โพลกระหน่ำ “มาร์ค”เหนื่อยแน่

ผลโพลหยั่งกระแสเลือกตั้งโค้งแรก A

หลัง การจับหมายเลขการสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งเป็นหมายเลขประจำพรรคที่ผู้สมัครส.ส. ระบบแบ่งเขตจะนำไปใช้หาเสียงพร้อมกันทั่วประเทศทั้ง 375 เขต

ไม่ว่า สวนดุสิตโพล ที่ระบุผลสำรวจแนวโน้มการเลือกส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พบส่วนใหญ่ร้อยละ 41.22 เลือกพรรคเพื่อไทย เลือกพรรคประชาธิปัตย์ร้อยละ 36.88

ตามด้วยผลสำรวจเอแบคโพล ที่พบว่าคะแนนความเป็นผู้นำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 พรรคเพื่อไทย มีตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

สวน ทางกับตัวเลขในด้านของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 1 พรรคประชาธิปัตย์ ที่ลดลงเกือบทุกตัวโดยเฉพาะด้านความเป็นคนรุ่นใหม่

ขณะ ที่กรุงเทพโพล ซึ่งเก็บข้อมูลเฉพาะเขตพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าคะแนนนิยมต่อพรรคในการเลือกตั้งส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ มากที่สุดคือพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 25.8 รองลงมาคือพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 14.7

ในระบบแบ่งเขตก็ยังเป็นของพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 26.3 เป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 15.2

ส่วนคำถามว่าอยากได้ใครมาทำหน้าที่นายกฯ มากที่สุด อันดับแรกได้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ร้อยละ 26.9 รองลงมาคือนายอภิสิทธิ์ ร้อยละ 17.4

ถึงตัวเลขโพลที่ออกมายังนำมาเป็นข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากเป็นการสำรวจแค่ “โค้งแรก” ยังเหลือเวลาอีกมากกว่า 30 วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง

ที่ สำคัญยังมีกลุ่มใหญ่อีกร้อยละ 50 ที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกผู้สมัครพรรคใด ซึ่งถือเป็นกลุ่มตัวแปรหลัก ดังนั้น ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 3 ก.ค.

กระแสการเมืองยังมีสิทธิ์พลิกผันได้ตลอดเวลา

กระนั้นก็ตามผลโพลที่ออกมาคือสัญญาณเตือนให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องหันกลับไปปรับยุทธศาสตร์การหาเสียงกันขนานใหญ่

เพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังตกเป็นรองคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าในส่วนของพรรคหรือในส่วนของตัวบุคคลคู่ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

กระแสที่มาแรงของพรรคเพื่อไทยและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ทั้งที่วัดจากการนำเสนอข่าวของสื่อ มวลชนที่เกาะติดการหาเสียงแทบจะทุกฝีก้าว

หรือวัดจากผลโพลหลายสำนักที่ตรงกันถึงแนวโน้มชัยชนะของพรรคเพื่อไทย มีโอกาสสูงที่ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก

ได้สร้างแรงสะเทือนอย่างสูงไม่เพียงแต่กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังลามไปถึงพรรคขนาดกลางๆ โดยเฉพาะอย่างพรรคภูมิใจไทยอีกด้วย

สังเกตได้จากการที่นายเนวิน ชิดชอบ ออกมาวิเคราะห์ทำนายผลเลือกตั้งว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะ แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่ได้เป็นนายกฯ

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายแพ้ ก็เชื่อว่านายอภิสิทธิ์จะแสดงสปิริตออกซ์ฟอร์ดลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค

สิ้นเสียงการวิเคราะห์ของนายเนวิน ปรากฏว่าแกนนำของ 2 พรรคทั้งประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย ต่างผนึกกำลังกันถล่มนายเนวินทันที

สำหรับ พรรคเพื่อไทยนั้นไม่แปลก เพราะมองว่าพรรคภูมิใจไทยคือพรรคของคนทรยศนายใหญ่ และเป็นคู่แข่งในสนามเลือกตั้งภาคอีสาน ที่ต้องห้ำหั่นกันทุกรูปแบบ

แต่ การที่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ระดับนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมา สวนกลับนายเนวิน ทั้งไล่ให้กลับไปดูแลพรรคตัวเองก่อน ทั้งไล่ให้ไปทำทีมฟุตบอล

นอกจากเป็นการตอกย้ำสัจธรรมการเมืองว่าไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร

แต่ ทั้งหลายทั้งปวงน่าจะเกิดจากการที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังได้รับแรงกดดัน อย่างหนักจากผลโพลต่างๆ ที่ออกมาว่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับพรรคเพื่อไทย

เมื่อมีใครออกมาตอกย้ำจึงต้องระเบิดอารมณ์ใส่กลับทันที

อย่างไรก็ตาม ข้อวิเคราะห์ของนายเนวินถูกมองออกเป็น 2 ด้าน ด้านหนึ่งคืออาจเป็นการออกมาส่งสัญญาณให้กับผู้ถืออำนาจการเมืองตัวจริง

ขณะที่บางคนมองว่าเป็นแค่เกมแย่งชิงพื้นที่สื่อ

หลังพรรคภูมิใจไทยถูกกระแส 2 พรรคใหญ่เบียดจนตกขอบ แทบไม่มีที่ยืนในสนามเลือกตั้ง

จากการสังเกตบรรยากาศเลือกตั้ง นัก วิเคราะห์การเมืองมองว่าปัญหาใหญ่ของนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งนี้

นอก จากเป็นผลจากการทำงานบริหารประเทศมาตลอด 2 ปีเศษ ที่ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก จนคำว่า “ดีแต่พูด” กลายเป็นภาพติดตัวนายอภิสิทธิ์แบบถาวร

ตรงนี้เองที่ทำให้แคมเปญ “วันแรกทำได้ทันที” ที่อุตส่าห์ไปแถลงถึงในวัดในวา ไม่ฮือฮาอย่างที่คิด

แถม ยังกลายเป็นช่องโหว่รูเบ้อเริ่มให้ฝ่ายตรงข้ามนำไปเปรียบเทียบประชดประชัน กับนโยบาย “99 วันทำได้จริง” เมื่อตอนเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ๆ

สุดท้ายแล้วเวลาที่ผ่านไป 2 ปี คือเครื่องพิสูจน์อย่างดีว่าอะไรทำได้จริง อะไรทำได้เพียงแค่พูด

แต่ สิ่งที่ดูเหมือนเป็นปัญหาใหญ่มากกว่านั้นคือ การต้องเผชิญคำถามจากสังคมต่อเหตุการณ์เมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 ที่รัฐบาลสั่งใช้กำลังเข้าสลายม็อบเสื้อแดง

จนเป็นเหตุให้มีคนตายกว่า 90 ศพ และพิการบาดเจ็บอีกเกือบ 2,000 คน

ว่า ถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นรัฐบาล และนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นนายกฯ จะมีแนวทางจัดการกับปัญหาที่นำมาสู่ความขัดแย้งแตกแยกในบ้านเมืองอย่างลึก ซึ้งและรุนแรงนี้อย่างไร

จะนำตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังสั่งการเข่นฆ่าประชาชนมาลงโทษด้วยวิธีไหน อย่างไร

การ ที่คนในพรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาญาติ หรือครอบครัวเหยื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.53 ที่ไปยืนชูป้ายร้องตะโกนทวง ถามหาความยุติธรรมหน้าเวทีหาเสียงของประชาธิปัตย์ เป็นการรับงานจากพรรคตรงข้ามเพื่อมาขัดขวางการเลือกตั้ง

จึงไม่น่าจะตรงกับข้อเท็จจริงเท่าใดนัก

เพราะการทวงถามความยุติธรรมให้เหยื่อ 92 ศพ ไม่ได้เพิ่งจะมาเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการเลือกตั้ง แต่เกิดขึ้นมานานกว่า 1 ปี

และตราบใดที่พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ยอมตอบคำถามนี้

ก็ยากจะฝ่าฟันการเลือกตั้งครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่น

Leave a comment

Filed under หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s