โต้เฟซบุ๊กมาร์ค พสิษฐ์แฉ ปมร้อนยุบพรรค


ยันพบกับอภิสิทธิ์จริง เผยละเอียดบทสนทนา พท.ยื่นกกต.บี้แก้วสรร “ปู”ลั่นอดทน-รอพิสูจน์ บิ๊กตู่ให้เจอหลังเลือกตั้ง

 


ไปบ้านครัว – น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร นำทีมเพื่อไทย ออกเดินหาเสียงที่ชุมชนบ้านครัว โดยมีชาวบ้านมารอต้อนรับจำนวนมาก โอกาสนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์นำคอมพิวเตอร์พกพา มาสอนการใช้งานให้กับเด็กๆ ด้วย เมื่อ 8 มิ.ย. 

กก ต.ขอดูกรณีร้องยิ่งลักษณ์ก่อน เด็จพี่ยื่นร้อง”แก้วสรร-ตุลย์”ใส่ร้าย โวยอาจมีพรรคการเมืองเอี่ยวด้วย ปูยันจะอดทนและพิสูจน์ความจริง เชื่อทุกฝ่ายจะให้ความเป็นธรรมกับตัวเอง ณัฐวุฒิโต้ พยายามสร้างวาทกรรมทำลายเพื่อไทย ตอกแผนบันได 4 ขั้นมีแต่ของคมช. เทือกปัด “แก้วสรร”ไม่เกี่ยวปชป. กัลยาเย้ยน้ำตาปูแก้ปัญหาไม่ได้ มาร์คพักหาเสียงหวั่นเดี้ยง น้องเติ้งชี้ละครปรองดองแค่หวังเตือนสติทุกฝ่าย ผบ.ทบ.พร้อมคุยยิ่งลักษณ์หลังเลือกตั้ง เสธ.ไก่อูจัดหนักโต้ณัฐวุฒิ ตร.เผยยังไม่ได้รับรายงานกองกำลังฝึกอาวุธเหมือนเทือก ชี้จับทำลายป้ายได้แต่เด็กคึกคะนอง พสิษฐ์ออกโรงโต้มาร์ค ขยายปมร้อนเฟซบุ๊ก

กกต.ขอดูกรณีร้องยิ่งลักษณ์ก่อน

วัน ที่ 8 มิ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. กล่าวถึงกรณีนายแก้วสรร อติโพธิ อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) และ น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเสื้อหลากสี ระบุจะให้สอบสวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทยกรณีให้การเท็จในคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรว่า เบื้องต้นจะดูว่าเข้าองค์ประกอบใดหรือไม่ ยืนยันว่ากกต. ต้องทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังในช่วงแข่งขันรุนแรง หากพรรคเพื่อไทยร้องมา กกต.จะพิจารณาตามปกติ

เมื่อถามว่าการกระทำดัง กล่าวเป็นการเหมาะสมหรือไม่ เลขาธิการกกต. กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะทุกพรรคทุกฝ่ายต่างต้องการเอาชนะทั้งนั้น แต่อยากให้ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก เชื่อมั่นว่าระบบไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะมีปัญหาคือข้อผิดพลาดของบุคคลที่พยายามโยงเพื่อทำลายระบบ ซึ่งทุกคนที่เข้ามาในสนามเลือกตั้งมีความเชื่อมั่นในระบบ และผู้ตัดสินในระดับหนึ่งแล้ว หากสังคมมีสติและมองถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติจะฝ่าฟันวิกฤตไปได้

ยันพิจารณาทุกเรื่องที่ยื่นมา

นาย สุทธิพลยังกล่าวถึงพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนการทุจริตการเลือก ตั้งว่า หากยื่นเรื่องมา กกต.ต้องพิจารณาว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายที่กกต.รับผิดชอบหรือไม่ ยืนยันว่ากกต.ยึดกรอบกฎหมาย จัดเลือกตั้งด้วยความเป็นธรรม สุจริต หากผู้ใดหาเสียงเกินเลย เข้าข่ายมีความผิดก็จำเป็นต้องเตือน เพื่อป้องกันไม่ให้ทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง ที่หลายฝ่ายมองว่ากฎระเบียบกติกาของกกต.หยุมหยิมเกินไปนั้น กกต. ไม่ได้เป็นผู้ร่างกฎหมายเอง แต่กกต.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ระบุไว้ ดังนั้นขอให้พรรคการเมืองอย่าระแวงกกต. และกกต.ไม่ได้จับผิดผู้สมัคร หรือพรรคใด ส่วนบัตรเลือกตั้ง กกต.ได้เชิญผู้แทนพรรคและสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นความตั้งใจของกกต. แต่ละฝ่ายติเพื่อก่อได้ แต่ถ้าติจนกระทบต่อขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติก็ไม่สมควรทำ อยากให้แต่ละฝ่ายมาช่วยกันทำให้ประเทศดีขึ้น

เมื่อถามถึงการรายงาน ภาพรวมความรุนแรงของการเลือกตั้งขณะนี้ นายสุทธิพล กล่าวว่า กกต.มีระบบทำงานด้านสืบสวนสอบสวนที่แยกเรื่องการแจ้งเบาะแส การทุจริตการเลือกตั้งกับเรื่องร้องเรียนคัดค้านการเลือกตั้งออกจากกัน เพราะขณะนี้มีการแข่งขันรุนแรงมาก กกต.ต้องระวัง ไม่เช่นนั้นจะถูกใช้เป็นเครื่องมือ ดังนั้นต้องมีกระบวนการสืบสวนสอบสวนที่เป็นไปตามระบบ มีการแจ้งเบาะแสเข้ามาจำนวนมาก แต่เป็นเพียงการโทรศัพท์เข้ามา ไม่มีการยืนยันตัวบุคคลที่ชัดเจน กกต.จึงต้องรวบรวมข้อมูลและหลักฐาน หากได้พบข้อเท็จจริงจะประสานกกต.จังหวัดต่อไป

เผยกำลังตามรอยเงินซื้อเสียง

นาย สุทธิพล กล่าวว่า ส่วนการพนันผลการเลือกตั้งนั้นมีความผิดทางกฎหมายอาญา หากเป็นความผิดซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีอำนาจดำเนินการ สำหรับการเคลื่อนไหวของเงินนอกระบบที่มีการทุจริตเลือกตั้งนั้น เท่าที่ทราบขณะนี้มีเพียงแจ้งเบาะแสเข้ามาว่าเป็นการแจกเงิน แต่กระแสไหลเวียนของเงินสดยังไม่ทราบว่าได้รวบรวมเงินสดมาจากไหน

นาย สุทธิพล กล่าวว่า ยอมรับว่ายังมีการซื้อเสียงต้องดูว่าเงินเข้ามาด้วยวิธีการไหน ในกฎหมายมีช่องทางดำเนินการถ้าหากเคลื่อนย้ายเงินผ่านธนาคารก็ดำเนินการได้ ถ้ารู้เบาะแสในตอนนี้กกต.มีความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์อยู่และยังมีความ ร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่จะดูเรื่องการฟอกเงิน โดยขอให้รายงานความผิดปกติทางการเงินเข้ามายังกกต.ได้ ซึ่งกกต.มีอำนาจขอให้ศาลระงับยับยั้งการดำเนินการต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่กกต.ต้องร้องศาลเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม แต่การเคลื่อนย้ายเงินสดที่ไม่ได้ผ่านทางธุรกรรมของธนาคาร ตรวจสอบได้ลำบาก ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เงินนอกระบบใช้รูปแบบเงินสดมากกว่า ซึ่งจะมีวิธีต่างๆ ค่อนข้างลำบากในการตรวจสอบ

ก.ล.ต.รอตรวจข้อมูลหุ้น”ปู”

นาย สุทธิพล กล่าวถึงคณะสังเกตการณ์การเลือกตั้งในนามเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้ง เสรี (อันเฟรล : ANFREL) เป็นห่วงการวางตัวไม่เป็นกลางของข้าราชการ ว่า การจัดเลือกตั้งแต่ละครั้ง ต้องใช้บุคลากรที่ช่วยกกต.กว่า 1 ล้านคน และกกต.ได้ย้ำถึงความเป็นกลาง และข้าราชการก็เกี่ยวข้อง เข้ามาสังเกตการณ์ถือเป็นเรื่องที่ดี คำเตือนของอันเฟรลไม่ได้บอกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะทุจริตมโหฬาร ทุกประเทศที่อันเฟรลไป ต้องมีการเตือนและยังเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ภายใต้การดูแลของ นักการเมืองในฝ่ายบริหาร ดังนั้นต้องมีเส้นแบ่งสนับสนุนนักการเมืองและการปฏิบัติหน้าที่

นาย อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง รองประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการตรวจสอบของ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างดูข้อเท็จจริงการแจ้งข้อมูลการซื้อขายหุ้นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ผ่านมาถูกต้องหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่จะรายงานข้อมูลให้คณะกรรมการก.ล.ต. รับทราบในการประชุมครั้งต่อไป ขณะนี้ ก.ล.ต. รอนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต. กลับมาจากต่างประเทศ เพื่อดำเนินการเรื่องนี้ และรายงานให้คณะกรรมการรับทราบว่ามีความผิดเกี่ยวข้องกับกฎหมาย กลต.หรือไม่

พท.ยื่นสวน”แก้วสรร-ตุลย์”ใส่ร้าย

เวลา 13.30 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่สำนักงานกกต. เพื่อยื่นหนังสือถึงนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ให้ตรวจสอบกรณีนายแก้วสรร และน.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ร่วมกันเผยแพร่เอกสารที่มีเนื้อหาใส่ร้ายด้วยความเท็จน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. และยังใส่ร้ายป้ายสีอย่างต่อเนื่อง เข้าข่ายผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มา ซึ่งส.ว. มาตรา 53(5) มีเจตนาใส่ร้ายและทำให้เสียคะแนนนิยม และมองว่าการกระทำดังกล่าวหวังผลทางการเมือง และเพื่อดิสเครดิตพรรคเพื่อไทย

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 คนทำไมถึงต้องมาดำเนินการในช่วงเลือกตั้ง ทั้งที่มีเวลาก่อนหน้านี้ หรือหากจะตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ น่าจะทำหลังเลือกตั้ง ไม่ใช่มาทำช่วงนี้ จึงให้กกต.พิจารณาการกระทำและสั่งให้ระงับการดำเนินการของบุคคลทั้ง 2 เพราะไม่เหมาะสม ซึ่งกกต.ควรรีบดำเนินการ ไม่ใช่ให้คนเขาว่ากกต.เป็นเพียงแค่เสือกระดาษไม่สามารถจัดการอะไรได้ ดังนั้นกกต.ควรเร่งสอบสวนในเชิงลึก

โวยอาจมีพรรคการเมืองเอี่ยวด้วย

“อยาก ขอให้กกต.ตรวจสอบว่ามีกระบวนการอะไรอยู่เบื้องหลังบุคคลทั้ง 2 คนหรือไม่ พรรคจะใช้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานส่งให้กกต. แต่หากมีการเชื่อมโยงถึงพรรคการเมืองหรือผู้สมัครคนใด ขอให้กกต.ดำเนินการทันทีก่อนเลือกตั้ง ซึ่งน่าจะนำไปสู่การยุบพรรคได้ และเราพอมีข้อมูลอยู่ว่าที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของทั้ง 2 คนเชื่อมโยงกับพรรคใด” นายพร้อมพงศ์กล่าว

เมื่อถามว่า ทั้ง 2 คนอ้างว่าดำเนินการในฐานะภาคประชาชน ที่ไม่ใช่พรรคนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กฎหมายการเลือกตั้งสามารถเอาผิดได้โทษในเรื่องการใส่ร้าย จำคุก 1 -10 ปี ปรับ 1-2 แสนบาท ซึ่งกกต.น่าจะดำเนินการให้เป็นเยี่ยงอย่าง และกลุ่มพวกนี้เป็นขาประจำที่พยายามดิสเครดิตพรรคเพื่อไทย จึงอยากให้กกต.ฟังก่อนมีการเลือกตั้งเพราะหลักฐานชัดเจน และให้กกต.มีความแข็งขันมากกว่านี้

เมื่อถามถึงคนเสื้อแดงไปหา เรื่องกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระหว่างไปหาเสียงเช่นกัน นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกินไป เป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองตามปกติ ไม่มีอะไรร้ายแรง ต่างจากนายแก้วสรร และน.พ.ตุลย์ ที่เจตนาทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เกิดความเสียหายเพราะตั้งโต๊ะล่ารายชื่อประชาชน ไม่ใช่แค่นายอภิสิทธิ์โดน แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็โดนฝ่ายตรงข้ามมาก่อกวนเช่นกัน ทั้งนี้ขอเรียกร้องกกต.เร่งดำเนินการกับรายการคลายปม และรายการเจาะข่าวร้อนล้วงข่าวลึก ที่ช่อง 11 ยังไม่ถอดออกจากผังรายการ ยังออกอากาศอยู่ในขณะนี้

ปูยันจะอดทน-พิสูจน์ความจริง

เวลา 10.00 น. ที่บ้านมนังคศิลา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับ 1 พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายแก้วสรร เตรียมยื่นกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบกรณีให้การเท็จในชั้นศาล ในคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงยื่นตรวจสอบช่วงนี้ ทั้งที่เป็นเรื่องเดิมผ่านมานานแล้ว แต่ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

เมื่อถามว่าจะฟ้อง ร้องดำเนินคดีทั้ง 2 คนฐานทำให้สูญเสียชื่อเสียงและคะแนนนิยมตามกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณา คงไม่กล่าวโทษกันในช่วงนี้ จะอดทนและพิสูจน์ความจริงต่อสาธารณชนภายใต้กรอบกติกา ตอนนี้อยากขอโอกาสเดินทางไปพบประชาชนก่อน จากนั้นค่อยให้ประชาชนตัดสินใจในวันที่ 3 ก.ค.

เผยแม้วโทร.มาให้กำลังใจ

เมื่อ ถามว่าพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณให้กำลังใจในฐานะพี่ชาย ไม่ได้แนะนำอะไร ส่วนตัวทราบดีว่าเมื่อเข้ามาทำงานการเมืองต้องเจออะไรบ้าง ตอนนี้ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก่อน ชี้แจงนโยบายกับประชาชน เชื่อว่าทุกฝ่ายจะให้ความเป็นธรรมกับตน

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากยังมีปัญหาหรือกรณีร้องเรียนที่ 2 และ 3 ตามมาอีก จะถอดใจกับการเมืองหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ไม่ถอดใจเพราะตัดสินใจรับใช้ประชาชนแล้ว การลงพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ ประชาชนมาแนะนำและให้กำลังใจจำนวนมาก ยิ่งทำให้ไม่รู้สึกย่อท้อ เรื่องของคดีให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ตอนนี้อยู่ในบรรยากาศการเลือกตั้ง ขอพูดเพียงว่าพรรคมีนโยบายอะไรบ้าง

เมื่อ ถามอีกว่าหลายพื้นที่มีหมู่บ้านเสื้อแดงจะเป็นผลดีกับพรรคหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า มวลชนคนเสื้อแดงถือเป็นกลุ่มคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่ไม่ทราบว่ามีหมู่บ้านเสื้อแดงด้วย แต่พรรคจะทำหน้าที่ตามนโยบายที่เคยให้ไว้กับประชาชน

นพดลตอกแก้วสรรคนรับใช้

นาย นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวถึงกรณีนายแก้วสรรและน.พ. ตุลย์ ว่า ไม่รู้สึกหนักใจเพราะความเคลื่อนไหวนี้ไม่เกินความคาดหมาย นายแก้วสรรและน.พ.ตุลย์ แค่รับจ๊อบมาตามเทศกาลที่ถูกวางแผนเป็นขั้นตอนอย่างดีและรู้กันดีว่า เป้าหมายคือหวังผลทางการเมืองในวันที่ 3 ก.ค.นี้เท่านั้น เพราะนายแก้วสรรแค่คนรับใช้คณะรัฐประหาร น.พ.ตุลย์เคยร่วมกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อกระแสเสื้อเหลืองอ่อนลงก็เปลี่ยนมาตั้งกลุ่มเสื้อหลากสี

นายนพ ดล กล่าวว่า ส่วนน.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อเข้าสู่การเมืองถือเป็นบุคคลสาธารณะ จึงพร้อมรับการตรวจสอบ ซึ่งหวังจะได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม และจะเดินหน้าพบประชาชน นำเสนอนโยบายเลือกตั้งต่อไป จะไม่ยอมให้ 2 คนนี้มาทำให้วอกแวก แต่นายแก้วสรรและน.พ.ตุลย์ ซึ่งเป็นหัวโจกกล่าวหาให้ร้ายคนอื่น ต้องพร้อมรับผิดชอบในทางกฎหมายด้วย โดยหลังเลือกตั้งเสร็จ จะพิจารณาว่าควรดำเนินการกับ 2 คนนี้อย่างไร เพราะไม่ต้องการเสียเวลาระหว่างนี้ ส่วนข้อกล่าวหาว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นพยานได้ให้การเท็จในคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ในทางกฎหมายพยานให้การตามความจริงในขณะนั้น ซึ่งอาจมีความเห็นแตกต่างกับความเห็นของศาลได้ แต่เมื่อศาลไม่เห็นด้วยแล้วมาอ้างภายหลังว่า พยานให้การเท็จไม่ตรงกับศาลต้องถูกดำเนินคดี ถ้าเป็นอย่างนี้คนที่เป็นพยานในชั้นศาลไม่ต้องติดคุกทั้งประเทศหรือ


ขอคะแนน –น้องวิว-เยาวภา บุรพลชัย กับบอล-ภราดร ศรีชาพันธุ์ ที่หันมาเล่นการเมืองสังกัดพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ออกเดินหาเสียงกับวินจยย.หน้า ม.ธุร กิจบัณฑิตย์ ขอให้เลือกเบอร์ 2 

 

เต้นโวยสร้างวาทกรรมทำลายพท.

นาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเเละเเกนนำนปช. เเถลงกรณีนายเเก้วสรรเเละน.พ.ตุลย์ ว่า กลุ่มที่มาเคลื่อนไหว เป็นเจ้าเดิมหน้าเก่าที่พยาบาทนักการเมืองตั้งเเต่สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ วิธีการคือสร้างวาทกรรม ให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าพรรคเพื่อไทยจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นหลัก ทำเพื่อคนเดียว ไม่คำนึงถึงคนไทยทั้งประเทศ คำว่านิรโทษกรรมยังอยู่อีกไกล เเละไม่ได้อยู่ที่พรรคจะตัดสินใจ อย่าดูถูกสติปัญญาประชาชน ควรเคารพเจตนารมณ์ประชาชน

“พรรคไม่มี เรื่องตั้งใจนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท. ทักษิณ สิ่งที่พรรคพูดคือจะมีนโยบายสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายในชาติ การนิรโทษกรรมเป็นเครื่องมือหนึ่งที่หลายประเทศใช้ เเละมันไม่ใช่เครื่องมือเดียวเพราะประเทศไทยยังมีหลายเครื่องมือที่ใช้ได้ มันอยู่ที่ว่าจะเลือกใช้เมื่อใด เเละควรรอวันนั้นก่อนค่อยพิจารณา” นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่า คำว่านิรโทษกรรม ผู้ที่เคยใช้คำนี้คือพวกเผด็จการรัฐประหาร โดยเฉพาะคมช.ที่ยึดอำนาจ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองเเละตั้งนายเเก้วสรร มาเป็นคตส. ขอให้นายเเก้วสรรส่องกระจกมองตัวเองว่า ไม่รังเกียจคราบไคลเผด็จการที่ติดตัวบ้างหรือ

โต้”บันได 4 ขั้น”มีแต่ของคมช.

นาย ณัฐวุฒิ กล่าวว่า กลุ่มคนเหล่านี้ยังใช้วาทกรรม อธิบายว่าพรรคเพื่อไทยเดินเเผนบันได 4 ขั้น และสรุปว่าพรรคจะสร้างปัญหาเพิ่มเติมให้บ้านเมือง ขอยืนยันว่า ได้ทำงานในพรรค เดินสายปราศรัยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ทุกเวที เเละหารือกับคณะผู้บริหารพรรคทุกวงประชุม ไม่ปรากฏคำว่าเเผนบันได 4 ขั้นเลย ไม่ทราบว่ามันมาจากไหนเเละตอนนี้พูดกันจนเป็นนโยบายหลักของพรรคไปเเล้ว หากนายเเก้วสรรรังเกียจคำว่าเเผนบันได 4 ขั้นนี้ควรหันหน้าไปมองหน้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เข้ามาเป็นรัฐบาลที่มาจากเเผนบันได 4 ขั้นของคมช.

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตอนนี้มีการกล่าวหาว่าพรรคไปจัดอบรมประชาชนให้เคลื่อนไหวขัดขวางนาย อภิสิทธิ์ ลงพื้นที่หาเสียง ยืนยันว่าไม่จริง เพราะพรรคมั่นใจนโยบายและผลงานว่าจะชนะใจประชาชน ซึ่ง 2 ปีเศษที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์บริหารงานไร้ศักยภาพ ส่งผลให้คะเเนนเสียงเเละความมั่นใจจากประชาชนมีต่อพรรคมากขึ้น ภาพที่ประชาชนเเสดงออกกับนายอภิสิทธิ์ เป็นไปโดยธรรมชาติเเละเหตุเฉพาะหน้า ฉะนั้นอย่าใส่ร้ายพรรค หากประชาชนจะเเสดง ออกอย่างใด พรรคสั่งการไม่ได้

“คำ ว่าจัดตั้งเเละขบวนการขัดขวางพรรคอื่นเวลาหาเสียงนั้น มีเเน่นอนที่จะดำเนินการกับพรรคเพื่อไทยเท่านั้น เเละไม่ใช้กับนายอภิสิทธิ์ เพราะตัวละครที่สืบทอดอำนาจคมช.เเละขบวนการโค่นล้มพ.ต.ท.ทักษิณตอนนี้รวม กลุ่มดำเนินการเรื่องนี้อยู่ บางคนได้รถยุโรปราคาเเพงมาใช้เเละมีบอดี้การ์ดพิเศษ บางคนเงียบไปพักใหญ่เเต่ออกมานั่งประชุมเเละสั่งการ ผมขอให้หยุดเเละอย่าทำร้ายจิตใจประชาชน รวมทั้งอย่าทำลายการข้ามวิกฤตของประเทศ หากคนพวกนี้ไม่ยุติ ผมจะเปิดชื่อคนเหล่านี้ให้ประชาชนรับทราบต่อไป”

ห่วงวิชามารเขย่าเลือกตั้งล่วงหน้า

นาย ณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่า วันที่ 26 มิ.ย.ที่จะมีการเลือกตั้งล่วงหน้า พรรคทราบข้อมูลว่าพื้นที่ที่น่าเป็นกังวลด้านความตรงไปตรงมาเเละความปลอดภัย ของบัตรเเละหีบบัตรลงคะเเนน คือ จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี นครราชสีมา ศรีสะเกษ ยโสธร เพราะบางกลุ่มที่ยืนกับอำนาจรัฐจะใช้ข้าราชการฝ่ายปกครองเเละตำรวจบางคนเล่น กลกับหีบบัตรเเละบัตรเลือกตั้ง พรรคไม่นอนใจเพราะผู้สมัครส.ส.เเละฝ่ายกฎหมายของพรรคจะตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อดูเเลคะเเนนเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ปล่อยให้ใครใช้วิชามาร เพื่อให้ผลคะเเนนในหีบพลิกไปเป็นประโยชน์ของตัวเอง ของเเบบนี้รู้ทันกันหมด เเละพรรคเพื่อไทยจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น ขอเรียกร้องให้ข้าราชการเหล่านี้ยุติพฤติกรรมเเบบนี้เพราะบางกลุ่มเเละบาง พรรคที่คุมอำนาจนั้น จะอยู่ในอำนาจเเค่ไม่กี่วัน เเต่ประชาชนจะอยู่ไปตลอด เพราะหลังเลือกตั้งจะเปลี่ยนรัฐบาลเเน่นอน จึงขอให้ทบทวนตัวเองด้วย

นาย ณัฐวุฒิ กล่าวถึงกระทรวงมหาดไทยเรียกประชุมนายอำเภอและปลัดอำเภอจำนวน 1 พันคน อ้างเหตุผลต้องเตรียมพร้อมรับการเลือกตั้ง ว่า ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้ขึ้นมา การบริหารประเทศผ่านกลไกของกระทรวงนี้โดนทำลายย่อยยับจากคนที่มีอำนาจ เเละเเต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม อยู่ๆกระทรวงเรียกประชุม อธิบายได้ว่าควรจับตามอง เพราะการนำองค์กรที่มีเกียรติมาทำหน้าที่สร้างความชอบธรรมให้ผู้สั่งการ อาจทำให้องค์กรถูกทำลาย ขอให้นายอำเภอและปลัดอำเภอที่พบความไม่เป็นธรรมในการเลือกตั้ง เเจ้งมาที่ตนและพรรค ซึ่งพรรคพร้อมเป็นตัวเเทนปกป้องข้าราชการทุกคนในการทำหน้าที่ และข้าราชการที่ออกมาให้ข้อมูลที่ว่านี้ จะอยู่ได้โดยไม่โดนคุกคาม

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า บ่ายวันนี้ มีการประชุมผู้บริหารพรรคเพื่อไทยและผู้อำนวยการเลือกตั้งกทม. โดยมีนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาคกทม. เป็นประธานที่ประชุมผู้สมัครส.ส.กทม. ถึงวิธีป้องกันการทุจริต การนับคะแนนเลือกตั้ง

เทือกปัด”แก้วสรร”ไม่เกี่ยวปชป.

เวลา 09.30 น. ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ ประกอบด้วยนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย นายวิทยา แก้วภราดัย นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ แกนนำพรรค เดินทางขึ้นเครื่องบินไปลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครส.ส.ของพรรค หาเสียงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของนายแก้วสรร และน.พ.ตุลย์ ว่า พรรคไม่ได้คิดเรื่องนี้ เพราะไม่ใช่ภารกิจของพรรค การที่ภาคประชาชนจะเคลื่อนไหวอย่างไรเป็นเรื่องของภาคประชาชน หน้าที่ของพรรคคือนำนโยบายผลงานและเรื่องที่ตั้งใจทำไปบอกประชาชน ส่วนบางเรื่องที่พรรคเข้าไปเกี่ยวข้องในการพิสูจน์ความจริงเพราะเป็นเรื่อง ที่พรรคหรือรัฐบาลถูกกล่าวหา เช่น กรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวหาตนไปใส่ร้าย ก็ต้องเตรียมชี้แจงต่อประชาชนและกกต. เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเรื่องที่นายณัฐวุฒิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ น.พ.เหวง โตจิราการ เป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย และพรรคเพื่อไทยเอามาส่งลง สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ

เมื่อถามถึงการพุ่งเป้ายื่นตรวจสอบน.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ถูกมองว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นผู้ได้ประโยชน์ นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคไม่สามารถไปบังคับจิตใจคนได้ แต่พวกตนไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้

ไล่”ธิ”ไปแจงกลับลำเชียร์

เมื่อ ถามว่าการที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพธม. ออกมาระบุว่า นายแก้วสรรและ น.พ.ตุลย์ เป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ กล่าวว่า “ผมไม่อยากทะเลาะกับคุณสนธิ ผมไม่ชี้แจงอะไร คุณสนธิด่าผมฟรีมาตลอด แต่ผมไม่อยากทะเลาะด้วย แต่วันหนึ่งคุณสนธิต้องตอบประชาชนว่าเมื่อก่อนชวนคนมาต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อต้านระบอบทักษิณ แต่วันนี้มาพูดจาเข้าข้างคุณยิ่งลักษณ์แล้วมีอะไรหรือเปล่า”

เมื่อ ถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ระบุว่านายสนธิไปเข้าข้างพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะคืนดีกันแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า นายกฯตั้งประเด็นว่าอย่างนั้นต้องถามนายกฯเอง บอกได้เพียงว่านายสนธิมีภาระต้องชี้แจงประชาชนว่า ชวนคนมาต่อต้าน พ.ต.ท. ทักษิณ แล้ววันนี้กลับลำเชียร์เขาเรื่องอะไร คนที่เดินตามหลังนายสนธิต้องสงสัยแต่ตนไม่สงสัย ไม่อยากยุ่งด้วย ส่วนการที่ใครมาชวนให้ไม่ต้องไปลงคะแนนเสียง หรือให้โหวตโน ไม่เอาใคร เป็นการเสียโอกาสของประเทศและประชาชน ถึงอย่างไรต้องมีรัฐบาลมีนายกฯ ประชาชนต้องตัดสินใจว่ารัฐบาลหรือนายกฯอย่างไหนที่ชอบ การไม่ออกเสียงหรือไม่ไปลงคะแนนมันไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น

นายสุ เทพยังกล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์บ่นเหนื่อยในการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง ว่า ไม่เหนื่อย นายกฯขยันทำงาน เมื่อคืนวันที่ 7 มิ.ย.ยังไปตรวจยาเสพติดอยู่เรื่อย มีแต่ผู้สื่อข่าวที่ขี้เกียจไม่ไป ทำงานสู้นายกฯไม่ได้ เมื่อถามว่าจำเป็นต้องมีตัวช่วย หรือตัวแทนอะไรหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ต้อง ของตนไม่ต้องมีตัวช่วย ไม่ต้องสั่งการมาจากต่างประเทศ คิดเองได้ ไม่ต้องมีปล่อยเดี่ยวเลย

กัลยาเย้ยน้ำตาปูแก้ปัญหาไม่ได้

นาย สุเทพยังกล่าวถึงกรณีถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุไม่เคยพูดเรื่องเงิน 4 หมื่นล้านไหลไปสู่สนามเลือกตั้ง ว่า ที่ผ่านมาไม่ได้ยิน ธปท.กล่าวเลย ทราบจากสื่อที่มาถาม ส่วนเรื่องกองกำลังติดอาวุธนั้น ได้สั่งให้เฝ้าติดตามดูแล ส่วนจะมีเพิ่มจากอดีตการ์ดนปช. ที่จ.กาญจนบุรีอีกหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตรวจสอบอยู่

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ผู้สมัครส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง พรรคเพื่อไทยกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของนายแก้ว สรรและน.พ.ตุลย์ ว่า เป็นเรื่องปกติที่พรรคเพื่อไทยจะกล่าวหา และแกนนำพรรคทุกคนได้ปฏิเสธแล้วว่า ไม่เป็นความจริง ส่วนตัวเชื่อว่าการตรวจสอบน.ส.ยิ่งลักษณ์จะไม่ส่งผลทำให้คะแนนของพรรคเพื่อ ไทยเพิ่มมากขึ้น แม้น.ส.ยิ่ง

ลักษณ์จะใช้ความเป็นผู้หญิงเรียกคะแนน สงสาร เพราะประชาชนเข้าใจได้ว่าการเมืองการต่อสู้ไม่มีคำว่าหญิงหรือชาย แต่แข่งขันทำความดีให้กับประชาชนส่วนใหญ่มากกว่าการทำเพื่อใครเพียงคนเดียว และการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปร้องไห้บนเวทีปราศรัย คงไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ ที่สำคัญที่สุดของการแก้ปัญหาคือการเป็นคนดี

องอาจยันไม่หวั่น”ดีแต่พูด”

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.ภาคกทม. กล่าวถึงนายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุพรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส.เกินครึ่งถึง 270 ที่นั่ง ว่า น่าจะเป็นขบวนการปั่นกระแสมากกว่าตัวเลขที่จะได้ส.ส.ตามความเป็นจริง จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่สมัครรับเลือกตั้ง แกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนพยายามปั่นกระแสตัวเลขว่าจะได้ส.ส. 270 เสียงอย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าได้จริง คงไม่เรียกร้องให้พรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่งจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทยจะเอาตัวเลขนี้ไปอ้างว่าถูกโกงเลือกตั้งถ้าได้ไม่ถึง 270 ใช่หรือไม่ และอาจนำข้ออ้างโกงเลือกตั้งไปชุมนุมประท้วงคัดค้านการเลือกตั้งจนนำไปสู่ ความวุ่นวายในประเทศอีกครั้ง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ที่มีความวุ่นวายจนถึงขั้นเผาบ้านเผาเมือง ขอเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยหยุดการตอกย้ำปั่นกระแสได้ส.ส. 270 เสียง เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดและนำไปสู่ความวุ่นวายในบ้านเมืองได้

นายองอาจ กล่าวถึงกรณีมีมือดีแอบติดสติ๊ก เกอร์ “ใครเอ่ย ดีแต่พูด” ที่ห้องน้ำชาย ทำเนียบรัฐบาลว่า ไม่ได้วิตก เป็นเพียงการขยายผลโจมตีอีกวิธีหนึ่ง และคงไม่ต้องติดตามหาตัวคนติด เพราะคนติดคงไม่กล้าเปิดเผยความจริง ขณะเดียวกันไม่ถือเป็นการเสียหน้า เพราะประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่านายกฯไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวหา

น้องเติ้งชี้ละครแค่หวังเตือนสติ

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงละคร”ปรองดองคล้องใจ” ที่ถูกปฏิเสธจากนายอภิสิทธิ์และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพียงแต่ตั้งตุ๊กตาขึ้นมาเท่านั้น เพื่อให้บรรยากาศไม่ตึงเครียด และชี้นำว่าต่อไปควรหันหน้าเข้ามาหารือกัน จึงยกตุ๊กตาเป็นตัวละคร เพราะเอาจริงนายบรรหารคงไม่ทำอย่างนั้น เป็นเพียงการชี้หรือสะกิดสติสัมปชัญญะของคนทั้งสอง ว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศชาติต้องอยู่รอด บ้านเมืองต้องเดินหน้า พัฒนาประชาธิปไตยต่อไป ถ้ายังตึงกันอยู่อย่างนี้ก็ไปไม่รอด ซึ่งเป็นนโยบายปรองดองที่เราชูขึ้นมา แต่สองคนนั้นไม่เข้าใจ ไม่รับมุข คล้ายว่า ตรงเกินไป เหมือนจะไปเล่นละครกันจริงๆ

“นายบรรหารเป็น ผู้ใหญ่อยู่ในแวดวงการเมืองมานานแล้ว จึงพยายามคลี่คลาย โดยยกตัวอย่างเป็นตุ๊กตา จะไปบอกตรงไปตรงมาก็ไม่ได้ ใครที่พอมองเห็นน่าจะเข้าใจปัญหาได้ดี แต่ไปเข้าใจนายบรรหารผิดหมด ตื้นเกินไปหน่อย” นายชุมพลกล่าว

แนะปูอย่าถือสาแก้วสรร

เมื่อ ถามถึงการเคลื่อนไหวของนายแก้วสรรและน.พ.ตุลย์ นายชุมพลกล่าวว่า ทั้ง 2 คนเป็นคนละฝ่ายกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำไมไม่เอาคนกลางมาร้อง คิดว่าน้ำหนักการร้องก็เห็นชัดเจน ประชา ชนคงตัดสินได้ว่าอะไรคืออะไร เพื่อประโยชน์อะไร ฝ่ายน.ส.ยิ่งลักษณ์อย่าไปถือสา การเมือง เวลานี้ขุดอะไรได้ก็ขุด เพื่อให้มีผลต่อฐานเสียง โดยเฉพาะขณะนี้ทุกโพลออกมาว่าพรรคเพื่อไทยได้คะแนนนำทั้งนั้น คนที่ไม่ชอบใจชักเริ่มเป็นห่วง ถ้าเกิดกลับมาอีกจะมีปัญหา ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของคนที่จะแสดงออก แต่ถ้าจะถือมาเป็นตัวปัจจัยวินิจฉัยอนาคตประเทศไทยคงไม่ใช่เลย ส่วนเรื่องล่ารายชื่อก็ปล่อยให้ล่าไป ไม่รู้จะมีคนมาลงชื่อเท่าใด

“ไม่ คิดว่าเป็นการทำเพื่อประโยชน์ของบางพรรค แต่เป็นอารมณ์ค้างมาก่อน ตั้งแต่อดีตก่อนปี 2549 มากกว่า อยากให้ลืม เรื่องเก่าๆ อย่าไปขุดคุ้ยขึ้นมา เราต้องอยู่จุดกึ่งกลาง รู้จักเสียสละ ลืมอดีตเพราะทุกฝ่ายบอบช้ำกันแล้ว อย่าให้มันบอบช้ำอีก ที่สำคัญอย่าให้ประเทศบอบช้ำอีก” นายชุมพลกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีนาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ระบุจะทำละครชื่อเรื่อง”ปลาไหลขี่ชาละวันภาคพิสดาร” นายชุมพล กล่าวว่า พาดพิงอย่างนี้ทำให้พรรคดังขึ้น ต้องขอบคุณนายชูวิทย์ทำให้พรรคดังขึ้นอีก

ผบ.ทบ.พร้อมคุยยิ่งลักษณ์

ที่ พล.ม. 2 รอ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์จะขอเข้าพบว่า ต้องขอขอบคุณที่ให้เกียรติกองทัพ ทุกคน ทุกพรรคให้เกียรติกองทัพมาตลอด แต่คิดว่าต้องดูความเหมาะสมเรื่องช่วงเวลา ขอให้ผ่านช่วงหาเสียงเลือกตั้งไปก่อน ตนคุยได้ทุกคน แต่อย่าเอาเวลาไปคุยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เราต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งรักษาระบอบประชาธิปไตยที่เรามีอยู่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เป็นห่วงยิ่งกว่าการเลือกตั้งที่ดูอยู่ คือความขัดแย้งที่มีมากขึ้นทุกวัน จะอยู่กันอย่างไร เลือกตั้งมาแล้วจะอยู่กันได้หรือไม่ อยากขอร้องว่าจะทำอะไรขอให้ประเทศชาติมาก่อน วันนี้ไปพูดในเรื่องที่ไม่จำเป็น โดยไม่ดูว่าประเทศชาติจะแข็งแรงได้อย่างไร

ผบ.ทบ. กล่าวว่า ส่วนที่นางผาสุก พงษ์ไพจิตร อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พาดพิงทหารว่า ทำไมถึงมีอำนาจมาก ทำไมผบ.ทบ.ถึงมาชี้แจงเรื่องการเมืองเรื่องนโยบายนั้น ตนตอบตามที่สื่อถามและตอบในฐานะเป็นผู้ปฏิบัติ ไม่ได้ตอบในส่วนนโยบาย ไม่ได้บอกให้กระทรวงการต่างประเทศหรือรัฐบาลไปทำโน่นทำนี่ พูดในฐานะคนไทยคนหนึ่งและรับผิดชอบกำลังทหาร ซึ่งเขาฟังอยู่ว่ากองทัพบกจะไปทางไหน เขาต้องฟังผู้นำ ตนเป็นถึงผบ.ทบ. ต้องตอบคำถามได้บ้าง แต่ไม่ได้เอาคำตอบของตนไปล็อกใครว่าต้องปฏิบัติอย่างนั้น อย่างนี้ เมื่อสื่อถามก็ตอบ ต้องชี้แจงว่าข้อเท็จจริงคืออะไร ไม่มีคำแก้ตัว ทหารถูกสอนมาให้มีความรับผิดชอบ นึกถึงคนอื่นก่อนตัวเอง พยายามถ่ายทอดให้กำลังพลคิดอย่างที่ตนคิด ทำอย่างที่ตนทำ คือคิดถึงประเทศชาติไว้ก่อน

ไก่อูฉะคืนณัฐวุฒิ

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ระบุไม่ให้โฆษกทบ.ออกมาตัดสินใจแทนผบ.ทบ.ในการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้าพบ ว่า ไม่ใช่ตัดสินใจแทนผบ.ทบ. แต่ตอบตามหลักการ เพราะใกล้วันเลือกตั้งแล้วผู้สมัครซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคจะเข้ามาหารือนั้น เหมาะสมหรือไม่ ผบ.ทบ.อาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ ถ้าถามว่าหลังเลือกตั้งแล้วและยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลมาหารือได้หรือไม่ ต้องย้อมถามว่าที่เคยวิจารณ์พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ขณะนั้นว่า พอจะจัดตั้งรัฐบาลก็มาปรึกษาทหาร กลายเป็นว่าจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร

“นาย ณัฐวุฒิเป็นทหารหรือ ผมเป็นทหารเป็นโฆษก ได้รับมอบหมายจากผบ.ทบ.ให้ชี้แจงเรื่องระเบียบ หลักเกณฑ์ความเหมาะสมต่างๆ ให้สังคมทราบ เอาไว้เกิดชาติหน้า นายณัฐวุฒิเกิดเป็นทหารค่อยมาใหม่” พ.อ.สรรเสริญกล่าว

เมื่อถามถึงกรณีนายณัฐวุฒิวิจารณ์เป็นน้ำล้างชาม พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า “ถ้าพี่เป็นน้ำล้างชาม ณัฐวุฒิ ก็คือน้ำล้างเท้า คนเป็นทหารจะต้องกลัวอะไร ถ้าเราปฏิบัติตามกฎหมายถูกต้องตามระเบียบ พี่ไม่ใช่จิ้งจกเปลี่ยนสี ทุกพรรคเขาก็เห็นด้วย ว่าเราควรอยู่ในส่วนของเรา และวางตัวให้ดีที่สุดในการเลือกตั้ง ก็มีความพยายามจะดึงกองทัพไปยุ่งการเมือง พรรค และการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังตั้งคำถามว่า ถ้าเลือกตั้งเสร็จแล้วจะหารือได้อีกหรือไม่ ซึ่งคิดว่าไม่ใช่การหารือแล้ว แต่เป็นการหาเรื่อง” พ.อ.สรรเสริญกล่าว

ตร.ชี้มีแต่เด็กคะนองทำลายป้าย

เมื่อ เวลา 11.30 น ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา (สบ10) ฐานะผู้ดูแลศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง (ศรส.ลต.ตร) เปิดเผยข้อมูลหลังสรุปผลจากที่ประชุมว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมความพร้อมสำหรับวันเลือกตั้ง 3 ก.ค.โดยส่งรายชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยประจำหน่วย เลือกตั้งของกกต.แล้วทั้งสิ้น 132,695 นาย ซึ่งมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 90,728 หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ จะดูแลการจัดขนส่งหีบบัตรเลือกตั้งและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนตลอดทั้งวัน

พล.ต.อ. พงศพัศ กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษช่วงระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งทั้งสิ้น 41 เขต 24 จังหวัด เพิ่มมาอีก 1 เขต คือ กรุงเทพฯ เขต 23 พระโขนง บางนา ซึ่งมีการแข่งขันอย่างดุเดือด ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนข้อมูลการกระทำผิดที่แจ้งเข้ามาที่หมายเลข 1599 พบว่ามีการแจ้งเข้ามาบ้าง โดยเฉพาะเรื่องการเล่นหวยส.ส.เหมือนการเลือกตั้งครั้งก่อน หัวคะแนนจะเปิดให้มีการเล่นพนันขึ้นมา เพื่อจูงใจให้เลือกผู้สมัครคนดังกล่าวที่คาดว่าจะได้เป็นส.ส. มีความผิดตามมาตรา 53 ตามกฎหมายเลือกตั้ง จะมีโทษสูงสุดถึงขั้นยุบพรรคการเมือง

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ที่โทร.เข้ามาร้องเรียนมากที่สุดคือ ภาคอีสานและภาคใต้ ยังคงเป็นแบบเดิมคือการใช้เงินชักจูงผู้สมัครให้ไปลงคะแนน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะประสานไปยังกกต.ให้ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด โดยจะยกระดับการปฏิบัติงานภายในพื้นที่ท้องถิ่นแล้ว ส่วนการทำลายป้ายหาเสียงล่าสุดมีป้ายถูกทำราย 1,158 ป้าย 5 อันดับที่มีการทำลายมากที่สุด บช.ภ.1 จำนวน 312 ป้าย บช.ภ.5 จำนวน 160 ป้าย บช.ภ.4 จำนวน 148 ป้าย บช.ภ.2 จำนวน 106 ป้าย และบช.น. 104 ป้าย จาก 11 พรรคการเมือง ซึ่งเกือบทั้งหมดสามารถจับได้ขณะกำลังก่อเหตุ ปรากฏว่าเป็นเยาวชนทั้งสิ้น ให้การรับสารภาพว่าทำไปด้วยความคึกคะนอง ยังไม่พบว่ามีพรรค การเมืองฝ่ายตรงข้ามอยู่เบื้องหลัง จึงเชิญพ่อแม่ของเยาวชนที่ก่อเหตุดังกล่าวทำทัณฑ์บนไว้ ย้ำให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแล

มึนเทือกปูด”กองกำลังติดอาวุธ”

เมื่อ ถามถึงกรณีเรื่องเงินหมื่นล้านที่พล.ต.ท. ระพีพัฒน์ ปาละวงศ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และหัวหน้าชุดป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ระบุ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า หลังจากได้รับทราบข้อมูลมาจากทางพล.ต.ท.ระพีพัฒน์ ขณะนี้ได้ประสานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว พบว่ายังไม่มีเงินจำนวนดังกล่าวสูญหายไปจากระบบแต่อย่างใด จึงได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ประสานไปยังปปง.เพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานตรวจสอบ ขยายผลต่ออีกครั้ง และพร้อมจะให้ตรวจสอบข้อมูลที่มีอยู่ในมือ

เมื่อ ถามถึงกองกำลังติดอาวุธที่นายสุเทพระบุ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ยังไม่มีแจ้งเข้ามาที่ ศรส.ลต.ตร. ยังไม่มั่นใจว่ามีกองกำลังติดอาวุธในบช.ภ. 7 ยังไม่มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่าการขัดขวางการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นการขัดขวางผู้สมัครไม่ให้ ปราศรัยหาเสียง หรือขัดขวางประชาชนไปให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้

เมื่อผู้สื่อข่าวได้ซักถามถึงกรณีป้ายโนโหวต ของพรรคเพื่อฟ้าดินนั้น การที่นายแก้วสรรและ น.พ.ตุลย์ ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อที่ชั้น 3 อาคารอเนก ประสงค์ มธ.ท่าพระจันทร์ ถือเป็นการขัดขวางการเลือกตั้งหรือไม่ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ขณะนี้ใกล้วันเลือกตั้ง ความเข้มข้นที่จะให้ข้อมูลหาเสียงมากยิ่งขึ้น หากต้องการให้เจ้าหน้าที่ไปดูแลก็ไม่ขัดข้อง ส่วนการให้ข้อมูลบิดเบือนเป็นหน้าที่ของกกต.เข้าไปตรวจสอบ เรื่องป้ายโนโหวตต้องรอความชัดเจนในการวินิจฉัยของกกต. ส่วนกรณีป้ายใครเอ่ย…ดีแต่พูด ที่ติดอยู่ในห้องน้ำทำเนียบรัฐบาล ถ้ามีใครมาแจ้งความก็ยินดีรับเรื่องเอาไว้ สำหรับการหาเสียงทางเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย ได้ตรวจสอบ 76 เว็บไซต์ที่อาจจะมีการให้ร้ายข้อมูลผู้สมัครพรรคการเมือง จะดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งต้องดูว่าข้อความที่เขียนลงไปในเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์กล่าวให้ร้ายหรือ ไม่ ซึ่งถือว่ามีความผิด เพราะถือว่าเป็นการจูงใจให้คนหลงผิดไม่ไปใช้สิทธิ์และทำให้ผู้สมัครเสียหาย

สั่งคุมเข้มยันหัวคะแนน

ผู้ สื่อข่าวรายงานอีกว่า มีหนังสือจากศรส.ลต.ตร เมื่อวันที่ 30 พ.ค. มอบหมายให้พล.ต.ท.ระพีพัฒน์ นำผบช.น., ผบช.ภ.1-9, ศชต. และผบช.ส., แจ้งหน.ชุดปป.ลต. หน.ชุดเคลื่อนที่เร็ว และสายในพื้นที่รับผิดชอบ รวบรวมรายชื่อหัวคะแนนของผู้สมัครในพื้นที่ หรือผู้มีพฤติการณ์น่าจะเกี่ยวข้องกับผู้สมัครในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเป็นข้อมูลด้านการสืบสวนสอบสวนและสั่งการให้ หน.ชุด ปป.ลต.ชุดเคลื่อนที่เร็ว และสายพื้นที่รับผิดชอบส่งมอบข้อมูลดังกล่าวให้ หน.ปป.ลต.ตร. ด้วยตนเอง ในวันที่ หน.ปป.ลต.ตร. เดินทางไปมอบนโยบายในพื้นที่ เนื่องจากการเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งนี้ มีการแข่งขันรุนแรง อาจจะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งเพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด กฎหมายเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ศรส.ลต.ตร. ประเมินว่า วิธีการโกงเลือกตั้ง จะมีการซื้อบัตรประชาชนฝ่ายตรงข้ามเพื่อไม่ให้ไปเลือกผู้สมัครฝ่ายตรงข้าม จ่ายเงินซื้อหัวคะแนนฝั่งตรงข้ามให้พาลูกบ้านไปเที่ยวต่างประเทศและต่าง จังหวัดพร้อมให้เบี้ยเลี้ยง จ่ายเงินเพื่อซื้อเจ้าหน้าที่รัฐแบบรายหัวและยกหน่วย โดยจะทำให้ช่วงวันเลือกตั้งจริง ซึ่งใช้วิธีการเวียนเทียนลงคะแนนแทนผู้ที่ไม่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นอกจากนี้ยังมีการใช้เงินจ้างไม่ให้คู่แข่งลงรับสมัครเลือกตั้ง รวมถึงการกล่าวโจมตีให้ร้ายด้วยการปล่อยข่าวให้คู่แข่งเสียหาย เช่นสัญญาว่าจะให้เงินหรือสิ่งของแล้วไม่ทำตามนั้น

มาร์คพักหาเสียงหวั่นเดี้ยง

ที่ พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค แถลงว่า ช่วงจากนี้จนถึงวันที่ 13 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์จะใช้เวลาพบปะหารือตัวแทนสื่อนานาชาติ คณะผู้แทนประเทศต่างๆ เพื่อยืนยันแนวทางเลือกตั้งสู่ความปรองดอง ทั้งนี้จะให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ ยืนยันความมั่นใจต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และการคืนอำนาจให้ประชาชน ว่าเป็นทางออกที่ดี โดยวันเดียวกันนี้นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศ 13 สำนัก อาทิ อัลจาซีร่า เอ็นเอสเค อาซาฮี เอพี เอเอฟพี นิเคอิ เป็นต้น โดยคำถามของสื่อต่างประเทศส่วนใหญ่ คือเรื่องการนิรโทษกรรม และความเป็นไปได้ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยต้องปลดล็อกเรื่องการนิรโทษกรรมให้ได้เสียก่อน

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ หลังจากใช้เวลาลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงและปราศรัยในจังหวัดต่างๆ วันนี้เป็นวันแรกที่นายอภิสิทธิ์งดภารกิจหาเสียงในช่วงเช้าและเย็น จากเดิมที่เคยลงพื้นที่ทุกวันก่อนและหลังเวลาราชการ โดยช่วงเช้าเวลา 08.50 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล เป็นประธานประชุมเตรียมการด้านสารัตถะก่อนไปประชุม “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ออน อีสต์ เอเชีย” ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ในวันที่ 13 มิ.ย. จากนั้นเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางมายังที่ทำการพรรค ร่วมประชุมกำหนดยุทธศาสตร์การหาเสียง

รายงานข่าวระบุว่า การหยุดภารกิจหาเสียงของนายอภิสิทธิ์เพื่อให้นายอภิสิทธิ์พักผ่อน เพราะเกรงว่าช่วงโค้งสุดท้ายจะหนักและรุนแรงมาก นายอภิสิทธิ์อาจจะไม่สบาย จึงอยากให้พักผ่อนบ้าง หลังจากนี้จะวางจุดให้ลงพื้นที่ทุกวันจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม วันที่ 9 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์มีโปรแกรมเดินสายช่วยผู้สมัครหาเสียงที่จ.นครราชสีมาและลพบุรี ก่อนจะปราศรัยใหญ่ย่านดอนเมืองในวันที่ 10 มิ.ย.

ภท.ลั่นได้ร่วมรัฐบาลแน่นอน

เวลา 12.30 น. ที่จ.ราชบุรี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรคลงพื้นที่จ.ราชบุรี เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียง โดยระหว่างที่ขบวนหาเสียงของนายชวน มุ่งหน้าจากอ.เมือง ไปอ.ดำเนินสะดวก เกือบประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากมีรถกระบะสีขาว ทะเบียนจ.ราชบุรี ขนวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก ทั้งเหล็กเส้น เหล็กท่อ อยู่ช่องทางขวาสุด ทำวัสดุก่อสร้างไหลกลิ้งลงมาบนผิวจราจร ทำให้ขบวนของนายชวน ต้องเบรกกะทันหัน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ที่ศาลากลางจังหวัด ชัยภูมิ นายโสภณ ซารัมย์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ปราศรัยหาเสียงตอนหนึ่งว่า ถ้าเล่นไฮโลก็เหมือนเปิดถ้วยแทง เพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลแน่นอน เราจะเป็นพรรคลำดับที่ 3 แต่ไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกฯ ช่างหัวมัน แต่เราได้เป็นรัฐมนตรีแน่ เพราะถึงอย่างไรเสียงก็ไม่พอ ถ้าไม่เอาพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วม ไม่มีทางจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ ถ้าจะให้ดี ขอให้ชาวชัยภูมิเลือกส.ส.ภูมิใจไทยทั้งจังหวัด เพื่อจะได้มีรัฐมนตรีที่มาจากจ.ชัยภูมิ ถ้าทำได้จริงตนพร้อมยกตำแหน่งโควตารัฐมนตรีของตนให้ ส่วนใครจะได้เป็นรัฐมนตรีก็ให้ส.ส.ในจังหวัดเลือกกันเอาเอง

ปูเจอแท็กซี่ขวางขอร้องเรียน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.00 น. ที่ชุมชนบ้านครัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครพร้อมปราศรัยย่อยกับประชาชนที่มารอ ต้อนรับ ยืนยันจะแก้ปัญหาปากท้อง สร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีในชุมชน มีทั้งลานกีฬา ศูนย์เรียนรู้ที่มีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตครอบคลุม และศูนย์ฝึกอาชีพสตรี หลังการปราศรัยขณะน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบลุมเบิร์ก ของเยอรมนี ปรากฏว่า นายพงษ์พิชาญ ธนาถิรพงษ์ อายุ 45 ปี ชาวจ.ปทุมธานี ขับรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทร 5515 มาจอดขวางหน้ารถตู้ของน.ส.ยิ่งลักษณ์จนไม่สามารถเคลื่อนรถออกไปได้ เพราะสภาพชุมชนเป็นซอยคับแคบ ทำให้กลุ่มสนับสนุนน.ส. ยิ่งลักษณ์มารุมล้อมด้วยความไม่พอใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายพิชาญกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ไม่ดี แต่ต้องการร้องเรียนน.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ช่วยเร่งรัดคดีที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นปา หินใส่รถ จนตนเองและลูกบาดเจ็บ เคยร้องเรียนนายอภิสิทธิ์ถึงทำเนียบและพรรคประชาธิปัตย์ผ่านมาเป็นปีแต่คดี ไม่คืบ ต่อมาพ.ต.ท.สุวัฒน์ ตันติมาสน์ รองผกก.ป. สน.พญาไท รวมทั้งคนติดตามน.ส.ยิ่งลักษณ์ มาช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อมพร้อมรับปากจะดำเนินการให้ นายพงษ์พิชาญจึงยอมเปิดทางให้ ขณะที่ชาวบ้านที่มาให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยอมสลายตัวด้วยดีโดยไม่มีเหตุวุ่นวาย สำหรับนายพงษ์พิชาญเคยขับรถบุกเข้าไปถึงภายในทำเนียบ และเดินสายทั้งกองทัพบก พรรคประชาธิปัตย์และยังเคยบุกเข้าไปปีนเสาติดตั้งเครื่องกระจายเสียงภายใน รัฐสภาเพื่อร้องเรียนเรื่องดังกล่าวมาก่อนหน้านี้

คิวแน่น-เดินสายหาเสียง

เวลา 17.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาหาเสียงต่อที่ตลาดยิ่งเจริญ สะพานใหม่ ร่วมกับผู้สมัครของพรรคโดยมีประชาชนและกลุ่มคนเสื้อแดงบางเขนรอต้อนรับจำนวน มาก บรรยากาศคึกคัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ปราศรัยย่อยนำเสนอนโยบายพรรค เน้นเรื่องแก้ปัญหาปากท้อง และการเร่งสร้างระบบขนส่งมวลชนรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 12-13 มิ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมแกนนำจะเดินทางไปหาเสียงภาคเหนือ เปิดปราศรัยที่จ.เชียงใหม่และเชียงรายอีกครั้ง ต่อด้วย จ.ลำพูนและลำปาง จากนั้นวันที่ 15-16 มิ.ย. ปราศรัยต่อที่ภาคอีสาน ในจ.อุบล ราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร ก่อนจะปราศรัยใหญ่ที่วงเวียนใหญ่ กทม.ในวันที่ 18 มิ.ย.

กกต.ชี้แล้วป้ายโหวตโนผิด

นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เผยภายหลังการประชุมกกต.ว่า ที่ประชุมพิจารณากรณีคำร้องเรื่องป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อฟ้าดินที่มีข้อ ความรณรงค์โหวตโนและมีรูปสัตว์ต่างๆ ให้ประชาชนอย่าไปลงคะแนนให้กับพรรคใด เพราะอาจได้สัตว์ต่างๆ เข้าสภา โดยกกต.พิจารณาแล้วเป็นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จึงมีอำนาจพิจารณา เห็นว่าป้ายดังกล่าวผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และส.ว. มาตรา 60 ประกอบมาตรา 59 และระเบียบกกต. หากเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองก็อาจเข้าข่ายมาตรา 237 ของรัฐธรรมนูญได้ ทั้งนี้จะให้กกต.กทม.ซึ่งดูแลพื้นที่ ทำหนังสือถึงพรรคการเมืองและผู้ว่าฯกทม.ให้ปลดป้ายทุกขนาดออก

“แม้ ปลดป้ายออกไปแล้วแต่ความผิดจะยังไม่ถูกลบล้างไปด้วย เพราะมีการร้องเข้ามาให้กกต.สืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ จึงต้องสอบสวนว่ามีใคร หรือพรรคการเมืองใดกระทำผิด การปลดป้ายเป็นหน้าที่ของกทม. ต้องเป็นผู้รับผิดชอบตามพ.ร.บ.รักษาความสะอาด หากไม่ดำเนินการก็จะมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” นายสมชัยกล่าว

สำหรับมาตรา 237 ระบุผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แต่ถ้าเป็นกรรมการบริหารพรรค จะถึงขั้นยุบพรรคด้วย

รายงาน ข่าวจากกกต.เผยว่า กรณีกรมการปกครองจะเรียกประชุมนายอำเภอและปลัดอำเภอทั่วประเทศในวันที่ 20-21 มิ.ย.นั้น กกต.มองว่าเป็นเรื่องปกติของกรมการปกครองที่ปฏิบัติมาทุกครั้งที่มีการเลือก ตั้ง เพื่อช่วยเหลืองานของกกต. แต่การประชุมครั้งนี้ต้องดูตามข้อเท็จจริงว่าใช้อำนาจหน้าที่ หรือเอื้อประโยชน์ให้พรรคใดหรือไม่ โดยกกต.จะส่งสายข่าวเข้าไปสังเกตการณ์ด้วย

พสิษฐ์โต้-มาร์คชี้ยุบพรรคเดียวไม่พอ

เมื่อ วันที่ 8 มิ.ย. นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงบทความในเฟซบุ๊ก ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เรื่อง “จากใจอภิสิทธิ์ถึงคนไทยทั้งประเทศ” ที่ระบุถึงนายพสิษฐ์ได้ติดต่อขอเข้าพบนายอภิสิทธิ์ผ่านส.ส.คนหนึ่ง เพื่อหารือเกี่ยวกับคดียุบพรรคพลังประชาชน

โดยนายพสิษฐ์กล่าวตอบโต้ ว่า ตนไม่ได้เป็นผู้นัดหมาย ส่วนใครจะนัดหมายกันอย่างไรไม่ทราบ เพียงแต่ตนได้รับคำสั่งให้ไปพบนายอภิสิทธิ์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งขณะนั้นนายอภิสิทธิ์เป็นผู้นำฝ่ายค้าน โดยทราบก่อนเวลานัดไม่ถึง 1 ชั่วโมง เมื่อเดินทางไปก็พบว่านายอภิสิทธิ์นั่งรออยู่แล้วพร้อมกับส.ส.อีกคนตามที่ กล่าวอ้าง และได้พูดคุยกันถึงเรื่องยุบพรรคพลังประชาชนจริง

“ผมบอก ว่า ตามความเห็นส่วนตัว เห็นว่าศาลฎีกานั้นถือเป็นศาลสูงสุดของประเทศแล้ว เมื่อ พิพากษาเรื่องใดมา ศาลอื่นๆ ก็ต้องยึดถือเป็นแนวทางเดียวกัน และเชื่อว่ารวมถึงศาลรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งก็คงต้องยุบพรรค ศาลรัฐธรรมนูญคงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ต่อพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้กระมัง จากนั้นนายอภิสิทธิ์ระบุว่า แม้ยุบพรรคพลังประชาชนพรรคเดียวก็ไม่มีประโยชน์ เพราะยังเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังคงจับมือกันร่วมรัฐบาลต่อไป ซึ่งเป็นข้อความเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์โพสต์ในเฟซบุ๊ก หลังจากที่ผมรับฟังจากท่านผู้นำฝ่ายค้านแล้ว ผมก็บอกว่า จะนำความกลับไปบอกผู้ใหญ่ให้ทราบถึงเป้าประสงค์ต่อไป” นายพสิษฐ์กล่าว

นาย พสิษฐ์กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ก็ผ่านไปแล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมนายอภิสิทธิ์ถึงต้องนำมาพูดถึงอีก และพาดพิงถึงตนทำไม ไม่ทราบว่ามีความต้องการอะไร

“หรืออยากให้ผมกลับไป แต่ยืนยันได้อย่างหนึ่งว่าผมไม่ได้เป็นคนนัด เพียงแต่รับคำสั่งให้ไปพบ ส่วนใครจะนัดกับใครก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” นายพสิษฐ์กล่าว

มาร์คเปิดใจผ่านเฟซบุ๊กรอบ2

เวลา 19.00 น. วันที่ 8 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำบันทึกเปิดใจตอนที่ 2 ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ กฎเหล็ก 9 ข้อ : สู่บรรทัดฐานใหม่ทางการเมือง ระบุถึงการทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล และปัญหาต่างๆ ที่ต้องเผชิญตลอดเวลาที่อยู่ในตำแหน่งนายกฯ รวมถึงข้อจำกัดในการแก้ปัญหา และวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ในแบบของตัวเอง

โดยนายอภิสิทธิ์ระบุไว้ใน ช่วงท้ายของบทความ ว่า สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ความคาดหวังมาอยู่ที่ตน หลายคนผิดหวังในบางเรื่อง คิดว่าตนไม่เข้มแข็ง ไม่จัดการกับการทุจริต ซึ่งไม่ใช่เลย ตนต่อสู้แต่ไม่ใช่วิธีการแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่า แต่ใช้วิธีพูดกันภายในใช้เหตุผล ให้เกียรติกัน ไม่ใช้จุดเปราะบางของคนอื่นมาสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเอง เพราะเมื่อเป็นรัฐบาลร่วมกัน ต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันด้วย

“ความ ผิดของผมอาจอยู่ตรงที่ว่า ผมไม่ใช้การตลาดนำการเมือง แต่ให้ความจริงเป็นบทพิสูจน์การกระทำ เลยกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามบิดเบือนข้อมูลการทำงานของผมอย่างต่อ เนื่องตลอด 2 ปี สร้างกระแสผ่านสื่อบางฉบับ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าผมตกเป็นเบี้ยล่างยอมจำนนต่อพรรคร่วมรัฐบาลเพียง เพื่อรักษาอำนาจในตำแหน่งนายกฯ ซึ่งผมไม่อยากไปต่อล้อต่อเถียง เพราะพฤติกรรมของผมชัดเจนว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น และตอนต่อไปผมจะเล่าให้ฟังเกี่ยวกับข้อครหาทุจริตในโครงการต่างๆ ที่ผมนำเรื่องราวเหล่านี้มาเล่าเพื่อยืนยันว่า แม้ผมอาจไม่สามารถสกัดกั้นปัญหาทุจริตได้เต็มร้อย แต่พยายามเต็มที่ ไม่เคยเกรงกลัวเรื่องผลกระทบทางการเมือง ถ้าหากประชาชนให้โอกาสผมและพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป พลังของมวลชนจะเพิ่มความเข้มแข็งให้ผมต่อสู้เพื่อสร้างบ้านเมืองของเราให้ เป็นไทยที่เข้มแข็ง” นายอภิสิทธิ์ระบุในตอนท้าย

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s