‘บ้านเลขที่ 111’ อีก1ปีพวกเขาจะกลับมา

 

หาก จะพูดถึง “มูลเหตุ” ของความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยที่ต่อเนื่องยาวนานมาร่วม 5 ปีแล้ว คงจะมองได้ว่า มันเริ่มมาตั้งแต่ช่วงปี 2550 จากคดียุบ ’พรรคไทยรักไทย“

ย้อนที่มากันดูซักนิด หลังการเลือกตั้งปี 48 พรรคไทยรักไทย ชนะการเลือกตั้งถล่มทลายได้ ส.ส. เข้าสภา 377 คน แต่ทำหน้าที่เป็นรัฐบาลได้ไม่นานก็เกิดการเดินขบวนขับไล่โดยมีต้นเหตุจากข้อ กล่าวหาการทุจริตคอร์รัปชั่น จนสุดท้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีขณะนั้นประกาศ ’ยุบสภา“ ให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 2 เม.ย.49 แต่ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านในขณะนั้น ’บอยคอต“ การเลือกตั้งเพราะเห็นว่าไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาและเห็นว่าการ ’ยุบสภา“ เพื่อจัดการเลือกตั้งเป็นการ ’ฟอกตัว“ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีข้อครหา จากกรณีการขายหุ้นของบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่าร่วม 73,000 ล้านบาท โดยไม่เสียภาษีแม้แต่บาทเดียว

ภายหลังการเลือกตั้งในปี 49 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยและ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย ร่วมกันให้เงินสนับสนุนแก่พรรคการเมืองบางพรรคส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือ ที่เราได้ยินกันว่า เป็นการจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง เหตุการณ์ดำเนินไปพร้อมกับการมีรัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่นำโดยพ.ต.ท.ทักษิณ ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย.49 คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และได้ตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่มีจำนวน 9 คน ซึ่งได้พิจารณาคดีของพรรคไทยรักไทย ซึ่งในที่สุด เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 50 ตุลาการรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของพรรคไทยรักไทย จึงสั่งให้ยุบพรรคไทยรักไทย แต่ในส่วนของการ ’เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง“ ของกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจำนวน 111 คน เป็นเวลา 5 ปีนั้น ตุลาการรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3

ถึงวันนี้ กลุ่มผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองที่เรียกกันว่า ’กลุ่มบ้านเลขที่ 111“ ถูกตัดสิทธิ เว้นว่างทางการเมืองมา 4 ปีเต็มไปเมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ในช่วงระยะเวลาที่ต้อง ’เว้นวรรคทางการเมือง“ หลายคนก็ได้ยุติบทบาททางการเมืองไป มีบทบาททางสังคมด้านอื่น แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งที่ถือเป็น “คีย์แมน” สำคัญทางการเมือง ซึ่งอาจเป็นหัวหน้ากลุ่มหัวหน้ามุ้ง   ต่าง ๆ มาก่อนหรือมีสถานะเป็นนายทุนใหญ่ ยังมีอิทธิพลขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอยู่หลังม่าน เรียกว่า เป็น ’ตัวจริง“ อยู่หลังฉาก โดยอาศัย “นอมินี” ในการเดินเกมการเมืองต่าง ๆ

ในการเลือกตั้งวันที่ 3 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ก็เช่นกัน “บ้านเลขที่ 111” ก็ยังคงมีบทบาทอยู่เบื้องหลังที่สำคัญ

เมื่อตรวจสอบบทบาท สถานะของบุคคลในบ้านเลขที่ 111 ในวันนี้ คงจะแบ่งได้ดังนี้ คือ ส่วนแรกในส่วนของพรรคเพื่อไทย และกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

1. กลุ่มที่ยังมีบทบาทในการขับเคลื่อนพรรคเพื่อไทยในระดับนโยบายพรรค อาทิ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งบุคคลที่มีบทบาทในพรรคเพื่อไทยอย่างมาก คือ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายชานนท์ สุวสิน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายภูมิธรรม เวชยชัย ก็ยังปรากฏข่าวการเคลื่อนไหวให้เห็นอยู่สม่ำเสมอ

หรือลงมาในระดับพื้นที่ บทบาทที่เห็น คือ การส่งญาติพี่น้อง ลงรับสมัครรับเลือกตั้งแทน หรือหากไม่ใช่ญาติพี่น้อง ก็เป็นคนใกล้ชิดเพราะว่าคนเหล่านี้ยังมีคะแนนนิยม อาทิ นายไชยยศ สะสมทรัพย์ มีบทบาทใน จ.นครปฐม นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ใน จ.แพร่ นายปกรณ์ บูรณุปกรณ์ ใน จ.เชียงใหม่ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ใน จ.เชียงราย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ใน จ.ยะลา นายพินิจ จันทรสุรินทร์ ใน จ.ลำปาง นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ใน จ.ขอนแก่น

2. กลุ่มการเมืองนอกสภา การที่มีการมองว่า พรรคไทยรักไทยถูกยุบ เพราะมีกลไกที่เกี่ยวเนื่องกับการรัฐประหารอยู่เบื้องหลัง ทำให้ ’บ้านเลขที่ 111“ บางคน ก็ออกมาขับเคลื่อนในแนวทางต่อต้านรัฐประหาร โดยรวมกลุ่มเป็นการเมืองภาคประชาชนออกทำกิจกรรมต่าง ๆ กลุ่มดังกล่าว คือแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยคนที่เคลื่อนไหวที่สำคัญที่สุด คือ นายวีระ มุสิกพงศ์ ในฐานะประธาน นปช. นายอดิศร เพียงเกษ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ซึ่งอยู่ในระดับแกนนำของ นปช. ทั้งสิ้น หรือบางคนที่ไม่เน้น ’แอ๊คชั่น“ บนเวที นปช. แต่ให้ความสำคัญกับการวิพากษ์วิจารณ์ปรากฏการณ์ในสังคม ที่เกี่ยวเนื่องมาจากการรัฐประหาร ก็เช่น นายจาตุรนต์ ฉายแสง

ที่ใครต่อใครว่าพูดกันว่า “บุคลากรทางการเมือง” เหล่านี้อยู่อย่างคนไม่มีสิทธิ แต่หาก “เอกซเรย์” แล้วจะพบว่าหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ตรงกันข้ามกลับยังมีบทบาทและเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆเพื่อรอวันพ้นการถูกเว้นวรรคการเมือง 5 ปีหลังวันที่ 30 พ.ค.ปี 2555

…………………………………….

เปิดรายชื่อ ‘บ้านเลขที่ 111’

1. นายกฤษ ศรีฟ้า 2. นายกันตธีร์ ศุภมงคล 3. นายเกรียง กัลป์ตินันท์ 4. นายเกษม รุ่งธนะเกียรติ 5. นายจาตุรงค์เพ็งนรพัฒน์ 6. นายจาตุรนต์ ฉายแสง 7. นายจำลอง ครุฑขุนทด 8. นายฉัตรชัย เอียสกุล 9. นายชาญชัย ปทุมารักษ์ 10. นายชานนท์ สุวสิน 11. พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ 12. นายชูชัย มุ่งเจริญพร 13. นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ 14. นายไชยยศ สะสมทรัพย์ 15. หม่อมราชวงศ์ดำรงดิศ ดิศกุล 16. นพ.ทศพร เสรีรักษ์ 17. นายทศพล สังขทรัพย์ 18. นายทองหล่อ พลโคตร 19. พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร 20. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ 21. พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา 22. นายธานี ยี่สาร 23. นายธีระยุทธ วาณิชชัง 24. นายเนวิน ชิดชอบ 25. นายบุญชู ตรีทอง 26. นายบุญพันธ์ แขวัฒนะ 27. นายปกรณ์ บูรณุปกรณ์ 28. นายประจวบ ไชยสาส์น 29. นายประชา มาลีนนท์ 30. นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก 31. นายประทวน เขียวฤทธิ์ 32. นายประยุทธ มหากิจศิริ 33. นายประสิทธิ์ จันทราทอง 34. นายปองพล อดิเรกสาร 35. นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ 36. นางปวีณา หงสกุล 37. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา 38. นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล 39. นายพงษ์ศักดิ์ วรปัญญา 40. นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช 41. นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด 42. นายพินิจ จันทรสุรินทร์ 43. นายพินิจ จารุสมบัติ 44. นางพิมพา จันทร์ประสงค์ 45. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิมล ศรีวิกรม์ 46. นายไพศาล จันทรภักดี 47. ว่าที่ร้อยตรีไพโรจน์ สุวรรณฉวี 48. นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร 49. นายภูมิธรรม เวชยชัย 50. นายโภคิน พลกุล 51. นางมยุรา มนะสิการ 52. นายยงยศ อดิเรกสาร 53. นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ 54. นายระวี หิรัญโชติ 55. ผศ.ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ 56. นายเรืองวิทย์ ลิกค์ 57. นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ 58. รศ.ดร.ลลิตา ฤกษ์สำราญ 59. ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน 60. นายลิขิต หมู่ดี 61. นายวราเทพ รัตนากร 62. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา 63. ว่าที่ร้อยโท นพ.วัลลภ ยังตรง 64. นพ.วิชัย ชัยจิตวณิชกุล 65. นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล 66. นายวิฑูรย์ วงษ์ไกร 67. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ 68. นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี 69. นายวิเศษ จูภิบาล 70. นายวีระ มุสิกพงศ์ 71. นายวีระกร คำประกอบ 72. นายวุฒิชัย สงวนวงศ์ชัย 73. นายไวโรจน์ พิพิธภักดี 74. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ 75. น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ 76. นต.ศิธา ทิวารี 77. นายสนธยา คุณปลื้ม 78. ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 79. นายสมชาย สุนทรวัฒน์ 80. นายสมศักดิ์ คุณเงิน 81. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 82. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม 83. นายสาคร พรหมภักดี 84. นายสุขวิช รังสิตพล 85. นายสุชาติ ตันเจริญ 86. นายแพทย์สุชัย เจริญรัตนกุล 87. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 88. นายสุธรรม แสงประทุม 89. นายสุนัย เศรษฐบุญสร้าง 90. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ 91. นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ 92. นายสุรสิทธิ์ นิติวุฒิวรรักษ์ 93. นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย 94. นายสุรเชษฐ์ ดวงสอดศรี 95. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 96. นายสุริยา ลาภวิสุทธิสิน 97. นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร 98. นางสิริกร มณีรินทร์ 99. นายสฤต สันติเมทนีดล 100. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ 101. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช 102. นายอดิศร เพียงเกษ 103. นายอดิศัย โพธารามิก 104. พ.ต.ท.อดุลย์ บุญเสรฐ 105. นายอนุชา นาคาศัย 106. นายอนุทิน ชาญวีรกูล 107. นางอรดี สุทธิศรี 108. นายอรรถสิทธิ์ ทรัพยสิทธิ์ 109. นายเอกพร รักความสุข110. นายเอกภาพ พลซื่อ 111. นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์

***** ตอนที่ 2 จะเจาะถึงบ้านเลขที่ 111 ที่ไปเคลื่อนไหวในนามพรรคการเมืองอื่น

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s