อยากได้ประชาธิปไตย ต้องสกัดอำนาจพิเศษแทรกแซง

การย่องเข้ากองทัพบกของ “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อหารือเกือบ 1 ชั่วโมงกับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ท่ามกลางสถานการณ์หาเสียงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรองอย่างคาดไม่ถึงต่อพรรค เพื่อไทย ถึงขนาดที่ว่าต้องเปลี่ยนรหัสเรียกขานวิทยุประจำตำแหน่งที่เคยใช้
คำว่า “สร.2” มาเป็น “วีไอพี ทบ.1” เพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้คนอื่นทราบความเคลื่อนไหว

และ หลังจากคนทั้งคู่หารือกันได้ไม่นาน “บิ๊กตู่” ก็ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 และช่อง 7 เนื้อหาสาระใจความก็เป็นการเตือนประชาชนไม่ให้เลือกนักการเมืองที่เลว และชี้ชัดว่ามีการหมิ่นสถาบัน พร้อมจวกสื่อบางส่วนว่าเป็นตัวการทำให้เกิดความขัดแย้งของคนในประเทศนี้

จะบอกว่าความขัดแย้งของคนในประเทศไม่เกี่ยวกับรัฐบาลและกองทัพเลย! ว่างั้นเหอะ

ยัง ดีที่ “ประยุทธ์” ยังเป็นชายชาติทหารอยู่บ้าง ยอมบอกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่มีประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่เสียชีวิต จากการเข้าสลายการชุมนุม ที่รัฐบาลเพียรพยายามพูดตลอดเวลาว่า ไม่ได้สั่งฆ่าประชาชน

การพูดว่าให้ไปสู้กันตามกฎหมาย ใครผิดใครถูกก็ว่ากันไปตามกติกา ฟังแล้วเหมือนดูดี แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังข้องใจเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม โดยที่ไม่สามารถเคลียร์คำว่า 2 มาตรฐานออกไปได้

ยิ่งเมื่อ “แก้วสรร อติโพธิ” อดีต คตส.ที่ทำคลอดมาโดย คมช.ออกมาตามล้างตามเช็ด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ถูกยึดอำนาจภายใต้การนำของ “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ขณะนั้น ออกมาเต้นแร้งเต้นกาอาละวาดใส่ “ยิ่งลักษณ์” ผู้เป็นน้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยกล่าวหาว่าให้การเท็จเรื่องการซุกหุ้น

แม้ว่า ก.ล.ต.จะแถลงเกี่ยวกับคดีดังกล่าวไปแล้วว่า “ยิ่งลักษณ์” ไม่เกี่ยว แต่ “แก้วสรร” ไม่เลิก ยังคงไล่บี้ไล่แทะ “ยิ่งลักษณ์” มันปากบอกว่าเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

แต่อะไรก็ไม่เท่ากับการที่ “แก้วสรร” เปิดปากรับว่า ที่ทำเรื่องนี้สาเหตุเดียวก็คือ ไม่ต้องการให้มีการนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ

“สาเหตุที่ผมต้องออกมาสอบถามความคืบหน้า เนื่องจากเป็นการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส.รวมถึงหากพรรคเพื่อไทย
ไม่ประกาศกฎหมายนิรโทษกรรมและนำทักษิณกลับมา ผมก็คงไม่เข้ามายุ่งเรื่องนี้”

ชัดเจน ไม่ต้องแปลหรือตีความ มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากกลัวถูกเช็ก บิล หลังจากที่เป็นฝ่ายกระทำมาตลอด

ตอน นี้จึงมีคำถามขึ้นมาในใจคนส่วนใหญ่ว่า แสดงว่ากระบวนการสกัดกั้นพรรคเพื่อไทยมีอยู่จริง ไม่ใช่เรื่องโคมลอย หากเป็นเช่นนี้การเลือกตั้งครั้งนี้จะเชื่อได้อย่างสนิทใจได้อย่างไรว่า มันจะบริสุทธิ์ยุติธรรมโปร่งใส ไม่มีมือที่มองไม่เห็นหรืออำนาจพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้อง

นับจาก วันนี้เหลือเวลาไม่ถึง 2 อาทิตย์ ก็จะถึงวันที่ประชาชนจะใช้สิทธิของตัวเองกาบัตรลงคะแนนเลือกผู้สมัคร ส.ส.และพรรคการเมืองที่เห็นว่าดีที่สุดและจะเข้ามาแก้ปัญหาของประเทศชาติได้ อย่างรวดเร็ว

ยิ่งผลโพลสำนักต่าง ๆ ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า พรรคเพื่อไทยเป็นต่อพรรคประชาธิปัตย์หลายขุม ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่เมืองหลวงที่กระแสเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกว่าพื้นที่ ต่างจังหวัด ยิ่งทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องดิ้นเฮือกใหญ่

หาก พ่ายแพ้ศึกครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่แพ้ แต่อำนาจพิเศษและมือที่มองไม่เห็นต้องแพ้ด้วย ทั้งที่ฟูมฟักทำทุกอย่างเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเสวยอำนาจ

แม้กระทั่งการตั้งรัฐบาลในค่ายทหารที่ผ่านมาก็ไม่มีความกระดากใจกันแต่อย่างใด

ยิ่ง เวลาเหลือน้อยดูเหมือนจะเป็นการนับถอยหลังให้กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ คะแนนเสียงลดลงทุกวัน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการแก้ปัญหาที่ผ่านมาไม่โดนใจประชาชน ทำงานด้วยความล่าช้า ความไม่กล้าตัดสินใจยังคงอยู่ในสายเลือดและดีเอ็นเอของคนพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เปลี่ยนแปลง

ไม่ต้องดูไกลเอาแค่กรณีเรือน้ำตาลล่มในแม่น้ำ เจ้าพระยา ต้องบอกว่าการแก้ปัญหาช้าเป็นเรือเกลือ ทั้งเรื่องการจัดการน้ำตาลที่ละลายไปกับสายน้ำ ทำให้เกิดมลพิษจนปลาตายจำนวนมากในหลายจังหวัด หรือการกู้เรือที่จมกว่า 2 อาทิตย์ถึงจะลากขึ้นมาได้

เรื่องแค่นี้ก็ทำให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลนี้เอื่อยเฉื่อยไม่มีความรับผิดชอบดีพอ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านที่อยู่ริมคลองและถูกกระแสน้ำเปลี่ยนทิศซัดจนตลิ่งพัง ต้องย้ายบ้านหนี หรือชาวประมงที่เลี้ยงปลาในกระชังที่ได้รับความเสียหายทำให้ปลาที่เลี้ยง ต้องตายลง

แทนที่รัฐบาลจะโชว์ความเป็นผู้นำแก้ปัญหาให้กับชาว บ้าน ด้วยการจัดการทุกอย่างให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าชดเชย หรือการช่วยเหลืออื่น ๆ  จากนั้นรัฐบาลก็เป็นเจ้าภาพเข้าไปจัดการกับบริษัทเรือบรรทุกน้ำตาล แทนที่จะโยนภาระให้ชาวบ้านไปดำเนินการร้องเรียนเอง

แค่นี้ก็ไม่ได้ใจชาวบ้านและประชาชนที่ติดตามข่าวสาร แล้วจะเอาคะแนนเสียงจากไหน

หรือ อย่างกรณีของ “น้องธันย์” ด.ญ.ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ ที่ได้รับอุบัติเหตุที่ประเทศสิงคโปร์ พลัดตกลงไปในรางไฟฟ้าใต้ดิน จนถูกรถไฟฟ้าทับขาทั้งสองข้าง ต้องตัดขาทิ้งเพื่อรักษาชีวิต ประเด็นอยู่ตรงที่บริษัทดังกล่าวแทบจะปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยเสนอเงิน
ให้ประมาณ 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์เพื่อจบเรื่องนี้

แทนที่รัฐบาลอภิสิทธิ์จะเข้าไปช่วยเหลือฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายให้ เพราะคนที่ได้รับผลกระทบเป็นคนไทย กลับกลายเป็นว่าปล่อยให้ครอบ
ครัว “เป็นเอกชนะศักดิ์” ต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง

เรื่อง เล็ก ๆ แค่นี้ถ้ารัฐบาลทำเป็นจะได้ใจประชาชนไปไม่มากก็น้อย แต่นี่กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้    ดังนั้นประชาชนจึงมีการนำมาเปรียบเทียบกับรัฐบาลอดีตนายกฯทักษิณ แม้จะไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ แต่พรรคเพื่อไทยที่มีน้องสาวอย่าง “ยิ่งลักษณ์” เป็นจุดขายย่อมได้เปรียบพรรคประชาธิปัตย์อย่างเทียบกันไม่ได้ เพราะที่ผ่านมารัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณทำให้เห็นแล้วว่า การแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วทำอย่างไร หากยังจำกันได้กรณีเผาสถานทูตไทยในกัมพูชา รัฐบาลทักษิณแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วเด็ดขาดได้ใจคนไทยไปทั้งประเทศ

การ ที่พรรคประชาธิปัตย์นำเรื่องนิรโทษกรรมมาเป็นตัวธงเพื่อหวังเล่นงานพรรค เพื่อไทยดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นว่าเป็นหอกย้อนกลับไปทิ่มแทงตัวเองและพรรคพวก โดยเฉพาะพรรคพวกที่เป็นทหาร

ทุกครั้งที่ทหารยึดอำนาจจากรัฐบาล ที่มาจากระบอบประชาธิปไตย แล้วฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งพร้อมออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับตัวเองและพวกพ้องไม่ ต้องมีความผิดกับการกระทำดังกล่าว อย่างนี้ทำได้โดยไม่มีใครกล้าที่จะไปโต้แย้งหรือคัดค้าน

แต่กับ คนหรือกลุ่มคนที่มาตามระบอบที่ถูกต้องกลับถูกขบวนการยึดอำนาจเล่นงาน พอจะมีใครออกมาเรียกร้องทวงความยุติธรรมและความเป็นธรรมคืนให้กลับทำไม่ได้ อย่างนั้นหรือ ?

ไม่ว่าอย่างไรเหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ก็จะถึงวันเลือกตั้ง 3 ก.ค. จะเป็นวันที่ประชาชนชาวไทยในประเทศนี้ต้องกำหนดชีวิตของตัวเองครั้งสำคัญ ว่ายังรักและศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตยอยู่หรือไม่ ถ้ายังรักและศรัทธาก็ต้องออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และเลือกคนที่เหมาะสมที่คิดว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาและนำพาประเทศนี้หลุดจากความ ขัดแย้ง

ที่สำคัญเมื่อใช้สิทธิของเราแล้วเราก็ต้องรักษาสิทธิ ของเราไว้ อย่าให้ใครหรือกลุ่มคนใดมาแอบอ้างฉกฉวยสิทธิของเราเพื่อเอาไปเป็นประโยชน์ ของตัวเองและพวกพ้องเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครอง เหมือนอย่างที่เราเคยถูกช่วงชิงมาแล้วเมื่อ 19 ก.ย. 49.

 

http://www.redallthailand.com/index.php?option=com_content&view=section&layout=blog&id=11&Itemid=410

Advertisements

Leave a comment

Filed under Thaiuknews

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s