ความจริงกำลังไล่ล่ากระชากหน้ากากคนสั่งฆ่า คนเผาเมือง?

อย่างน้อยที่สุดบันทึกเฟซบุ๊คครั้งที่ 3 ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่พูดถึงเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อปีก่อน ก็ทำให้ประชาชนได้ยินคำว่า “เสียใจ” จากปาก ผบ.ทบ. เป็นครั้งแรก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่า “ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ในฐานะเราเป็นเจ้าหน้าที่เราเสียใจที่มีประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่ เสียชีวิต ไม่ควรเกิดแม้แต่คนเดียว…”

และดูเหมือนเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายกุมอำนาจและเป็น “ผู้กระทำ” มาตลอด ได้แสดงความรู้สึกต่อสิ่งที่กระทำลงไป

ยอมพูดแค่ว่า “เสียใจ” แต่ยังไม่ใช่คำ “ขอโทษ”…ส่วนความรับผิดชอบนั้นยังไม่ได้เอ่ยถึง

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์พิเศษผ่านสื่อโทรทัศน์ 2 ช่องของกองทัพคือ ช่อง 5 และช่อง 7 ระบุถึงปัญหาความแตกแยกที่นำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองว่า เป็นเพราะประชาชนถูกชักจูง โดยตนไม่แน่ใจว่าสื่อนอกระบบหรือสื่อที่รับจากดาวเทียมออกอากาศ ทำให้เกิดความแตกแยกหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์เน้นว่า ถ้าจะให้ประเทศชาติปรองดอง สื่อในระบบและสื่อนอกระบบต้องยุติการแบ่งข้าง และบอกว่า สื่อบางสื่อทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้น ต่างฝ่ายต่างบอกว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร ผบ.ทบ. เห็นว่าสื่อเหล่านั้นไม่น่าจะออกอากาศในตอนนี้ เพราะที่ผ่านมาทำให้ประชาชนแบ่งเป็นสองฝ่ายมาตลอด

สื่อจะแบ่งข้างอย่างที่ ผบ.ทบ. ว่าหรือไม่ อาจไม่สำคัญเท่ากับว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์ความมีเสรีภาพผ่านช่องทางบนโลกออนไลน์มีมากขึ้น ประชาชนแสวงหาทางเลือกอื่น เพราะไม่ต้องการถูกยัดเยียดจากสื่อภายใต้การบงการของรัฐ และพยายามดิ้นรนเลือกรับข่าวสารจากฝ่ายที่ถูกปิดกั้น

รศ.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์ ประธานกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) กล่าวถึงปรากฏการณ์ข้างต้นว่า

“ระบบปัจจุบันมีปัญหาทั้งในด้านการควบคุมโดยรัฐ การเจาะกลุ่มผู้รับบางกลุ่มของระบบทุนที่ดำเนินการสื่อ (เช่น สื่อกระแสหลัก) การควบคุมการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่คัดค้านอำนาจรัฐ และการควบคุมการเปิดพื้นที่สื่อใหม่ๆ การต่อสู้ทางการเมืองที่ผ่านมา คือการต่อสู้ของกลุ่มที่คิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิมีเสียงทางการเมือง หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการเมือง โดยการพยายามขยายพื้นที่สาธารณะสำหรับความคิดความเห็นของกลุ่มตน เพื่อเชื่อมต่อสมาชิกกลุ่มหรือเพื่อขยายสมาชิกให้กว้างขวางออกไป…เราถูก ปิดปากเงียบมา 50 ปี อยู่มาวันหนึ่งมีไฮไฟว์ เฟซบุ๊ค เราก็ระดมเหมือนท่อน้ำแตก”

ไม่ว่าคำว่า “ไม่น่าออกอากาศในตอนนี้” ของ ผบ.ทบ. จะหมายความว่าอะไร จากข้อเท็จจริงที่ ผบ.ทบ. ไม่ได้พูดให้ครบก็คือ การปิดกั้นสื่อมีการดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง มีการไล่ปิดวิทยุชุมชน รวมถึงปิดกั้นเว็บไซต์จำนวนมากด้วยข้อหาว่า มีการยุยง ปลุกปั่น รวมถึงหมิ่นสถาบัน โดยไม่ต้องพิสูจน์ แต่มีการจับกุมและปิดสื่อไปก่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผลสำรวจของ “ฟรีดอมเฮาส์” (องค์กรนานาชาติที่ทำงานวิจัยและรณรงค์ด้านเสรีภาพทางการเมือง) ในปี 2011 ซึ่งเปิดเผยว่า จำนวนประชากรที่เข้าถึงสื่อเสรีได้ลดลงถึงจุดต่ำสุดในรอบ 10 ปี และระบุว่า ไทยได้ถูกลดชั้นจากกลุ่ม “กึ่งเสรี” มาอยู่ในกลุ่ม “ไม่เสรี” เทียบเท่ากับเกาหลีเหนือ จีน คิวบา โซมาเลีย อัฟกานิสถาน อิหร่าน และอีก 63 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเหตุของการลดชั้นคือการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ม.112 และความรุนแรงทางการเมือง

จึงน่าฉุกคิดว่า ถึงขนาดที่ว่ามีสื่อถูกปิดกั้นจำนวนมาก มีการลดอันดับความมีเสรีภาพของสื่อลงโดยองค์กรต่างประเทศ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังมองว่าสื่อ (ที่ถูกปิดกั้นและไม่เสรี) จำนวนหนึ่งไม่ควรจะมี

พล.อ.ประยุทธ์มองว่าสื่อสมควรต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดขึ้น

เป็นเรื่องจริงและน่ารับฟัง เสียดายที่ พล.อ.ประยุทธ์ลืมระบุว่าเป็นสื่อช่องใด

โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก. แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการพักการใช้รัฐธรรมนูญ แล้วยกประเทศให้กองทัพไปเลยก็ว่าได้

ใครที่ยึดเวลาวิทยุโทรทัศน์ไปหมดทุกช่อง ใครที่ออกข่าวโฆษณาชวนเชื่อ ออกข่าวข้างเดียวกรอกหูกรอกกรอกตาจนคนที่ไม่เคยเปิดโลกทัศน์เคลิบเคลิ้ม ร่ำร้องสะอื้นไห้ไปกับตึกรามร้านค้าที่โดนเผาอย่างมีวาระซ่อนเร้น แต่มองไม่เห็นคนบาดเจ็บล้มตายในสภาพไม่ต่างจากหมาข้างถนน

ความสูญเสียทั้งหมดไม่เคยมีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ นอกจากสร้างวาทกรรมคนชุดดำ กองกำลังไม่ทราบฝ่าย คนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง ล้มเจ้า จับคนเข้าคุกทันทีโดยไร้หลักนิติธรรม

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดถึงการแก้ปัญหาบ้านเมืองว่า “ผิดหรือถูกก็มาต่อสู้กันตามกฎหมาย แต่จะบอกว่ากลไกไม่ถูกไม่ได้ เพราะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ใครผิด ใครถูก สู้กันไป ละเมิดไม่ได้.ต้องว่ากันตามกฎหมาย ใครถูก ใครผิด โยนกันไปโยนกันมาไม่ได้”

การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ว่านี้ หมายรวมถึงกรณีการสืบสวนข้อเท็จจริงในเหตุการณ์สลายการชุมนุมเหตุการณ์ “เมษา-พฤษภาอำมหิต” ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งมีพยานหลักฐานชัดเจนชี้ชัดว่า ความตาย 13 ศพ และกรณี 6 ศพในวัดปทุมวนาราม เป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยหรือไม่?

เพราะในช่วงที่ผ่านมาดูเหมือนการทำงานของดีเอสไอถูกแทรกแซงกลไก และทำให้หยุดชะงักไปดื้อๆเหมือนกัน จนนำไปสู่คำถามว่า การทำงานนี้จะดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องได้หรือไม่?

หรือเป็นเพราะความจริงกำลังถูกเปิดโปงผ่านสื่อที่กองทัพและรัฐบาลจากค่ายทหารมิอาจจับได้ไล่ทันเทคโนโลยีอีกต่อไป

หรือใครกำลังจะเดือดร้อนจากข้อเท็จจริงที่ถูกเปิดเผย

หรือกำลังหา “แพะรับบาป” ด้วยการโทษสื่อมวลชนฝ่ายตรงข้ามอีกเช่นเคย?

ประชาชนเขากำลังติด “อาวุธทางปัญญา” เพื่อกระชากหน้ากากคนสั่งยิง สั่งฆ่า และคนยิง คนฆ่าประชาชน

หรือสรรพาวุธแห่งกองทัพกำลังพ่ายแพ้ต่อปัญญาของประชาชน?

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s