ถอดรหัส “ชาละวัน” PINK SHIRT “(นายกฯ)ปรองดอง” หลัง 3 กรกฎาคม??

สัมภาษณ์พิเศษ โดย พนัสชัย คงศิริขันต์


“ใครจัดตั้งรัฐบาลได้ อีกฝ่ายต้องยอมรับ หลังเลือกตั้งต้องยอมรับกติกานะ ผมชูปรองดองในการหาเสียงคราวนี้ พรรค ชทพ.ก็ชูปรองดองเป็นประเด็นหลัก ถ้าปรองดองกันไม่ได้ ก็ไปไม่ได้ ดังนั้น เลือกตั้งก็อยู่ไม่ได้ ก็เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง เกิดการเผาบ้านเผาเมือง ดังนั้น ผมจะเดินแนวทางที่ว่าจะต้องเจรจา เพราะต้องเริ่มเจรจา 2 พรรคใหญ่นี้ก่อนว่าจะยุติกันไหม”

 

7 กันยายน 2553 คือวันคล้ายวันเกิด 75 ปีของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และยังถือเป็นวันแรกเริ่มแห่งการประกาศปฏิญญา “ปรองดอง” ฉบับ “พญาชาละวัน” กลางบ้านพัก “สนามบินน้ำ”

 

เมื่อเข้าสู่โหมด “เลือกตั้งทั่วไป” และเข้าสู่เดือนที่ 9 ของการปูเส้นทางสายปรองดอง

“พญาชาละวัน” แปลงกายเป็น “พญาปรองดอง” เดินหน้าชูธง “ปรองดอง” ภายใต้มอตโต “เพื่อความสุขของคนทั้งชาติ” อย่างต่อเนื่อง

 

ในช่วงที่ศึกเลือกตั้งกำลังระอุ นักการเมืองแถวหน้าสลัด “เสื้อสูท” มารับบทแกนนำคน “เสื้อชมพู”

“พล.ต.สนั่น” ผู้สวม “Pink Shirt” ใส่ “Pink Shoes” เปิดใจกับ “มติชน” ในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านสนามบินน้ำ ถึงภารกิจสำคัญที่หมายมั่นจะทำให้บรรลุผล หลังเลือกตั้ง 3 กรกฎาคมนี้

 

– หลังการเลือกตั้งแล้ว จะยังคงเดินหน้าสร้างความปรองดองในรูปแบบเดิมหรือไม่

 

ผมยังคงรูปแบบเดิม ผมจะเดินในแนวทาง ปรองดอง จะขอร้องทุกคนไม่ต้องตั้งเงื่อนไข ข้อเรียกร้องทั้งหลาย จะคุยเป็นคนๆ โดยเฉพาะหลังเลือกตั้ง ผมจะคุยกับพรรคการเมืองว่าเท่าที่เราคุยกันมา เสื้อแดงก็ดี เสื้อเหลืองก็ดี แล้วก็พรรคการเมืองต่างๆ ที่มีแนวคิดสนับสนุนผม เขาก็เห็นด้วย แต่ยังติดกันอยู่ว่าจะนิรโทษกรรมไหม อย่างฝ่ายพรรคเพื่อไทย (พท.) ก็หวังให้นิรโทษกรรม ฝ่ายเสื้อเหลืองก็บอกว่าทุกอย่างต้องยึดนิติรัฐก่อน แม้กระทั่งตัวเขาเองที่เป็นเสื้อเหลือง ก็ต้องขึ้นศาลก่อน ไม่ได้ขัดแย้งเรื่องการนิรโทษกรรม แต่ต้องรับโทษก่อนนะครับ แล้วสถาบันพระมหากษัตริย์ห้ามแตะต้อง

 

– แต่หลังเลือกตั้งจะมีเรื่องการแพ้-ชนะในการจัดตั้งรัฐบาล จะประสบความสำเร็จในการสร้างความปรองดองหรือ

 

ผมยังคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย การปรองดองที่จะทำให้สำเร็จเร็ววันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้น ต้องทำในแนวทางผมคือ ไปขอพูด ขอพบ อย่างเช่น 2 พรรคใหญ่นี่ล่ะ เราต้องพูดจากัน ถ้าผมสามารถเอา 2 คนนี้มานั่งเจรจากันได้ ปัญหาก็จะลดลงเยอะ

 

– จะคุยกันให้ 2 ฝ่ายยอมรับแนวทางกติกาใช่หรือไม่

 

ใครจัดตั้งรัฐบาลได้ อีกฝ่ายต้องยอมรับ หลังเลือกตั้งต้องยอมรับกติกานะ ผมชูปรองดองในการหาเสียงคราวนี้ พรรค ชทพ.ก็ชูปรองดองเป็นประเด็นหลัก ถ้าปรองดองกันไม่ได้ ก็ไปไม่ได้ ดังนั้น เลือกตั้งก็อยู่ไม่ได้ ก็เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง เกิดการเผาบ้านเผาเมือง ดังนั้น ผมจะเดินแนวทางที่ว่าจะต้องเจรจา เพราะต้องเริ่มเจรจา 2 พรรคใหญ่นี้ก่อนว่าจะยุติกันไหม ถ้ายุติแล้ว อย่างเช่นพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เนี่ย ผมก็พูดกับเขาได้เต็มปาก แต่ว่าเขาจะรับได้แค่ไหนอย่างไร อันนี้มีปัจจัยที่แทรกซ้อนเข้ามา

 

ปัจจัยที่ว่าทางทหารจะคิดอย่างไร ซึ่งปัจจัยที่ทางทหารห่วงคือสถาบัน ทาง พท.จะยอมได้ไหมว่าจะไม่กระทบต่อสถาบัน อันนี้เป็นปัจจัยที่ไม่ใช่ว่ามือที่มองไม่เห็น แต่เห็นกันชัดๆ แล้วว่าถ้าแตะต้องสถาบันเมื่อไร ทหารเขาไม่ยอม ดังนั้น ต้องคุยกัน เพราะทหารเองก็ไม่ขัดข้อง ถ้าทางฝ่ายนี้จะยอมรับ ใครที่หมิ่นสถาบันต้องแยกตัวออกมา พท.จะต้องไม่เกี่ยวข้องด้วย ถ้า พท.ลดตรงนี้ ผมว่าการปรองดองก็ทำได้

 

– สิ่งที่ทำดูเป็นเรื่องยาก ในเมื่ออีกฝ่ายยังยึดผลประโยชน์ทางการเมือง

 

หลังเลือกตั้ง พท.ต้องแยก ไม่ใช่แยกเสื้อแดง แต่ต้องแยกพวกหมิ่นพระบรมเดชานุภาพออกไป ต้องชัดเจน ถ้าชัดเจนแล้วผมคิดว่าสามารถปรองดองได้ ทางฝ่ายนี้ ฝ่าย ปชป.ก็มองว่าหมิ่นสถาบัน เพราะฝ่าย ปชป.ก็ต้องขึ้นกับทหารด้วย ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องสถาบัน ถ้าหากแยกเสีย อย่างพวกหมิ่นสถาบัน พูดจาก้าวร้าว ท่านทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกฯ) จะต้องแยกออก

 

– รวมถึงตัวคุณทักษิณต้องแยกด้วยหรือไม่

 

ไม่ ตัวคุณทักษิณต้องปรับตัวเอง เพราะเขายืนยันว่าไม่ได้หมิ่นสถาบัน แต่คำพูดคำจาต้องลดละลง เฉียดไปเฉียดมาก็ไม่ได้ ความสามัคคีจะไม่เกิด แต่ถ้าพูดถึงนิรโทษกรรม ถ้ามันสามัคคีกันแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ง่ายทั้งนั้น ใช่ไหมฮะ อย่ามาพูดด้วยเหตุผลและหลักการ ไม่มีทางสำเร็จ ต้องพูดกันด้วยใจ เอาใจมาพูดกัน แล้วต้องยึด 3 สถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

 

– คุณทักษิณบอกว่าเป็นเหยื่อที่ ปชป.สร้างขึ้นมาว่าเป็นคนจาบจ้วง หมิ่นสถาบัน

 

แต่ตัวคุณทักษิณเองมันเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาก่อน อำมาตย์ อะไรพวกนี้ ต้องละเว้น ถ้าเราคิดว่าทำให้ประเทศเราเจริญไปได้ข้างหน้า เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ก็อย่าไปพูด ผมก็พูดกับคุณทักษิณว่ายังไงพวกที่หมิ่นสถาบัน ขอร้องอย่ามาเกี่ยวข้องกับพรรค ดังนั้น หลังเลือกตั้งน่าจะแยกแยะออกไปได้ ผมก็หวังอย่างนั้นนะ หวังว่าเขาจะแยกแยะได้

 

– แต่ พท.กับเสื้อแดงตัดกันไม่ขาด จะแยกกลุ่มหมิ่นสถาบันออกจากพรรคได้อย่างไร

 

ตัดขาดสิ ถ้าคุณไม่หยุดล่วงล้ำสถาบัน แสดงว่าคุณใช้ไม่ได้แล้ว ก็จะต้องดำเนินคดี คือพวกที่อยู่ใน พท.มีน้อยคนที่พูดจาก้าวร้าว ถ้าตั้งใจจะทำให้เกิดความเรียบร้อยในบ้านเมือง คุณทักษิณทำได้ เพราะวันนี้คุณทักษิณยังเป็นผู้มีอำนาจอยู่คนเดียว ดังนั้น เขาจะทำจริงๆ ก็ทำได้ เพราะฉะนั้นหลังเลือกตั้งจะเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง ความปรองดองที่คนมองว่าจะทำไม่ได้ เสธ.หนั่นตั้งใจจริง ดี แต่ทำไม่สำเร็จ แต่ผมก็บอกว่าขอเวลาเท่านั้น ก็ทำไป พอถึงเวลาหลังเลือกตั้ง ผมก็เจรจา

 

– แสดงว่าหลังเลือกตั้งต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ด้วยแนวทางปรองดองก่อน

 

ก็ต้องเริ่มต้น มันต้องเป็นบันไดขั้นแรกก่อน แต่ปีที่ผ่านมาผมเดินอยู่มีแนวร่วมทั้งหมดเลย แม้แต่ท่านทักษิณเองก็ยอมรับด้วย เห็นดีด้วย บอกว่าพี่ทำเถอะ ผมก็พยายามบอก แต่เขายอมรับว่าพวกนี้บางคนก็ยังบังคับบัญชาไม่ได้ ไม่ใช่แดงทั้งหมด ก็ยอมรับไป ผมก็… โอเค แต่คุณต้องพยายาม ถ้าอย่างนี้ก็มีแนวทาง ผมก็ขอเดิน จบเมื่อไรผมหยุดเล่นการเมืองเลย ปรองดองแล้ว ผมหยุดเลย ถือว่าผมทำงานชิ้นใหญ่ได้สำเร็จ หลังเลือกตั้งก็มีประเด็นเดียว ปรองดองได้หรือเปล่า

 

เรื่องนิรโทษกรรมถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการปรองดองหรือเปล่า

 

คุณปรองดองกันแล้ว คุณก็มาเจรจาว่าจะทำอย่างไร กับทุกคน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 อันนั้นก็ เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง เราจะมาพูดเรื่องการนิรโทษกรรมเลย ไม่ได้ หมายความว่า พท.ชนะแล้วขอนิรโทษฯเลย มันก็ไปไม่ได้ (เสียงสูง) มันจะกลายเป็นเงื่อนไข แล้วก็อยู่กันไม่ได้ เพราะก่อนจะนิรโทษกรรมได้ ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย สามัคคีกัน แล้วมาปรึกษากันว่าจะยกโทษให้กันทั้งหมดไหมหลัง 19 กันยายน 2549 มา ก็มาเจรจา ซึ่งอันนั้นมันหนทางสุดท้าย ถ้าเราปรองดองกันได้แล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น จับมือกันมาเอาเลย ยกโทษให้กัน ผมขอโทษนะ ผมทำผิดไปแล้ว ก็เรียบร้อย

 

– ปชป.ยอมรับแนวทางการปรองดองหรือไม่

 

ก็ยังติดๆ อยู่ เพราะว่า ปชป.คือท่านนายกฯอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) ยังไม่เป็นตัวของตัวเอง คือยังติดว่าใจอยากปรองดอง แต่ก็ติดตรงนั้นตรงนี้ ต้องค่อยๆ ทำ พท.ไม่ฉลาดเอานิรโทษกรรมมาพูดเดี๋ยวนี้ทำไม เพราะนิรโทษกรรมคนก็ต่อต้าน เสื้อเหลืองต่อต้าน ทั้งที่เขารับประโยชน์นะ แต่เขาก็ต่อต้าน เขาบอกว่าให้ศาลตัดสินก่อน รับโทษก่อน จากนั้นจะทำอย่างไรต่อก็ไม่เป็นไร

 

 

– มีความหวังการเลือกตั้งครั้งนี้จะเปลี่ยนหน้าประเทศไทยได้หรือไม่

 

ก็ยังหวังอยู่ ถ้าเลือกตั้งเรียบร้อย แล้วจัดตั้งรัฐบาล มีการพูดจากันให้ดี ก็อย่างที่ผมเรียน ลดละทิฐิ ทำไม่ได้หรือ (เสียงดัง) ทุกพรรคหากใครได้เสียงในสภาข้างมาก ก็ให้จัดตั้งรัฐบาลไป ก็ต้องยอมรับกันใช่ไหม ผมยังมีความหวัง ที่ผมเดินมา มันแนวทางการตอบรับหมดเลย

 

– หลังเลือกตั้ง ถ้าไม่เกิดความปรองดอง ทุกอย่างที่ทำมาก็ไม่มีประโยชน์

 

มีประโยชน์ เดี๋ยวก็ล้มอีก ตั้งรัฐบาลเดี๋ยวเดียวก็ไป พูดจาก็แค่พูดเสื้อแดง เสื้อเหลือง กับพรรคการเมืองต่างๆ ก็ไม่ได้ ก็มีแต่ผมทำได้ ก็เลยกำหนดนโยบายปรองดองนำหน้า เป็นแนวทางของ ชทพ. ซึ่งท่านบรรหาร (ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้า ชทพ.) ก็โอเคแล้ว เพราะเมื่อก่อนท่านบรรหารยังเอาเรื่องนิรโทษฯอยู่ แต่มาตอนนี้ท่านมองเห็นแล้วว่าถ้าไม่ปรองดอง ก็ทำอย่างอื่นต่อไปไม่ได้

 

– การจะปรองดองได้ จำเป็นต้องมีนายกฯที่มาจากพรรคขนาดกลางหรือไม่

 

(แย้งทันควัน) ไม่จำเป็น ผมก็สามารถทำหน้าที่ประสานงานได้ รวมถึงจะตั้งรัฐบาลแห่งชาติก็ไม่ได้ ผมตั้งใจว่าถ้าปรองดองสำเร็จ ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตทางการเมือง

 

– ถ้าต้นสังกัด หรือพรรคร่วมรัฐบาลอื่นชูให้ พล.ต.สนั่นเป็นนายกฯ คนกลาง จะตอบตกลงหรือไม่

 

ไม่มีใครเขาให้ เราคิดว่าพรรคอื่นเขาก็อยากเป็น เราก็เป็นตัวกลางในการประนีประนอม สร้างความปรองดอง

 

– จะทำให้คนไทยทั้งประเทศเข้าใจได้อย่างไรว่า พล.ต.สนั่นไม่มีวาระอื่นแอบแฝง

 

เดินไปแม้กระทั่งในต่างจังหวัด ที่ผมเดินมามีแต่คนสนับสนุนทั้งนั้นเลย ไม่มีใครบอกว่า เฮ้ย…จะทำสำเร็จเหรอ มีแต่เห็นด้วยๆ ดังนั้น ผมมั่นใจคนส่วนใหญ่อยู่ข้างผม เราชี้แจงประชาชนเรื่อยๆ ผมมาทำถนนทางเดินของความปรองดองให้แล้ว ขรุขระหน่อย ฝนตกมากก็เป็นหลุมเป็นรอย ก็ค่อยๆ ทำไป ผมคิดว่าถ้าเราไม่คิด เส้นทางนี้จะไปไม่รอด ไม่ปรองดองก็ไปไม่ได้

 

– จะรับตำแหน่งอะไรในทางการเมืองต่อ

 

หลังเลือกตั้งครั้งนี้ ผมจะไม่เป็นรัฐมนตรีแล้ว หลังเลือกตั้ง (หัวเราะ) ไม่เอาแล้วให้ยอด (นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ บุตรชาย) ไป ผมก็ออกมาทำงานปรองดองต่อไป เป็นผู้แทนราษฎรปรองดอง เราไม่ได้ทำเพื่อตำแหน่งหน้าที่

 

– หลังเลือกตั้งครั้งนี้ รัฐบาลจะอยู่ครบเทอม หรือไม่

 

ก็อยู่ที่ตรงนี้ บันไดขั้นแรก ถ้าหากยอมกันจริงๆ ลดละ ท่านทักษิณเป็น พท. ยอมรับข้อตกลงข้อนี้ก็ไปได้ ถ้าไม่รับก็หงายท้อง ไม่ช้าไม่นานหรอก (หัวเราะเบาๆ)

 

– ความขัดแย้งที่เกิดหลัง 19 กันยายน 2549 สอนอะไรคนไทยบ้าง

 

ผมว่าท่านทักษิณอยู่ก็รุนแรง ตอนนั้นอยู่ก็ใช้อำนาจ ใช้สิ่งที่มีอยู่เกินไป จนประชาชนส่วนหนึ่ง นักธุรกิจส่วนหนึ่งไม่ชอบ เพราะทุกอย่างทุจริตเชิงนโยบายค่อนข้างเยอะ แล้วเวลาแกไม่พอใจใคร แกซัดเลย แม้กระทั่งผม (หัวเราะ) แต่ผมเนี่ยก้าวข้ามหมดแล้ว ความไม่ยึดติดไม่เอาแล้ว

 

ดังนั้น ถ้าคุณทักษิณลดได้ 1.การคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย 2.การใช้อำนาจที่เป็นธรรม ผมว่าแกยังเป็นนายกฯอยู่นะ วันนี้คุณทักษิณยังเป็นนายกฯได้อยู่นะ เพราะความเก่งของทักษิณ หัวดี คนเรามีบทเรียนแล้ว ถ้าปรับปรุงแก้ไขได้ก็กลับมาอยู่สบายๆ

 

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์มติชน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s