“ปู”เรียกร้อง-พอที พลังพิเศษ บีบจับขั้วตั้งรัฐบาล

“มาร์ค”โต้กลับ”ชุมพล” อ๋อยจี้ทหารเลิกแทรก “ชวน”ย้ำหลักพรรคที่ 1 สื่อเทศชี้คดีหุ้นเสี่ยงปว.


ฤกษ์ดี – น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย เดินทางมาช่วยลูกพรรคหาเสียงที่ตลาดครุใน จ.สมุทรปราการ เป็นเวลาเดียวกับที่เกิด พระอาทิตย์ทรงกลด เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.

พิษ พลังที่เลี่ยงไม่ได้”มาร์ค” ย้อน”ชุมพล ศิลปอาชา”อ่านเฟซบุ๊กไม่ตลอดแล้วตอบโต้ประเด็นที่ตั้งรัฐบาล ไม่อยากเห็นบ้านเมืองเสียเวลาอีก ด้าน”มาร์ค”ย้อน”ชุมพล”อ่านเฟซบุ๊กไม่ตลอดแล้วตอบโต้ประเด็นที่ไม่ได้เขียน ไม่จำเป็นต้องชี้แจงหรือทำความเข้าใจ เพราะไม่ได้ว่าใคร ด้านเทือกโผล่ช่วยมาร์คซัดคนแก่ต้องมีความอดทน อัดเพื่อไทยหาเรื่องทหารเพราะผูกใจเจ็บที่สั่งออกมาปราบประชาชนไม่ได้ ไม่เหมือนปชป.ที่ได้รับความร่วมมือสร้างความสงบเรียบร้อยเลยเจ็บแค้น “ปู”ลงพื้นที่สมุทรปรา การช่วย 7 ผู้สมัครส.ส.เพื่อไทยหาเสียง ชาวบ้านแห่รับอบอุ่น ตกเย็นไปอยุธยา ส่วน”อภิสิทธิ์”เปิดปราศรัยใหญ่สนามกีฬามหาวิทยาลัย ระดมรถบัสขนชาวบ้านจาก 5 เขตไปฟังแน่น “อ๋อย”ทวีตแนะประยุทธ์เป็นกลาง อย่าสร้างบรรยากาศไม่ดีช่วงเลือกตั้ง เตือนให้คิดก่อนพูด เพราะยังนั่งเก้าอี้ผบ.ทบ. ควรยืนยันให้ชัดว่าทหารจะไม่แทรกแซงการเมือง

“มาร์ค”แชะๆ-มอ”ไซค์พ่วงเดี้ยง

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 10 มิ.ย. ที่สถานตรวจโรคปอดกรุงเทพฯ กลุ่มควบคุมโรค กองการคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ย่านบางคอแหลม เพื่อช่วย ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ผู้สมัครของพรรคหาเสียง โดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผอ.การเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ในส่วนของกรุงเทพมหานครร่วมขบวนด้วย มีกลุ่มผู้สนับสนุนมอบช่อดอกไม้และดอกกุหลาบ จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ได้ขับรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง (ไทเกอร์ ไซด์คาร์) ให้ม.ล.อภิมงคลเป็นคนนั่ง โดยรถมอเตอร์ไซด์คันดังกล่าวมีอายุ 30 ปี มีสีฟ้าขาว ติดเบอร์ 10 และโลโก้แม่ธรณีบีบมวยผม สัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ วิ่งหาเสียงภายในซอยเจริญกรุง 85 (ซ.บ้านใหม่) โดย มีชาวบ้านให้ความสนใจ มอบดอกไม้บ้าง ทักทายบ้าง ส่งผลให้การจราจรในซอยดังกล่าวติดขัดอย่างมาก แต่มีเสียงบ่นเพียงเล็กน้อยและไร้คนเสื้อแดงออกมาต่อต้านเหมือนทุกพื้นที่ ที่นายอภิสิทธิ์ลงหาเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์ขับไทเกอร์ ไซด์คาร์ หาเสียงได้เพียงกลางซอย ระหว่างที่ชะลอรถเพื่อทักทายชาวบ้าน ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวดับลง นายอภิสิทธิ์พยายามสตาร์ตมือหลายครั้ง แต่สตาร์ตไม่ติด นายอภิสิทธิ์จึงหันไปมองหน้าม.ล.อภิมงคล ก่อน ถอดหมวกพร้อมส่ายหน้า และเปลี่ยนมาใช้วิธีเดินเท้าหาเสียงแทน ซึ่งนายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “สงสัยเจ้าของ (ชี้ไปที่ม.ล.อภิมงคล) จะหวง เพราะรถมีอายุใกล้เคียงกับเจ้าของรถแล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวกระเซ้าว่าเป็นลางบอกเหตุอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อนๆ แต่ไม่ตอบ ส่วน ม.ล.อภิมงคล ร้องบอกทันทีว่า นึกแล้วว่าต้องมีเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเดินเท้าขอคะแนนเสียงในซอยบ้านใหม่เสร็จ นายอภิสิทธิ์ และคณะได้ขึ้นรถขบวนแห่ไปตามถนนเจริญ กรุง เข้าซ.ประดู่ ทะลุถนนจันทน์ กลับมายังสถานตรวจโรคปอด กรุงเทพฯ และกลับเข้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อเคเบิลทีวี

ระบุ”ชุมพล”โต้สิ่งที่ไม่ได้เขียน

เวลา 08.00 น. ที่สถานตรวจโรคปอด ถนนแฉล้มนิมิตร นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุไม่ให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมยืนยันว่าพรรคชาติไทยพัฒนาใช่ว่าอยากจะร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าไม่ถูกบีบบังคับด้วยพลังที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ กรณีเขียนบันทึกในเฟซบุ๊กระบุการตั้งรัฐบาลที่ผ่านมาต้องจำใจ เพราะไม่มีตัวเลือก ว่า ตนคิดว่านายชุมพลไม่ได้อ่าน เพราะตอบโต้สิ่งที่ตนไม่ได้เขียน ทั้งนี้ คงไม่จำเป็นต้องชี้แจงหรือทำความเข้าใจ เพราะอีกไม่นานนายชุมพลคงทราบว่าการเขียนของตนคืออะไร ยืนยันว่าจะไม่หยุดเขียนบันทึกในเฟซบุ๊กต่อไป เพราะต้องบันทึกความจริงเอาไว้ ที่สำคัญไม่มีเจตนาว่าใคร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย จะเสนอให้ทำประชามติเรื่องการนิรโทษกรรมว่า ทำไมถึงทำเรื่องที่จะสร้างความแตกแยกมากขึ้น น่าจะเดินหน้าแก้ปัญหาของประเทศ ส่วนปัญหาของกระบวนการยุติธรรม ใครไม่ได้รับความเป็นธรรมก็มีช่องทางดูแล้วอยู่แล้ว

“แต่ถ้าไปตั้งธง เพราะปลายทางต้องการบางสิ่งบางอย่าง แล้วอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจโน้นอำนาจนี้เข้ามา มันจะทำให้เกิดความวุ่นวาย ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์อ้างว่านิรโทษกรรมแล้วจะได้ประโยชน์ทุกฝ่าย หมายความว่าอะไร เพราะคาบเกี่ยวกับประโยชน์ของบ้านเมืองด้วย สมมติคืนทรัพย์สินให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พี่ชายน.ส.ยิ่งลักษณ์ บ้านเมืองก็เสียหายหลายหมื่นล้าน จะไปบอกว่าบ้านเมืองไม่มีตัวตนก็ไม่ใช่ ผมยังไม่แน่ใจว่าการทำประชามติแล้วไปดำเนินการอย่างนั้น จะชอบด้วยรัฐธรรม นูญหรือไม่ ผมยังมั่นใจว่าวิธีเดินหน้าประเทศไทยที่ดีที่สุดคือ อย่าไปทำเรื่องเหล่านี้เลย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังการเคลื่อน ไหวกรณีนายแก้วสรร อติโพธิ และน.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบน.ส.ยิ่งลักษณ์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย บุคคลเหล่านั้นมีหน้าที่ตรวจสอบ แต่ตนอยากเทียบให้เห็นความแตกต่างว่า ช่วงที่พรรคเป็นรัฐบาลและถูกยื่นตรวจสอบ ตนไม่เคยไปทำอะไรเพื่อคุกคาม ขณะที่พรรคเพื่อไทย มีอะไรนิดก็ไม่ยอมรับการตรวจสอบ ถ้าเป็นรัฐบาลแล้ว ประชาชนจะตรวจสอบได้อย่างไร

ปชป.อัดพท.ปั่นกระแส 300 ที่นั่ง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุท รักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพรรคเพื่อไทยระบุจะได้ที่นั่งส.ส.ทะลุ 300 ที่นั่งว่า เป็นยุทธศาสตร์ปั่นกระแสสร้างตัวเลขที่สูงเกินจริง ซึ่งเกินจากตัวเลขการสำรวจของทุกสำนัก หากไม่ได้ตามนั้นจะหาว่ามีการโกงเลือกตั้ง เป็นการใส่ร้ายและอ้างตัวเลขที่ไม่จริง ส่วนเป้าส.ส.ของพรรคยืนยันจะได้มากกว่าเดิมทั้ง 2 ระบบ เพราะจากการลงพื้นที่โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสานได้รับการตอบรับเกินคาด แม้จะมีการขัดขวางบ้าง คิดว่าน่าจะมีเสียงตรงกลางจำนวนไม่น้อยที่ให้โอกาสพรรค และคิดว่าไม่น่ามีพรรคใดได้เสียงข้างมาก และเสียงอันดับ 1 และ 2 จะมีไม่มาก แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นพรรคใด ส่วนตัวเลข 240 เสียงเดิมที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เคยพูดไว้นั้นเป็นช่วงก่อนยุบสภา เป็นการประเมินทั่วไป เพราะยังไม่ชัดว่าส.ส.แต่ละคนจะไปสังกัดพรรคใด และการพูดคุยประสานกับพรรคร่วมรัฐบาลในการตั้งรัฐบาลจะมีหลังเลือกตั้ง

น.พ.บุรณัชย์ กล่าวว่า การตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งเป็นไปได้มี 4 ลักษณะ ได้แก่ 1.พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสียงอันดับ 1 และจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ยังเกิดความวุ่นวายจากกลุ่มเสื้อแดง 2.พรรคเพื่อไทยได้เสียงอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล จากนั้นเริ่มกระบวนการล้างผิดส่วนตัวแล้วเกิดกระแสต่อต้านจากภาคส่วนที่ไม่ เห็นด้วย 3.พรรคเพื่อไทยได้เสียงอันดับ 1 แต่ไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ อาจเกิดความวุ่นวายจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง และ 4.พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนอันดับ 1 แต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ซึ่งพรรคยินดีเคารพผลและพร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านและจะไม่เกิดความวุ่นวาย

เทือกซัดชุมพลแก่แล้วต้องทน

เวลา 09.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายชุมพลไม่พอใจสิ่งที่นายอภิสิทธิ์เขียนในเฟซบุ๊กระบุไม่ให้ เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลว่า คงไม่มีปัญหา คนกำลังหาเสียงเลือกตั้ง บางทีไปเอาคำพูดใดคำพูดหนึ่งมาเป็นเงื่อนไข เป็นอารมณ์ ทำให้น้อยใจกันคงไม่ได้ ต้องดูเจตนา นายอภิสิทธิ์ประสงค์จะบอกประชาชนถึงที่มาที่ไปของการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้มีเจตนาทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเสียใจ เราอายุมากกันแล้ว ต้องมีความอดทนกันพอสมควร

เมื่อถามว่าเป็นเพราะพรรคขนาดใหญ่มีโอกาสน้อยที่จะได้เสียงข้างมาก พรรคขนาดกลางจึงมีอำนาจต่อรองมากขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นธรรมดาของการเมือง ระหว่างพรรคต้องพูดคุยต่อรองกัน ยืนยันว่าพรรคยังไม่ได้เคลื่อน ไหวจัดตั้งรัฐบาล ต้องรอให้ผลการเลือกตั้งชัดเจนก่อน ถ้าพรรคได้รับความไว้วางใจมาก ชนะเลือกตั้งเป็นที่ 1 เชื่อว่าพรรคร่วมหรือพรรคอื่นๆคงสนใจมาร่วมงานด้วย แต่ถ้าพรรคแพ้หลุดลุ่ยเหมือนคนที่ตั้งตัวเป็นเกจิอาจารย์ทำนายไว้ เราก็ไม่ดิ้นรน ยอมเป็นฝ่ายค้าน ยกบ้านเมืองให้เสื้อแดงเป็นรัฐมนตรีดูบ้าง ตนเจอหลายคนถามว่าพรรคนี้พรรคโน้นจะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ตนบอกว่าอย่ารีบสรุปว่าเขาจะไปไหน แต่ตนทำใจเอาไว้ว่าเขาคงไปกับพรรคที่เขาเห็นว่าตั้งรัฐบาลได้

เมื่อถามว่าพรรคชาติไทยพัฒนามีจุดยืนร่วมกับพรรคเพื่อไทยกรณีนิรโทษกรรม ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนแตกต่างออกไป นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ต้องรีบตอบเรื่องนี้ว่าใครเห็นอย่างไร แต่พรรคตอบได้ว่าบ้านเมืองต้องมีกฎเกณฑ์กติกา และกฎหมายต้องใช้กับทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น คนไทยคนอื่นเคารพกฎหมาย ทำผิดต้องยอมรับผิด แต่พ.ต.ท.ทักษิณทำผิด ไม่ต้องเคารพ อย่างนี้เราไม่ยอม

ไม่เชื่อปชป.150-มั่นใจชนะพท.

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่าการนิรโทษกรรมคนจำนวนมากได้ประโยชน์ ส่วนพ.ต.ท. ทักษิณเป็นแค่หนึ่งในนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า “มันปิดบังซ่อนเร้นไม่มิด เป้าหมายใหญ่คือช่วยคุณทักษิณ แล้วคนอื่นคอยได้ผลพวงไป แต่ประเด็นปัญหาคือคนไทย 65 ล้านคน เมื่อต้องคำพิพากษาให้ลงโทษอย่างไรต้องรับโทษตามนั้น ทำไมยกเว้นแต่คุณทักษิณกับบริวารของคุณทักษิณ อย่างนี้ไม่ยุติธรรม ไม่มีกฎหมายที่ไหนเขาปฏิบัติกัน”

เมื่อถามว่าการจัดตั้งรัฐบาลสำหรับพรรคประชาธิปัตย์จะยากกว่าทุกครั้งหรือ ไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า จะยากหรือง่ายอยู่ที่ผลเลือกตั้ง ถ้าประชาชนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ 230-240 เสียง อย่างนี้ตั้งไม่ยาก เมื่อถามว่านายเนวิน ชิดชอบ แกนนำภูมิใจไทย ระบุไม่มีเรา เขาก็ตั้งไม่ได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ถูก ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ จัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีพรรคขนาดกลางมาร่วมไม่ได้ เพราะเสียงไม่พอ เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรไม่ให้พรรคขนาดกลางมีอำนาจต่อรองจนพรรคขนาดใหญ่เสีย จุดยืน นายสุเทพ กล่าวว่า อยู่ที่พรรคขนาดใหญ่ ยอมได้ขนาดไหน ถ้าประชาชนอยากให้พรรคประชาธิปัตย์แข็งแรงในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขอให้เลือกเข้ามามากๆ ซึ่งเสียงตอบรับถึงวันนี้ดีมากๆ ทำให้ตนเชื่อว่าจะชนะพรรคเพื่อไทย

เมื่อถามว่ามีคนบอกว่าจะแพ้หลุดลุ่ยได้แค่ 150 เสียง นายสุเทพ กล่าวว่า “ช่วยจารึกชื่อของคนที่ทำนายอย่างนี้เขียนติดฝาบ้านไว้ก่อน เวลาผลคะแนนออกมา ช่วยส่งคะแนนให้พวกเขาด้วย” เมื่อถามว่าอะไรทำให้มั่นใจว่าพรรคจะชนะ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าประชาชนไม่มีวันลืมว่าพรรคเพื่อไทยกับคนเสื้อแดงกับกองกำลังติด อาวุธ ได้ทำร้ายประเทศชาติและสร้างความเสียหายกับบ้านเมือง ฆ่าคน เผาบ้านเผาเมือง

เรียกร้องเลือกปชป.ตบหน้าแดง

ต่อข้อถามว่าพรรคเพื่อไทยระบุพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลมา 2 ปีทำงานไม่เป็น นายสุเทพ กล่าวว่า 2 ปี ของพรรคทำดีกว่าที่พรรคเพื่อไทยเคยทำ เช่น การแก้ไขปัญหายาเสพติด พรรคไม่เคยสั่งให้ฆ่าใครแม้แต่คนเดียว แต่จับกุมดำเนินคดีมากกว่ายุคที่พรรคเพื่อไทยทำ เมื่อถามว่าแต่ยังมีประเด็นเรื่องการฆ่าผู้ชุมนุมที่ชาวบ้านยังติดใจ นายสุเทพ กล่าวว่า สำหรับชาวบ้านที่ลืมเหตุการณ์ไปแล้ว เขาก็ไปบิดเบือนได้ แต่ประชาชนที่เห็นภาพในทีวีและหนังสือพิมพ์คงจำได้อยู่ โดยเฉพาะคนกทม.น่าจะจำฝันร้ายได้เพราะกว่า 2 เดือนที่เกิดเหตุในปี 2553 อย่างไรก็ตาม ตนเห็นพวกนี้บิดเบือนมาก ดังนั้นตนจะหาโอกาสนำข้อมูลมาชี้แจง


ไหว้”พ่อโต” – น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย นมัสการขอพรหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน ก่อนลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.

เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณระบุจะกลับมาในเดือนพ.ย. นายสุเทพ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาเดือนนี้ สัปดาห์นี้ก็ได้ ไม่มีใครห้ามไม่ให้กลับบ้าน เพียงแต่พ.ต.ท.ทักษิณทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาล จึงพยายามตั้งความหวัง ให้สมุนบริวารไปทำต่างๆนานาเพื่อยึดอำนาจรัฐ มาออกกฎหมายพิเศษลบล้างความผิดให้ ซึ่งพวกเราคงยอมไม่ได้

เมื่อถามว่ามีความกังวลว่าถ้าพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาลไม่ได้ คนเสื้อแดงจะออกมาชุมนุมอีก นายสุเทพ กล่าวว่า ทำไม่ได้แล้ว ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้ คนทั้งประเทศเลือกให้ประชาธิปัตย์ชนะเพื่อไทย เท่ากับบอกพวกเสื้อแดง สมุนบริวาร พ.ต.ท.ทักษิณว่าที่ทำมาทั้งหลาย ชาวบ้านเขา ไม่เอา

ชี้พท.เคืองทหารเพราะสั่งไม่ได้

ส่วนที่พรรคเพื่อไทยไม่พอใจกองทัพเกี่ยวกับนโยบาย 315 การปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลที่มีกำลังทหารเข้าไปเป็นฝ่ายปฏิบัติงาน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยว่าทำไมไม่พอใจที่มีเจ้าหน้าที่ลงไปสืบ สวนสอบสวนและสกัดกั้นยาเสพติดในชุมชนต่างๆ เพราะเป็นการทำตามที่ประชาชนเรียกร้องและทำมาก่อนยุบสภา

“ผมไม่เข้าใจจริงๆ บางคนบอกว่าไอ้พวกนี้มันเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้าขายยาหรือเปล่า หรือคนพวกนี้ตั้งใจซื้อเสียงแล้วเห็นเจ้าหน้าที่ไปเดินอยู่ทำให้ซื้อเสียง ไม่สะดวกหรือเปล่า ผมยังคิดไม่ออกประชาชนคนใดรู้เรื่องช่วยบอกผมหน่อย” นายสุเทพ กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยกำลังลากเอาทหารมาเป็นคู่ขัดแย้ง นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยทำอย่างนั้นอยู่แล้ว ตนพูดหลายครั้งว่าตอนที่นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ พยายามสั่งให้ทหารออกมาปราบปรามประชาชน แต่พอทหารไม่ออกมาก็โกรธผูกใจเจ็บมาตลอด และพอเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ทหารช่วยออกมาปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองยิ่งโกรธหนัก เข้าไปอีก ตามนิสัยของคนใจแคบ ไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ทำเพื่อบ้านเมือง รักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติเอาไว้

เมื่อถามว่ายุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยที่แยกกันเดินหลายขา คิดว่าความเป็นผู้หญิงของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับที่ 1 ที่ชูประเด็นความประนี ประนอมและความปรองดองจะทำให้เกิดได้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ขอตอบคำถามเกี่ยวกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะไม่ต้องการให้สมุนบริวารของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปขยายผลว่าตนโจมตีผู้หญิง

“เอกพจน์”แฉเบื้องหลังร่วมปชป.

วันเดียวกัน นายเอกพจน์ ปานแย้ม อดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีนายชุมพล ระบุถ้าไม่ถูกบีบบังคับก็คงไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า เป็นเรื่องจริง เพราะขณะนั้นตนเป็นวิปรัฐบาล พยายามทำหน้าที่ให้เป็นไปตามระบบรัฐสภา แต่ถูกสกัดกั้นตลอด ทั้งการทำหน้าที่ของตนและของพรรค แม้หลายคนจะเตือนว่าถ้าพรรคยังคงร่วมรัฐบาลต่อไปในขณะนั้น พรรคอาจถูกยุบแน่ แต่นายบรรหาร ศิลปอาชา และสมาชิกพรรคไม่มีใครเชื่อ เพราะเราเชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมน่าจะเชื่อถือได้ แต่ท้ายที่สุดพรรคก็ถูกยุบ

“พวกเราเจ็บปวดมาก โดยเฉพาะนายบรรหาร ซึ่งเราไม่อยากเชื่อว่าถูกยุบพรรค และตัดสิทธิคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย มันเป็นความอัปยศสิ้นดี และยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นอีก เพราะหลังจากนั้นทราบว่า สมาชิกที่เหลือจะต้องเข้าไปร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ เราก็รู้ว่าหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์ มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรขณะนั้น มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดอย่างยิ่ง ผมโทรศัพท์ไปถามนายวราวุธ ศิลปอาชา ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้นไปได้ นายวราวุธ ได้แต่พูดเป็นนัยว่ามันต้องทำใจ เราคงฝืนไม่ได้ มันเหมือนเราถูกเอาปืนจ่อหัวให้จำยอม ถ้าไม่ทำอาจจะหนักกว่าถูก ตัดสิทธิ ทำให้ผมเข้าใจว่าเราคงไม่มีทางเลือกจริงๆ และนี่คือสิ่งที่เรายังเคลือบแคลงสงสัยอยู่ทุกวันนี้” นายเอกพจน์ กล่าว

นายเอกพจน์ กล่าวว่า อยากเตือนนักการเมืองและนักวิชาการบางคนว่าให้หยุดและตั้งสติ ใช้สติปัญญาในทางที่มีเหตุมีผลให้มากเกี่ยวกับการวิจารณ์เรื่องการออกกฎหมาย นิรโทษกรรม รวมถึงข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 เกี่ยวกับคดียุบพรรค ซึ่งการออกกฎหมายนิรโทษกรรม มันชัดเจนอยู่แล้วว่าจะทำเพื่อคนๆเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ส่วนคดีอาญาที่ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์การชุมนุมที่มีผลมาจากความขัดแย้งทาง การเมืองก็ไม่ควรก้าวล่วง เพื่อให้เกิดหลักนิติธรรม และความปรองดองอย่างแท้จริง เพราะกฎหมายทำให้เป็นคุณ เกิดประโยชน์ต่อภาพรวมและความสงบสุขของประเทศชาติได้

ชุมพลซัดมาร์คจริงแต่ของตัวเอง

เวลา 07.00 น. ที่ซอย 44 ถนนพระราม 3 นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางไปหาเสียงที่โรงเรียนธุรกิจอาหารไทย มีนายยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ผู้สอนทำอาหารชื่อดังให้การต้อนรับ และนำเดินหาเสียง

นายชุมพล ให้สัมภาษณ์ถึงการเขียนเฟซบุ๊กของนายอภิสิทธิ์ว่า ตนไม่ได้ติดใจอะไรมาก แค่สะกิดเตือนว่าต่อไปจะพูดอะไร อยากให้ระวัง หากมีอีกก็พร้อมที่จะไม่ร่วมรัฐบาลเพราะครั้งที่แล้วที่ร่วมรัฐบาล ก็เนื่องจากถูกบีบ

จากนั้นเวลา 15.00 น. ที่สถานีรถไฟหัว ลำโพง นายชุมพล นำคณะผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ เดินหาเสียงกับประชาชนที่หัวลำโพง และไปหาเสียงที่สถานีขนส่งหมอชิต

นายชุมพล ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงนายอภิสิทธิ์ ยืนยันข้อความในเฟซบุ๊กของตัวเองเป็นเรื่องจริงว่า เป็นความรู้สึกของนายอภิสิทธิ์ ที่คิดว่านั่นคือความจริง แต่ความจริงของคนอื่นและของนายอภิสิทธิ์ คนละความจริงกัน แต่ความจริงคือการที่ตนได้กล่าวไปแล้ว แต่ถ้าจะบอกว่าไม่มีพรรคให้เลือกแล้ว พรรคในประเทศก็มีอยู่เท่านี้ แต่คำพูดและวิธีแสดงออกไม่น่าจะมาแสดงออก ความจริงเป็นอย่างไร ก่อนจะแสดงออกควรดูคนอื่นด้วย

ย้ำไม่เป็นศัตรู-รู้นิสัยมาร์คดี

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่สบายใจเช่นกัน นายชุมพล กล่าวว่า คิดว่าขอให้เป็นเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นระหว่างเลือกตั้ง อย่าไปถือสาระเอาเป็นเรื่องผูกพันถึงอนาคต เพราะอนาคตก็คืออนาคต หลังเลือกตั้งคือหลังเลือกตั้ง ส่วนที่สื่อเสนอข่าวไปเหมือนตนปฏิเสธจะไม่ร่วมรัฐบาลใดๆเลยอย่างนั้นมันไม่ ใช่ แต่พรรคต้องการให้บรรยากาศการเลือกตั้งสร้างสรรค์ นำไปสู่การปรองดองหลังเลือกตั้ง ดังนั้นเมื่อช่วงเช้าที่ให้สัมภาษณ์ ตนไม่ได้พูดว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับใคร ถ้าเป็นอย่างนั้นเท่ากับตนประกาศตัวเป็นศัตรูกับคนอื่น มันไม่ใช่

เมื่อถามว่าดูเหมือนปัญหาจะบานปลายระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทย พัฒนา หรือระหว่างนายชุมพลกับนายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น ไม่ถึงกับเข้าใจกันผิด ตนและนายอภิสิทธิ์ ทำงานด้วยกันมานานกว่า 7 ปี ในมหาวิทยาลัยศิลปากร นายอภิสิทธิ์รู้จักนิสัยของตนดี และตนรู้จักนิสัยนายอภิสิทธิ์ดี บางครั้งคนเราอาจถูกคำถามจี้ให้จนต้องตอบอย่างนั้นก็ได้ แต่ที่นายอภิสิทธิ์คิดไม่ผิด เพราะพรรคการเมืองในไทยมีอยู่แค่นั้น แต่สำคัญที่วิธีแสดงออก ตนให้ข้อสังเกตไว้เท่านั้น ไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่โต ว่าจะต้องโกรธหรือเป็นศัตรูกันไม่ใช่ พรรคขอประกาศว่าจะไม่เป็นศัตรูกับใคร ถ้าเลือกตั้งไปแล้วเบอร์ 21 ไม่มีทางไปทะเลาะกับใคร

ยันพรรคที่ 1 เป็นแกนตั้งรัฐบาล

ส่วนจะส่งผลถึงการจับมือร่วมกันตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายชุมพล กล่าวว่า คงไม่เพราะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การตั้งรัฐบาลกับการวิพากษ์ในช่วงหาเสียงมันเป็นคนละประเด็นกัน จะนำไปผูกพันซึ่งกันและกันไม่ได้ ดังนั้น หลังวันที่ 3 ก.ค.ขึ้นอยู่กับตัวเลขผลการเลือกตั้ง ใครจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและโครงสร้างรัฐบาลผสมจะเป็นอย่างไร จะเอารัฐมนตรีจากไหน ใครเป็นบ้าง เรื่องเหล่านี้จะต้องดูและนำมาเป็นปัจจัยพิจารณา โดยพรรคจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมพรรคเพื่อตัดสิน ตนคนเดียวตัดสินไม่ได้ ต้องแล้วแต่มติพรรค

เมื่อถามถึงขณะยังยืนยันหรือไม่ว่าพรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งต้องเป็นผู้ จัดตั้งรัฐบาล นายชุมพล กล่าวว่า ต้องให้เกียรติพรรคที่ได้คะแนนเสียงมาก ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทย ต้องให้เขาเริ่มต้นนับหนึ่งก่อน ถ้าหนึ่งตั้งไม่ได้จึงมาที่สอง ถ้าสองตั้งไม่ได้ค่อยมาพรรคที่สาม เป็นไปตามลำดับไหล่ นี่คือกติกาที่ควรเคารพกัน แต่ผลเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. ต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ส่วนที่ทหารร่วมชุดเฉพาะกิจปส.315 จะกลายเป็นปัญหาหรือไม่ เพราะพรรคเพื่อไทยรู้สึกว่าไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่เพื่อปราบปรามยาเสพติด อย่างแท้จริง นายชุมพล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวควรยุติได้แล้ว เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด ต้องเคารพเขา เมื่อเขาทำตามหน้าที่แล้วไปกระทบกับใครบ้าง ต้องพูดจากันได้ อย่านำไปเป็นเรื่องใหญ่โต ไม่น่าเป็นเรื่องขัดแย้ง เพราะเรื่องเล็กนิดเดียว เมื่อต่างฝ่ายต่างพูดจาออกมาแล้วว่าไม่มีอะไร ฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็เดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ฝ่ายผู้สมัครหากเดือดร้อนก็ร้องเรียนเท่านั้นจบ ต้องปรองดองกัน สร้างสรรค์ในช่วงเลือกตั้ง

มั่นใจชทพ.กวาดส.ส. 30 เก้าอี้

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงว่า ผลการเดินสายหาเสียงของพรรคในพื้นที่ภาคกลางเป็นหลักถือว่าได้รับผลตอบรับ ที่ดีมากใน 2 ส่วน คือ 1.นโยบายปรองดอง ลดความขัดแย้ง ซึ่งพี่ประชาชนในภาคกลางเข้าใจ ถึงขั้นทราบว่าใครจะเป็นนายกฯปรองดอง 2.ความนิยมของผู้สมัคร ซึ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆเหมือนเป็นดาวฤกษ์ จากแนวโน้มส่วนนี้ พรรคมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายส.ส. 30 ที่นั่งแน่นอน โดยเป้าหมายต่อไปที่พรรควางไว้ คือตำแหน่งนายกฯ ซึ่งพรรคมั่นใจว่าทั้งพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรค และนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค สามารถเป็นนายกฯจากขั้วที่สามได้แน่นอน

ที่จ.มหาสารคาม นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ประธานพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ให้สัม ภาษณ์ถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า หากพรรคการ เมืองใหญ่ 2 พรรคไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินก็มีความพร้อมเป็นโซ่ข้อกลางประสานพรรคขนาดกลาง และเล็กจัดตั้งรัฐบาล เป็นทางรอดของประเทศในการลดความขัดแย้ง เพราะประเทศชาติต้องมีรัฐบาลบริหารงาน สมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มีเสียงในสภาเพียง 10 กว่าเสียง ยังเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกหากพรรคขนาดกลางจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล

“ไพโรจน์”รุดยื่นกกต.ฟัน”ไก่อู”

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 19 หนองจอก กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งต่อกกต. ผ่านศูนย์อำนวยการสืบสวนสอบสวนการเลือกตั้งส.ส.(ศอส.) ว่า การมายื่นเรื่องครั้งนี้ไม่ประสงค์ยุ่งเกี่ยวกับผู้มีอำนาจในกองทัพ แต่ทำเพื่อปกป้องเกียรติยศชื่อเสียง ของตนเอง หลังถูกกล่าวหาผ่านสื่อจากพ.อ. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ว่าเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ ปส.315 ถูกตนใช้อาวุธข่มขู่ขณะลงพื้นที่ตรวจยาเสพติด โดยพ.อ.สรรเสริญ ให้ข่าวว่าได้ไปแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว แต่กลับไม่ได้ไปตามที่ระบุไว้ ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏขึ้นแล้ว ตนในฐานะประชาชน จำเป็นต้องออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ และชี้แจงข้อเท็จจริง ส่วนตัวไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับกองทัพ หรือให้เรื่องดังกล่าวกระทบถึงผบ.ทบ.

นายไพโรจน์ กล่าวว่า การมายื่นหนังสือต่อ กกต. ครั้งนี้ เพื่อให้สืบสวนสอบสวน พ.อ. สรรเสริญ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายผิดพ.ร.บ.การเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส. ว. ตามมาตรา 53 (5) ซึ่งมีโทษตามมาตรา 137 สามารถเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 1-10 ปีได้ ยืนยันว่าตนไม่ได้มีเจตนาทำให้กองทัพเสื่อมเสีย ดังนั้น ในช่วงเลือกตั้งนี้ขอให้ทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเอง เพราะการพูดที่ไม่มีข้อเท็จจริงในช่วงหาเสียง จะทำให้ประชาชนมองตนว่าเป็นนักเลง ดังนั้นตนขอปกป้องสิทธิและชื่อเสียงของตน

ภท.เย้ยคนเห่อยิ่งลักษณ์ฉาบฉวย

ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงนายชุมพลไม่พอใจที่นายอภิสิทธิ์เขียนข้อความในเฟซบุ๊กว่า เป็นสิ่งดีที่แต่ละคนออกมาแสดงความคิดเห็นที่แท้จริง รู้สึกอย่างไรก็พูดแบบนั้น กรณีนายอภิสิทธิ์ระบุถึงนายเนวินถือเป็นมุมมอง เป็นแนวคิดของแต่ละบุคคล บางครั้งต้องปล่อยไปบ้าง หยิบมาคิดทุกเรื่องก็ปวดหัว ไม่สบายใจเปล่าๆ ตอนนี้อยู่ในช่วงเลือกตั้ง รอให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ระบุสามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ 270 เสียง นายศุภชัยกล่าวว่า วันนี้เราต้องอยู่ในโลกแห่งความจริง ต้องเข้าใจให้เหมือนกับที่ปุถุชนทั่วไปเข้าใจกัน การจะปรุงแต่งอะไรถือเป็นเรื่องธรรมดา เวลาคิดอะไร พูดอะไรไป สักวันความจริงก็ต้องปรากฏ ส่วนพรรคเพื่อไทยก็คุยว่าจะได้ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 300 คนนั้น เร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ เป็นเพียงการปลุกปั่นให้สมาชิกพรรครู้สึกฮึกเหิม แต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน กรณีมีคนมามอบดอกไม้และหอมแก้มน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นเรื่องฉาบฉวย อย่าเอาอารมณ์ฉาบฉวยมาเป็นตัวตั้ง เพราะจะไม่เจอความจริง

สื่อเทศชี้การเมืองไทยวนไปที่เดิม

วันเดียวกัน เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล รายงานบทวิเคราะห์การเมืองไทย เขียนโดยนายเจมส์ ฮุกเวย์ ระบุกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถูกยื่นฟ้องเบิกความเท็จคดีซุกหุ้นของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ว่า อาจทำให้การเมืองไทยวุ่นวายอีกครั้ง ซึ่งอาจนำมาซึ่งการปฏิวัติรัฐประ หารอีกรอบ ขณะนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังมีคะแนนนิยมนำในการแข่งขันเลือกตั้งเป็นนายกฯไทย คนใหม่ สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีพ.ต.ท. ทักษิณเป็นบุคคลสำคัญ ในการขับเคลื่อนนโยบายพรรคเพื่อไทย ในรูปของคำแนะนำที่ส่งตรงมาจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อย่างไรก็ตาม สัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยยื่นฟ้องนายแก้วสรร อติโพธิ อดีต คตส. และ น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเสื้อหลากสี ที่ออกมาเคลื่อนไหวแล้ว ขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ชี้แจงต่อเรื่องนี้ว่า ทราบดีอยู่แล้วว่าต้องเจออะไรบ้าง เมื่อเข้าสู่การเมือง

อย่างไรก็ตาม รายงานชิ้นนี้ยังอ้างอิงการวิเคราะห์จากนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิจัยประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ระบุว่า เมืองไทยกำลังกลับไปสู่การต่อสู้แบบเดิม ระหว่างกลุ่มต่อต้านและกลุ่มสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ และการยื่นฟ้องเรื่องคดีเบิกความเท็จดังกล่าว น่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อป้องกัน ไม่ให้เหล่าผู้สนับสนุนทักษิณได้ขึ้นสู่อำนาจอีก ทั้งนี้ท้ายบทความนายฮุกเวย์ยังรายงานว่า ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ไม่น่าได้คะแนนเด็ดขาดในการเป็นรัฐบาลพรรคเดียว ต้องพึ่งพาพรรคขนาดเล็กมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล

เผยทูตต่างประเทศจับตาเลือกตั้ง

แหล่งข่าวระดับแกนนำพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ได้เกิดความเคลื่อนไหวในส่วนของสถานทูตประเทศต่างๆ ที่เฝ้าติดตามการเลือกตั้งของไทย โดยนักการทูตจากสถานทูตในหลายประเทศ อาทิ นอร์เวย์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมถึงองค์กรกลางด้านสิทธิมนุษยชน ได้รวมตัวกัน โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า “เฟรนด์ ออฟ ไทยแลนด์” เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การเลือกตั้ง โดยใช้บ้านพักของเอกอัครราชทูตนอร์เวย์เป็นสถานที่พบปะพูดคุย ซึ่งการพูดคุยนั้นได้เชิญตัวแทนจากพรรคต่างๆ เข้าร่วม แต่เชิญในลักษณะการแยกนัดแต่ละพรรค โดยพรรคเพื่อไทยได้ส่งแกนนำพรรค อาทิ นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรค และนายพิทยา พุกกะมาน อดีตเอกอัครราชทูต เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย ซึ่งคำถามที่นักการทูตประเทศต่างๆ ถามตัวแทนพรรคเพื่อไทย จะเน้นให้ความสำคัญถึง สถานการณ์หลังการเลือกตั้งว่าหากพรรคเพื่อไทยได้เสียงอันดับ 1 จะจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่

“ปู”ไม่อยากให้มีอำนาจพิเศษบีบ

เวลา 10.50 น. หน้าที่ว่าการอำเภอพระประ แดง จ.สมุทรปราการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคชาติไทยพัฒนาพร้อมทอดสะพานร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยว่า ต้องขอบคุณที่มองพรรคเพื่อไทย แต่ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องตั้งรัฐบาล แต่ตามมารยาท พรรคที่จะได้ตั้งรัฐบาลคือพรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่ง

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุมีอำนาจพิเศษบีบให้ร่วมรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นก้าวแรกที่จะก้าวไปสู่ความปรองดองและการยอมรับในเสียงของ ประชาชนที่ต้องการเห็นการเลือกตั้ง เชื่อว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือและเคารพกติกาและเสียงประชาชน ต่อข้อถามว่าคิดว่าอำนาจที่นายชุมพลระบุ ในอนาคตจะมีเกิดขึ้นอีกครั้งหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่อยากเห็นแล้ว เพราะที่ผ่านมาบ้านเมืองเสียเวลาไปหลายปีแล้ว ตนอยากให้บ้านเมืองเดินหน้าดีกว่า และถือโอกาสนี้เชิญชวนทุกคนให้ร่วมกันทำให้บ้านเมืองไปได้

ส่วนที่ระบุว่าไม่มีปัญหากับกองทัพ แต่ดูเหมือนผบ.ทบ.จะมองไปอีกทางหนึ่ง จะเป็นความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้นหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ความคิดเห็นมีสิทธิเห็นต่าง แต่เชื่อว่าภาพใหญ่ หากอยากเห็นประเทศปรองดอง เดินไปข้างหน้า ผบ.ทบ.คงเปิดรับเพราะมีเจตนาดีกับประเทศอยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะบอกกับผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับภารกิจปราบปรามยาเสพติด 315 หรือไม่ เพื่อยุติปัญหากับกองทัพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งทุกคนควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และให้การเลือกตั้งสงบและสร้างสรรค์ ส่วนที่มีทหารเข้าไปในพื้นที่ต่างๆโดยเฉพาะพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย จะมีผลกระทบกับพรรคเหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เชื่อว่าประชาชนตัดสินใจเลือกได้ ปัจจัยใหญ่คิดว่าประชาชนมองที่ทีมงานและนโยบายพรรคเป็นหลัก

ลงพื้นที่ปากน้ำช่วย 7 ผู้สมัครพท.

เมื่อถามว่าการหาเสียงของผู้สมัครกับภารกิจปส.315 จะเป็นการขัดแย้งกันในช่วงเลือกตั้งหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราทำหน้าที่ของเราดีกว่า พรรคทำหน้าที่ชี้แจงนโยบายโดยประชาชนพิจารณา เมื่อถามย้ำว่าอยากให้กองทัพทบทวนภารกิจปส.315 หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อยากขอให้การเลือกตั้งยุติธรรมและสร้างสรรค์ อย่าให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงในพื้นที่ ซึ่งคงขอความร่วมมือแบบนั้นมากกว่า เราไม่ติดใจหากรัฐบาลหรือทหารจะทำอะไร แต่ขอว่าทุกอย่างควรอยู่ในกติกาและให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเสรี เกิดจากการตัดสินใจของประชาชน

เวลา 10.00 น. ที่ตลาดเทศบาลเมืองพระประแดง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมแกนนำพรรค อาทิ น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร ลงพื้นที่จ.สมุทรปราการ เพื่อช่วยผู้สมัครทั้ง 7 เขตของพรรคหาเสียง จุดแรก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงพื้นที่พบประชาชนบริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองพระประแดง ที่มีประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าและพ่อค้าแม่ค้า และกองเชียร์คนเสื้อแดงถือรูปถ่ายพ.ต.ท.ทักษิณและกุหลาบแดงมารอต้อนรับทั้ง สองฝั่งถนนจำนวนมาก ทำให้การจราจรติดขัดมากและทันทีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาถึงต่างกรูเข้ามาประชิดตัวเพื่อขอถ่ายรูป ขอจับมือและมอบดอกไม้เป็นกำลังใจ พร้อมตะโกน “ยิ่งลักษณ์ๆ เบอร์ 1 นายกฯหญิง” ทำให้บรรยากาศค่อนข้างชุลมุน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดูแลความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าบางคนจับกลุ่มพูดคุยวิจารณ์ว่าตัวจริงสวยกว่าในรูป

ฮือฮาไหว้ร.2-อาทิตย์ทรงกลด

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปราศรัยย่อยว่า วันนี้มายืนยันว่านโยบายของพรรคเพื่อไทยจะแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน จะใช้ความสามารถส่วนตัวที่เคยทำธุรกิจและทีมงานที่มีประสบ การณ์มาช่วยกันแก้ปัญหา โดยเฉพาะพื้นที่สมุทรปราการที่มีปัญหาน้ำท่วม พรรคมีนโยบายสร้างเขื่อนกั้นน้ำ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะได้เดินเท้าเพื่อไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และเคาะระฆังเป็นสิริมงคล ทั้งนี้ ระหว่างทางคณะของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้พบกับนายประชา ประสพดี อดีต ส.ส.สมุทรปราการ ที่ตามมาสมทบภายหลัง โดยการลงพื้นที่ของนายประชา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการพิเศษสภ.เมือง สมุทรปราการ พร้อมอาวุธปืนเอชเค และปืนลูกซองยาว คอยอารักขาอย่างใกล้ชิด

ต่อมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอพระประแดง เพื่อสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 2 ซึ่งระหว่างที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ กราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ได้เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด ทำให้เจ้าหน้าที่พรรคและประชาชนที่สนับสนุนต่างวิจารณ์ว่าเป็นฤกษ์ดี ทั้งนี้ ตลอดทุกจุดที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปหาเสียงอ.พระประแดง มีกลุ่มคนเสื้อแดง เดินตามไปให้กำลังใจในทุกจุด

กองเชียร์ครึ่งพันร่วมต้อนรับ

เวลา 11.00 น. ที่ย่านครุใน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรค ท่ามกลางการตอบรับของประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมาก โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้เวลาสั้นๆ ในการพบปะประชาชน จากนั้นได้มาหาเสียงที่ตลาดสำโรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ก่อนจะแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ห้างสรรพสิค้าอิมพีเรียล สาขาสำโรง เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน มีนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน และเจ้าของห้าง ให้การต้อนรับ มีกองเชียร์และคนเสื้อแดงกว่า 500 คน มารอรับถึงบันไดหน้าห้าง พร้อมตะโกนเรียกชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดังสนั่นและปรบมือแสดงความดีใจ บางคนชูป้ายที่ระบุว่า “คนเหนือรักยิ่งลักษณ์” และตะโกนเรียก “นายกฯหญิง” ส่งผลให้บรรยากาศภายในห้างวุ่นวายพอสมควร ซึ่งนางอรุณลักษณ์ กิจเลิศเลิศไพโรจน์ ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ ต้องตะโกนบอกผู้มาให้ กำลังใจว่า “ขอให้ช่วยหลีกทางให้หน่อย เพราะคุณยิ่งลักษณ์จะเป็นลมแล้ว”

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปราศรัยว่า “ปูแข็งแรง ไม่เหนื่อย แต่ถึงเหนื่อยอย่างไรก็ทนได้ แม้เสียงไม่มี ขอเสียงของประชาชนช่วย วันนี้ปลื้มใจที่ประชาชนต้อนรับอบอุ่น และอยากให้ได้ยินเสียงทะลุไปถึงดูไบได้ไหม เพื่อให้ตื้นตันกับเสียงของเรา แม้ดิฉันจะเป็นน้องคนเล็ก แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้อยู่ จึงตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมือง”

ไหว้-ปิดทองปาก”หลวงพ่อโต”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเวลาที่อยู่ในห้าง มีกองเชียร์คนเสื้อแดงเดินตามให้กำลังใจตลอดเวลา จากนั้นได้เดินทางไปพบประชาชนที่ตลาดวิบูลศรี ปรากฏว่ามีกลุ่มคนเสื้อแดงขี่รถจักรยาน ยนต์โบกธงแดงนำหน้าขบวนรถ บางคนขับรถยนต์ส่วนตัวตามขบวนแห่ ทำให้เกิดความชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากซอยตลาดวิบูลศรีค่อนข้างจะแคบ ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปราศรัยเพียงสั้นๆ เกี่ยวกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และนโยบายสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ทำให้พ่อค้าแม่ค้าบางคนตัดพ้อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ไม่เดินลงมาพบประชาชนอย่างทั่วถึง เนื่องจากมารอรับเป็นเวลานานแล้ว

เวลา 15.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะ เดินทางมาที่วัดบางพลีใหญ่ใน อ.บางพลี เพื่อกราบสักการะพระพุทธรูปหลวงพ่อโต โดยน.ส. ยิ่งลักษณ์ ได้ปิดทองบริเวณริมปากขององค์พระพุทธรูป ซึ่งพระครูวิบูลธรรมานุกิจ ได้สนทนากับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอนหนึ่งว่า “ขอให้เป็นนายกฯ หญิงคนแรก และเมื่อเป็นนายกฯ อย่าลืมมาวัดบางพลีบ้าง” ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบรับว่าไม่ลืม ทั้งนี้ ก่อนเดินทางกลับ พระครูวิบูลธรรมานุกิจ ได้สวดคาถาบทชนะมาร พร้อมพรมน้ำมนต์ให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยใช้เวลาทั้งหมด 1 ชั่วโมง

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางมาที่วัดมงคลโคธาวาส อ.บางเสาธง เพื่อกราบสักการะรูปปั้นหลวงพ่อปาน ก่อนจะปราศรัยย่อยที่บริเวณลานข้างวัด โดยเน้นประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคเกี่ยวกับโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค นโยบายรถไฟฟ้า เพื่อแก้ไขปัญหาการคมนาคม โดยใช้เวลาปราศรัย 5 นาที จากนั้นได้เดินทางไปหาเสียงที่จ.พระนครศรี อยุธยา แต่ขณะที่กำลังเดินทางออกจากวัด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ให้เจ้าหน้าที่จอดรถเพื่อลงไปทักทายประชาชนที่มายืนถือป้ายให้กำลังใจ จำนวนมากด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่หาเสียงในจ.สมุทรปราการ ถือเป็นครั้งแรกที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางครบทั้ง 7 เขต และระหว่างการเดินทางหากมีกลุ่มประชาชนที่สนับสนุนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะโบกมือและแวะเข้า ไปทักทายตลอด

ปชป.ปราศรัยใหญ่ในมหา”ลัย

เวลา 16.00 น. ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ พรรคประชาธิปัตย์จัดเวทีปราศรัยใหญ่ โดยใช้รถบัสรับชาวบ้านจาก 5 เขตมาร่วมฟังการปราศรัยด้วย ทำให้สนามกีฬาแน่นไปด้วยผู้คนและนักศึกษา

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค ปราศรัยว่า มีการกระทำรบกวนการหาเสียงของนายอภิสิทธิ์ด้วยชุดความคิดเดียวกัน เช่น 91 ศพ ไข่ชั่งกิโล ดีแต่พูด กู้เก่ง แต่นายอภิสิทธิ์ใจเย็น ชี้แจงตลอด แต่เมื่อได้รับคำชี้แจงก็หาเรื่องอื่นมาถาม ตนจึงขอท้าดีเบตพรรคเพื่อไทยทุกประเด็น ผู้สมัครบัญชีรายชื่อหมายเลข 1 คิดได้เพียงยกเลิกไข่ชั่งกิโลที่รัฐบาลนี้ไม่ได้บังคับ มีวิสัยทัศน์เพียงแค่นี้หรือ ทั้งนี้ยอมรับว่ากู้เงินเก่ง แต่ต้องดูด้วยว่ากู้ได้ดอกถูกหรือไม่ นำเงินมาทำอะไร ใช้คืนอย่างไร

ต่อมาเวลา 18.00 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางมาถึง มีแกนนำ ผู้สนับสนุน และนักศึกษาต้อนรับพร้อมมอบดอกไม้ตะโกนว่า “เบอร์10 เบอร์ 10”

จากนั้น นายอภิสิทธิ์ปราศรัยว่า ที่ผ่านมาไม่เพียงเจอปัญหาเศรษฐกิจโลก ยังเกิดความขัดแย้งทางการเมือง มีคนคอยขัดขวาง แต่ตนไม่เคยย่อท้อ ประชาธิปัตย์เดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่ทำงานให้นักการเมือง ตลอด 2 ปีที่ทำงาน ตนร่วมสุขร่วมทุกข์กับประชาชน หลายครั้งถูกด่า แต่ยอมรับคำติติง คำวิจารณ์ มุ่งหน้าปรับปรุงแก้ไข ไม่ว่าจะพอใจมากน้อยแค่ไหน ตนก็ไม่เคยโกง ไม่เคยขี้เกียจ ทำงานด้วยความอดทน ยอมไปพูดคุยกับคนที่เห็นต่าง

“อยากรังแกผมก็รังแกไป วันที่ 3 ก.ค.คนส่วนใหญ่จะลงโทษคนที่รังแกผม ขอให้อดทนเหมือนที่ผมอดทน ใครจะรังแกสร้างกระแส เชื่อว่าคนไทยต้องการเห็นความถูกต้อง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า นายอภิสิทธิ์มาร่วมงานปราศรัยช้ากว่ากำหนดกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้เมื่อเริ่มปราศรัย กลุ่มชาวบ้านและนักศึกษาเริ่มทยอยเดินทางออก มีคนฟังบางตาอย่างเห็นได้ชัด

“ชวน”กุมหลักการ-ผู้ชนะตั้งรบ.

บ้านพักจ.ตรัง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 2 จัดพิธีทำบุญครบรอบ 100 วันนางถ้วน หลีกภัย มารดา มีญาติผู้ใกล้ชิด หัวคะแนน และผู้สมัครส.ส.ตรัง ทั้ง 4 เขต เข้าร่วม จากนั้นนายชวน ให้สัมภาษณ์ว่า การลงพื้นหาเสียงพบว่าคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคอยู่ในเกณฑ์นำ เชื่อว่าพรรคชนะเลือกตั้งแน่นอน ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการจัดตั้งรัฐบาลควรเป็นพรรคที่ได้รับเสียงจากประชาชนสูงสุด ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ ควรให้พรรคที่ชนะอันดับ 1 มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาล หรือเป็นแกนนำรวบรวมพรรคอื่นๆโดยความชอบธรรม ตนเห็นด้วยกับแนวคิดนี้

“ยิ่งลักษณ์”บุกหาเสียงกรุงเก่า

เวลา 19.00 น. ที่วัดบางนมโค อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค ได้เดินทางมาสักการะรูปเหมือนหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และกราบมนัสการรองเจ้าอาวาส โดยระบุว่าที่มาช้าเพราะฝนตก รถติด จากนั้นเวลา 19.45 น.ได้ไปปราศรัยที่สนามกีฬาเทศบาลตำบลเจ้าเจ็ด โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ปราศรัยนาน 10 นาทีท่ามกลางประชาชน 2,000 คน โดยพูดถึงปัญหาเรือน้ำตาลล่มที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ระบุว่าถ้าเป็นพรรคเพื่อไทยเข้ามาแก้ไขก็คงทำได้แล้ว เพราะปัญหานี้รอไม่ได้ นอกจากนี้จะเข้าแก้ปัญหาอื่นๆ เช่น น้ำท่วม จะแก้โดยเชื่อมลุ่มน้ำทั้ง 25 ลุ่มน้ำ ถือเป็นนโยบายหนึ่งของพรรค

เวลา 20.50 น. ที่สนามกีฬาเทศบาลพระนครศรีอยุธยา น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมแกนนำพรรคขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่เป็นแห่งสุดท้ายใน จ.พระนครศรีอยุธยา มีประชาชนและกองเชียร์คนเสื้อแดงกว่า 1,000 คนร่วมฟังปราศรัย

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า แม้จะเป็นผู้หญิงแต่มีความอดทน ไม่ท้อแท้ และพร้อมจะทำงานแก้ปัญหาให้ประชาชน ตนเป็นน้องสาวคนสุดท้องของพ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นครอบครัวเดียวกันที่จะต้องดูแลรับใช้ประชาชน จึงขอให้ชาวอยุธยาเลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามายกจังหวัด อย่าปันให้ใคร ให้ชนะแบบถล่มทลายไปเลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังปราศรัยเสร็จประชาชนและกองเชียร์เสื้อแดงกรูเข้ามาประชิดขอบเวทีเพื่อ มอบดอกกุหลาบให้กำลังใจอย่างล้นหลาม ทั้งนี้ ในวันเสาร์ที่ 11 มิ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครส.ส.ราชบุรี และกาญจนบุรี หาเสียงเลือกตั้งตลอดทั้งวัน

พท.อีสานเรียกร้องปูไปทุกเขต

เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายพายัพ ชินวัตร ประธานภาคอีสาน เรียกประชุมแกนนำและผู้สมัครส.ส.อีสาน วางแผนปรับกลยุทธ์หาเสียงของน.ส.ยิ่งลักษณ์ใหม่ เนื่องจากมีผู้สมัครส.ส.หลายพื้นที่ไม่พอใจการจัดโปรแกรมเดินสายของน.ส.ยิ่ง ลักษณ์ที่ลงไปช่วยผู้สมัครไม่ทั่วถึงทุกเขตเลือกตั้ง ซึ่งนายพายัพรับปากว่าต่อไปนี้จะจัดโปรแกรมให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปให้ทั่วถึง มากขึ้น

น.พ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ผู้สมัครส.ส. ชัยภูมิ เขต 7 พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ชาวบ้านเรียกร้องอยากเจอน.ส.ยิ่งลักษณ์กันมาก คงต้องปรับแผนให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปให้ครบทุกพื้นที่ให้ได้ แม้แต่ละจุดจะใช้เวลาไม่มาก แต่ยังดีกว่าไม่ไปเลย เท่าที่หาเสียงมาจนถึงขณะนี้กระแสพรรคดีมาก จึงมั่นใจว่าในพื้นที่อีสานจะได้ส.ส. 100 ที่นั่งบวกแน่นอน คาดว่าจะได้ส.ส.ยกทั้งจังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู เลย และชัยภูมิ ส่วน จ.บุรีรัมย์ นั้นพรรคตั้งเป้าปักธงให้ได้มากกว่า 1 ที่นั่งแน่นอน โดยเตรียมจัดปราศรัยใหญ่ที่ จ.บุรีรัมย์ และสุรินทร์ในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลในขณะนี้คือพรรคคู่แข่งมีการแจกอาวุธกันมาก ทำให้พวกเราไม่สบายใจ เพราะพรรคเราไม่แจกอาวุธ มีแต่กระแส

“อ๋อย”ทวีตแนะผบ.ทบ.-เป็นกลาง

เมื่อ วันที่ 10 มิ.ย. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ทวีตข้อความผ่านเว็บบล็อก Twitter.com ถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ระบุพรรคเพื่อไทยรังแกทหารว่า “เห็นข่าวผบ.ทบ.ฮึ่มพท.รังแกทหารแล้วอยากจะให้คำแนะนำสักหน่อย เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อตัวผบ.ทบ.เอง และอาจเป็นผลดีต่อบรรยากาศทางการเมือง อ่านคำสัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์แล้วคงลืมไปว่าท่านเป็นผบ.ทบ.อยู่ ไม่ใช่หัวหน้ากลุ่มก๊วนอะไรที่จะบอกว่ายอมไม่ได้ หยามไม่ได้อย่างนั้น ท่านบอกว่าส่งทหารไป 2 คนแล้วถูกกดดัน ก็เลยจะส่งไป 50 คนหรือ 100 คน ถามว่าจะส่งไปทำไม จะส่งไปปราบยาเสพติดหรือปราบผู้สมัครรับเลือกตั้ง”

นาย จาตุรนต์ ระบุว่า “ถ้าส่งไปปราบยาเสพติด จะไม่กระโตกกระตากไปหน่อยหรือ และยังต้องถามด้วยว่าท่านจะไปกันในหน้าที่อะไร ไปทำแทนตำรวจหรือ ทำไมไม่ใช้ตำรวจปราบยาเสพติด ถ้าผู้สมัครรับเลือกตั้งทำผิดกฎหมายทำไมคนของท่านไม่ไปแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อ ดำเนินคดี หรือว่าจะเป็นการเสียเหลี่ยม หรือไม่เชื่อถือกฎหมาย การแสดงออกของผบ.ทบ.จึงเข้าลักษณะข่มขู่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทำให้เสียบรรยากาศทางการเมืองและทำให้คนอาจรู้สึกว่าท่านวางตัวไม่เป็นกลาง ได้ จึงอยากแนะนำท่านว่าก่อนจะพูดอะไรควรคิดเสียให้รอบคอบ ท่านเป็นคนโผงผาง ตรงไปตรงมา แต่ก็ต้องคำนึงด้วยว่าพูดแล้วคนจะรู้สึกอย่างไร”

นาย จาตุรนต์ กล่าวว่า “อยากแนะนำให้ผบ.ทบ.ปรามโฆษกกองทัพบก (พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด) เสียบ้าง อย่าปล่อยให้มาต่อปากต่อคำกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง จนเหมือนตั้งตัวเป็นศัตรูกับบางพรรคไปแล้ว คุณสรรเสริญมีสิทธิ์แสดงความเห็นทางการเมือง จะโต้กับใครก็ได้ แต่ท่านผบ.ทบ.แน่ใจหรือว่าเขาควรจะโต้ในฐานะโฆษกของกองทัพบก กองทัพเห็นตามเขาหรือ เมื่อโฆษกไม่เป็นกลางทางการเมือง คนเขาอาจคิดว่ากองทัพไม่เป็นกลางทางการเมือง ท่านไม่ควรเอาอย่างนายกฯอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กับเทพไท (เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) ที่พูดอะไรไม่ตรงกันทุกวัน”

นาย จาตุรนต์ ระบุอีกว่า “เรื่องสุดท้ายที่อยากแนะนำคือการวางตัวเป็นกลางและไม่แทรกแซงในการจัดตั้ง รัฐบาล อยากแนะนำให้ท่านทำให้ชัดเจนเสียแต่วันนี้ ไม่ต้องรอหลังเลือกตั้ง ที่คนเขาห่วงกันทั่วบ้านทั่วเมือง ก็คือหากพรรคที่ได้เสียงมากแล้วอาจไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล พูดกันตรงๆ ก็คือเขากลัวการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจและกองทัพ เรื่องนี้คนในต่างประเทศและชาวไทยในต่างประเทศก็วิตกกันทั้งนั้น ทำให้เขาไม่เชื่อมั่นต่อเมืองไทยของเรา เมืองไทยที่ท่านอยากให้เป็นสีเดียวนี่แหละ ผมจึงเสนอว่าให้ท่านทำเหมือนตอนที่ประกาศว่าจะไม่ทำรัฐประหารนั่นแหละ แต่ให้ออกมาพูดพร้อมกันว่าจะไม่แทรกแซงในการจัดตั้งรัฐบาลควรแถลงด้วยว่าจะ ไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองใช้สถานที่ของกองทัพบกในการจัดตั้งรัฐบาลอีกแล้ว

“เรื่อง แทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาลนี้ ไม่ใช่พูดกันลอยๆ เห็นคุณชุมพล (ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา) เพิ่งให้สัมภาษณ์ไม่ใช่หรือ ก็ชัดอยู่แล้วว่าคราวที่แล้วมีการแทรกแซง บีบบังคับ ครั้งที่แล้วที่ผมได้ยินจากปากผู้นำพรรคการเมืองบางท่าน คือเขาบอกว่าผู้นำทหารขู่เขาว่าถ้าไม่ย้ายไปสนับสนุนปชป. นอกจากนั้นก็ขอให้ท่านเพิ่มความสุขุมมากขึ้นในการออกความเห็นต่างๆ อย่างน้อยระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าท่านไม่เป็นกลาง หน้าที่ของทหารในระหว่างการเลือกตั้งไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่วางตัวให้เป็นกลางก็ประเสริฐที่สุดแล้ว” นายจาตุรนต์กล่าว

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s