรู้ว่าเขาเบื่ออะไร คืนนี้ให้อ่านในเฟซบุ๊ก ตนจะเขียนให้อ่านความจริง ถ้ารัฐบาลนี้ดีแต่พูด คงไม่สามารถดำเนินโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โครงการเรียนฟรีให้กับเด็กๆ โครงการประกันรายได้พืชผลด้านการเกษตรได้สำเร็จ และพรรคประชาธิปัตย์จะมุ่งเดินหน้าแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง ปัญหายาเสพติด และที่สำคัญนโยบายที่คิดที่พูดที่ทำ ก็เพื่อประชาชนเท่านั้น ไม่ได้ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง

มาร์คจี้ยิ่งลักษณ์เบรกกองเชียร์

ต่อ มานายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เกิดเรื่องถึงขั้นที่ตนไม่สามารถเดินหาเสียงต่อที่จ.สมุทรปราการได้ เพราะตำรวจขอให้ตนหยุด เกรงว่าผู้สนับสนุนทั้งสองพรรคจะเกิดการปะทะกัน ตนขอให้พรรคเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย แสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าเราจะเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองหาเสียงตามปกติได้หรือ ไม่ เพราะวันนี้เข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างเดียว แต่คือผู้สนับสนุนของพรรคเพื่อไทยที่เอาป้ายเบอร์ 1 มาแสดง ทำไมเราไม่เปิดโอกาสให้ต่างคนต่างหาเสียงกันไป ถ้าควบคุมตรงนี้ไม่ได้ ตนก็คิดว่าถ้าอย่างนั้นแล้วจะเข้าไปบริหารบ้านเมืองได้อย่างไร อยากให้แสดงจุดยืนให้ชัด เพราะถึงเวลาแล้วที่การหาเสียงเลือกตั้งควรจะเป็นไปด้วยความเป็นธรรม ตนทราบมาตลอดว่าเป็นความพยา ยามมาที่จะแย่งพื้นที่ข่าวจากการที่ตนเดินทางไปพบปะประชาชน พูดสิ่งที่ตนอยากจะพูด แต่ตนก็อดทน และยอมไม่อยากมีเรื่องมีราว แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว จนกระทั่งตนไม่สามารถเดินหาเสียงได้ คิดว่าพรรคเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์ควรจะแสดงท่าทีที่ชัดเจนเสียที ว่าตกลงสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนให้กระทำแบบนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ เรียกร้องเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังนิ่งเฉยอยู่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่อยากไปร้องเรียนกกต. เพราะเป็นการขัดขวางการหาเสียงอย่างชัดเจน ถ้าไปร้องเรียนถ้าผิดแล้วเกิดเป็นปัญหา เป็นความผิดของพรรคเพื่อไทยขึ้นมาอีก ก็จะโวยวาย แต่ตนคิดว่ามันหมดเวลาแล้วที่ฝ่ายหนึ่งเล่นตามกติกา อีกฝ่ายหาวิธีการในการที่จะเลี่ยงไม่ทำตามกติกา ดังนั้นควรที่จะแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม

อยากเห็นภาวะผู้นำของปู

เมื่อ ถามว่า พรรคเพื่อไทยไม่อยากห้าม เพราะว่าหากเข้าไปห้ามแล้วประชาธิปัตย์ ก็จะบอกว่าแสดงว่าที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยสั่งให้ไปขัดขวางการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ก็มันเป็นผู้สนับสนุนของเขา ถ้าเขาไม่สามารถพูดกับผู้สนับสนุนของเขาได้ จะบริหารกันอย่างไร ดังนั้นตรงนี้อยากให้มีการแสดงท่าทีที่ชัดเจน ผมไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก แต่คิดว่ามันเป็นความเป็นธรรมและเป็นสิทธิของประชาชนที่จะได้มีโอกาสต่าง ฝ่ายต่างก็ทำงาน ต่างฝ่ายต่างก็สนับสนุน พูดจาหาเสียงกันไป แต่การที่ทำให้เกิดบรรยากาศที่ทำให้เกิดการปะทะกัน มันไม่ได้เป็นประโยชน์กับใครทั้งสิ้น ผมอยากเห็นอย่างน้อยภาวะความเป็นผู้นำตรงนี้ ในการที่จะแสดงออกพูดกับผู้สนับสนุนตัวเอง ทุกคนจะเห็นว่าผมขึ้นเวทีปราศรัยย้ำกับผู้สนับสนุนตลอดว่าเราจะไม่ทำอะไรแบบ นี้ ทั้งๆ ที่มีผู้สนับสนุนของพรรคประชาธิปัตย์หลายคนเริ่มอึดอัดอยากทำบ้าง แต่ผมห้ามปรามมาตลอด คิดว่าควรจะเป็นจุดยืนของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และคนที่อาสาตัวเป็นผู้นำต้องสามารถที่จะแสดงจุดยืนที่ชัดเจนอย่างนี้ได้”

ยันไปพูดความจริงที่ราชประสงค์

เมื่อ ถามว่า ตอนนี้พรรคเพื่อไทย โจมตีแนว คิดพรรคประชาธิปัตย์ที่กำลังจะไปปราศรัยที่ราชประสงค์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เข้าใจ ขอบอกก่อนว่าพรรคประชาธิปัตย์จะไปปราศรัยที่ราชประสงค์ เพื่อจะยืนยันว่าราชประสงค์ก็ เหมือนพื้นที่อื่นในประเทศไทย คือเป็นของคนไทยทุกคนมีสิทธิ์จะใช้ ไม่มีคนกลุ่มใดสีใดสามารถที่จะมาผูกขาด เราไม่มีการปิดถนน เราประสานงานเพื่อใช้พื้นที่ที่สามารถจะจัดกิจ กรรมทางการเมืองได้ โดยไม่ให้เดือดร้อนประชาชน และยังไม่มีใครทราบเลยพวกตนว่าจะไปพูดอะไร แต่ว่าสังเกตว่ามันเป็นเรื่องแปลก ที่มีความพยายามปลุกระดมกล่าวหาตนและพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ ราชประสงค์มาต่อเนื่อง เมื่อตนพยายามบันทึกข้อเท็จจริงเท่านั้นเอง ก็ออกมาโวยวายกัน ถึงขั้นจะไม่ให้ตนเขียนในเฟซบุ๊กที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของตน ก็ต้องบอกว่าตรงนี้มันกำลังพิสูจน์ว่าใครกำลังกลัวความจริง แต่แน่นอนพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ไปทำอะไรในวันที่ 23 มิ.ย. ที่ให้บ้านเมืองมีความแตกแยกมากขึ้น มีแต่กำลังบอกว่าวันนี้เราต้องรู้ต้นตอของปัญหาความแตกแยก จะได้เดินไปถูกว่าจะดับไฟให้กับประเทศไทย ก้าวข้ามความขัดแย้ง เราต้องเดินอย่างไร ยืนยันได้ว่าไม่ใช่เรื่องนิรโทษกรรมพ.ต.ท.ทักษิณ


แพลงกิ้ง– กลุ่มวันอาทิตย์สีแดงจัดกิจกรรมโดมิโนแพลงกิ้งสี่แยกราชประสงค์ ประณามการสลายม็อบ 91 ศพ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. พร้อมรณรงค์ให้คนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.นี้

ต่อ ข้อถามว่า นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานนปช. ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ไปปราศรัยที่ราชประสงค์ เป็นการเยียบย่ำศพของคนที่เสียชีวิตที่ราชประสงค์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โดยข้อเท็จจริงพื้นที่ราชประสงค์ไม่มีใครเสียชีวิต เพราะเจ้าหน้าที่ไม่เคยเข้าไปสลายการชุมนุมในพื้นที่ราชประสงค์เลย มีแต่พื้นที่บริเวณสวนลุมพินีที่เป็นที่ซ่องสุมคนและอาวุธอยู่ตรงนั้น และมีเหตุเกิดที่วัดปทุมวนารามฯ ซึ่งต้องค้นหาความจริงต่อไป แต่มีอะไรหลายอย่างที่ตนบันทึกเอาไว้ ที่บ่งบอกว่าการที่จะไปสรุปว่าเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ไปทำ ตนไม่เชื่อ และที่แน่ๆ ไม่มีหรอกที่เจ้าหน้าที่จะไปไล่ยิงคนในวัดปทุมฯ เพราะไม่มีประโยชน์อะไรเลยกับทางฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมือง การไปใช้พื้นที่ราชประสงค์ ตนต้องการให้ประเทศของเรา ประชา ชนมีความรู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ราชประสงค์ ทุกฝ่ายควรจะเสียใจ และจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีก

อัดนโยบายพท.ใช้ 2 ล้านล้าน

เมื่อ ถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์เรียกร้องให้ประชาธิปัตย์ปราศรัยอย่างสร้างสรรค์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าสร้างสรรค์แน่นอน ถึงได้เรียกร้องวันนี้กับกิจกรรมที่ประชาชนเห็นอยู่ไม่สร้างสรรค์ในการขัด ขวางการหาเสียงเลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์จะแสดงความเป็นผู้นำให้หยุดสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่ เมื่อถามต่อว่า การปราศรัยของประชาธิปัตย์ที่ราชประสงค์ อาจจะไม่ราบรื่น อาจมีคนเสื้อแดงมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนต้องตั้งคำถามกลับไปอีกว่า ถ้าอย่างนั้นใครที่ไม่สร้างสรรค์ ทำไมไม่เปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายพูดจากับประชาชน ตนปราศรัยทำกิจกรรมในช่วงยุบสภาที่ผ่านมา ไม่มีตรงไหนเลยที่จะไปเพิ่มปัญหาขึ้นให้กับบ้านเมือง เอาความจริงไปพูด อย่างมากที่สุดต้องเปรียบเทียบ เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่พร้อมที่จะมาออกรายการ บางทีต้องตั้งคำถามไปถึงนโยบายเท่านั้นเอง เพราะนโยบายพรรคเพื่อไทยขณะนี้ต้องใช้เงินเกือบ 2 ล้านล้าน และมีคำตอบแค่ว่าให้รอเงินมากับอากาศ ตนว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนมีสิทธิ์จะรู้ว่าในที่สุด ทำได้จริงหรือไม่

ผู้ สื่อข่าวถามว่า ข้อมูลที่จะปราศรัยในวันที่ 23 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะพูดอะไรเดี๋ยววันที่ 23 มิ.ย.จะทราบ เมื่อถามต่อว่า แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะพูดเรื่องเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค.53 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็พูดความจริง การปรองดองถ้าบอกว่าการปรองดองเป็นการไม่เผชิญกับความจริง ตนว่ามันปรองดองไม่ได้ การปรองดองที่ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นการไปนิรโทษกรรมคืนเงินให้พ.ต.ท.ทักษิณ 4.6 หมื่นล้าน แล้วบ้านเมืองจะได้สงบจบกันไปไม่ใช่ การปรองดองคือการที่จะช่วยกันค้นหาความจริง เพื่อให้เกิดความยุติธรรม เพื่อให้ประเทศสามารถที่จะจัดการปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้ ซึ่งเป็นความปรองดองของจริง

เทือกประณามพท.ไล่คุกคาม

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงกระโดดถีบกองเชียร์ของพรรคในช่วงที่นายสุเทพ ไปหาเสียงย่านตลาดบางแค และการตามโห่ไล่ขณะหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ที่จ.สมุทร ปราการว่า เป็นวิธีที่ทำให้รู้สึกต้องประณามพรรคเพื่อไทย เนื่องจากใช้การรณรงค์หาเสียง ไม่เป็นไปตามตามวิถีทางประชาธิปไตยของคนที่มีอารยะ แต่กลับจัดตั้งมวลชนของตัวเองออกมาข่มขู่คุกคามพรรคการเมืองคู่แข่ง ทั้งที่ทางพรรคพยายามอดทนกับปัญหานี้มาโดยตลอด เพื่อให้บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างราบรื่นจนถึงค่ำวันที่ 3 ของการเลือกตั้ง “เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาก็จบ ไม่ยอมอยู่แล้ว ที่ไม่ยอมก็หมายความว่า เมื่อเราเป็นรัฐบาล เราก็ไม่ยอม”

นายสุ เทพกล่าวว่า ทั้งนี้ ทางพรรคจะยังไม่ยื่นหนังสือและหลักฐานร้องเรียนต่อกกต. แต่อยากให้กกต.ควรออกมาดูเองว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง การมาข่มขู่คุกคามผู้สมัครและผู้ที่อยากมาช่วยพรรคต้องมารับผลไปด้วย อย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร สื่อมวลชนก็ออกข่าวให้เห็นอยู่ทุกวัน ประชาชนก็รับรู้โดยไม่ต้องปฏิเสธข้อเท็จจริงที่พรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อ แดงเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งถ้ากกต.ยังไม่มองเห็นอีก ก็ควรไปซื้อแว่นมาใส่

ใช้ราชประสงค์ตอบโต้ข้อหา

เมื่อ ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดเวทีปราศรัยลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ในวันที่ 23 มิ.ย. นี้ เพื่อชี้แจงกรณี 91 ศพ ถือเป็นยุทธศาสตร์เรียกคะแนนความนิยมของพรรคใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของตอบโต้ข้อเท็จจริงการถูกโจมตีกล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์ เป็นฆาตกรสั่งฆ่าประชาชน โดยจะนำหลักฐานภาพและเสียงไปชี้แจงให้ประชาชนรับทราบและเข้าใจ เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจตัดสินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอง ซึ่งไม่เกี่ยวกับมาตรการทางการเลือกตั้งแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มองเป็นเรื่องน่าวิตกกังวลว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไม่พอใจออกมา ชุมนุมอีกหรือไม่ หรือว่าจะส่งผลต่อคะแนนเสียงในด้านใด แต่อยากให้มองเป็นเรื่องที่คนไทยควรจะสามารถรับรู้ข้อมูลในทุกๆ ด้าน เพื่อทำความจริงให้ปรา กฏ ไม่ใช่ปล่อยให้พรรคเพื่อไทยพูดบิดเบือนข้อเท็จจริงอยู่ทุกวัน และสื่อมวลชนที่เห็นเหตุ การณ์มาตลอด ก็ยังลงข่าวของเขาได้ทุกวัน

ชวนลุยขอนแก่น-เจอแดงไล่

เมื่อ เวลา 06.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยดร.กนก วงศ์ตระหง่าน ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ และคณะ เดินทางไปช่วยผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ขอนแก่น นายสุนทร ลีซีทวน หาเสียงที่ตลาดสดเทศบาล 1 ตลาดโบ๊เบ๊ ขอนแก่น จากนั้นเวลาประมาณ 07.00 น. ได้เข้าไปหาเสียงกับพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดบางลำภู จ.ขอนแก่น โดยมีนายภาสดร เนียมประดิษฐ์ เจ้าของตลาดบางลำภูให้การต้อนรับ

หลังจากหาเสียงได้ ประมาณ 30 นาที กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ที่ชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ต่างมารุมล้อมขอถ่ายภาพ ขอลายเซ็น นำผ้าขาวม้ามาผูกเอวให้ และมอบดอกไม้ให้กับนายชวน หลีกภัย ซึ่งนายชวนกล่าวขอบคุณคนขอนแก่นที่ได้ส่งกำลังใจให้เมื่อครั้งแม่ถ้วนเสีย ชีวิต ขณะที่กลุ่มพ่อค้า-แม่ค้า ที่ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นำป้ายน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และป้ายกล่องกระ ดาษเขียนคำว่า “กูพึ่งมาอย่าพึ่งยิง” มาชู พร้อมส่งเสียงโห่ไล่นายชวน ทำให้ผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจพากันตะโกนด่าว่าคนถือป้ายด้วยถ้อย คำหยาบคาย จนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาคอยรักษาความปลอดภัยต้องเข้ามากันเอาตัวนายชวนออกไป จากนั้นขึ้นรถยนต์แห่ขบวนหาเสียงไปตามถนนรอบตัวเมืองขอนแก่น ก่อนที่จะเดินทางไปสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และพระแม่ธรณี


รำลึก 91 ศพ – นางธิดา โตจิราการ ประธานนปช. พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดงร่วมทำบุญรำลึกครบรอบเหตุการณ์กระชับพื้นที่ 1 ปี 1 เดือน จนมีผู้เสียชีวิต 91 ศพ ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน กทม. เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.

ย้ำอย่าเลือกคนเผาบ้านเผาเมือง

นาย ชวน ให้สัมภาษณ์ว่า อยากจะขอให้คนไทยทุกคนได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และอย่าเลือกคนที่ซื้อสิทธิขายเสียง บ้านเมืองไม่ใช่บริษัทที่ใครจะมาถอนทุน และอย่าเลือกคนที่ทำให้เกิดการแตกแยก ขณะนี้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเดินมาได้ 79 ปีแล้ว ดังนั้นบ้านเมืองควรจะเดินหน้าต่อไป การพัฒนาจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนเป็นระบบ นอกจากนี้อย่าเลือกคนที่เผาบ้านเผาเมือง ความจริงแล้วคนภาคเหนือ ก็คล้ายๆ กับคนอีสาน ที่ไม่ชอบความรุนแรง ส่วนคนใต้เป็นคนที่เด็ดเดี่ยว แต่ที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นเพราะมีคนยุยงส่งเสริม สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม ผู้สมัครบางคนก็พูดถึงแต่เรื่อง 91 ศพ ซึ่งคนพวกนี้ดีแต่พูด และมีชาวบ้านที่จ.ลำปางบางคนเล่าให้ฟังว่า ความจริงแล้วในใจเขาจะเลือกประชาธิปัตย์ แต่ผู้นำหมู่บ้านบางคนพูดขู่เอาไว้ เขากลัวเดือดร้อน จึงไม่กล้าแสดงออก นอกจากนี้ มีแม่ค้าในตลาดขอนแก่นหลายคนมาบอกกับตนว่า ขอนแก่นไม่ใช่เป็นเมืองคนเสื้อแดงนะ แต่มีคนที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ และคนที่ไม่ชอบความถูกต้องเป็นส่วนใหญ่

นปช.ทำบุญที่อนุสาวรีย์ปชต.

เมื่อ เวลา 09.00 น. กลุ่มนปช. นำโดยนางธิดา โตจิราการ ประธานนปช. น.พ.เหวง โตจิราการ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช. และสมาชิกเสื้อแดงกว่า 300 คน นัดร่วมตัวกันบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน กลาง เพื่อร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ที่สี่แยกราชประสงค์ และสี่แยกคอกวัว เนื่องในวันครบรอบ 1 ปี 1 เดือน มีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 999 รูป และทำพิธีสวดอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตทั้ง 92 ศพ มีกำลังชุดปราบจลาจล บก.น.1 และสน.สำราญราษฎร์ จำนวน 1 กองร้อย ดูแลรอบพื้นที่อย่างเข้มงวด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน บริเวณริมฟุตปาธถนนราชดำเนินทั้งสองฝั่ง ได้มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเสื้อแดงนำสินค้าที่ระลึกเข้ามาจำหน่ายจำนวนมาก โดยเฉพาะเสื้อยืดสกรีนรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขายดีมาก รวมทั้งแผ่นซีดีการปราศรัยของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามสถานที่ต่างๆ ก็ขายดีเช่นกัน

ธิดาอัดปชป.เหยียบย่ำวีรชน

นางธิดา กล่าวว่า กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในวันที่ 23 มิ.ย. บริเวณสี่แยกราชประสงค์นั้น เปรียบเสมือนเป็นการเหยียบย่ำ และเยาะเย้ยวีรชนที่เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม จึงอยากฝากถามไปยังพรรคประชาธิปัตย์ว่าตั้งเวทีปราศรัยที่ราชประสงค์เพื่อ อะไร และมีวัตถุประสงค์อะไรในการปรา ศรัยในพื้นที่ที่มีการฆ่ากันตายเช่นนี้ นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องจับตาคือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าแยกราชประ สงค์จะมีความรู้สึกอย่างไร จะมีการต่อต้านเหมือนเช่นที่กลุ่มคนเสื้อแดงไปชุมนุมหรือไม่ ถ้าไม่ แสดงให้เห็นว่าเป็นพวกเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ ตนยืนยันว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่ก่อความวุ่นวายในการปราศรัยของพรรคประชา ธิปัตย์อย่างแน่นอน

จับตาหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า

นาง ธิดา กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่พรุ่งนี้ (20 มิ.ย.) ตนจะเดินสายไปตามจังหวัดต่างๆ เพื่อประชุมแกนนำเสื้อแดงเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ ในการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเริ่มจาก จ.ชลบุรี ส่วนวันที่ 2 และ 3 ก็จะไปที่ จ.ราชบุรี นครศรีธรรมราช ฯลฯ ส่วนสถานที่นั้นคาดว่าจะจัดประชุมกันที่โรงแรมของจังหวัดนั้นๆ ทั้งนี้ การเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 มิ.ย.นั้น ขอตั้งข้อพิรุธไว้คือมีประชาชนจำนวนมากกว่า 2 ล้านคนที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงในครั้งนี้ แต่ทางกกต.กลับไปใช้สถานที่โรงเรียนบางกะปิ และเมืองทองธานี อยากถามว่าจะรองรับคนจำนวนมหาศาลได้หรือ และในวันนั้น ตนก็จะจัดเสื้อแดงไปนั่งนับจำนวนคนที่เข้าไปลงคะแนนเสียงทุกคน เพื่อนำมาเทียบกับกกต.ว่าตัวเลขคนที่มาลงคะแนนนั้น ตรงกันหรือต่างกันแค่ไหน การเลือกตั้งครั้งนี้ขอให้ประชาชนช่วยกันจับตาดูให้ดี รวมทั้งกรณีที่กกต.หลายคนเดินทางไปนอกด้วย เหมือนกับไปเพื่อหนีปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้

นัดเผาพร้อมกันเหยื่อสไนเปอร์

ด้าน นายสำราญ วางาม บิดานายสวาท วางาม เหยื่อสไนเปอร์รายแรกบริเวณแยกคอกวัว กล่าวว่า วันนี้ได้มาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับลูกชาย ซึ่งถูกสไนเปอร์ยิงเสียชีวิตคาที่บริเวณคอกวัวแห่งนี้ ตลอดระยะเวลา 1 ปี 1 เดือน รัฐบาลก็ยังไม่ออกมายอมรับหรือขอโทษญาติวีรชนเลย และยังมาอ้างว่าคนเสื้อแดงฆ่ากันเอง หลังจากเลือกตั้งแล้วมีรัฐบาลใหม่ ก็ขอให้เอาจริงเอาจังในการตามล่าตัวฆาตกรที่สั่งฆ่าประชา ชนมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว ในส่วนศพของคนเสื้อแดง ขณะนี้ทราบว่ายังเก็บไว้ตามวัดต่างๆ อีก 7 ศพ ประกอบด้วย วัดพลับพลาไชย 1 จำนวน 4 ศพ วัดด่านสำโรง 1 ศพ วัดตำหรุ สมุทรปราการ 1 ศพ และวัดแคนางเลิ้ง 1 ศพ ซึ่งศพทั้งหมดนี้ทางญาติได้หารือกันแล้ว สรุปว่าจะเผาพร้อมกันหลังเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.ไปแล้ว

ด้านนางพะ เยาว์ อัคฮาด มารดาน.ส.กมนเกด หรือน้องเกด กล่าวว่า หลังจากเสร็จพิธีทำบุญให้กับวีรชนบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิป ไตยนี้แล้ว ได้นัดหมายให้คนเสื้อแดงและญาติของผู้ที่ถูกคุมขังไปนัดชุมนุมกันบริเวณหน้า เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถนนงามวงศ์วาน ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ เพื่อที่จะได้ไปร่วมให้กำลังใจนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายนิสิต สินธุไพร ที่ยังอยู่ในคุก และไปร่วมกันเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ถูกจับกุมคุมขังทุกคน

เด็จพี่เมินมาร์ค-ให้ปูเบรกเสื้อแดง

ที่ จ.พิษณุโลก นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ระบุให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ สั่งคนเสื้อแดงหยุดป่วนการหาเสียงว่า การแสดงออกของประชาชนต่อนายอภิสิทธิ์เป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์เอง เวลาลงพื้นที่ก็มีการชูป้ายโหวตโน และการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์เช่นกัน แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ยอมรับเป็นความเห็นที่แตกต่าง ขณะที่นายอภิสิทธิ์กลับมองเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งที่ 2 ปีกว่าในการบริหารประเทศ ก็มีผลกระทบต่อประชาชน ทั้งในเรื่องข้าวของแพง และเหตุการณ์สลายการชุมนุมทำให้มีคนตายถึง 91 ศพ ประชาชนก็ต้องแสดงความรู้สึกเป็นเรื่องธรรมดา แต่นายอภิสิทธิ์พยายามโยงมาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย ทั้งที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน

“ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นการพยายามหา แพะ และเป็นการเรียกคะแนนสงสารมากกว่า จึงขอเรียกร้องว่า ถ้าคิดว่าเป็นผู้นำประเทศ ควรต้องทำใจยอมรับความคิดเห็นของประชาชน และนำเสนอนโยบายให้ประชาชนยอมรับ มากกว่าโยนบาปให้คนอื่น วันนี้ถือว่านโยบายปรองดองของนายอภิสิทธิ์ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง และขอให้ยุติการเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยสั่งให้คนเสื้อ แดงหยุดป่วน เพราะประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย การแสดง ออกของประชาชน ใครก็สั่งไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิและประชาชนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือผู้สมัครเลือก ตั้ง และถ้าใครทำผิดก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย” นายพร้อมพงศ์กล่าว

มาร์คเขียนเฟซบุ๊กโต้’ดีแต่พูด’

เย็น วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์เขียน “จากใจอภิสิทธิ์ถึงคนไทยทั้งประเทศ 5” ลงในเฟซบุ๊กของตนว่า นอกจากเรื่อง 91 ศพแล้ว วาทกรรมที่ฝ่ายตรงข้ามผมสร้างขึ้นเพื่อเป็นกระแสก็คือ “ดีแต่พูด” ผมเข้าใจดีว่านี่คือกลยุทธ์ของฝ่ายตรงข้าม เพราะนอกจากจะพยายามปิดกั้นไม่ให้ผมลงพื้นที่ในหลายพื้นที่แล้ว ก็ไม่ต้องการให้ผมสื่อสารกับประชาชน หาทางลดความเชื่อถือของการให้ความจริงและการใช้เหตุผลของผม อธิบายถึงปัญหา แนวคิด นโยบาย และผลงานของรัฐบาล กระบวนการนี้เริ่มจากการให้คนเสื้อแดงไปชูป้ายที่งานวันแรงงานที่องค์กร เอกชนจัดขึ้น เพื่อให้ส.ส.เพื่อไทยเอาไปขยายผลในสภาและการสร้างกระแส ผมเองก็หวังว่าผู้เกี่ยวข้องและประชาชนจะมองทะลุกลยุทธ์นี้ และมองเห็นความเป็นจริง เพราะที่จริงวันที่เขาเชิญผมไปร่วมงานก็เพราะรัฐบาลนี้ “ทำจริง” ในเรื่องแรงงานมาตลอด 2 ปีกว่า ทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์ในระบบประกันสังคม เปิดโอกาสให้แรงงานนอกระบบเข้ามาสู่ประกันสังคม แก้กฎกระทรวงให้รับคนพิการเข้าทำงานมากขึ้น รวมทั้งเตรียมปฏิรูประบบประกันสังคมและค่าจ้าง ที่มีการเพิ่มขึ้นไปแล้ว และจะขึ้นต่อไป รวมไปถึงการประกาศค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานเป็นครั้งแรก

คุยศก.ขยายตัวสูง-ว่างงานต่ำ

ผม เขียนเรื่องนี้ระหว่างเดินทางกลับจากอินโดนีเซีย เพราะไทยได้รับความไว้วางใจจาก World Economic Forum ให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม WEF ในเอเชียตะวันออกในปีหน้าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ถือเป็นรูปธรรมในการฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศ หลังจากสภาวะรัฐล้มเหลว เมื่อผมเข้ามา และหลังจากที่มีคนทำลายภาพลักษณ์ของประเทศด้วยการล้มประชุมอาเซียนและเผา บ้านเผาเมือง ระหว่างที่เดินทางมาครั้งนี้ ผู้นำทั้งภาคธุรกิจและการเมืองต่างยอมรับถึงความสำเร็จของการบริหารเศรษฐกิจ ไทยในเวลา 2 ปี เปลี่ยนการหดตัวทางเศรษฐกิจมาเป็นการขยายตัวเกือบ 8% สูงเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียน เปลี่ยนการส่งออก ท่องเที่ยวที่ติดลบ เป็นการส่งออกและท่องเที่ยวที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ผ่านวิกฤตเศรษฐ กิจมาได้โดยคนไม่ตกงานเป็นล้าน แต่ตอนนี้อัตราการว่างงานไม่ถึง 1% ต่ำที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง รักษาเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ในประเทศเพื่อนบ้านบางแห่งขึ้นไปเกือบ 30% ไม่ได้สร้างภาระหนี้ในประเทศ ตรงกันข้ามกับวาทกรรมว่า “เก่ง แต่กู้” เพราะหนี้สาธารณะ/รายได้ประเทศ กำลังลดลงมาอยู่ระดับต่ำกว่า 40% ต่ำกว่าปลายรัฐบาลทักษิณด้วยซ้ำ

อัดแม้วก็ดีแต่พูดหลายเรื่อง

ถ้า ไม่ต้องทำงาน ดีแต่พูด แล้วทำสิ่งเหล่านี้ได้ ชีวิตผมคงสบายกว่านี้มาก ผมยังแปลกใจว่า ถ้าคำว่าดีแต่พูด แปลว่า พูดแล้วไม่ทำ คนที่มากล่าวหาผมกล้าดีอย่างไร บริหารประเทศมา 6 ปี ไม่เคยสนใจเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่ภายใน 99 วัน นับตั้งแต่ผมทำงาน ผมให้เบี้ยยังชีพไปถึงผู้สูงอายุถ้วนหน้า บริหารประเทศมา 6 ปี ไม่เอาจริงเรื่องเรียนฟรี แต่ภายใน 99 วัน ผมมีเงินส่งถึงมือผู้ปกครองเป็นค่าเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และตำราเรียน บริหารประเทศมา 6 ปี ไม่ให้ค่าตอบแทน อสม. แต่ผมมาดำเนินการใน 99 วัน ทั้งๆ ที่นโยบายเหล่านี้นักการเมืองแทบทุกพรรค “พูด” มาช้านาน แต่ถ้าดีแต่พูด แปลว่า พูดแล้วทำไม่ได้ โครงการ Elite Card (ที่ว่าจะหาเงิน 1 ล้านล้านบาท) ค้าปลีกเข้มแข็ง SPV วัวล้านตัว ฯลฯ ที่ล้มเหลว เข้าข่ายไหม เหมือนกับที่พูดว่าจะขึ้นค่าแรง 300 บาททันทีทั่วประเทศ ไม่สนใจว่าธุรกิจจะอยู่ได้ไหม หรือจะใช้เงินเป็นแสนล้านเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์แจกเด็กคนละเครื่องโดยไม่ขึ้น ภาษี ไม่กู้เพิ่ม หวังว่าประเทศนี้จะไม่ต้องพิสูจน์ว่า “ดีแต่พูด” แน่นอน

และ ถ้าหากว่า ดีแต่พูด แปลว่า พูดแล้วไม่ทำ ใครล่ะที่หลอกพี่น้องเสื้อแดงว่า ให้มาชุมนุมเยอะๆ เสียงปืนดังขึ้นเมื่อไหร่จะมายืนแถวหน้า แต่กลับไปช็อปปิ้งอยู่ปารีส แต่ก็มีหลายคนที่ผมเสียดายว่า ไม่ดีแต่พูด แต่ทำจริง พวกที่ประกาศล่วงหน้าให้มา “เผา” ไงครับ

แพลงกิ้งหมู่ที่ราชประสงค์

เวลา 17.00 น. มีการจัดกิจกรรมของกลุ่มวันอาทิตย์สีเเดง เเละกลุ่มเพื่อนประกายไฟ มีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 300 คน เเต่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด ไม่ได้มาเข้าร่วม เนื่องจากบิดาเสียชีวิต ทั้งหมดรวมตัวกันบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเกษรพลาซ่า เพื่อทำท่าแพลงกิ้งประกอบเสียงปืน เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของรัฐบาลเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บก.น. 6 กว่า 150 นายดูเเลอย่างใกล้ชิด กิจกรรมทั้งหมดผ่านไปได้ด้วยดี ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย อายุ 28 ปี แกนนำกลุ่มเพื่อนประกายไฟ ผู้คิดค้นกิจกรรม เปิดเผยว่า เหตุผลที่ต้องนำแพลงกิ้งมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ก็เพราะว่าน่าจะเหมาะสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี้ อีกทั้งยังต้องการจะสื่อว่ากว่าที่จะได้มีการเลือกตั้งนั้น คนไทยจะเสียสละชีวิตเลือดเนื้อล้มลงตายเป็นจำนวนมาก ทางกลุ่มฯขอย้ำว่าการการทำแพลงกิ้งนั้นไม่ได้เป็นการล้อเลียนท่าตาย แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ที่นี่มีคนตายจริงๆ

นายเทวฤทธิ์ กล่าวต่อว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นลักษณะของการให้คนที่ต้องการมีส่วนร่วมกับทางกลุ่ม มายืนต่อแถวยาวกันเป็นหน้ากระดาน พอได้ยินเสียงปืนก็จะล้มลงกับพื้นเหมือนถูกกระสุนยิง และจะล้มลงไปเรื่อยๆ เหมือนโดมิโน่ พอถึงคนสุดท้ายก็จะทำท่าหย่อนบัตรเลือกตั้งลงกล่อง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากว่าจะมีการเลือกตั้งนั้นประชาชนต้องล้มตายแลกมาด้วย ชีวิต สำหรับกิจกรรมครั้งต่อไปของทางกลุ่ม จะมีอีกครั้งในวันที่ 23 มิ.ย. ครั้งนี้จะแต่งกายเป็นผีหรือวิญญาณเพื่อมาฟังนายอภิสิทธิ์และพรรคประชา ธิปัตย์ปราศรัยหาเสียง ต้องการให้นายอภิสิทธิ์เห็นว่าไม่ได้มาปราศรัยให้คนเป็นฟังอย่างเดียว แต่ต้องมาปราศรัยให้คนตายฟังด้วย

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s