รัฐบาลผสม สวยเลือกได้

การเมืองโหมดเลือกตั้งหลุดออกจากโค้งแรกไม่ทันไร

ผู้สมัครแต่ละพรรคการเมืองเพิ่งจะออกเดินหาเสียงกันแค่เหงื่อซึมๆ

ก็ ปรากฏกระแสฟันธงเปรี้ยงออกมาล่วงหน้าว่า พรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ “นายหญิงคนใหม่” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเป็นฝ่ายชนะเลือกตั้ง

เหลือให้ลุ้นกันก็แค่จะทำคะแนน “ทิ้งห่าง” คู่ต่อสู้ได้มากน้อยขนาดไหน

เพราะจำนวนเสียง “ส่วนต่าง” ระหว่างพรรคอันดับ 1 กับพรรคอันดับ 2 มีความสำคัญอย่างมากต่อโฉมหน้ารัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง

ถ้า ทิ้งห่างกันมากๆ ถึงขนาดได้รับเลือกมาด้วยตัวเลขเกินครึ่ง 250 เสียง บรรยากาศในการจัดตั้งรัฐบาลก็จะราบรื่น ต่างออกไปจากการแพ้ชนะกันแบบสูสี

จุด ยืนของพรรคเพื่อไทยนั้น “นายใหญ่” ส่งสัญญาณข้ามประเทศมาแล้วชัดเจน ภายใต้รหัส “แจกัน ดอกไม้ และใบเฟิร์น” โดยมี “น้องปู” และแกนนำพรรค ทำหน้าที่ขานรับต่อกันเป็นทอดๆ

ใจความสำคัญที่ได้จากการถอดรหัสก็คือ ถึงเพื่อไทยชนะเลือกตั้งเป็นพรรคอันดับ 1 จะด้วยเสียงเกินครึ่งหรือไม่ก็ตาม

ก็พร้อมเปิดกว้างรับพรรคกลางและเล็กเข้าร่วมเป็น “รัฐบาลผสม”

ใน ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเชื่อมั่นว่ารัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง ถึงอย่างไรก็หนีไม่พ้นการเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค

แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากจุดยืนพรรคเพื่อไทยก็คือ

การ ยืนยันหลักการที่ว่าพรรคการเมืองที่มีสิทธิ์เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะพรรคที่ได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 แต่ไม่เกินครึ่ง 250 เสียงเท่านั้น

หรือพูดอีกอย่างคือไม่ว่าพรรคอันดับ 2 หรือพรรคใดๆ ก็ตาม หากสามารถแสดงตัวเป็นแกนนำเคลื่อนไหวเจรจารวบรวมเสียงจากพรรคอื่นๆ จนกลายเป็นเสียงข้างมากได้

ก็มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลได้เช่นกัน

พรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่าหลักการดังกล่าวกำหนดไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า ถึงรัฐธรรมนูญจะเปิดช่องให้ทำได้ แต่ก็ผิดไปจากประเพณีปฏิบัติทางการเมืองที่สืบต่อกันมา

การแสดงจุดยืนดังกล่าวของพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากเป็นการยอมรับกลายๆ ว่าโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้มีมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์

ยังเป็นคำตอบด้วยว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์ถึงหมกมุ่นอยู่แต่เรื่อง “ดีเบต” โดยปฏิเสธที่จะทำ “สัตยาบัน” ให้พรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตามคำท้าของฝ่ายตรงข้าม

ความไม่มั่นใจของพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะเป็นฝ่ายชนะ ยังส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองขนาดกลางและเล็ก ที่เป็น “ตัวแปรสำคัญ” ต่อโฉมหน้ารัฐบาลใหม่อีกด้วย

ซึ่งจะเห็นได้จากท่าทีของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และนาย บรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา

ที่เริ่มตั้งเงื่อนไขต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์

อย่างกรณีนายเนวิน ออกมากดดันข้ามพรรคว่าหากนายอภิสิทธิ์ นำทัพประชาธิปัตย์ไปรบแพ้เพื่อไทย ถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่ได้เป็นนายกฯ แต่ก็เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ จะแสดงสปิริตลาออกจากหัวหน้าพรรค

ก่อนจะถูกสวนกลับจากนายอภิสิทธิ์ ที่ไล่ให้นายเนวิน กลับไปทำทีมฟุตบอลจะดีกว่า

ตามมาด้วยกรณีนายบรรหาร ให้สัมภาษณ์ “แทงกั๊ก” ตามสไตล์ว่าพร้อมร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับทั้ง 2 ขั้ว

เพียงแต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีปัญหาอยู่ว่า ใครบางคนเคยให้สัญญาไว้ก่อนตั้งรัฐบาลครั้งที่แล้วว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 237 เรื่องการยุบพรรค แต่กลับไม่ทำตามสัญญา

ตรงนี้เองที่นายบรรหาร คาใจมากที่สุด

แต่ปรากฏว�า นายอภิสิทธิ์กลับเฉไฉเรื่องที่ไม่ได้ทำตามสัญญา มีแต่ที่นายบรรหาร ชักชวนไปเที่ยวบึงฉวาก แล้วตนเองไม่ได้ ไปเท่านั้น

พร้อมยืนยันไม่เคยรับปากเรื่องแก้มาตรา 237

กระแสความนิยมของพรรคเพื่อไทยภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกโพลช่วยกันผลักดันให้ขึ้นเป็น “เต็งหนึ่ง” เก้าอี้นายกฯ

จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากดาบสองคม

เพราะยิ่งกระแสแรงเท่าไหร่ยิ่งต้องระวังตัวมากเท่านั้น คำว่า “ชนะแต่ไม่ได้เป็นรัฐบาล” ยังมีเชื้อหลงเหลืออยู่

พรรคเพื่อไทยจึงต้องพยายามหาทางอุดช่องโหว่ต่างๆ ไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นทางลัดในการพลิกเกมได้

สำหรับเกมในสนาม พรรคเพื่อไทยอาศัยกำลังพลเสื้อแดงที่มีอยู่ทั่วประเทศ คอยสอดส่องจับตาไม่ให้มีการทุจริตเลือกตั้งเกิดขึ้น

ไม่ ว่าในขั้นตอนการใช้สิทธิ์ล่วงหน้า หรือการที่ กกต.สั่งพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินถึง 6 ล้านใบ รวมถึงการออกข่าวดักคอเป็นระยะให้ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ วางตัวเป็นกลาง

ขณะที่อีกด้านหนึ่งเริ่มมีข่าวการต่อสายถึงพรรคขนาดกลาง จัดวางสูตรรัฐบาลกันไว้แล้วแบบลับๆ

เป้า หมายที่หนาหูมากที่สุด คือพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ของกลุ่มเอสแอนด์พี “สุวัจน์-พินิจ-ปรีชา” รองลงมาคือพรรคชาติไทยพัฒนาของนายบรรหาร ศิลปอาชา

ส่วน พรรคภูมิใจไทยของ นายเนวิน ชิดชอบ หมดโอกาสไปแล้วโดยสิ้นเชิง หลังจากพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ลงนามโดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค

ยืนยันถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะไม่ดึงเอาพรรคภูมิใจไทยเข้ามาร่วมด้วยเด็ดขาด เพราะคนละอุดมการณ์กัน

ถึง พรรคภูมิใจไทยจะแถลงเอาคืน ว่าไม่ต้องการเข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเช่นกัน แต่ก็ต้องถือว่าพรรคภูมิใจไทยหน้าแตกเสียฟอร์มอย่างหนัก

สรุปว่า สูตรรัฐบาลหลังการเลือกตั้งที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ เพื่อไทย-ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และชาติไทยพัฒนา

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ก็ต้องดูว่าน.ส. ยิ่งลักษณ์

จะประคองกระแส “สวยเลือกได้” เหนียวแน่นไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่

Advertisements

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s