แม่ค้าด่ามาร์คอีก

ตะโกน-91ศพ กลางตลาดสด


เจอเสื้อแดง – นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำทีมประชาธิปัตย�หาเสียงที่ย่านซอยเสนาฯ ระหว่างนั้นมีสาวเสื้อแดงขี่จยย.อยู่ด้านหน้าพอดี โดยขณะหาเสียงเกิดเหตุการณ์ปะทะคารมกับคนเสื้อแดงด้วย

มาร์ค โดนอีกทีเด็ดแม่ค้าเสื้อแดงตลาดบางเขนระหว่างไปหาเสียง ทำใจดีสู้เสือเข้าไปยกมือไหว้ขณะที่ 2 แม่ค้าสวมเสื้อแดงนปช.และขึ้นป้ายเชียร์ทักษิณ-เพื่อไทยที่หน้าร้าน แม่ค้ารับไหว้แต่พอคล้อยหลังตะโกนเสียงดังทำนองว่า นายกฯเกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมจนมีคนตายถึง 91 ศพ “เทือก”ย้ำอีกพวกเผาเมืองมาทำเป็นพระเอกพูดเรื่องปรองดอง ชี้จำเลยคดีก่อการร้ายมาลงเลือกตั้งเพรรคเพื่อไทย เพื่อจะมีเอกสิทธิ์ส.ส. โวยเสื้อแดงก่อกวนการหาเสียงทั้งชูป้าย และถามเรื่อง 91 ศพ หนุน”ดาว์พงษ์” ตั้งทบวงความมั่นคง ด้าน”ณัฐวุฒิ”ถามมาร์คเคยประกาศปกป้องพันธมิตรไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิ์ แล้วคนเสื้อแดง 91 ศพ ติดคุกอีกกว่า 300 คนไม่คิดปกป้องบ้างหรือ เผยสุเทพ ย้ำคิดย้ำทำพูดแต่เรื่องคนชุดดำฝึกอาวุธ แต่ทุกวันนี้ยังไม่เคยจับได้สักคน และไม่มีหลักฐานอะไรเลย

เมื่อเวลา 06.45 น. วันที่ 7 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเลือกตั้งกทม. พรรคประชาธิปัตย์ เดินไปหาเสียงบริเวณตลาดบางเขน ถนนพหลโยธิน 32 ปากซอยหมู่บ้านเสนานิเวศน์ โดยขบวนได้ผ่านร้านข้าวแกงซึ่งเป็นร้านของคนเสื้อแดง มีรูปพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ติดไว้หลายรูป โดยเฉพาะแม่ค้า 2 คนใส่เสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือนปช. โดยพากันชู 1 นิ้วตลอดเวลา

เมื่อนายอภิสิทธิ์และนายอภิรักษ์ เดินผ่านก็ยกมือไหว้ทักทาย ซึ่งแม่ค้าเสื้อแดงรับไหว้ตอบ แต่เมื่อนายอภิสิทธิ์เดินผ่านไป กลุ่มแม่ค้าร้านดังกล่าวด่าเสียงดังไล่หลังในทำนองว่า นายอภิสิทธิ์ เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิต 91 ศพ

นาย อภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศหาเสียงหลังจากเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ได้คุยกับคนเสื้อแดงว่า การพูดคุยได้เป็นเรื่องสำคัญ เราไม่มีทางทำให้คนทุกคนเห็นตรงกันได้อยู่แล้ว มันก็ชัดเจนว่าหลายๆ คนที่มาคุยกันก็ได้รับข้อมูลด้านเดียวและอาจจะไม่ได้มีโอกาสรับฟังอย่างอื่น จะไปหวังว่าได้คุยกันสั้นๆ จะทำให้เปลี่ยนใจคงไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เรายืนยันให้ได้ว่าเห็นต่างกันอย่างไรก็ต้องคุยกันได้ ต้องไม่ใช้ความรุนแรง การข่มขู่ คุกคาม บ้านเมืองจึงจะเดินหน้าได้และถือว่าบรรยากาศที่ผ่านได้พยายามเข้าไปพูดคุย แล้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้มีการพูดเรื่องปรองดองกันมาก แต่ละคนมีคำจำกัดความที่มีความหมายต่างกัน พรรคประชาธิปัตย์เน้นเรื่องการปรองดอง รวมทั้งรัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ พยายามแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองด้วยความอดทนอดกลั้นมาตลอด ซึ่งประชาชนทั้งประเทศเห็นตั้งแต่ปี 2552 มีการบุกไปล้มการประชุมอาเซียน เผารถเมล์ แท็กซี่ ยึดกรุงเทพฯ เราก็คลี่คลาย ไม่หนำใจยังมีการฝึกฝนกันมาใหม่ นำกองกำลังติดอาวุธเข้ามา ทำไมลืมกันง่าย มีทั้งการยิงอาร์พีจี เอ็ม 79 เผาศาลากลาง ตรงนี้รัฐบาลพยายามคลี่คลายให้สถานการณ์คืนสู่ความเรียบร้อยและยืนยันว่าได้ ทำแล้ว

“วันนี้ไอ้พวกที่เผาบ้านเผาเมือง จะมาทำตัวเป็นพระเอก และลูกสมุนหลับหูหลับตาเชียร์กัน ไม่คิดว่าบ้านเมืองนี้เป็นของพวกเราทุกคน ปล่อยให้เขาปู้ยี่ปู้ยำนิยมยกย่อง มันคงไม่ถูกต้อง” นายสุเทพกล่าว

เมื่อ ถามว่าการพูดเช่นนี้แสดงว่าคนที่กระทำไม่ถือว่าเป็นคนไทย ไม่มีสิทธิ์กลับเนื้อกลับตัวเลยหรือ นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่คนทำผิดต้องรับโทษตามกฎหมาย ถ้าคนทำผิด มีเงินทอง มีสมุนบริวารใช้กฎหมู่มาเหนือกฎ หมาย และเอาตัวรอดจากความผิด สังคมจะอยู่รอดได้อย่างไร ส่วนที่วิจารณ์ว่าอยากให้ศาลพิจารณาคดีเร็วๆ นั้น ตรงนี้ศาลจะพิจารณาเร็วได้อย่างไรในเมื่อจำเลยอาศัยคราบนักการเมือง จำเลยในคดีก่อการร้ายก็ลงสมัครรับเลือกตั้งในพรรคเพื่อไทย พอได้เป็นส.ส.จะประวิงเวลาต่อศาลอ้างว่ามีเอกสิทธิ์ของส.ส. แล้วมาโทษศาลว่าพิจารณาคดีช้า ตรงนี้จะเป็นไปได้อย่างไร เมื่อถามว่าสีอื่นยังลอยนวลอยู่เช่นกัน นายสุเทพ กล่าวว่า สีไหนก็ตาม จะต้องถูกดำเนินคดีถ้าทำผิดกฎหมาย เราจะยึดตรงนั้น

นายสุเทพ กล่าวว่า วันนี้มีกลุ่มคนเสื้อแดงพยายามปั่นป่วนการหาเสียงของนายกฯ ไปก่อกวนตั้งคำถามเกี่ยวกับ 91 ศพ การชูป้ายต่างๆ ตนจะนำข้อเท็จจริงมาแถลงให้ทราบว่าเป็นอย่างไร ส่วนวันเวลาและเวทีที่จะชี้แจงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ที่ผ่านมามีความพยายามบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำกันอย่างเป็นระบบ อบรมกันมาอย่างดี เรื่องนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง ตนในฐานะรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงต้อง เตรียมที่จะชี้แจง

เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวต่อ ต้านหัวหน้าพรรคขณะหาเสียง มั่นใจว่าเป็นมวลชนเสื้อแดงจัดตั้งทั้งหมดหรือไม่ เพราะบางกรณีมีคนที่ไม่ชอบเป็นการส่วนตัวจะแยกแยะอย่างไร นาย สุเทพกล่าวว่า คนถามควรถามตัวเองก่อนว่าเห็นอย่างนั้นแล้วคิดอย่างไร ตนไม่จำเป็นต้องตอบ ขอให้ประชาชนดูพฤติกรรมที่ทำมาเป็นระบบ ทั้งวิธีตั้งคำถาม การชูป้าย ตรงนี้ควรพิจารณา วิญญูชนพิจารณาได้โดยไม่ต้องถาม

เมื่อถามถึงพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผบ.ทบ. เสนอขอตั้งทบวงความมั่นคง นาย สุเทพ กล่าวว่า ถ้าถามความเห็นส่วนตัวขอเรียนว่าถ้าสามารถจัดหมวดหมู่ให้หน่วยงานทั้งหลาย เข้ามาอยู่ในกรอบเดียวกันจะทำให้บูรณาการได้ดีขึ้น เมื่อถามว่าจะซ้ำซ้อนกับ กอ.รมน.หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ความเห็นของพล.อ.ดาวพงษ์ เป็นความเห็นในฐานะผู้ปฏิบัติ ที่เห็นว่าหากมีทบวงมารับผิดชอบงานด้านนี้ จะทำให้การทำงานมีความสะดวกรวดเร็วมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาเรื่องความซ้ำซ้อนกับกอ.รมน.หรือไม่ เพราะเหมือนเป็นการนำรูปแบบการปกครองของประเทศสหรัฐอเมริกามาใช้ ในขณะที่ประเทศไทยไม่ได้มีลักษณะเป็นมลรัฐเหมือนสหรัฐ นายสุเทพกล่าวว่า ถามไปถามมาตนกลายเป็นจำเลย ซึ่งเรื่องนี้จะขอพิจารณาอีกครั้ง หากมีโอกาสได้เป็นรัฐบาล ตรงนี้ค่อยมาถามกันใหม่

ที่พรรคประชาธิปัต ย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายครั้งระบุพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ผิดในคดีที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณา หลายคดีเพราะถูกกระทำ ว่า อยากถามกลับว่านายนพดลแน่ใจหรือว่าสิ่งที่พ.ต.ท. ทักษิณ ทำไม่ผิด โดยเฉพาะคดีที่ศาลได้ตัดสินแล้วว่าทุจริตคอร์รัปชั่น เช่น ซุกหุ้น การเลี่ยงภาษี และอีกหลายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งเป็นการออกนโยบายเอื้อประโยชน์ธุรกิจตัวเองและพวกพ้อง

น.พ.บุ รณัชย์กล่าวว่า ส่วนที่นายนพดล ระบุคนที่สร้างความวุ่นวายล้วนเป็นแดงเทียมไม่ใช่เสื้อแดงจริง และมาจากการที่รัฐบาลใส่ร้ายทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ และคนเสื้อแดงนั้น ยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดที่พูดถึงล้วนเกี่ยวข้องกับการทำความผิดตลอดเวลาการ ชุมนุมทางการเมืองที่สังคมได้เห็นชัดเจนว่า กลุ่มคนที่ชุมนุมทางการเมืองเพื่อก่อความรุนแรงเป็นกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องโดย ตรงกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาลไม่เคยมีพฤติกรรมใส่ร้ายใครทั้งสิ้น ในทางกลับกันกลุ่มคนเสื้อแดงที่ออกมาขัดขวางการลงพื้นที่หาเสียงของนาย อภิสิทธิ์ รวมถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เห็นชัดว่าเป็นกระบวนการที่มีการเตรียมการเขียนป้าย จัดคนมาขัดขวาง ซึ่งถือเป็นกระบวนการที่อยู่ภายใต้การกำหนดของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เกาะเกี่ยว กับพรรคเพื่อไทย

น.พ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า ส่วนทวิตเตอร์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่บอกว่าใครที่เกี่ยวข้องกับคดีความของตัวเอง เป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ต้องการสร้างความปรองดอง สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ต้องการรับโทษ และพยายามผูกเรื่องการล้างผิดเข้ากับกระบวนการปรองดอง ซึ่งประชาธิปัตย์ยืนยันว่าสองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ประชาชนต้องการเห็นความสงบปรองดองในชาติ แต่พ.ต.ท.ทักษิณและพวกพยายามผนวกเรื่องล้างผิดไว้กับการปรองดองและการเลือก ตั้ง ซึ่งถือเป็นการซ่อนเร้นวาระส่วนตัวไว้กับปัญหาประเทศ จึงขอให้สังคมอย่าสับสนกับการผูกเรื่องเหล่านี้ด้วยกัน

ที่พรรคเพื่อ ไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีนายอภิสิทธิ์เปิดใจลงเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ถึงเบื้องหลังการเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ โดยใช้ชื่อว่าจากใจอภิสิทธิ์ ถึงคนไทยทั้งประเทศว่า นายอภิสิทธิ์ น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น “ลากไส้อภิสิทธิ์ ถึงคนไทยทั้งประเทศ” เพราะเรื่องทั้งหมดเปิดเผยถึงที่มาที่ไปของการตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ และความเป็นตัวตนที่แท้จริงของนายอภิสิทธิ์ เริ่มจากประเด็นที่นายอภิสิทธิ์ อ้างว่าต้องวางตัว ไม่ยอมขึ้นเวทีพันธมิตรฯ เพราะเกรงจะถูกมองว่าสมคบกับพันธมิตรฯ แต่ต้องปกป้องเมื่อกลุ่มพันธมิตรฯ ถูกละเมิดสิทธินั้น หากนายอภิสิทธิ์ ต้องการปกป้องสิทธิของประชาชนอย่างจริงใจ เหตุใดนายอภิสิทธิ์ ไม่ปกป้องสิทธิของกลุ่มประชาชนที่มีความคิดเห็นต่างจากนายอภิสิทธิ์บ้าง

“โดย เฉพาะเมื่อคนเสื้อแดงออกมาชุมนุม ในระหว่างที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ซึ่งมีทั้งอำนาจและบทบาทชัดเจน แต่เมื่อคนเสื้อแดงเสียชีวิต 91 ศพและถูกขังอีกกว่า 300 คนนั้น ทำไมนายอภิสิทธิ์ จึงไม่มีความคิดปกป้องสิทธิของประชาชนกลุ่มนี้เลย แต่กับกลายเป็นรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ที่มีการละเมิดสิทธิของสื่อมวลชนและสิทธิ ประชาชนมากที่สุด” ผู้สมัครส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าว

นาย ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ข้อความในเฟซบุ๊กยังระบุว่า เมื่อกลุ่มพันธมิตรฯ ทำผิดกฎหมาย ได้แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วย แต่ตนถือเป็นข้อความที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่านายอภิสิทธิ์ มีเพียงจุดยืนบนดิน แต่ใต้ดินเป็นอีกแบบหนึ่ง เพราะในการชุมนุมของพันธมิตรฯ มีการยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบิน โดยมีนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำและยังมีส.ส.ประชาธิปัตย์อีกหลายคนไปแสดงตัวให้กำลังใจผู้ชุมนุม ตลอดเวลา ทั้งนาย กรณ์ จาติกวณิช และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็นต้น เมื่อมีการยึดทำเนียบรัฐบาลและสนามบินแล้ว คนที่ทำผิดกฎหมายที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่าไม่เห็นด้วย ก็ลงจากเวทีมารับตำแหน่งในรัฐบาลเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่นายกษิต ภิรมย์ ได้เป็นรมว.ต่างประเทศ นายสำราญ รอดเพชร นายประพันธ์ คูณมี แกนนำพันธมิตรฯ ได้เป็นเลขาฯ และที่ปรึกษารัฐมนตรี

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่าช่วงที่กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นั้นเห็นว่าการยุบสภาคือทางออกที่ดีที่สุด แล้ววันที่คนเสื้อแดงเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ยุบสภานั้น เหตุใดนายอภิสิทธิ์ จึงไม่ตอบสนองด้วยการยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชน แต่กลับดื้อดึง ทำให้ต้องเสียชีวิตจำนวนมาก และไม่เคยคิดแสดงความรับผิดชอบ แต่กลับดึงดันหนีมาอีก 1 ปี มายุบสภาหนีวันครบรอบการชุมนุมครบ 1 ปี วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ท่าทีของนายสุเทพในระยะหลังย้ำคิดย้ำทำกรณีการกล่าวหาคนเสื้อแดงและพรรค เพื่อไทย ล่าสุดพูดอีกว่าพบความเคลื่อนไหวของกองกำลังชายชุดดำ ฝึกอาวุธบริเวณชายแดนและส่งกำลังเข้าพื้นที่ประเทศไทยนั้น คิดว่านายสุเทพควรไปพบแพทย์ เพราะหากจำกันได้ นายสุเทพพูดเรื่องกองกำลังฝึกอาวุธมาปีกว่า แต่ในช่วงที่นาย สุเทพเป็นรองนายกฯ ดูแลงานด้านความมั่นคง ยังไม่เคยจับกุมชายชุดดำได้เลย และตลอดเวลาก็ไม่มีหลักฐานข้อมูลแม้แต่ชิ้นเดียว เป็นการพูดเอาแต่ได้ จึงอยากถามว่าเวลาปีกว่าที่นายสุเทพพูดเรื่องนี้ ในฐานะรองนายกฯ ด้านความมั่นคงทำอะไรอยู่

วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้อง นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายณัฐวุฒิ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อดักรับไว้ใช้ประโยชน์ หรือเปิดเผยข้อความข่าวสาร หรือข้อมูลอื่นใดที่มีการสื่อสารทางโทรคมนาคมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามพ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 74 กรณีเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2550 จำเลยทั้งสามร่วมกันนำถ้อยคำการสนทนาทางโทรศัพท์ของ พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ อดีตเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นายวิรัช ชินวินิจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายไพโรจน์ นวานุช ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ประจำสำนักประธานศาลฎีกา ไปใช้ปราศรัยให้ผู้ร่วมชุมนุมฟังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

โดยในวันนี้ นายจตุพร และนายณัฐวุฒิ เดินทางไปศาล ขณะที่ในส่วนของนายจักรภพนั้น ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความไปแล้ว เนื่องจากหลบหนี โดยอัยการโจทก์แถลงว่าพยานที่นัดหมายไว้ไม่สามารถเดินทางมาเบิกความได้ ขณะที่ทนายความจำเลยแถลงว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงเลือกตั้ง เพื่อความสะดวกในการสืบพยานจึงขอเลื่อนนัดสืบออกไป ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้เลื่อนสืบพยานโจทก์ออกไปเป็นวันที่ 24 เมษายน 2555 เวลา 09.00 น.

พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) กล่าวถึงการเสนอให้มีทบวงความมั่นคง ว่า วันที่ 8 มิ.ย.เจ้าหน้าที่สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์กอ.รมน.จะประชุมพิจารณาในเรื่อง นี้เป็นครั้งแรก เพื่อหารือถึงโครงสร้างของกอ.รมน.ที่มีอยู่สมควรจะปรับตรงจุดใด เพราะ กอ.รมน.ในปัจจุบันมีทหารยืนพื้นเป็นหลัก ดังนั้น จะมีการเพิ่มอัตราบุคลากรองค์กร ทบวง กระทรวงอื่นตรงจุดใดบ้าง ใช้งบประมาณเท่าไร ในที่ประชุมมีความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไรหากจะยกระดับ กอ.รมน. ทั้งนี้ได้เคยเสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. ทราบถึงข้อเสนอการตั้งทบวงความมั่นคงแล้ว ซึ่งนายกฯเห็นด้วยในหลักการ แต่ยังไม่อนุมัติ เพราะเป็นแค่ข้อหารือในที่ประชุม โดยให้กลับไปพิจารณาอีกครั้งก่อนเสนอมาใหม่

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s