โต้ลั่น”ล้มเลือกตั้ง” กกต.เต้น ยันไปนอกกลับทัน

มาร์คโดนต้านอีก ด้วย”มือทาสีแดง” แม้วเคลียร์ทหาร หวังกลับไทยธค. งานแต่งลูกสาว


บุกราชบุรี – น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคเพื่อไทย ที่สนามกีฬาร.ร. วัดดอนตูม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ย้ำนโยบายกอง ทุนพัฒนาสตรีจังหวัดละ 100 ล้าน เมื่อ17 มิ.ย.

“ทักษิณ”ประกาศจาก ดูไบขึ้นกับสภาพความเป็นจริง นำทีมเดินเท้าหาเสียงในกทม. ขึ้นรถไฟฟ้าต่อรถใต้ดินชูนโยบาย 10 สาย 20 บาท พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุง “มาร์ค”ไปปราจีนบุรีไม่แค่เจอป้ายดีแต่พูด ยังได้สัญลักษณ์”มือเปื้อนเลือด” เลขาฯกกต.แจงวุ่น 4 กกต.ไปนอกพร้อมๆ กัน ยันไม่กระทบการทำงาน เหตุที่ไปเพื่อนำข้อมูลมาใช้ประ โยชน์ โต้ข่าวลือมีแผนล้มเลือกตั้ง โฆษกทบ. “ปล่อยไก่อู” ตัวเบ้อเร่อ โชว์บทกลอนประกอบแถลงข่าวแบบไม่รู้ข้อมูล

เทือกไม่เข้าใจ 4 กกต.ไปนอก

เมื่อ วันที่ 17 มิ.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกกต. 4 คน เดินทางไปดูงานต่างประเทศพร้อมๆกันว่า ไม่ขอประเมินว่าจะเกี่ยวข้องกับการล้มเลือกตั้งหรือไม่ แต่ไม่เข้าใจถึงการทำหน้าที่ของ กกต. เพราะขณะที่ประเทศกำลังมีการเลือกตั้ง เหตุใดกกต.จึงไปดูงานต่างประเทศช่วงนี้ ทั้งนี้อยากเรียกร้องกกต.ทำงานอย่างเข้มแข็งดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม เนื่องจากพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติว่ามีการโกงการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการสบประมาทกกต. อย่างชัดเจน หากกกต.ไม่รู้สึกก็จะตกเป็นจำเลยของสังคม และส่วนตัวไม่แปลกใจความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องสร้างสถานการณ์เงื่อนไขต่างๆ ขึ้นมา เพื่อใช้ในวันเวลาที่เหมาะสม ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะหรือแพ้เลือกตั้ง

ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณอยากจะ กลับประเทศเดือนพ.ย.นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวคงเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะถ้ากลับประเทศไทยแล้วเป็นคนไทยคนเดียวที่อยู่เหนือคำพิพากษาของศาล บ้านเมืองก็อยู่ไม่ได้ หรือหากจะออกเป็นกฎหมายเพื่อช่วยเหลือก็ไม่น่าจะทำได้เช่นกัน โดยเฉพาะการออกกฎหมายเพื่อช่วยพ.ต.ท. ทักษิณเพียงคนเดียว คนไทย 65 ล้านคนคงไม่ยอม เพราะไม่ยุติธรรมและไม่เป็นมาตรฐานสากล แม้พรรคเพื่อไทยจะอ้างผลเลือกตั้งเพื่อนำ พ.ต.ท.ทักษิณกลับก็ทำไม่ได้เช่นกันเพราะขัดกับหลักนิติธรรม

มาร์คไปปราจีนเจอ”มือเปื้อนเลือด”

เมื่อ เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาหาเสียงที่โรงเรียนอนุบาลปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เด็กนักเรียนโรงเรียนต่างๆ ที่มาต้อนรับส่งเสียงดังลั่น นายอภิสิทธิ์ปราศรัยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งถึงนโยบายที่รัฐบาลทำไปแล้ว และขอคะแนนเสียงจากอาจารย์ ครู ผู้ปกครอง ขณะเดียวกันมีผู้หญิงคนหนึ่งทราบชื่อต่อมาว่า นางสุจิตรา อภัยภัทร เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกรณีไม่ได้รับเงินกู้ยืมจากโครงการสินเชื่อ สวัสดิการข้าราช การ ซึ่งนายอภิสิทธิ์รับปากว่าจะติดตามเรื่องให้

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายอภิสิทธิ์ปราศรัยจบ และขึ้นรถแห่จากโรงเรียนอนุบาลปราจีนบุรีมาถึงสะพานข้างคลองแห่งหนึ่ง มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 30 คน ยืนชูป้ายโจมตีนายอภิสิทธิ์ อาทิ “ดีแต่พูด” “ใครฆ่าประชาชน” และ “91 ศพ” ซึ่งนายอภิสิทธิ์พูดออกไมค์ว่า ขอบคุณเบอร์ 1 ขอบคุณพรรคเพื่อไทย ที่มา ชูป้ายว่าพรรคตัวเองทำไม แล้วโบกมือให้ จากนั้นเคลื่อนขบวนต่อไป แล้วเจอกลุ่มคนเสื้อแดงดักตามถนนนำถุงมือยางอัดลมทาสีแดงผูกเป็นพวง ชูประกอบการประท้วงด้วย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ข้อหา “มือเปื้อนเลือด”

นาย อภิสิทธิ์เข้าสักการะศาลหลักเมืองปราจีนบุรี ก่อนขึ้นรถแห่หาเสียงรอบตัวเมืองปราจีนบุรี จากนั้นไปสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวร ข้างค่ายจักรพงษ์ภูวนาถ ก่อนไปเดินหาเสียงที่งานโอท็อป จ.ปราจีนบุรี ซึ่งมีการขายผลไม้ประจำฤดูกาล โดยนายอภิสิทธิ์ชิมมังคุดกับกระท้อนด้วย

ป้ายดีแต่พูด-ตีนตบตลอดทาง

เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ไปที่ อ.ศรีมหาโพธิ โดยสวมหมวกสาน เสื้อวอร์มปชป.ปักเบอร์ 10 สกรีนชื่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้านหลัง ขึ้นรถแห่ไปตามถนน โดยมีรถมอเตอร์ ไซค์ฮาร์เลย์ 3 คันนำขบวน ก่อนลงเดินหาเสียงที่ตลาดสดเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ ต่อด้วยโรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรงทอง มีนักเรียนพันคนมาตั้งแถวรอต้อนรับ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ปราศรัยในสภาพเสียงแหบแห้งกว่าเดิม ขณะนั่งรถต้องจิบยาแก้ไอ พ้นยาและอมยาตลอด

ขณะที่นั่งรถจาก อ.ศรีมหาโพธิ มายัง อ.กบินทร์บุรี คณะของนายอภิสิทธิ์เจอกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 5-6 คน ออกมาถือป้ายระบุข้อความ “อภิสิทธิ์ดีแต่พูด” จนเมื่อมาถึงตลาดกบินทร์บุรี นายอภิสิทธิ์ขึ้นรถแห่ไปรอบเมือง ท่ามกลางฝนตกหนัก แต่ยังมีคนเสื้อแดงถือตีนตบเขย่าใส่ขบวนนายอภิสิทธิ์ตลอดทาง

ผู้สื่อ ข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างขึ้นรถแห่นายอภิสิทธิ์ต้องสลับจากขบวนแห่มายังรถส่วนตัว เนื่องจากตลอดทางมีฝนตกหนัก เมื่อฝนซาจึงขึ้นขบวนแห่ใหม่ แต่เมื่อขึ้นรถแห่ก็เกิดฝนตกหนักอีก จากนั้นขบวนจึงเดินทางกลับ

โบ้ยเป็นเรื่องภายในกกต.

เวลา 10.00 น. ที่โรงเรียนอนุบาลปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีกกต. 4 คน ไปต่างประเทศพร้อมกันว่า เป็นเรื่องการบริหารภายในของกกต. ช่วงนี้มีการเลือกตั้งในต่างประเทศจริง และกกต.คงมีมาตรการรองรับ แต่เราเป็นห่วงสถานการณ์ภายในประเทศ ถ้ากกต.บริหารจัดการได้ ก็เป็นเรื่องที่กกต.จะดูแล ถ้ามีเรื่องด่วนคงกลับมาประชุมร่วมกัน ส่วนที่ต่างประ เทศสนใจเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งครั้งนี้ เข้าใจว่าคงประสานกกต.โดยตรง เพราะกกต. จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้เข้ามารูปแบบใด

ผู้สื่อข่าวถามถึงสำนัก ข่าวต่างประเทศวิเคราะห์ว่าการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เป็น การแทรกแซงทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ฟังรายละเอียด เท่าที่อ่านข่าวก็บอกว่าให้เลือกคนดี ทุกพรรครณรงค์ให้เลือกคนดีทั้งนั้น อย่างนี้จะไปชี้นำอย่างไร ถ้าชี้นำแสดงว่ามีฝ่ายดีอยู่ฝ่ายเดียวหรืออย่างไร ส่วนจะเป็น การชี้นำหรือไม่ ตนไม่คิดว่าจะมีอะไร เป็นการ บอกให้เลือกคนดี ถ้าอยากให้การเมืองดีต้องเลือกคนดี

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยระบุไม่ เกี่ยวข้องกับนายใจ อึ๊งภากรณ์ นายจักรภพ เพ็ญแข อย่างที่ผบ.ทบ.ระบุ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เวลาที่มีคนในกลุ่มหรือเครือข่ายของเพื่อไทยทำอะไรที่สังคมไม่ยอมรับก็จะ ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่ไม่เคยทำอะไรทั้งที่สนิทสนมคุ้นกัน หากยังเป็นอย่างนั้นต่อไปก็ยากที่จะทำให้คนเข้าใจเป็นอย่างอื่น เพื่อไทยต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ เมื่อบอกว่าพร้อมเป็นรัฐบาล อย่างน้อยต้องควบคุมคนที่สนับสนุนตัวเองให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะบริหารบ้านเมืองได้อย่างไร ถ้าบอกว่าจะปรองดองแต่ไม่สามารถควบคุมผู้สนับสนุนได้ คนจะตั้งคำถามว่ามีความจริงใจและมีความสามารถหรือไม่

จัดเต็มตั้งแต่ทักษิณ-ปูยันเสื้อแดง

เมื่อ ถามว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย ระบุพรรคเพื่อไทยไม่ได้จัดตั้งกลุ่มคนเสื้อแดงและไม่สามารถควบคุมทุกคนได้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าอย่างนั้นจะประณามหรือไม่ จะบอกให้หยุดหรือไม่ จะบอกเขาหรือไม่ว่าไม่จำเป็นต้องมาสนับสนุนพรรคเพื่อไทย หรือเพื่อไทยไม่สนับสนุนวิธีการแบบนี้ ถ้าอยากแสดงความเป็นผู้นำก็ควรพูดอย่างนี้

ต่อข้อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่าจะกลับมาประเทศไทยภายในเดือนธ.ค. เพื่อร่วมงานแต่งงานของบุตรสาว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษินเคยพูดหลายเรื่อง และเคยพูดว่าการชุมนุมมีเสียงปืนเมื่อไหร่จะมายืนอยู่แถวหน้า เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาวันที่ 10 ธ.ค.โดยไม่มีความผิดได้หรือไม่ นายอภิสิทธ์ กล่าวว่า ถ้ามีรัฐบาลที่ไปล้างความผิดให้ก็เป็นไปได้ แต่อยู่ที่ประชาชนว่าจะยอมหรือไม่ จะเลือกพรรคที่จะไปล้างความผิดให้กับพ.ต.ท. ทักษิณหรือไม่ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณต้องพูดอย่างนี้ เป็นเรื่องจิตวิทยา ตามแผนปั่นกระแส

เมื่อ ถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณห่วงว่าน้องสาวจะถูกกลั่นแกล้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีใครไปกลั่นแกล้ง อยู่ไกลเลยไม่ได้มาเห็น ลองเปรียบเทียบดูว่าการลงพื้นที่ของแต่ละพรรคเป็นอย่างไร นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคโดนอะไร ใครต่อใครโดนอะไร

น้องเติ้งอยากเห็นผบ.ทบ.นิ่มลง

ที่ จ.อุบลราชธานี นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์กรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ระบุว่า ผบ.ทบ.ส่งสัญญาณแทรกแซงการเมือง ว่า ไม่เชื่อว่าจะมีการปฏิวัติ เพราะผบ.ทบ.พูดชัดเจนแล้วว่าไม่ต้องกังวลว่าจะมีสัญญาณอะไรเกิดขึ้น พูดตรงไปตรงมา นานๆ พูดที ทุกคนก็ทราบดีว่าผบ.ทบ.เป็นคนพูดจาขวานผ่าซาก ทำให้หลายคนตกอกตกใจ แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณเรื่องปฏิวัติ และการพูดถึงความจงรักภักดีถือเป็นหน้าที่ของทหาร อย่าไปตีความคำพูดให้ไกลเกินไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังปฏิวัติ ก.ย.49 เหมือนกองทัพกับการเมืองแยกออกจากกันไม่ได้ นายชุมพล กล่าวว่า การเมืองกับกองทัพแยกกันนานแล้ว เพียงแต่มาพูดในช่วงเลือกตั้งเท่านั้นเอง เมื่อมีการปฏิวัติในช่วงนั้น ถือว่าเป็นธรรมดาที่กองทัพมาดูแลบ้านเมืองช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทหารกับการเมืองต้องแยกจากกันแล้ว ไม่ใช่มาพัวพันขนาดหนัก การพูดจาของทหารถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพราะทหารก็คือประชา ชน ใครแสดงความเห็น ก็ต้องรับฟังกันทั้งนั้น ดีกว่าเก็บไว้ข้างในแล้วไม่แสดงออก

น่ากลัว น้ำนิ่งน่ากลัว

เมื่อ ถามว่าการที่ผบ.ทบ.ออกมาพูดเหมือนตั้งป้อมใส่พรรคเพื่อไทย นายชุมพล กล่าวว่า ไม่ทราบเจตนารมณ์ของผบ.ทบ. แต่เท่าที่ฟังไม่น่าไปไกลถึงขนาดนั้น เพราะคะแนนที่ได้ประชา ชนเลือกมา หากเพื่อไทยมีคะแนนเสียงมากพอ ก็ไม่น่ากังวลอะไร การตีความในอนาคตเป็นอีกประเด็น เมื่อมีเสียงสะท้อนผบ.ทบ.ต้องรับฟัง อยากเห็นผบ.ทบ.พูดให้นิ่มนวลกว่านี้หน่อย ไม่มีอะไรมากกว่านี้


แกะสลัก – น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ทดลองแกะสลักสแตนเลส ระหว่างเยี่ยมชมศูนย์โอท็อป หัตถกรรมแกะสลักสแตนเลส ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงเขตบางพลัด กทม. เมื่อ

คำพูดเปลี่ยนฐานการเมืองยาก

ต่อ ข้อถามว่าการพูดของผบ.ทบ.จะเป็นเหตุผลให้ประชาชนตัดสินใจจะเลือกใครพรรคใด หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ไม่น่ามีผล และการที่ผบ.ทบ.ประกาศงดให้สัมภาษณ์จนกว่าจะเสร็จสิ้นการเลือกตั้งนั้น แสดงให้เห็นว่าท่านรับฟังแล้ว เมื่อถามว่าการงดให้สัมภาษณ์ของผบ.ทบ.ถือเป็นน้ำนิ่งหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ไม่หรอก

“แสดงให้เห็นว่าผบ.ทบ.ฟังเสียงสะท้อนจากที่ตัวเอง พูดออกมา ส่วนโทนเสียงก็ควรลดลงมานิดหนึ่ง ให้อ่อนนุ่มและนิ่มนวลหน่อย แต่อย่างว่าเรื่องบุคลิกคงเปลี่ยนยาก คำพูดของผบ.ทบ. คงเปลี่ยนฐานเสียงทางการเมืองยาก” นายชุมพล กล่าว

ทหารพูดเองยอมรับเลือกตั้ง

เมื่อ ถามว่าหากผลเลือกตั้งเพื่อไทยชนะ ทหารจะยอมรับได้หรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า ผลเลือกตั้งออกมาอย่างไรต้องยอมรับ เพราะเป็นเสียงของประชาชนทุกฝ่ายต้องยอมรับ และทหารเองก็พูดออกมาแล้วว่ายอมรับผลเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีพ.ต.ท.ทักษิณระบุว่า หากเพื่อไทยชนะได้ตั้งรัฐบาลจะเชิญผบ.เหล่าทัพมาหารือถึงแนวทางปรองดอง นายชุมพล กล่าวว่า ไม่ทราบ ยังไกลเกินไป เรื่องอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน และไม่น่าจะพูดถึง จะทำให้มีปัญหาเปล่าๆ เมื่อถามว่าแนวทางดัง กล่าวก็ตรงกับพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประ ธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ที่จะตั้งโต๊ะเจรจาทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความปรองดอง นายชุมพล กล่าวว่า ต้องดูว่าชาติไทยพัฒนาได้คะแนนเท่าไร ไว้หลังเลือกตั้งก่อน อาจได้มาแค่ 5-10 เสียงจะไปแสดงบทบาทใหญ่โต ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวหน่อย

“งูเห่า”เกิดก็ต่อเมื่อชนะนิดเดียว

เมื่อ ถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างชาติไทยพัฒนากับภูมิใจไทย เพราะมีกระแสว่าอาจเกิดงูเห่าจากกลุ่มของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายชุมพล กล่าวว่า การจับมือกันเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ถือเป็นสัญญาประชาคม จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองร่วมกัน มีอะไรก็หารือร่วมกันก็มีเท่านั้น เมื่อทำต่อหน้าประชาชนแล้วคงไม่เปลี่ยน และคิดว่าเรื่องงูเห่าคงไม่เกิดขึ้นแล้ว งูเห่าจะเกิดขึ้นก็ต้องภาวะวิกฤตจริง ทั้ง หมดต้องดูวันเลือกตั้ง 3 ก.ค. อย่างเดียว เพราะถ้าคะแนนเสียงชนะขาดลอยเสียงของงูเห่าก็ไม่มีประโยชน์ รอผลเลือกตั้งก่อน ครั้งก่อนที่มีงูเห่าเพราะคะแนนเสียงชนะกันนิดเดียว คะแนนจะชนะขาดลอยต้องเกินกึ่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ และรัฐบาลจะมีเสถียร ภาพได้ต้อง 300 เสียงขึ้นและต้องเป็นรัฐบาลผสม และต้องดึงแนวร่วมที่สามารถทำงานร่วมกันได้

นายชุมพล กล่าวถึงสำนักงานข่าวรอยเตอร์เสนอรายงานวิกิลีกส์ที่ระบุว่านายเอริก จี. จอห์น อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยทำรายงานถึงรัฐบาล ระบุว่า เพื่อไทยมีโอกาสเป็นรัฐบาล และบทบาทของน.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ไม่ธรรมดา นายชุมพล กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่เท่าที่ทราบนายเอริกเคยทำรายงานไปยังรัฐบาลสหรัฐเรื่อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่ามีโอกาสเป็นนายกฯ ส่วน ที่ระบุว่า เพื่อไทยมีกระแสดี เป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว และสำนักข่าวต่างประเทศประเมินจากโพลที่ออกมา

นายชุมพล กล่าวด้วยว่า วันที่ 29 มิ.ย. จะไปหาเสียงที่ จ.นราธิวาส วันที่ 21 มิ.ย. จะไปหาเสียง จ.ขอนแก่น ซึ่งในพื้นที่ภาคใต้อยากได้ 4 ที่นั่ง เพื่อช่วยให้คะแนนของพรรคดีขึ้น แต่อย่างน้อยขอรักษา 2 ที่นั่งเดิมไว้ให้ได้ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดภาคใต้พรรคชูนโยบายปรองดอง จะเห็นได้ว่าพรรคไม่ขายนโยบายประชานิยมมากนัก

พท.ยื่นกกต.แจงบัตรเลือกตั้ง

เมื่อ เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานกกต. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. พร้อมกับมอบสำเนาบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อขอให้ตรวจสอบและแก้ไขบัตร เนื่องจากทราบจากบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร ที่เผยแพร่ในอินเตอร์เน็ตขณะนี้ว่า สัญลักษณ์ของพรรคเพื่อไทยในช่องสัญลักษณ์ มีขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็น

นาย พร้อมพงศ์ กล่าวว่า สัญลักษณ์ของพรรคในช่องบัตรเลือกตั้งเล็กมาก อาจทำให้ผู้ใช้สิทธิ์เข้าใจผิดว่าช่องสัญลักษณ์เป็นช่องลงคะแนนเลือกตั้ง และอาจกากบาทช่องนี้ แทนที่จะกากบาทช่องลงคะแนนที่อยู่ทางขวามือ และอาจทำให้กลายเป็นบัตรเสียได้ จึงขอร้องกกต.แก้ไขด้วยการพิมพ์บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อใหม่ ให้มีลักษณะของสัญลักษณ์ให้สามารถมองเห็นได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของพรรคเพื่อ ไทย เนื่องจากเห็นในเอกสารเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิลงคะแนนที่จัดทำ ขึ้นโดยกกต.ว่า ใช้สัญลักษณ์เป็นตัวย่อ “พท.” และมีขนาดใหญ่ได้ ทั้งนี้อยากให้กกต.ชี้แจงว่า หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งกากบาทในช่องสัญลักษณ์ของพรรคเพื่อไทย หรือกากบาททั้งช่องสัญลักษณ์และช่องลงคะแนนเลือกตั้ง บัตรดังกล่าวจะถือว่าเป็นบัตรเสียหรือไม่ อยากให้กกต.ชี้แจงเพื่อความสบายใจ

ถามความเหมาะสมไปนอกตอนนี้

นาย พร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณี 4 กกต.ไปต่างประเทศพร้อมกันว่า พรรคเพื่อไทยตั้งข้อสังเกตว่า กรณีดังกล่าวทำให้ กกต.ไม่สามารถจัดประ ชุมเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนคัดค้านการเลือกตั้งได้ ทั้งเรื่องพิจารณาตัดสิทธิผู้สมัครส.ส. ศรีสะเกษ รวมถึงเรื่องซื้อเสียงในจ.บุรีรัมย์ ที่เพื่อไทยร้องเรียนเข้ามา ดังนั้นจึงขอตั้งคำถามว่า กกต.ไปต่างประเทศในช่วงระหว่างที่มีการจัดการเลือกตั้งนั้นเหมาะสมหรือไม่ และที่สำคัญกว่านั้นคือเป็นช่วงใกล้เลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 มิ.ย. นอกจากนี้เพื่อไทยทราบข้อมูลมาว่า ในจ.นครปฐม มีการแจกเบี้ยผู้ยากไร้ ใน 150 หมู่บ้าน และบางคนเป็นภรรยาผู้นำท้องถิ่น ตนขอถามว่าตรงนี้มีนัยยะอะไรหรือไม่ เพราะอยู่ในช่วงพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ห้ามหน่วยงานราชการแจกหรือให้สิ่งของและเงินทอง

“การไปดูงานเลือก ตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรของกกต.เปรียบเสมือนว่าบ้านกำลังจัดงานใหญ่ และผู้ใหญ่ในบ้าน 4 คน ไม่อยู่ เหลือเพียงผู้ใหญ่ 1 คน ผมถามว่าจะจัดงานภายในบ้านให้เรียบร้อยได้อย่างไร และการไปดูงานต่างประเทศครั้งนี้ถือว่ามีนัยยะสำคัญหรือไม่ ผมไม่ได้ติดใจว่ากกต.ทั้ง 4 คนจะไปต่างประเทศได้หรือไม่ แต่ถามว่าไปช่วงนี้มีความเหมาะสมหรือไม่” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

ทูตอังกฤษเข้าพบยิ่งลักษณ์

ที่ พรรคเพื่อไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายอาซีฟ อาหมัด เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวภายหลังนายอาซีฟเข้าพบนายยงยุทธ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยนายอาซีฟ กล่าวว่า สาเหตุที่มาพบหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อหารือถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย เพราะต้องการศึกษาว่าพรรคการเมืองต่างๆ มีแนวนโยบายการทำงานหลังการจัดตั้งรัฐบาลอย่างไร ตนดีใจที่เห็นการรณรงค์หาเสียงและยินดีจะให้มีการหาเสียงอย่างโปร่งใส โดยที่ไม่ใช้ความรุนแรง ได้พูดคุยถึงบทบาทของรัฐบาลและฝ่ายค้าน ไปจนถึงประเมินผลเลือกตั้งหลังวันที่ 3 ก.ค. รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาล ตนต้องการให้ประชาธิปไตยเบ่งบานในประเทศไทย และหน้าที่ของตนไม่ได้ต้องการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่ต้องดำรงความเป็น กลาง ดังนั้นเป็นหน้าที่ของคนไทยที่จะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคไหน

ผู้ สื่อข่าวถามว่ามีความเห็นอย่างไรที่สหภาพยุโรป(อียู) จะส่งผู้สังเกตการณ์เข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งในไทย นายอาซีฟ กล่าวว่า อียูส่งผู้ชำนาญการด้านการเลือกตั้ง 2 คนเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งครั้งนี้ แต่เป็นเพียงสังเกตการณ์เท่านั้น ไม่มีการเสนอความคิดเห็นใดๆ

เดินเท้าหาเสียงช่วยผู้สมัครกทม.

ก่อน หน้านั้นเวลา 07.00 น. ที่อาคารชินวัตร 1 ซอยสายลม น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมด้วยแกนนำและผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ อาทิ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร นายสันติ พร้อมพัฒน์ ไปหาเสียงช่วยนายกวี ณ ลำปาง และน.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ผู้สมัครส.ส.เขต 5 และ เขต 6 กทม. เริ่มจากเดินเท้าจากอาคารชินวัตร 1 ไปตามถนนพหลโยธิน เพื่อพบปะประชาชนและแจกแผ่นพับนโยบายพรรค สติ๊กเกอร์การ์ตูน รูปน.ส.ยิ่งลักษณ์ และเบอร์ 1 ให้ประชาชนตลอดเส้นทาง พ่อค้าบางรายนำสติ๊กเกอร์การ์ตูนไปติดกระจกร้านทันทีพร้อมกับพูดว่าเบอร์ 1 ขณะที่หลายรายขอถ่ายรูปและมอบดอกไม้ให้กำลังใจ

จากนั้นน.ส.ยิ่ง ลักษณ์ไปหาเสียงที่ตลาดสีลม ช่วงระหว่างจะขึ้นไปสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส มีชายกลางคนอ้างเป็นตัวแทนจากสำนัก งานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สก สค.) ตรงเข้ามาประชิดตัวเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้ปรับขึ้นค่าอัตราจ้างแรงงาน รัฐวิสาหกิจ ตาม ที่ครม.มีมติ และเคยเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึง 3 ครั้ง จึงขอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ช่วย ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์รับไว้ ชายคนดังกล่าวจึงปลีกตัวออกไป

ขึ้นรถไฟฟ้าชู 10 สาย 20 บาท

เวลา 07.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมคณะใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีซอยอารีย์เดินทางไปยังสถานีรถไฟฟ้าอโศก เชื่อมต่อด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ เพื่อพบประชาชนและสะท้อนความคิดเห็นของผู้ใช้บริการรถสาธารณะ จากนั้นแถลงเปิดตัวนโยบายรถไฟฟ้า 10 สาย 20 บาท พร้อมกับแนวทางปฏิบัติของระบบขนส่งมวลชนแบบครบวงจร โดยนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรฟม. และน.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ ผู้สมัครส.ส.เขต 7 กทม. รอต้อนรับที่จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสกับรถไฟฟ้าใต้ดิน

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า บรรยากาศในการเดินทางโดยรถไฟฟ้าชุลมุนเล็กน้อย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน ทำให้ผู้โดยสารบางคนที่เร่งรีบเดินทาง มีอาการหงุดหงิดเนื่องจากคณะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีจำนวนมาก แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ และระหว่างอยู่ในรถไฟฟ้าบีทีเอส น.ส.ยิ่งลักษณ์พูดคุยกับผู้โดยสารด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมนำเสนอนโยบายพรรคเรื่องรถไฟฟ้า 10 สาย 20 บาทตลอดสาย ซึ่งผู้โดยสารบางคนตื่นเต้นและขอถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึก บางคนถามเจ้าหน้าที่พรรคว่าจะปราศรัยใหญ่ที่กทม.เมื่อไหร่ ขณะที่หญิงสาววัยรุ่นบางกลุ่มสอบถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า “เปิดเฟซบุ๊กหรือไม่ จะได้แชร์ข้อมูลกัน” น.ส.ยิ่งลักษณ์ยิ้มและตอบรับ

โชว์นโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิต

ทั้ง นี้น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เคยมาใช้บริการช่วงที่ต้องมาประชุม และเมื่อตอนท้อง 5 เดือนก็ยังมาขึ้นรถไฟฟ้า” ทั้งนี้การเดินทางโดยรถสาธารณะของน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้รับความสนใจ และมีประชาชน เจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าใต้ดินขอถ่ายรูป และรับฟังการนำเสนอนโยบายอย่างสนใจ บริเวณรถไฟฟ้าใต้ดิน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

เวลา 09.00 น. ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ศูนย์วัฒนธรรมฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์ว่า นอกจากโครงการรถไฟฟ้า 20 สายแล้ว เพื่อไทยยังมีโครงการอื่นๆ ที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกทม. เช่น โครงการแอร์พอร์ตลิงก์ที่จะเชื่อมต่อจากกทม.ไปยังจ.ชลบุรี เมืองพัทยา และฉะเชิงเทรา จะทำให้ผู้ที่เดินทางเข้า-ออกในประเทศสะดวกรวดเร็วมากขึ้น และยังมีโครง การหาสถานที่ให้เยาวชนมารวมตัวกันเป็นแหล่งมั่วสุมแบบสร้างสรรค์ เป็นจุดพักผ่อนสำหรับเยาวชนและผู้ปกครอง เป็นศูนย์สำหรับฝึกอาชีพ หรือติวภาษา

เชื่อผบ.ทบ.-กองทัพเป็นกลาง

น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โจมตีนโยบายของเพื่อไทยว่าต้องใช้งบประมาณถึง 2 ล้านล้านบาทว่า เราจะมีคำตอบให้กับประชาชนในการปราศรัยใหญ่ แต่ยืนยันว่านโยบายของพรรค คิดรายละเอียดอยู่แล้ว ไม่เสียวินัยการเงินการคลัง และนโยบายที่นำเสนอทำได้จริง และหารายได้ได้อย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าว ถามถึงกระแสข่าวกองทัพทำหนัง สือถึงกกต.ขอรายชื่อผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตามหลักแล้ว หน้าที่ของกองทัพคือดูแลความมั่นคงของประเทศ และปกป้องสถาบัน เชื่อว่ากองทัพทำบทบาทตรงนั้น เมื่อถามว่าการดำเนินการของกองทัพจะทำให้สถานการณ์ช่วงโค้งสุดท้ายพลิกหรือ ไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้ยังเหลือเวลาอีกครึ่งทาง ยังมีสิ่งที่เราต้องทำอีกมาก เมื่อถามว่ายังเชื่อมั่นหรือไม่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ กองทัพเป็นกลาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อยากเห็นแบบนั้น และส่วนตัวก็เชื่อแบบนั้น เพราะกองทัพ โดยเฉพาะผบ.ทบ.เป็นผู้ใหญ่ และได้พูดหลายครั้งว่ากองทัพวางตัวเป็นกลาง ตนก็เชื่อแบบนั้นว่ากองทัพจะวางตัวเป็นกลาง และทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อประชาชน

ทักษิณอยากกลับมางานแต่งลูก

ต่อ ข้อถามว่ามีข่าวว่ากองทัพจะเรียกประชุมผู้นำชุมชนในกทม.ก่อนเลือกตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ขอก้าวล่วงขอบข่ายการทำงานของ กองทัพ แต่ขอให้ทุกภาคส่วนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ยุติธรรม สร้างสรรค์ ที่สำคัญต้องขอให้เคารพเสียงประชาชน

เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณระบุ อยากกลับประ เทศไทยเพื่อร่วมงานแต่งงานลูกสาวเดือนธ.ค.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า “ในฐานะพ่อ เป็นความปรารถนาที่อยากเห็นงานแต่งงานของลูกสาว แต่ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ท่านปรารถนา แต่เราต้องกลับมาบนความจริง และการปฏิบัติ ซึ่งหน้าที่ของดิฉันต้องดูแลรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ และทำหน้าที่นี้ดูแลส่วนรวม และส่งมอบนโยบายตามที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน”

เมื่อ ถามว่าได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณบ้างหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า คุยเป็นระยะ แล้วแต่โอกาส แต่ส่วนใหญ่จะถามทุกข์สุขมากกว่า ส่วนการเลือกตั้งพ.ต.ท.ทักษิณก็ให้กำลังใจในฐานะพี่ชายที่เคยมีประสบการณ์ แล้ว

พร้อมดีเบตแต่ขอดูคิว

เมื่อถามว่ามูลนิธิ องค์กรกลาง(พีเน็ต) รอคำตอบเข้าร่วมดีเบต ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราได้วางแผนจัดตารางการทำงานจนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.แล้ว ดังนั้นต้องขอดูความพร้อม และเวลาอีกครั้ง ส่วนจะส่งคนไปแทนหรือไม่จะหารือกัน เมื่อถามว่าหลายฝ่ายอยากเห็นน.ส.ยิ่งลักษณ์เผชิญหน้าแลกเปลี่ยนนโยบายกับนาย อภิสิทธิ์บนเวทีดีเบต น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนพร้อมชี้แจงนโยบายกับประชาชนอยู่แล้ว วันนี้จากผลโพลที่ออกมา ก็ตอบรับการที่ไปชี้แจงกับประชาชนแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะต่างจังหวัด

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีกำหนดการไปศูนย์โอท็อป หัตถกรรมและสลักสแตนเลส และช่วยนายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ผู้สมัครส.ส.เขต 33 กทม. หาเสียง และปราศรัยย่อยที่เคหะทุ่งสองห้อง จากนั้นจะไปปราศรัยช่วยพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี ที่อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

คนบางพลัดแห่ต้อนรับเบอร์ 1

ต่อ มาเวลา 14.30 น.ที่วัดฉัตรแก้วจงกลณี ถนนจรัญสนิทวงศ์ 94 น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมด้วยนายประภัสร์ จงสงวน ไปหาเสียงช่วยนายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ผู้สมัครส.ส.เขตบางพลัด ทันทีที่มาถึงประชาชนที่รอต้อนรับต่างตะโกน “ยิ่งลักษณ์ๆ เบอร์ 1” พร้อมกับมอบดอกกุหลาบแดงให้กำลังใจ และขนมลูกชุบ 2 ตะกร้าเล็กให้ด้วย

จาก นั้นคณะไปเยี่ยมชมบ้านนายอำนาจ กระตุกฤกษ์ วัย 79 ปี ผู้ผลิตงานหัตถกรรมแกะสลักสแตนเลสด้วยมือ เป็นรูปทรงต่างๆ อาทิ รามเกียรติ์ ถือเป็นสินค้าโอท็อปของชุมชน นายอำนาจกล่าวว่า สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณสินค้าโอท็อปของตนได้รับการส่งเสริม ทำรายได้เดือนละกว่าหมื่นบาท แต่ขณะนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนทั้งเรื่องการลงทุนและช่องทางการค้า จึงอยากให้ช่วยสนับสนุน และต้องการเปิดสอนเพื่อให้มีคนสืบทอด น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบรับให้การสนับสนุน

ย้ำชัดๆไม่ร่วมภท.-ไม่เอางูเห่า

นาย นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาพ.ต.ท.ทักษิณกล่าวถึงกรณีโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศพาดพิงสถาบัน ว่า ขอยืนยันว่าไม่มีประเด็นพาดพิงสถาบัน ไม่อยากให้ประชาธิปัตย์นำประเด็นดังกล่าวมาใช้ทำลายบุคคลอื่น การกระทำเช่นนี้แสดงว่าอาการของประชาธิปัตย์ออกแล้ว เพราะต่อสู้เรื่องนโยบายสู้เพื่อไทยไม่ได้ จึงสะเปะสะปะมาโจมตีด้วยเรื่องอื่น

นายนพดลกล่าวถึงข่าวจับขั้วตั้ง รัฐบาลกับกลุ่มนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่จะเป็นงูเห่าออกมาจากภูมิใจไทยว่า ไม่เป็นความจริง และจะไม่มีวันเกิดขึ้น เพื่อไทยจะตั้งรัฐบาลโดยระบบพรรคเท่านั้น โดยยึดแถลงการณ์ของพรรคที่ออกไปก่อนหน้านี้ว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับภูมิใจ ไทยอย่างเด็ดขาด เพราะถ้าร่วมกับงูเห่าการตั้งรัฐบาลจะไม่สมศักดิ์ศรี

“ธิดา”สงสัยกกต.ถูกบังคับไปนอก

วัน เดียวกัน นางธิดา โตจิราการ ประธานนปช. กล่าวถึงความคืบหน้าศูนย์ตรวจสอบการเลือกตั้งของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ว่า ขณะนี้กำลังอบรมแกนนำแต่ละเขต แต่ละภาคทั่วประเทศอย่างเข้มข้น เน้นถึงการลงพื้นที่ประกบทุกเขตเลือกตั้ง จับตาการทุจริตทุกรูปแบบ โดยจะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการวันที่ 26 มิ.ย.นี้ ส่วนความผิดปกติเกี่ยวกับการทุจริตขณะนี้คงปล่อยให้พรรคการเมืองตรวจสอบกัน เอง นปช.จะตรวจสอบแบบครอบคลุมการทุจริตเลือกตั้งทุกระบบ ทุกขั้นตอน หรือพูดง่ายๆ หากเปรียบกับการจับกุมยาบ้าเราจะไม่จับคนขายยาบ้ารายย่อย แต่จะจับให้ถึงตัวเอเยนต์

นางธิดากล่าวถึงกรณี 4 กตต.ไปต่างประ เทศว่า ไม่เข้าใจว่าทำไม กกต.ทั้ง 4 คนถึงเดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปดูงานช่วงนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เวลาเหลืออย่างถมเถกลับไม่ไป ถือเป็นเรื่องผิดปกติเพราะช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญ กกต.ทั้ง 4 ทำตัวไม่เหมาะสมกับตรงนี้

“เรื่องนี้ไปถามเด็กอนุบาลยังรู้เท่าทัน เลยว่าคิดอย่างไร อยู่ทำงานมากี่ปีแล้วทำไมถึงมาเลือกไปต่างประเทศช่วงนี้ จึงมีข้อน่าสังเกตอยู่ 2 ประการคือ 1.คุณหนีปัญหาหรือไม่ และ 2.มีคนบังคับให้ไปหรือไม่” ประธาน นปช.กล่าว

เลขาฯกกต.โต้วุ่นล้มเลือกตั้ง

นาย สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. กล่าวถึงกรณีกกต. 4 คนเดินทางไปต่างประเทศ ว่า หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะกระทบกับงาน แต่ขอชี้แจงว่าทุกครั้งที่มีเลือกตั้งจะต้องมีเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรด้วย และกฎหมายยังกำหนดว่าผู้ที่ไม่ไปเลือกตั้งต้องเสียสิทธิ์ ซึ่งรวมถึงคนไทยที่อยู่ต่างประเทศด้วย การจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าจัดทำไม เพราะคนไม่ไปใช้สิทธิ์ จึงเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องไปดูว่าทำไมคนไทยจึงไม่ไปใช้สิทธิ์ และมีโครงการร่วมกันกับกระทรวงการต่างประเทศที่เชิญ กกต.ไปให้คำแนะนำคนไทย เพื่อแสดงให้เห็นว่ายังมีความรัก ห่วงใยคนไทยในต่างประ เทศ จริงๆ แล้ว กกต.เดินทางไป 3 สาย คือ นอกจากเดนมาร์กและสหรัฐแล้วยังมีออสเตร เลีย มีรองเลขาธิการ กกต.เดินทางไป และที่ไปพร้อมๆ กันก็เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก เพราะหากไปกันคนละเวลาจะทำให้เวลาประชุมไม่ครบองค์ประชุม จึงไปพร้อมกัน และช่วงที่ไป กกต.ก็ไม่มีประชุมอยู่แล้ว ซึ่ง กกต.ทั้งหมดจะเดินทางกลับมาวันที่ 21 มิ.ย. ไม่กระทบต่อการประชุมและการทำงานแต่อย่างใด

นายสุทธิพลกล่าวอีกว่า ส่วนการบริหารจัดการเลือกตั้ง กกต.เขตดำเนินการ ในส่วนสำนักงานก็มีตน และรองเลขาฯ กกต.อยู่ งานเดินหน้าไป มีปัญหาอะไรก็พร้อมแก้ไข แต่เรื่องใดที่จะมีมติเพื่อให้ใบเหลืองใบแดงก็เป็นเรื่องกกต. แต่อย่างเรื่องที่ศรีสะเกษ กกต.เพิ่งมอบหมายทีมงานไปสอบเพิ่มเติม และยังไม่ได้ส่งกลับมา ดังนั้น การเดินทางของ กกต.จะสอดคล้องกับงานที่ปฏิบัติทุกครั้ง

“มีข่าวลือว่า กกต.จะไปพบมือที่มองไม่เห็น และไปพบหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งเพื่อเลิกล้มการเลือกตั้ง ผมขอสยบข่าวลือว่าไม่มี มีข่าวลือว่าผมก็จะไปต่างประเทศเหมือนกัน จึงต้องสยบข่าวลือ โดยไปต่างจังหวัดให้มากที่สุดก่อนเลือกตั้ง ขอให้รับฟังข่าวลืออย่างมีสติ ตรึกตรองก่อน อย่าเชื่อข่าวลือง่ายๆ กกต.จะร่วมมือร่วมใจกันจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ ให้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม” เลขาฯ กกต.กล่าว

“ไก่อู”ครวญทหารจะทำอะไรได้

ขณะ ที่พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกทบ. ให้สัมภาษณ์กรณีสัสดี จ.สมุทรสาคร ทำหนัง สือถึง ผอ.เลือกตั้งประจำ จ.สมุทรสาคร ขอรายละเอียดผู้สนับสนุนและหัวคะแนนพรรค การเมือง ว่า คนเป็นสัสดีคือเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารที่ต้องประสานงานกับพลเรือน ทำงานอยู่ในกอ.รมน. ต้องปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่ เนื่องจากสมุทรสาครเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีภัยคุกคามรูปแบบใหม่ จึงอยากทราบว่าผู้สนับสนุนพรรคการเมืองทั้งหลายมีใครบ้าง เมื่อรับข้อมูลทางกกต.จึงประสานงานไปยังผู้เกี่ยวข้องจนกระทั่งได้ข้อมูลมา ให้ แต่กลับมีคนไปโยงว่าสัสดีไปกดดันหัวคะแนนพรรค การเมือง

โฆษก ทบ.กล่าวอีกว่า กอ.รมน.ดูแลงานด้านความมั่นคงมีสิทธิ์ขอได้ และไม่ได้ขอพรรคใดพรรคหนึ่ง อีกทั้งยังทำหนังสือไปตามขั้นตอน สิ่งที่กองทัพบกพยายามทำทั้งเรื่องชุดปฏิบัติพิเศษ 315 หรือกรณีผบ.ทบ.เปิดใจถึงจุดยืนกองทัพต่อสถานการณ์การเมือง รวมถึงกรณีนี้ สรุปว่ากองทัพไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะอะไรก็โยงไปการเมืองได้ อยากให้ทุกฝ่ายคิดบวกบ้าง อย่าวิตกกังวล ทหารเพียงคนเดียวคงไม่สามารถไปทำอะไรหัวคะแนนได้

พ.อ.สรรเสริญกล่าว ต่อว่า กรณีอดีตนายทหารและอดีตนายตำรวจวิพากษ์วิจารณ์การเปิดใจของผบ.ทบ.นั้น ทำไมคนอื่นที่พูดแบบเดียวกับผบ.ทบ.ไม่โดนวิจารณ์ เมื่อผบ.ทบ.พูดกลับมีอดีตนายทหารและตำรวจชั้นผู้ใหญ่วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม หากดูเนื้อหาถือว่าเป็นกลาง อย่างไรก็ตามทุกคนมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ เพราะแต่ละคนไปเล่นการเมืองแล้ว และผบ.ทบ.เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นผู้นำองค์กร อยากให้ผู้วิจารณ์ดูเนื้อหาที่ผบ.ทบ.พูด โดยเฉพาะการปกป้องสถาบัน เพราะวันนี้มีการจาบจ้วงสถาบันมากขึ้น อยากให้สังคมตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเกิดขึ้นช่วงเลือกตั้งนี้ ผบ.ทบ.พูดได้ เพราะไม่ได้ลงสมัคร ส.ส.หรืออยู่พรรคใด และเชิญชวนคนไทยไปเลือกตั้ง เพื่อเลือกคนดี คนมีจริยธรรม ไม่ทำบ้านเมืองยุ่งเหยิง ไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ

ตุลย์ยื่นกรณ์สอบเลขาฯก.ล.ต.

ที่ กระทรวงการคลัง น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษคอร์รัปชั่นทักษิณ (คนท.) ยื่นหนังสือถึงนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการก.ล.ต. ในการตรวจสอบและออกแถลงการณ์กรณีหุ้นบริษัทชินคอร์ปของน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าไม่ มีความผิด โดยมีน.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระ ทรวงการคลัง เป็นตัวแทนรับหนังสือ

น.พ.ตุลย์กล่าวว่า ต้องการให้ รมว.คลังตรวจสอบการทำงานของเลขาธิการก.ล.ต. และชี้แจงให้สาธารณชนรับทราบภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อความโปร่งใสต่อการทำงานของก.ล.ต. และป้องกันไม่ให้ก.ล.ต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

แดงตปท.จับตา 4 กกต.ไปทัวร์

เมื่อ เวลา 19.30 น.ที่สนามกีฬาโรงเรียนวัดดอนตูม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมด้วยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำเพื่อไทย ขึ้นปราศรัยหาเสียงต่อหน้าประชาชนประมาณ 5 พันคน ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย น.ส.ยิ่งลักษณ์ปราศรัยว่ายืนยันว่าเพื่อไทยจะสานต่อนโยบายเดิม และเพิ่มในส่วนที่เป็นประโยชน์ ทั้งเบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยอสม. ที่สำคัญเมื่อผู้หญิงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นก็จะมีกองทุนพัฒนาสตรีจังหวัดละ 100 ล้านบาท เพื่อพัฒนาการ ทำงานของสตรีด้านต่างๆ

นายณัฐวุฒิปราศรัย ตอนหนึ่งว่า กกต. 4 คนไปดูงานต่างประเทศช่วงใกล้เลือกตั้งล่วงหน้า ทำให้องค์ประชุมลงมติตัดสินเรื่องต่างๆไม่ได้ แล้วคดีที่ร้องเรียนต่างๆจะทำอย่างไร ที่สำคัญใกล้เลือกตั้งล่วงหน้า หากกกต.กลับมาไม่ทัน ใครจะรับผิดชอบ ที่พูดไม่ได้วิตกจริต แต่เห็นว่าไม่เหมาะสม และถ้า 2-3 วันก่อนเลือกตั้งล่วงหน้า กกต.ยังไม่กลับมา จะบอกพี่น้องเสื้อแดงในเดนมาร์ก และสหรัฐไปสืบว่านอนโรงแรมไหน ถ้ายังไม่กลับก็จะให้เสื้อแดงไปอุ้มกลับมา ไม่ทราบว่าเล่นเกมอะไรกันอยู่ แต่ในเมื่อความยุติธรรมใช้ไม่ได้ก็ต้องฟ้องประชาชนว่าให้กลับมาได้แล้ว

มาร์คนัดปราศรัยใหญ่ราชประสงค์

ส่วน ที่สวนเบญจศิริ กทม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยว่า วันที่ 23 มิ.ย.จะจัดปราศรัยใหญ่ที่แยกราชประสงค์ วันนั้นจะได้ฟังความจริงทั้งหลายว่าจะดับไฟให้บ้านเมืองได้อย่างไร และวันที่ 3 ก.ค.ก็ต้องระดมทุกคนที่รักประเทศไทย ถ้าต้องการให้ประเทศไทยเดินหน้าขอให้เลือกประชาธิปัตย์

โฆษกทบ.โชว์กลอน”ปล่อยไก่อู”

เมื่อ วันที่ 17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกทบ.ยกกลอนบทหนึ่งขึ้นมาประกอบการแถลงข่าวโดยอ้างว่าเป็นบทพระราชนิพนธ์ ของ ร.6 แต่จากการตรวจสอบพบว่าบทกลอน “เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง” เป็นของ นเรศ นโรปกรณ์ นักคิด นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ที่ถูกรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงคราม จับกุมคุมขังข้อหากบฏ

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวชี้แจงเรื่องนี้ว่า ตอนที่กล่าวถึงบทกลอนในครั้งแรกนั้น ตนไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ประพันธ์ จึงกล่าวว่าเป็นบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 หรือเปล่า คาดว่าคงสื่อสารผิดพลาดจึงออกมาเป็นเช่นที่เป็นข่าว แต่ต่อมามีผู้ชี้แจงให้ตนทราบแล้วว่าบทกลอนดังกล่าวเป็นผลงานของใคร และมีที่มาอย่างไร

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า สำหรับบทกลอนที่นำมากล่าวถึงนั้น ตนเห็นมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่โรงเรียนเตรียมทหาร โดยบทกลอนนั้นแปะอยู่ข้างฝา ซึ่งการนำมากล่าวก็เพื่อสื่อว่าการทำหน้าที่ของทหารไม่ได้มีเจตนาอื่นใด เพียงแต่ทำเพื่อชาติและประชาชนเท่านั้น

ทักษิณหวังมางานแต่งลูกเดือนธ.ค.

เมื่อ วันที่ 17 มิ.ย. สำนักข่าวอาราเบียนบิสซิเนส รายงานบทสัมภาษณ์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ของรอยเตอร์ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ชื่อ “Exiled Thaksin says seeks return to Thailand” (พ.ต.ท.ทักษิณกับหนทางกลับสู่ประเทศไทย) มีเนื้อความเริ่มต้นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองของไทย ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณมองว่าในทางการเมืองแล้ว ไทยจำเป็นต้องใช้ไม้นวมมากกว่าไม้แข็งหรือกำปั้นเหล็ก โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดความความขัดแย้งจำเป็นต้องใช้การเจรจาแทน ใช้กฎหมายปราบปรามฝ่ายตรงข้าม

รายงานระบุว่า พรรคเพื่อไทยที่พ.ต.ท.ทักษิณสนับสนุนแข่งขันกับพรรคประชาธิปัตย์ของนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.นี้ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวพ.ต.ท.ทักษิณเป็นแคนดิเดต ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากคนที่ชื่นชอบพ.ต.ท.ทักษิณทั้งในเขตเมืองและชนบท พ.ต.ท.ทักษิณเตือนไม่ให้มีการแทรกแซงการเลือกตั้งหรือแทรกแซงการจัดตั้ง รัฐบาลสมัยหน้า โดยให้เคารพการตัดสินใจของประชาชน ไม่เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องจัดเลือกตั้ง

อดีตนายกฯ ของไทยและเจ้าของสโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีก หวังว่าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งผลให้มีการนิรโทษกรรม และทำให้ได้กลับประเทศไทยโดยไม่ต้องเข้าคุก

เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เคยกล่าวไว้ว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเหมือน “โคลนนิ่ง” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ตนเป็นผู้เลี้ยงดูอบรมสั่งสอนน้องสาวเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ทัศนคติ วิธีคิด และวัฒนธรรมของน้องสาวจึงคล้ายคลึงกันมาก

พ.ต.ท.ทักษิณ คาดว่าจะได้กลับเมืองไทยในเดือนธ.ค.นี้ เพื่อร่วมงานแต่งงานของน.ส. พินทองทา ลูกสาวคนรอง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าจะกลับไทยได้ก็ต่อเมื่อได้หารือกับฝ่ายตรงข้ามเสียก่อน รวมทั้งกองทัพที่หนุนหลังการเมืองด้วย

รายงานข่าวระบุอีกว่าพ.ต.ท. ทักษิณถูกเพิกถอนสัญชาติไทย โดยใช้ดูไบเป็นถิ่นพำนักและเดินทางด้วยพาสปอร์ตมอนเตเนโกรและนิการากัว ที่ผ่านมาไปลงทุนในแอฟริกา รวมทั้งเล่นกอล์ฟและเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าในดูไบ ซึ่งมีผู้พบเห็นบ่อยครั้งและขอถ่ายรูปด้วย

“ผมเป็นมาสคอตในห้างดูไบ ไปแล้ว เมื่อผมพบชาวเอเชีย เช่น ชาวสิงคโปร์ จีน และมาเลเซีย พวกเขาจำผมได้และขอเข้ามาถ่ายรูปด้วย ผมเป็นคนของประชาชน” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังเป็นเพื่อนกับพล.อ.เปเวซ มูชาราฟ อดีตนายกฯ ปากีสถานที่ถูกขับไล่ออกจากประเทศ และมีถิ่นพำนักในดูไบเช่นกัน และเพิ่งไปพบพ.ต.ท.ทักษิณที่แมนชั่นเพื่อรับประทานอาหารร่วมกันเมื่อสัปดาห์ นี้

อดีตนายกฯ เผยอีกว่า ขณะนี้มีเงินเหลือเพียง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เพราะถูกศาลไทยยึดทรัพย์ 1,400 ล้านเหรียญ หรือราว 42,000 ล้านบาท จึงมีเงินเหลือไม่มากนัก

“รัฐบาลขโมยเงินของ ผม” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวและว่า ตนลงทุนในกิจการเหมืองทอง แพลทินัมและถ่านหิน และคิดว่าราคาทองคำจะพุ่งสูงขึ้น ภายในปีนี้อาจจะมีราคาประมาณ 1,600 เหรียญสหรัฐ หรือราว 48,000 บาทต่อออนซ์

แม้นายอภิสิทธิ์กู้เงิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในปี 2551 ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจโลก แต่พรรคเพื่อไทยสัญญาว่าจะเพิ่มเงินเดือนและออกเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับคน ยากจน ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า จะต้องทำงานให้หนักขึ้นเพื่อเพิ่มรายได้ให้ชาวชนบท และกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศจากระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นประเด็นที่ให้ความสำคัญอันดับแรก เราไม่สามารถย้ายพีระมิดจากยอดได้ แต่ต้องย้ายจากฐาน แทนที่จะจ่ายเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่เราจ่ายเงินให้กับผลิตผลการเกษตรในประเทศ เช่น ยาง ข้าว และไก่

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s