“ปิดไม่ลับสเปเชี่ยล”

ยัง “ปุจฉา-วิสัชนา” กันไม่จบ ระหว่าง “พรรคเพื่อไทย (พท.)” กับ “พรรคภูมิใจไทย (ภท.)” ว่าจะหวน 180 องศา

“พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” กับ “เนวิน ชิดชอบ” จะกลับมากอดกันกลม ร่วม “รัฐบาล” ชุดต่อไปกันได้หรือไม่ หาก พท.ชนะการเลือกตั้งแบบท่วมท้น และได้จัดตั้งรัฐบาล
ล่าสุดดูเหมือนว่าจะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลังฝุ่นควันที่ตลบอบอวลเริ่มจางลง เมื่อ “ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” หัวหน้า พท. ผู้โชว์ “ภาวะผู้นำ” ในการจับสลากได้ “เบอร์ 1” ให้ พท.ใช้เป็นเบอร์ประจำพรรคในการหาเสียง ได้ร่อนแถลงการณ์ประกาศจุดยืนมั่นคงไม่สามารถร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับ ภท.ได้ทุกกรณี
หนักแน่น…แม่นยำ…ไม่ต้องมาย้ำแล้วย้ำอีกว่า “นายใหญ่” เขียนข้อความปะข้างฝา “ห้องนอน” ไว้ทั้งที่ “บรูไน” และ “ดูไบ” ตัวเบ้อเริ่มว่า พท.จะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองไหน โดยเรียงลำดับจากความเป็น “ศัตรู” ไว้เสร็จสรรพ
1.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ “ฝ่ายตรงข้าม” ตลอดกาล
2.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะที่เคยหักหลังกันมา
และ 3.พรรคมาตุภูมิ เพราะ “พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรค คือหัวหน้าคณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจ “รัฐบาลทักษิณ” เมื่อปี 2549
นอกจากนี้ยังมีเขียนแปะเอาไว้เป็นที่ระลึกอีกว่า หาก “ส.ส.” คนใดจะขอกลับมาร่วมงานกับ พท.แบบรายบุคคล หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่าจะมาอยู่ในสภาพของ “งูเห่า” ต้องสอบประวัติให้ชัดเจนไปเลยว่า เมื่อครั้งที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เลือก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกรัฐมนตรี ช่วงปลายปี 2551 ได้ “ยกมือ” สนับสนุนฝ่ายไหน
ถ้าใคร “ยกมือ” ให้ “อภิสิทธิ์” ไปในครั้งนั้น อาจต้องพิจารณาพฤติกรรมกันอีกหลายคำรบก่อนจะตัดสินใจ
ล่าสุดมีกรณีศึกษา “5 ส.ส.พรรคเล็ก” ที่เคยผละอก “พ.ต.ท.ทักษิณ” ไปช่วงยุบ “พรรคพลังประชาชน (พปช.)” ไปอยู่พรรคใหม่แลก “1 เก้าอี้รัฐมนตรี” ร่วมรัฐบาล ปชป. ประสานของกลับเข้าบ้านเก่า
ผลปรากฏว่า “คนแดนไกล” ส่ง “เอสเอ็มเอส” เข้ามือถือ “ตัวกลาง” ที่นำสารไปสื่อแปลเป็นไทยได้ว่า “ต้องปล่อยให้คนตะกละตะกลามอดอยากเสียบ้าง เป็นบทเรียน”
ให้รู้กันไปเลยว่า ถ้า “ภักดี” ยี่ห้อ “นายใหญ่” รับรองไม่อดอยาก!!!

หลัง ทัวร์หาเสียงภาคเหนือ ใน จ.พะเยา จ.ลำพูน และ จ.เชียงราย ก็เท่ากับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หาเสียงครบทุกภาคแล้ว โดยยังเน้นวิธีการให้ชาวบ้านมาล้อมวงพูดคุย
แกนนำ ปชป.ตั้งเกณฑ์ไว้ว่าพื้นที่ที่จะใช้บริการ “อภิสิทธิ์” คือ
1.ต้องได้ประโยชน์จากนโยบาย อาทิ ประกันรายได้ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เรียนฟรี 15 ปี ฯลฯ โดยตรง เพื่อกลบจุดอ่อนเดิม-ย้ำจุดแข็งใหม่ของ ปชป.ว่า “ทำตามที่พูดได้”
2.ต้องเป็นพื้นที่ที่ผู้สมัคร ส.ส.มีโอกาสชนะเลือกตั้ง หรืออย่างน้อยก็ 50:50
วิธีการปราศรัยของหัวหน้า “พรรคสีฟ้า” หลายเวที จะแบ่งออกเป็น 4 ช่วงเวลาคือ เน้นย้ำนโยบายที่เคยทำสำเร็จ-จี้จุดอ่อนนโยบายของ พท.-ย้ำว่า ปชป.ทำงานได้ทันที ส่วน พท.ต้องนิรโทษกรรมคนทางไกลก่อน-พูดถึงประเด็น “การเมือง” ซึ่งจะแตกต่างไปแต่ละพื้นที่
ในการปราศรัยแต่ละที่ ช่วง 1-3 แทบจะไม่ต่างกัน มีแต่ช่วงที่ 4 ที่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ที่สำคัญ “คำพูด” ช่วงนี้แหละที่มักจะเป็น “ข่าว”
ที่ จ.พะเยา “อภิสิทธิ์” กล่าวว่า “เบอร์ 10 เท่ากับ 10 นิ้ว เอาไว้ทำงาน ประสาน และไหว้คน ต่างกับนิ้วเดียวที่ทำอะไรไม่ได้”
ที่ จ.เชียงใหม่ “อภิสิทธิ์” กล่าวถึง “เฉลิม อยู่บำรุง” ขุนพล พท. ที่บอกว่าถ้าแพ้เลือกตั้งจะเลิกเล่นการเมืองว่า “พวกเราก็ช่วยให้คุณเฉลิมสบายเร็วหน่อย”
“อภิสิทธิ์” ยอมรับว่าเลียนวิธีการปราศรัยดังกล่าวมาจาก “ชวน หลีกภัย” อดีตหัวหน้า ปชป.
แต่ต่างกันที่วาทะ “อภิสิทธิ์” จะเปลี่ยนทุกที่ ขณะที่ “วรรคทอง” ของ “ชวน” 3 วันค่อยเปลี่ยนที
ปชป.วางแผนไว้ว่าในช่วง “โค้งสุดท้าย” จะเน้นตั้งเวทีปราศรัยให้ยิ่งใหญ่ อลังการ กำหนดไว้คร่าวๆ ที่ จ.สงขลา จ.พิษณุโลก จ.อุบลราชธานี จ.ชลบุรี มาปิดท้ายที่ กทม.
น่าสนใจว่า “คำพูด” ของ “ศิษย์เอกชวน” จะช่วยพลิกคะแนนของ ปชป.ที่ตามอยู่ตลอด ให้กลับมาชนะ พท.ในท้ายที่สุดอย่างที่คุยไว้ได้หรือไม่!!!

เสร็จภารกิจบุก ถิ่น “ข้าวจี่” หาเสียงเมืองเหนือ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กำลังหารือเพื่อกำหนดแผนให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้า ปชป. บุก “เมืองหลวงเสื้อแดง” โดยตรงอย่าง “อุดรธานี” หลังได้ “ไชยยศ จิรเมธากร” อดีตคนพรรคสีฟ้ากลับมาเสริมทัพ
ปัญหาที่แกนนำพรรคถกเถียงกันอย่างหนักคือ การควบคุมพื้นที่-ดูแลความปลอดภัยให้ “สร.1”
แต่เมื่อมีโจทย์ว่า “ต้องไปให้ได้ ก็ต้องไปให้ได้” เพียงแต่ต้องออกแบบวิธีการ “เหยียบแผ่นดินแดง” อย่างรอบคอบรัดกุม
สภาพบรรยากาศ-ขุมค่ายการเมืองใน “อุดรธานี” จึงถูกนำมาวิเคราะห์อย่างละเอียด
ถกกันหนัก-ลงลึกพื้นที่ย่อยระดับรายอำเภอ-ประเมินเส้นทาง “ขนคน” มาต่อต้าน
เริ่มจาก “เส้นทาง” พบมีถนนวิ่งเข้าจังหวัดอุดรธานีไม่เกิน 4 เส้นทาง แต่ถนนเข้าสู่อำเภอเมืองกลับมีน้อยยิ่งกว่า เพียง 2-3 เส้นทาง
“ชัยภูมิหลัก” ในการให้ “อภิสิทธิ์” ไปปรากฏตัว หากใช้ “เขตเมือง” มีฐาน “คนเสื้อแดง” หนาแน่น และสามารถลำเลียงมวลชนจากอำเภอใกล้เคียงมาสมทบได้ง่าย
ทว่า “แกนนำส่วนกลาง” โยนโจทย์ขึ้นมาว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะจัดปราศรัยกลางหรือใหญ่ และต้องเป็นในเขตเมือง เพราะเป็นสัญลักษณ์ของคนเมืองและคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อ
เนื่องจากใน 3-5 เขตหวังผลซึ่งเป็นอำเภอรอบนอก มีตัวผู้สมัครในค่ายของ “ไชยยศ” ซึ่งแข็งพออยู่แล้ว
โดยมีการต่อสู้ช่วงชิงกัน 3-4 ค่าย อาทิ ค่ายเบอร์ 10 ของ “ไชยยศ” นำทัพลงเขต 4 “โชคสมาน ลีลาวงศ์” ลงเขต 8 และ “ชัยรัตน์ โสดา” ลงเขต 6
ขณะที่ “ภูมิใจไทย” โดย “อุทัย แสนแก้ว” น้องชาย “ธีระชัย แสนแก้ว” เสื้อแดงรุ่นแรกของอุดรฯ ลงเขต 6 “สุรชาติ ชำนาญศิลป์” ลงเขต 9
ส่วนที่เหลือเป็นแดงของ “เพื่อไทย” พรึบ ทั้งสายแกนนำเสื้อแดงสาย “ขวัญชัย ไพรพนา” และ “วิเชียร ขาวขำ” รวมถึงสาย ส.ส.ของ “ประจวบ ไชยสาส์น” ขุนพลอีสาน
พื้นที่ “อ.บ้านดุง” ของ “ไชยยศ” จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพราะถือเป็นเซฟตี้โซน-ดูแลได้เบ็ดเสร็จ ทั้งเส้นทางเข้า-ออกมีเพียง 2 ทาง ง่ายต่อการสกัดสิ่งไม่พึงประสงค์
อีกทั้งจะช่วยเสริมพลังการต่อสู้กับ “ขจิต ชัยนิคม” จากพรรคเบอร์ 1 คู่แข่งอดีต ส.ส.หลายสมัย
พื้นที่ “อุดรธานี” เที่ยวนี้ดุเดือดแน่ เพราะทั้ง “สีแดง” “สีฟ้า” และ “สีน้ำเงิน” ต่างทุ่มกันสุดตัว!!!

 

(จากคอลัมน์ปิดไม่ลับสเปเชี่ยล)

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์มติชน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s